มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ถามตอบในพระไตรปิฎกเล่ม ๑๔ ข้อ ๕๙๙ - ๖๑๑




๖. มหากัมมวิภังคสูตร (๑๓๖)
.
http://202.44.204.76/cgi-bin/stshow.pl?book=14&lstart=7749&lend=7977

[๕๙๙] ปริพาชกโปตลิบุตร ได้กล่าวกะท่านพระสมิทธิว่า . ข้าพเจ้าได้สดับรับมาเฉพาะพระพักตร์พระสมณโคดมดังนี้ว่า กายกรรมเป็นโมฆะ วจีกรรมเป็นโมฆะ มโนกรรมเท่านั้นจริง และว่าสมาบัติที่บุคคลเข้าแล้วไม่เสวยเวทนาอะไรๆ นั้น มีอยู่? .
          -ส. ( ท่านพระสมิทธิ ) ท่านอย่ากล่าวอย่างนี้ อย่ากล่าวตู่พระผู้มีพระภาค การกล่าวตู่พระผู้มีพระภาคไม่ดีเลย
.
ป. ท่านบวชมานานเท่าไรแล้ว? .
          -ส. ไม่นาน เพียง ๓ พรรษา .
          ป. ในเมื่อภิกษุใหม่เข้าใจการระแวดระวังศาสดาถึงอย่างนี้แล้ว คราวนี้พวกเราจักพูดอะไรกะภิกษุผู้เถระได้ .


ป. ดูกรท่านสมิทธิ . บุคคลทำกรรมชนิดที่ประกอบด้วยความจงใจแล้ว ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ เขาจะเสวยอะไร? .
          -ส. เขาจะเสวยทุกข์ .
          ลำดับนั้น ปริพาชกโปตลิบุตรไม่ยินดี ไม่คัดค้านภาษิตของท่านพระสมิทธิ แล้วลุกจากอาสนะหลีกไป .

โดย แววตะวัน [5 มี.ค. 2547 , 23:16:30 น.] ( IP = 169.210.7.132 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

          ท่านพระสมิทธิบอกเรื่องเท่าที่ได้สนทนากับปริพาชกโปตลิบุตรทั้งหมดแก่ท่านพระอานนท์ ท่านพระอานนท์จึงได้กล่าวกะท่านพระสมิทธิว่า เรื่องนี้มีเค้าพอจะเฝ้า
พระผู้มีพระภาคได้ มาเถิดเราทั้งสองพึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค
.

          เมื่อท่านพระอานนท์กราบทูลเรื่องที่ท่านพระสมิทธิได้สนทนากับปริพาชกโปตลิบุตรแล้ว พระผู้มีพระภาคตรัสว่า .

          “ดูกรอานนท์ แม้ความเห็นของปริพาชกโปตลิบุตรเราก็ไม่ทราบชัด ไฉนเล่าจะทราบชัดการสนทนากันเห็นปานนี้ได้ โมฆบุรุษสมิทธินี้แล ได้พยากรณ์ปัญหาที่ควรแยกแยะพยากรณ์ของปริพาชกโปตลิบุตรแต่แง่เดียว” .

          เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสแล้วอย่างนี้ ท่านพระอุทายีได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า .

. “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็ถ้าท่านพระสมิทธิกล่าวหมายทุกข์ดังนี้แล้ว ไม่ว่าการเสวยอารมณ์ใดๆ ต้องจัดเข้าในทุกข์ทั้งนั้น” .

          เมื่อท่านพระอุทายีกล่าวแล้วอย่างนี้ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะท่านพระอานนท์ว่า .

          “ดูกรอานนท์ เธอจงเห็นความนอกหลู่นอกทางของโมฆบุรุษอุทายีนี้เถิด เรารู้แล้วละ เดี๋ยวนี้แหละ โมฆบุรุษอุทายีนี้โพล่งขึ้นโดยไม่แยบคาย .

โดย แววตะวัน [5 มี.ค. 2547 , 23:19:29 น.] ( IP = 169.210.7.132 : : )


  สลักธรรม 2

          ดูกรอานนท์ เบื้องต้นทีเดียว ปริพาชกโปตลิบุตรถามถึงเวทนา ๓ ถ้าโมฆบุรุษสมิทธิผู้ถูกถามนี้ พึงพยากรณ์อย่างนี้ว่า .

          บุคคลทำกรรมชนิดที่ประกอบด้วยความจงใจแล้ว ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ อันให้ผลเป็นสุข เขาย่อมเสวยสุข .

