| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ถามตอบในพระไตรปิฎกเล่ม ๑๔ ข้อ ๕๙๙ - ๖๑๑
๖. มหากัมมวิภังคสูตร (๑๓๖) .
http://202.44.204.76/cgi-bin/stshow.pl?book=14&lstart=7749&lend=7977
[๕๙๙] ปริพาชกโปตลิบุตร ได้กล่าวกะท่านพระสมิทธิว่า . ข้าพเจ้าได้สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์พระสมณโคดมดังนี้ว่า กายกรรมเป็นโมฆะ วจีกรรมเป็นโมฆะ มโนกรรมเท่านั้นจริง และว่าสมาบัติที่บุคคลเข้าแล้วไม่เสวยเวทนาอะไรๆ นั้น มีอยู่? .
-ส. ( ท่านพระสมิทธิ ) ท่านอย่ากล่าวอย่างนี้ อย่ากล่าวตู่พระผู้มีพระภาค การกล่าวตู่พระผู้มีพระภาคไม่ดีเลย
.
ป. ท่านบวชมานานเท่าไรแล้ว? .
-ส. ไม่นาน เพียง ๓ พรรษา .
ป. ในเมื่อภิกษุใหม่เข้าใจการระแวดระวังศาสดาถึงอย่างนี้แล้ว คราวนี้พวกเราจักพูดอะไรกะภิกษุผู้เถระได้ .
ป. ดูกรท่านสมิทธิ . บุคคลทำกรรมชนิดที่ประกอบด้วยความจงใจแล้ว ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เขาจะเสวยอะไร? .
-ส. เขาจะเสวยทุกข์ .
ลำดับนั้น ปริพาชกโปตลิบุตรไม่ยินดี ไม่คัดค้านภาษิตของท่านพระสมิทธิ แล้วลุกจากอาสนะหลีกไป .
โดย แววตะวัน [5 มี.ค. 2547 , 23:16:30 น.] ( IP = 169.210.7.132 : : )
สลักธรรม 1ท่านพระสมิทธิบอกเรื่องเท่าที่ได้สนทนากับปริพาชกโปตลิบุตรทั้งหมดแก่ท่านพระอานนท์ ท่านพระอานนท์จึงได้กล่าวกะท่านพระสมิทธิว่า เรื่องนี้มีเค้าพอจะเฝ้า
พระผู้มีพระภาคได้ มาเถิดเราทั้งสองพึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค .
เมื่อท่านพระอานนท์กราบทูลเรื่องที่ท่านพระสมิทธิได้สนทนากับปริพาชกโปตลิบุตรแล้ว พระผู้มีพระภาคตรัสว่า .
ดูกรอานนท์ แม้ความเห็นของปริพาชกโปตลิบุตรเราก็ไม่ทราบชัด ไฉนเล่าจะทราบชัดการสนทนากันเห็นปานนี้ได้ โมฆบุรุษสมิทธินี้แล ได้พยากรณ์ปัญหาที่ควรแยกแยะพยากรณ์ของปริพาชกโปตลิบุตรแต่แง่เดียว .
เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสแล้วอย่างนี้ ท่านพระอุทายีได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า .
. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็ถ้าท่านพระสมิทธิกล่าวหมายทุกข์ดังนี้แล้ว ไม่ว่าการเสวยอารมณ์ใดๆ ต้องจัดเข้าในทุกข์ทั้งนั้น .
เมื่อท่านพระอุทายีกล่าวแล้วอย่างนี้ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะท่านพระอานนท์ว่า .
ดูกรอานนท์ เธอจงเห็นความนอกหลู่นอกทางของโมฆบุรุษอุทายีนี้เถิด เรารู้แล้วละ เดี๋ยวนี้แหละ โมฆบุรุษอุทายีนี้โพล่งขึ้นโดยไม่แยบคาย .
โดย แววตะวัน [5 มี.ค. 2547 , 23:19:29 น.] ( IP = 169.210.7.132 : : )
สลักธรรม 2ดูกรอานนท์ เบื้องต้นทีเดียว ปริพาชกโปตลิบุตรถามถึงเวทนา ๓ ถ้าโมฆบุรุษสมิทธิผู้ถูกถามนี้ พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า .
บุคคลทำกรรมชนิดที่ประกอบด้วยความจงใจแล้ว ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ อันให้ผลเป็นสุข เขาย่อมเสวยสุข .
บุคคลทำกรรมชนิดที่ประกอบด้วยความจงใจแล้ว ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ อันให้ผลเป็นทุกข์ เขาย่อมเสวยทุกข์ .
บุคคลทำกรรมชนิดที่ประกอบด้วยความจงใจแล้ว ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ อันให้ผลไม่ทุกข์ไม่สุข เขาย่อมเสวยอทุกขมสุข .โดย แววตะวัน [5 มี.ค. 2547 , 23:20:41 น.] ( IP = 169.210.7.132 : : )
สลักธรรม 3[๖๐๓] พ. ดูกรอานนท์ . บุคคล ๔ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๔ จำพวกเหล่าไหน? .
-พ. (๑) บุคคลเป็นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง มักถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้ มักประพฤติผิดในกาม มักพูดเท็จ มักพูดส่อเสียด มักพูดคำหยาบ มักเจรจาเพ้อเจ้อ
มากด้วยอภิชฌา มีจิตพยาบาท มีความเห็นผิดอยู่ในโลกนี้ เขาตายไปแล้ว ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ก็มี .
(๒) บุคคลเป็นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง ฯลฯ มีความเห็นผิดอยู่ในโลกนี้ เขาตายไปแล้วย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ก็มี .
(๓) บุคคลเป็นผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต เว้นขาดจากอทินนาทาน เว้นขาดจากกาเมสุมิจฉาจาร เว้นขาดจากมุสาวาท เว้นขาดจากพูดส่อเสียด เว้นขาดจากพูดคำหยาบ เว้นขาดจากการเจรจาเพ้อเจ้อ ไม่มากด้วยอภิชฌา มีจิตไม่พยาบาท มีความเห็นชอบอยู่
ในโลกนี้ เขาตายไปแล้วย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ก็มี .
(๔) บุคคลเป็นผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต ฯลฯ มีความเห็นชอบอยู่ในโลกนี้ เขาตายไปแล้ว ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ก็มี .
โดย แววตะวัน [5 มี.ค. 2547 , 23:22:01 น.] ( IP = 169.210.7.132 : : )
สลักธรรม 4ดูกรอานนท์ สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ อาศัยความเพียรเครื่องเผากิเลส, ความตั้งใจมั่น, ความประกอบเนืองๆ, ความไม่ประมาท, ความใส่ใจโดยชอบ ย่อมถูกต้องเจโตสมาธิมีรูปทำนองที่เมื่อจิตตั้งมั่นแล้ว ย่อมเล็งเห็นบุคคลโน้นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง ฯลฯ..มีความเห็นผิดในโลกนี้ ตายไปแล้วเข้าถึงอบาย ทุคติ วิบาต นรก ได้ด้วยจักษุทิพย์
จึงกล่าวอย่างนี้ว่า กรรมชั่วมี วิบากของทุจริตมี ข้าพเจ้าได้เห็น ชนเหล่าใดรู้อย่างนี้ ชนเหล่านั้นชื่อว่ารู้ชอบ ชนเหล่าใดรู้โดยประการอื่น ความรู้ของชนเหล่านั้นผิด สมณะหรือพราหมณ์นั้นจะพูดปักลงไปถึงเรื่องที่เขารู้เอง เห็นเอง ทราบเอง โดยประการนั้นแหละ ในที่นั้นๆ ตามกำลังและความแน่ใจว่านี้เท่านั้นจริง อื่นเปล่า .