          บุคคลทำกรรมชนิดที่ประกอบด้วยความจงใจแล้ว ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ อันให้ผลเป็นทุกข์ เขาย่อมเสวยทุกข์ .

          บุคคลทำกรรมชนิดที่ประกอบด้วยความจงใจแล้ว ด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจ อันให้ผลไม่ทุกข์ไม่สุข เขาย่อมเสวยอทุกขมสุข” .

โดย แววตะวัน [5 มี.ค. 2547 , 23:20:41 น.] ( IP = 169.210.7.132 : : )


  สลักธรรม 3

[๖๐๓] พ. ดูกรอานนท์ . บุคคล ๔ จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก ๔ จำพวกเหล่าไหน? .
          -พ. (๑) บุคคลเป็นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง มักถือเอาสิ่งของที่เจ้าของมิได้ให้ มักประพฤติผิดในกาม มักพูดเท็จ มักพูดส่อเสียด มักพูดคำหยาบ มักเจรจาเพ้อเจ้อ
มากด้วยอภิชฌา มีจิตพยาบาท มีความเห็นผิดอยู่ในโลกนี้ เขาตายไปแล้ว ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ก็มี
.

          (๒) บุคคลเป็นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง…ฯลฯ…มีความเห็นผิดอยู่ในโลกนี้ เขาตายไปแล้วย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ก็มี .

          (๓) บุคคลเป็นผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต เว้นขาดจากอทินนาทาน เว้นขาดจากกาเมสุมิจฉาจาร เว้นขาดจากมุสาวาท เว้นขาดจากพูดส่อเสียด เว้นขาดจากพูดคำหยาบ เว้นขาดจากการเจรจาเพ้อเจ้อ ไม่มากด้วยอภิชฌา มีจิตไม่พยาบาท มีความเห็นชอบอยู่
ในโลกนี้ เขาตายไปแล้วย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ก็มี
.

          (๔) บุคคลเป็นผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต…ฯลฯ…มีความเห็นชอบอยู่ในโลกนี้ เขาตายไปแล้ว ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ วินิบาต นรก ก็มี .

โดย แววตะวัน [5 มี.ค. 2547 , 23:22:01 น.] ( IP = 169.210.7.132 : : )


  สลักธรรม 4

          ดูกรอานนท์ สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ อาศัยความเพียรเครื่องเผากิเลส, ความตั้งใจมั่น, ความประกอบเนืองๆ, ความไม่ประมาท, ความใส่ใจโดยชอบ ย่อมถูกต้องเจโตสมาธิมีรูปทำนองที่เมื่อจิตตั้งมั่นแล้ว ย่อมเล็งเห็นบุคคลโน้นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง …ฯลฯ..มีความเห็นผิดในโลกนี้ ตายไปแล้วเข้าถึงอบาย ทุคติ วิบาต นรก ได้ด้วยจักษุทิพย์
จึงกล่าวอย่างนี้ว่า กรรมชั่วมี วิบากของทุจริตมี ข้าพเจ้าได้เห็น ชนเหล่าใดรู้อย่างนี้ ชนเหล่านั้นชื่อว่ารู้ชอบ ชนเหล่าใดรู้โดยประการอื่น ความรู้ของชนเหล่านั้นผิด สมณะหรือพราหมณ์นั้นจะพูดปักลงไปถึงเรื่องที่เขารู้เอง เห็นเอง ทราบเอง โดยประการนั้นแหละ ในที่นั้นๆ ตามกำลังและความแน่ใจว่านี้เท่านั้นจริง อื่นเปล่า
.


          ส่วนสมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ อาศัยความเพียรเครื่องเผากิเลส, ความตั้งใจมั่น, ความประกอบเนืองๆ, ความไม่ประมาท, ความใส่ใจโดยชอบ ย่อมถูกต้องเจโตสมาธิมีรูปทำนองที่เมื่อจิตตั้งมั่นแล้ว ย่อมเล็งเห็นบุคคลโน้นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง… ฯลฯ…มีความเห็นผิดในโลกนี้ ตายไปแล้วเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ได้ด้วยจักษุทิพย์ จึงกล่าวว่า
กรรมชั่วไม่มี วิบากของทุจริตไม่มี ข้าพเจ้าได้เห็น ชนเหล่าใดรู้อย่างนี้ ชนเหล่านั้นชื่อว่ารู้ชอบ
ชนเหล่าใดรู้โดยประการอื่น ความรู้ของชนเหล่านั้นผิด สมณะหรือพราหมณ์นั้นจะพูดปักลงไป
ถึงเรื่องที่เขารู้เอง เห็นเอง ทราบเอง โดยประการนั้นแหละ ในที่นั้นๆ ตามกำลังและความแน่ใจว่านี้เท่านั้นจริง อื่นเปล่า
.

โดย แววตะวัน [5 มี.ค. 2547 , 23:23:42 น.] ( IP = 169.210.7.132 : : )


  สลักธรรม 5

          สมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ อาศัยความเพียรเครื่องเผากิเลส, ความตั้งใจมั่น, ความประกอบเนืองๆ, ความไม่ประมาท, ความใส่ใจโดยชอบ ย่อมถูกต้องเจโตสมาธิมีรูปทำนองที่เมื่อจิตตั้งมั่นแล้ว ย่อมเล็งเห็นบุคคลผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต…ฯลฯ…มี
ความเห็นชอบในโลกนี้ ตายไปแล้วเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ด้วยจักษุทิพย์ จึงกล่าวว่า กรรมดีมี วิบากของสุจริตมี ข้าพเจ้าได้เห็น ชนเหล่าใดรู้อย่างนี้ ชนเหล่านั้นชื่อว่ารู้ชอบ ชนเหล่าใดรู้โดยประการอื่น ความรู้ของชนเหล่านั้นผิด สมณะหรือพราหมณ์นั้นจะพูดปักลงไปถึงเรื่องที่เขารู้เอง เห็นเอง ทราบเอง โดยประการนั้นแหละ ในที่นั้นๆ ตามกำลังและความแน่ใจว่า นี้เท่านั้นจริง อื่นเปล่า
.


          ส่วนสมณะหรือพราหมณ์บางคนในโลกนี้ อาศัยความเพียรเครื่องเผากิเลส, ความตั้งใจมั่น, ความประกอบเนืองๆ, ความไม่ประมาท, ความใส่ใจโดยชอบ ย่อมถูกต้องเจโตสมาธิมีรูปทำนองที่เมื่อจิตตั้งมั่นแล้ว ย่อมเล็งเห็นบุคคลผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต…ฯลฯ… มีความเห็นชอบในโลกนี้ ตายไปแล้วเข้าถึงอบาย ด้วยจักษุทิพย์ จึงกล่าวว่า กรรมดีไม่มี วิบากของสุจริตไม่มี ข้าพเจ้าได้เห็น ชนเหล่าใดรู้อย่างนี้ ชนเหล่านั้นชื่อว่ารู้ชอบ ชนเหล่าใดรู้โดยประการอื่น ความรู้ของชนเหล่านั้นผิด สมณะหรือพราหมณ์นั้นจะพูดปักลงไปถึงเรื่องที่เขารู้เอง เห็นเอง ทราบเอง โดยประการนั้นแหละ ในที่นั้นๆ ตามกำลังและความแน่ใจว่า นี้เท่านั้นจริง อื่นเปล่า .

โดย แววตะวัน [5 มี.ค. 2547 , 23:25:25 น.] ( IP = 169.210.7.132 : : )


  สลักธรรม 6

[๖๐๘] พ. ในสมณะหรือพราหมณ์ ๔ จำพวกนั้น เราอนุมัติวาทะว่ากรรมชั่วมี วิบากของทุจริตมี แม้วาทะว่าข้าพเจ้าได้เห็นบุคคลโน้น ผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง…ฯลฯ..มีความเห็นผิดในโลกนี้ และผู้นั้นตายไปแล้วเข้าถึงอบาย ข้าพเจ้าก็เห็น นี้เราก็อนุมัติ . ส่วนวาทะว่าผู้ใดมักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง… ฯลฯ…มีความเห็นผิด ผู้นั้นทุกคนตายไปแล้วย่อมเข้าถึงอบาย นี้เรายังไม่อนุมัติ วาทะว่าชนเหล่าใดรู้อย่างนี้ ชนเหล่านั้นชื่อว่ารู้ชอบ ชนเหล่าใดรู้โดยประการอื่น ความรู้ของชนเหล่านั้นผิด นี้เราก็ยังไม่อนุมัติ วาทะว่า นี้เท่านั้นจริง อื่นเปล่า นี้เราก็ยังไม่อนุมัติ นั่นเพราะเหตุไร? .
          -พ. เพราะตถาคตมีญาณในมหากัมมวิภังค์เป็นอย่างอื่น .