ส่วนสมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ อาศัยความเพียรเครื่องเผากิเลส, ความตั้งใจมั่น, ความประกอบเนืองๆ, ความไม่ประมาท, ความใส่ใจโดยชอบ ย่อมถูกต้องเจโตสมาธิมีรูปทำนองที่เมื่อจิตตั้งมั่นแล้ว ย่อมเล็งเห็นบุคคลโน้นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง ฯลฯ มีความเห็นผิดในโลกนี้ ตายไปแล้วเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ได้ด้วยจักษุทิพย์ จึงกล่าวว่า
กรรมชั่วไม่มี วิบากของทุจริตไม่มี ข้าพเจ้าได้เห็น ชนเหล่าใดรู้อย่างนี้ ชนเหล่านั้นชื่อว่ารู้ชอบ
ชนเหล่าใดรู้โดยประการอื่น ความรู้ของชนเหล่านั้นผิด สมณะหรือพราหมณ์นั้นจะพูดปักลงไป
ถึงเรื่องที่เขารู้เอง เห็นเอง ทราบเอง โดยประการนั้นแหละ ในที่นั้นๆ ตามกำลังและความแน่ใจว่านี้เท่านั้นจริง อื่นเปล่า .โดย แววตะวัน [5 มี.ค. 2547 , 23:23:42 น.] ( IP = 169.210.7.132 : : )
สลักธรรม 5สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ อาศัยความเพียรเครื่องเผากิเลส, ความตั้งใจมั่น, ความประกอบเนืองๆ, ความไม่ประมาท, ความใส่ใจโดยชอบ ย่อมถูกต้องเจโตสมาธิมีรูปทำนองที่เมื่อจิตตั้งมั่นแล้ว ย่อมเล็งเห็นบุคคลผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต ฯลฯ มี
ความเห็นชอบในโลกนี้ ตายไปแล้วเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ด้วยจักษุทิพย์ จึงกล่าวว่า กรรมดีมี วิบากของสุจริตมี ข้าพเจ้าได้เห็น ชนเหล่าใดรู้อย่างนี้ ชนเหล่านั้นชื่อว่ารู้ชอบ ชนเหล่าใดรู้โดยประการอื่น ความรู้ของชนเหล่านั้นผิด สมณะหรือพราหมณ์นั้นจะพูดปักลงไปถึงเรื่องที่เขารู้เอง เห็นเอง ทราบเอง โดยประการนั้นแหละ ในที่นั้นๆ ตามกำลังและความแน่ใจว่า นี้เท่านั้นจริง อื่นเปล่า .
ส่วนสมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ อาศัยความเพียรเครื่องเผากิเลส, ความตั้งใจมั่น, ความประกอบเนืองๆ, ความไม่ประมาท, ความใส่ใจโดยชอบ ย่อมถูกต้องเจโตสมาธิมีรูปทำนองที่เมื่อจิตตั้งมั่นแล้ว ย่อมเล็งเห็นบุคคลผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต ฯลฯ มีความเห็นชอบในโลกนี้ ตายไปแล้วเข้าถึงอบาย ด้วยจักษุทิพย์ จึงกล่าวว่า กรรมดีไม่มี วิบากของสุจริตไม่มี ข้าพเจ้าได้เห็น ชนเหล่าใดรู้อย่างนี้ ชนเหล่านั้นชื่อว่ารู้ชอบ ชนเหล่าใดรู้โดยประการอื่น ความรู้ของชนเหล่านั้นผิด สมณะหรือพราหมณ์นั้นจะพูดปักลงไปถึงเรื่องที่เขารู้เอง เห็นเอง ทราบเอง โดยประการนั้นแหละ ในที่นั้นๆ ตามกำลังและความแน่ใจว่า นี้เท่านั้นจริง อื่นเปล่า .
โดย แววตะวัน [5 มี.ค. 2547 , 23:25:25 น.] ( IP = 169.210.7.132 : : )
สลักธรรม 6[๖๐๘] พ. ในสมณะหรือพราหมณ์ ๔ จำพวกนั้น เราอนุมัติวาทะว่ากรรมชั่วมี วิบากของทุจริตมี แม้วาทะว่าข้าพเจ้าได้เห็นบุคคลโน้น ผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง ฯลฯ..มีความเห็นผิดในโลกนี้ และผู้นั้นตายไปแล้วเข้าถึงอบาย ข้าพเจ้าก็เห็น นี้เราก็อนุมัติ . ส่วนวาทะว่าผู้ใดมักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง ฯลฯ มีความเห็นผิด ผู้นั้นทุกคนตายไปแล้วย่อมเข้าถึงอบาย นี้เรายังไม่อนุมัติ วาทะว่าชนเหล่าใดรู้อย่างนี้ ชนเหล่านั้นชื่อว่ารู้ชอบ ชนเหล่าใดรู้โดยประการอื่น ความรู้ของชนเหล่านั้นผิด นี้เราก็ยังไม่อนุมัติ วาทะว่า นี้เท่านั้นจริง อื่นเปล่า นี้เราก็ยังไม่อนุมัติ นั่นเพราะเหตุไร? .
-พ. เพราะตถาคตมีญาณในมหากัมมวิภังค์เป็นอย่างอื่น .