[๖๐๙] พ. ในสมณะหรือพราหมณ์ ๔ จำพวกนั้น เราไม่อนุมัติวาทะของสมณะหรือพราหมณ์ที่กล่าวว่ากรรมชั่วไม่มี วิบากของทุจริตไม่มี แต่วาทะว่าข้าพเจ้าได้เห็นบุคคลโน้น ผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง…ฯลฯ…มีความเห็นผิดในโลกนี้ และผู้นั้นตายไปแล้ว เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ข้าพเจ้าก็เห็น นี้เราอนุมัติ . ส่วนวาทะว่าผู้ใดมักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง…ฯลฯ…มีความเห็นผิด
ผู้นั้นทุกคนตายไปแล้ว ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ นี้เรายังไม่อนุมัติ วาทะว่าชนเหล่าใดรู้อย่างนี้ ชนเหล่านั้นชื่อว่ารู้ชอบ ชนเหล่าใดรู้โดยประการอื่น ความรู้ของชนเหล่านั้นผิด นี้เราก็ยังไม่อนุมัติ วาทะว่านี้เท่านั้นจริง อื่นเปล่า นี้เราก็ยังไม่อนุมัติ นั่นเพราะเหตุไร?
.
          -พ. เพราะตถาคตมีญาณในมหากัมมวิภังค์เป็นอย่างอื่น .

โดย แววตะวัน [5 มี.ค. 2547 , 23:26:52 น.] ( IP = 169.210.7.132 : : )


  สลักธรรม 7

[๖๑๐] พ. ในสมณะหรือพราหมณ์ ๔ จำพวกนั้น เราอนุมัติวาทะของสมณะหรือพราหมณ์ที่กล่าวว่ากรรมดีมี วิบากของสุจริตมี แม้วาทะว่าข้าพเจ้าเห็นบุคคลโน้น ผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต…ฯลฯ…มีความเห็นชอบในโลกนี้ และผู้นั้นตายไปแล้ว เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ข้าพเจ้าก็เห็น นี้เราก็อนุมัติ . ส่วนวาทะว่าผู้ใดเว้นขาดจากปาณาติบาต…ฯลฯ…มีความเห็นชอบ ผู้นั้นทุกคนตายไปแล้ว ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ นี้เรายังไม่อนุมัติ แม้วาทะว่าชนเหล่าใดรู้อย่างนี้ ชนเหล่านั้นชื่อว่ารู้ชอบ ชนเหล่าใดรู้โดยประการอื่น ความรู้ของชนเหล่านั้นผิด นี้เราก็ยังไม่อนุมัติ แม้วาทะว่านี้เท่านั้นจริง อื่นเปล่า นี้เราก็ยังไม่อนุมัติ นั่นเพราะเหตุไร?
.
          -พ. เพราะตถาคตมีญาณในมหากัมมวิภังค์เป็นอย่างอื่น .


[๖๑๑] ในสมณะหรือพราหมณ์ ๔ จำพวกนั้น เราไม่อนุมัติวาทะของสมณะหรือพราหมณ์ที่กล่าวว่ากรรมดีไม่มี วิบากของสุจริตไม่มี แต่วาทะของเขาที่ว่า ข้าพเจ้าได้เห็นบุคคลโน้น ผู้เว้นขาดจากปาณาติบาต…ฯลฯ…มีความเห็นชอบในโลกนี้ และผู้นั้นตายไปแล้วเข้าถึงอบาย ข้าพเจ้าก็เห็น นี้เราอนุมัติ . ส่วนวาทะว่า ผู้ใดเว้นขาดจากปาณาติบาต…ฯลฯ…มีความเห็นชอบ ผู้นั้นทุกคนตายไปแล้วย่อมเข้าถึงอบาย นี้เรายังไม่อนุมัติ แม้วาทะว่าชนเหล่าใดรู้อย่างนี้ ชนเหล่านั้นชื่อว่ารู้ชอบ ชนเหล่าใดรู้โดยประการอื่น ความรู้ของชนเหล่านั้นผิด นี้เราก็ยังไม่อนุมัติ แม้วาทะว่านี้เท่านั้นจริง อื่นเปล่า นี้เราก็ยังไม่อนุมัติ นั่นเพราะเหตุไร?
.
          -พ. เพราะตถาคตมีญาณในมหากัมมวิภังค์เป็นอย่างอื่น .

โดย แววตะวัน [5 มี.ค. 2547 , 23:28:21 น.] ( IP = 169.210.7.132 : : )


  สลักธรรม 8

          ดูกรอานนท์ ในบุคคล ๔ จำพวกนั้น
.
          บุคคลที่เป็นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง..ฯลฯ..มีความเห็นผิดในโลกนี้ ตายไปแล้วเข้าถึงอบาย นี้เป็นอันว่าเขาทำกรรมชั่วที่ให้ผลเป็นทุกข์ไว้ในกาลก่อน หรือในกาลภายหลัง หรือว่ามีมิจฉาทิฐิพรั่งพร้อม สมาทานแล้วในเวลาจะตาย เพราะฉะนั้น เขาตายไปจึงเข้าถึงอบาย ก็แหละบุคคลที่เป็นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง…ฯลฯ…มีความเห็นผิดในโลกนี้นั้น เขาย่อมเสวยวิบากของกรรมนั้นในชาตินี้ หรือในชาติหน้า หรือในชาติต่อไป .


          บุคคลที่เป็นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง…ฯลฯ…มีความเห็นผิดในโลกนี้ ตายไปแล้วเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ นี้เป็นอันว่าเขาทำกรรมดีที่ให้ผลเป็นสุขไว้ในกาลก่อนๆ หรือในกาลภายหลัง หรือว่ามีสัมมาทิฐิพรั่งพร้อม สมาทานแล้วในเวลาจะตาย เพราะฉะนั้น เขาตายไปจึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ก็แหละบุคคลที่เป็นผู้มักทำชีวิตสัตว์ให้ตกล่วง…ฯลฯ…มีความเห็นผิดในโลก
นี้นั้น เขาย่อมเสวยวิบากของกรรมนั้นในชาตินี้ หรือในชาติหน้า หรือในชาติต่อไป
.


          บุคคลที่เว้นขาดจากปาณาติบาต…ฯลฯ…มีความเห็นชอบในโลกนี้ ตายไปแล้วเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ นี้เป็นอันว่าเขาทำกรรมดีที่ให้ผลเป็นสุขไว้ในกาลก่อนๆ หรือในกาลภายหลัง หรือว่ามีสัมมาทิฐิพรั่งพร้อม สมาทานแล้วในเวลาจะตาย เพราะฉะนั้นเขาตายไป จึงเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ก็แหละบุคคลที่เว้นขาดจากปาณาติบาต…ฯลฯ..มีความเห็นชอบในโลกนี้นั้น
เขาย่อมเสวยวิบากของกรรมนั้นในชาตินี้ หรือในชาติหน้า หรือในชาติต่อไป
.

โดย แววตะวัน [5 มี.ค. 2547 , 23:32:04 น.] ( IP = 169.210.7.132 : : )


  สลักธรรม 9

          บุคคลที่เว้นขาดจากปาณาติบาต…ฯลฯ…มีความเห็นชอบในโลกนี้ ตายไปแล้วเข้าถึงอบาย นี้เป็นอันว่าเขาทำกรรมชั่วที่ให้ผลเป็นทุกข์ไว้ในกาลก่อนๆ หรือในกาลภายหลัง หรือว่ามีมิจฉาทิฐิพรั่งพร้อม สมาทานแล้วในเวลาจะตาย เพราะฉะนั้นเขาตายไปจึงเข้าถึงอบาย
ก็แหละบุคคลที่เว้นขาดจากปาณาติบาต…ฯลฯ…มีความเห็นชอบในโลกนี้นั้น เขาย่อมเสวยวิบาก ของกรรมนั้นในชาตินี้ หรือในชาติหน้า หรือในชาติต่อไป
.

          ด้วยประการนี้แล กรรมไม่ควรส่องให้เห็นว่าไม่ควรก็มี ให้เห็นว่าควรก็มี .
          และกรรมที่ควรแท้ๆ ส่องให้เห็นว่าควรก็มี ให้เห็นว่าไม่ควรก็มี .


จบ มหากัมมวิภังคสูตร ที่ ๖
.
ขอบคุณที่สนใจอ่านครับ.

โดย แววตะวัน [5 มี.ค. 2547 , 23:33:05 น.] ( IP = 169.210.7.132 : : )


  สลักธรรม 10

ขอบคุณค่ะ.....คุณแววตะวัน

โดย น้องกิ๊ฟ [7 มี.ค. 2547 , 07:27:29 น.] ( IP = 169.210.6.16 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org