[๖๐๙] พ. ในสมณะหรือพราหมณ์ ๔ จำพวกนั้น เราไม่อนุมัติวาทะของสมณะหรือพราหมณ์ที่กล่าวว่ากรรมชั่วไม่มี วิบากของทุจริตไม่มี แต่วาทะว่าข้าพเจ้าได้เห็นบุคคลโน้น ผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง ฯลฯ มีความเห็นผิดในโลกนี้ และผู้นั้นตายไปแล้ว เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ข้าพเจ้าก็เห็น นี้เราอนุมัติ . ส่วนวาทะว่าผู้ใดมักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง ฯลฯ มีความเห็นผิด
ผู้นั้นทุกคนตายไปแล้ว ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ นี้เรายังไม่อนุมัติ วาทะว่าชนเหล่าใดรู้อย่างนี้ ชนเหล่านั้นชื่อว่ารู้ชอบ ชนเหล่าใดรู้โดยประการอื่น ความรู้ของชนเหล่านั้นผิด นี้เราก็ยังไม่อนุมัติ วาทะว่านี้เท่านั้นจริง อื่นเปล่า นี้เราก็ยังไม่อนุมัติ นั่นเพราะเหตุไร? .
-พ. เพราะตถาคตมีญาณในมหากัมมวิภังค์เป็นอย่างอื่น .โดย แววตะวัน [5 มี.ค. 2547 , 23:26:52 น.] ( IP = 169.210.7.132 : : )
สลักธรรม 7[๖๑๐] พ. ในสมณะหรือพราหมณ์ ๔ จำพวกนั้น เราอนุมัติวาทะของสมณะหรือพราหมณ์ที่กล่าวว่ากรรมดีมี วิบากของสุจริตมี แม้วาทะว่าข้าพเจ้าเห็นบุคคลโน้น ผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต ฯลฯ มีความเห็นชอบในโลกนี้ และผู้นั้นตายไปแล้ว เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ข้าพเจ้าก็เห็น นี้เราก็อนุมัติ . ส่วนวาทะว่าผู้ใดเว้นขาดจากปาณาติบาต ฯลฯ มีความเห็นชอบ ผู้นั้นทุกคนตายไปแล้ว ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ นี้เรายังไม่อนุมัติ แม้วาทะว่าชนเหล่าใดรู้อย่างนี้ ชนเหล่านั้นชื่อว่ารู้ชอบ ชนเหล่าใดรู้โดยประการอื่น ความรู้ของชนเหล่านั้นผิด นี้เราก็ยังไม่อนุมัติ แม้วาทะว่านี้เท่านั้นจริง อื่นเปล่า นี้เราก็ยังไม่อนุมัติ นั่นเพราะเหตุไร?
.
-พ. เพราะตถาคตมีญาณในมหากัมมวิภังค์เป็นอย่างอื่น .
[๖๑๑] ในสมณะหรือพราหมณ์ ๔ จำพวกนั้น เราไม่อนุมัติวาทะของสมณะหรือพราหมณ์ที่กล่าวว่ากรรมดีไม่มี วิบากของสุจริตไม่มี แต่วาทะของเขาที่ว่า ข้าพเจ้าได้เห็นบุคคลโน้น ผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต ฯลฯ มีความเห็นชอบในโลกนี้ และผู้นั้นตายไปแล้วเข้าถึงอบาย ข้าพเจ้าก็เห็น นี้เราอนุมัติ . ส่วนวาทะว่า ผู้ใดเว้นขาดจากปาณาติบาต ฯลฯ มีความเห็นชอบ ผู้นั้นทุกคนตายไปแล้วย่อมเข้าถึงอบาย นี้เรายังไม่อนุมัติ แม้วาทะว่าชนเหล่าใดรู้อย่างนี้ ชนเหล่านั้นชื่อว่ารู้ชอบ ชนเหล่าใดรู้โดยประการอื่น ความรู้ของชนเหล่านั้นผิด นี้เราก็ยังไม่อนุมัติ แม้วาทะว่านี้เท่านั้นจริง อื่นเปล่า นี้เราก็ยังไม่อนุมัติ นั่นเพราะเหตุไร?
.
-พ. เพราะตถาคตมีญาณในมหากัมมวิภังค์เป็นอย่างอื่น .โดย แววตะวัน [5 มี.ค. 2547 , 23:28:21 น.] ( IP = 169.210.7.132 : : )
สลักธรรม 8ดูกรอานนท์ ในบุคคล ๔ จำพวกนั้น
.
บุคคลที่เป็นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง..ฯลฯ..มีความเห็นผิดในโลกนี้ ตายไปแล้วเข้าถึงอบาย นี้เป็นอันว่าเขาทำกรรมชั่วที่ให้ผลเป็นทุกข์ไว้ในกาลก่อน หรือในกาลภายหลัง หรือว่ามีมิจฉาทิฐิพรั่งพร้อม สมาทานแล้วในเวลาจะตาย เพราะฉะนั้น เขาตายไปจึงเข้าถึงอบาย ก็แหละบุคคลที่เป็นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง ฯลฯ มีความเห็นผิดในโลกนี้นั้น เขาย่อมเสวยวิบากของกรรมนั้นในชาตินี้ หรือในชาติหน้า หรือในชาติต่อไป .
บุคคลที่เป็นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง ฯลฯ มีความเห็นผิดในโลกนี้ ตายไปแล้วเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ นี้เป็นอันว่าเขาทำกรรมดีที่ให้ผลเป็นสุขไว้ในกาลก่อนๆ หรือในกาลภายหลัง หรือว่ามีสัมมาทิฐิพรั่งพร้อม สมาทานแล้วในเวลาจะตาย เพราะฉะนั้น เขาตายไปจึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ก็แหละบุคคลที่เป็นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง ฯลฯ มีความเห็นผิดในโลก
นี้นั้น เขาย่อมเสวยวิบากของกรรมนั้นในชาตินี้ หรือในชาติหน้า หรือในชาติต่อไป .
บุคคลที่เว้นขาดจากปาณาติบาต ฯลฯ มีความเห็นชอบในโลกนี้ ตายไปแล้วเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ นี้เป็นอันว่าเขาทำกรรมดีที่ให้ผลเป็นสุขไว้ในกาลก่อนๆ หรือในกาลภายหลัง หรือว่ามีสัมมาทิฐิพรั่งพร้อม สมาทานแล้วในเวลาจะตาย เพราะฉะนั้นเขาตายไป จึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ก็แหละบุคคลที่เว้นขาดจากปาณาติบาต ฯลฯ..มีความเห็นชอบในโลกนี้นั้น
เขาย่อมเสวยวิบากของกรรมนั้นในชาตินี้ หรือในชาติหน้า หรือในชาติต่อไป .โดย แววตะวัน [5 มี.ค. 2547 , 23:32:04 น.] ( IP = 169.210.7.132 : : )
สลักธรรม 9บุคคลที่เว้นขาดจากปาณาติบาต ฯลฯ มีความเห็นชอบในโลกนี้ ตายไปแล้วเข้าถึงอบาย นี้เป็นอันว่าเขาทำกรรมชั่วที่ให้ผลเป็นทุกข์ไว้ในกาลก่อนๆ หรือในกาลภายหลัง หรือว่ามีมิจฉาทิฐิพรั่งพร้อม สมาทานแล้วในเวลาจะตาย เพราะฉะนั้นเขาตายไปจึงเข้าถึงอบาย
ก็แหละบุคคลที่เว้นขาดจากปาณาติบาต ฯลฯ มีความเห็นชอบในโลกนี้นั้น เขาย่อมเสวยวิบาก ของกรรมนั้นในชาตินี้ หรือในชาติหน้า หรือในชาติต่อไป .
ด้วยประการนี้แล กรรมไม่ควรส่องให้เห็นว่าไม่ควรก็มี ให้เห็นว่าควรก็มี .
และกรรมที่ควรแท้ๆ ส่องให้เห็นว่าควรก็มี ให้เห็นว่าไม่ควรก็มี .
จบ มหากัมมวิภังคสูตร ที่ ๖ .
ขอบคุณที่สนใจอ่านครับ.
โดย แววตะวัน [5 มี.ค. 2547 , 23:33:05 น.] ( IP = 169.210.7.132 : : )
สลักธรรม 10
ขอบคุณค่ะ.....คุณแววตะวัน
โดย น้องกิ๊ฟ [7 มี.ค. 2547 , 07:27:29 น.] ( IP = 169.210.6.16 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |