| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ถามตอบในพระไตรปิฎกเล่ม ๑๔ ข้อ ๖๑๘ - ๖๓๗
๗. สฬายตนวิภังคสูตร (๑๓๗) .
http://84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=14&A=8028&Z=8266
[๖๑๘] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า พวกเธอพึงทราบอายตนะภายใน ๖ อายตนะภายนอก ๖ หมวดวิญญาณ ๖ หมวดผัสสะ ๖ ความนึกหน่วงของใจ ๑๘ ทางดำเนินของสัตว์ ๓๖ ใน ๓๖ นั้น พวกเธอจงอาศัยทางดำเนินของสัตว์นี้ ละทางดำเนินของสัตว์นี้ และพึงทราบ
การตั้งสติ ๓ ประการที่พระอริยะเสพ ซึ่งเมื่อเสพชื่อว่าเป็นศาสดาควรเพื่อสั่งสอนหมู่ อันเราเรียกว่าสารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึก ยอดเยี่ยมกว่าอาจารย์ผู้ฝึกทั้งหลาย
.
นี้เป็นอุเทศแห่งสฬายตนวิภังค์ .
[๖๑๙] พ. ข้อที่เรากล่าวว่า พวกเธอพึงทราบอายตนะภายใน ๖ นั่น เราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว? .
-พ. ได้แก่อายตนะคือจักษุ อายตนะคือโสต อายตนะคือฆานะ อายตนะคือชิวหา อายตนะคือกาย อายตนะคือมโน .
[๖๒๐] ข้อที่เรากล่าวว่า พวกเธอพึงทราบอายตนะภายนอก ๖ นั่น เราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว? .
-พ. ได้แก่อายตนะคือรูป อายตนะคือเสียง อายตนะคือกลิ่น อายตนะคือรส อายตนะคือโผฏฐัพพะ อายตนะคือธรรมารมณ์ .
[๖๒๑] พ. ข้อที่เรากล่าวว่า พวกเธอพึงทราบหมวดวิญญาณ ๖ นั่น เราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว?
.
-พ. ได้แก่จักษุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ มโนวิญญาณ .
โดย แววตะวัน [6 มี.ค. 2547 , 23:36:04 น.] ( IP = 169.210.1.96 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1[๖๒๒] พ. ข้อที่เรากล่าวว่า พวกเธอพึงทราบหมวดผัสสะ ๖ นั่น เราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว? .
-พ. ได้แก่จักษุสัมผัส โสตสัมผัส ฆานสัมผัส ชิวหาสัมผัส กายสัมผัส มโนสัมผัส .
[๖๒๓] พ. ข้อที่เรากล่าวว่า พวกเธอพึงทราบความนึกหน่วงของใจ ( มโนปวิจารา ) ๑๘ นั่น เราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว? .
-พ. คือ เพราะเห็นรูปด้วยจักษุ ใจย่อมนึกหน่วงรูปเป็นที่ตั้งแห่งโสมนัส นึกหน่วงรูปเป็นที่ตั้งแห่งโทมนัส นึกหน่วงรูปเป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขา .
เพราะฟังเสียงด้วยโสต ... .
เพราะดมกลิ่นด้วยฆานะ ... .
เพราะลิ้มรสด้วยชิวหา ... .
เพราะถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย ... .
เพราะรู้ธรรมารมณ์ด้วยมโน ใจย่อมนึกหน่วงธรรมารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งโสมนัส นึกหน่วงธรรมารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งโทมนัส นึกหน่วงธรรมารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งอุเบกขา ฉะนี้เป็นความนึกหน่วงฝ่ายโสมนัส ๖ ฝ่ายโทมนัส ๖ ฝ่ายอุเบกขา ๖ .โดย แววตะวัน [6 มี.ค. 2547 , 23:40:25 น.] ( IP = 169.210.1.96 : : )
สลักธรรม 2หมายเหตุ .
ความนึกหน่วงของใจแปลมาจากภาษาบาลีว่า มโนปวิจารา อรรถกถาอธิบายว่า .
บทว่า มโนปวิจารา .
ได้แก่ วิตกและวิจาร. .
จริงมนะที่ยังวิตกให้เกิดขึ้น ท่านประสงค์ว่า มนะ ในที่นี้. .
ชื่อว่า มโนปวิจารา เพราะอรรถว่า เป็นความนึกหน่วงของใจ.( อรรถกถา เล่ม ๒๓ หน้า ๒๙๗ ) .
บทว่า มโนปวิจารา .
ได้แก่ การท่องเที่ยวไปของใจในฐานะ ๑๘ ด้วยเท้า คือ วิตกและวิจาร. ( อรรถกถา เล่ม ๓๔ หน้า ๒๘๔ ) .
โดย แววตะวัน [6 มี.ค. 2547 , 23:41:33 น.] ( IP = 169.210.1.96 : : )
สลักธรรม 3[๖๒๔] พ. ข้อที่เรากล่าวว่า พวกเธอพึงทราบทางดำเนินของสัตว์ ๓๖ นั่นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว? .
-พ. คือ โสมนัสอาศัยเรือน ๖ ( อาศัยกามคุณ อรรถกถา เล่ม ๒๓ หน้า ๒๙๘ ) .
โสมนัสอาศัยเนกขัมมะ ๖ ( อาศัยวิปัสสนา อรรถกถา เล่ม ๒๓ หน้า ๒๙๘ ) .
โทมนัสอาศัยเรือน ๖ .
โทมนัสอาศัยเนกขัมมะ ๖ .
อุเบกขาอาศัยเรือน ๖ .
อุเบกขาอาศัยเนกขัมมะ ๖ .
[๖๒๕] พ. ใน ๓๖ ประการนั้น โสมนัสอาศัยเรือน ๖ เป็นไฉน?
.
-พ. คือ บุคคลเมื่อเล็งเห็นการได้เฉพาะซึ่งรูปที่รู้ได้ด้วยจักษุอันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าชอบใจ เป็นที่รื่นรมย์แห่งใจ ประกอบด้วยโลกามิส โดยเป็นของอันตนได้เฉพาะ หรือหวนระลึกถึงรูปที่เคยได้เฉพาะในก่อนอันล่วงไปแล้ว ดับไปแล้ว แปรปรวนไปแล้ว ย่อมเกิดโสมนัสขึ้น . ( เสียงที่รู้ได้ด้วยโสต ...กลิ่นที่รู้ได้ด้วยฆานะ ...รสที่รู้ได้ด้วยชิวหา ...โผฏฐัพพะที่รู้ได้ด้วยกาย ...ธรรมารมณ์ที่รู้ได้ด้วยมโน ก็เช่นเดียวกัน ) .โดย แววตะวัน [6 มี.ค. 2547 , 23:42:49 น.] ( IP = 169.210.1.96 : : )
สลักธรรม 4[๖๒๖] พ. ใน ๓๖ ประการนั้น โสมนัสอาศัยเนกขัมมะ ๖ เป็นไฉน? .
-พ. คือ บุคคลเมื่อทราบความไม่เที่ยง ความแปรปรวน ความคลาย และความดับของรูปทั้งหลายนั่นแล แล้วเห็นด้วยปัญญาชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า รูปในก่อนและในบัดนี้ทั้งหมดนั้น ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ย่อมเกิดโสมนัสขึ้น . ( เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ก็เช่นเดียวกัน ) .
[๖๒๗] พ. ใน ๓๖ ประการนั้น โทมนัสอาศัยเรือน ๖ เป็นไฉน? .
-พ. คือ บุคคลเมื่อเล็งเห็นความไม่ได้เฉพาะซึ่งรูปที่รู้ได้ด้วยจักษุอันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าชอบใจ เป็นที่รื่นรมย์แห่งใจ ประกอบด้วยโลกามิส โดยเป็นของอันตนไม่ได้เฉพาะ หรือหวนระลึกถึงรูปที่ไม่เคยได้เฉพาะในก่อนอันล่วงไปแล้ว ดับไปแล้ว แปรปรวนไปแล้ว ย่อมเกิดโทมนัส . ( เสียง...กลิ่น...รส...โผฏฐัพพะ...ธรรมารมณ์ ก็เช่นเดียวกัน )
.
[๖๒๘] พ. ใน ๓๖ ประการนั้น โทมนัสอาศัยเนกขัมมะ ๖ เป็นไฉน? .
พ. คือ บุคคลทราบความไม่เที่ยง ความแปรปรวน ความคลาย และความดับของรูปทั้งหลายนั่นแล แล้วเห็นด้วยปัญญาชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า รูปในก่อนและในบัดนี้ ทั้งหมดนั้นไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา แล้วย่อมเข้าไปตั้งความปรารถนาในอนุตตรวิโมกข์ . ( คือ อรหัต อรรถกถา เล่ม ๒๓ หน้า ๒๙๙ ) . เมื่อเข้าไปตั้งความปรารถนาในอนุตตรวิโมกข์ดังนี้ว่า เมื่อไร ตัวเราจึงจักบรรลุอายตนะที่พระอริยะทั้งหลายได้บรรลุอยู่ใน
บัดนี้เล่า ย่อมเกิดโทมนัสเพราะความปรารถนาเป็นปัจจัยขึ้น . ( เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์ก็เช่นเดียวกัน ) .
โดย แววตะวัน [6 มี.ค. 2547 , 23:44:14 น.] ( IP = 169.210.1.96 : : )
สลักธรรม 5[๖๒๙] พ. ใน ๓๖ ประการนั้น อุเบกขาอาศัยเรือน ๖ เป็นไฉน? .
-พ. คือ เพราะเห็นรูปด้วยจักษุ ย่อมเกิดอุเบกขาขึ้นแก่ปุถุชนคนโง่เขลา ยังไม่ชนะกิเลส ยังไม่ชนะวิบาก ไม่เห็นโทษ ไม่ได้สดับ เป็นคนหนาแน่น อุเบกขาเช่นนี้นั้นไม่ล่วงเลยรูปไปได้ . ( เสียง...กลิ่น...รส...โผฏฐัพพะ...ธรรมารมณ์ก็เช่นเดียวกัน ) .
[๖๓๐] พ. ใน ๓๖ ประการนั้น อุเบกขาอาศัยเนกขัมมะ ๖ เป็นไฉน? .
-พ. คือ บุคคลเมื่อทราบความไม่เที่ยง ความแปรปรวน ความคลาย และความดับของรูปทั้งหลายนั่นแล แล้วเห็นด้วยปัญญาชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า รูปในก่อนและในบัดนี้ทั้งหมดนั้นไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ย่อมเกิดอุเบกขาขึ้น อุเบกขาเช่นนี้นั้น ไม่ล่วงเลยรูปไปได้ . ( เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์
ก็เช่นเดียวกัน ) .
[๖๓๑] พ. ก็ข้อที่เรากล่าวว่า ในทางดำเนินของสัตว์ ๓๖ นั้น พวกเธอจงอาศัยทางดำเนินของสัตว์นี้ ละทางดำเนินของสัตว์นี้ นั่นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว? .
-พ. ใน ๓๖ ประการนั้น พวกเธอจงอาศัย คือ .
๑. อิงโสมนัสอาศัยเนกขัมมะ ๖ แล้วละ คือล่วงเสียซึ่งโสมนัสอาศัยเรือน ๖
๒. อิงโทมนัสอาศัยเนกขัมมะ ๖ แล้วละ คือล่วงเสียซึ่งโทมนัสอาศัยเรือน ๖
๓. อิงอุเบกขาอาศัยเนกขัมมะ ๖ แล้วละ คือล่วงเสียซึ่งอุเบกขาอาศัยเรือน ๖
๔. อิงโสมนัสอาศัยเนกขัมมะ ๖ แล้วละ คือล่วงเสียซึ่งโทมนัสอาศัยเนกขัมมะ ๖
๕. อิงอุเบกขาอาศัยเนกขัมมะ ๖ แล้วละ คือล่วงเสียซึ่งโสมนัสอาศัยเนกขัมมะ ๖
.
โดย แววตะวัน [6 มี.ค. 2547 , 23:45:57 น.] ( IP = 169.210.1.96 : : )
สลักธรรม 6[๖๓๒] พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุเบกขาที่มีความเป็นต่างๆ อาศัยอารมณ์ต่างๆ ก็มี อุเบกขาที่มีความเป็นหนึ่ง อาศัยอารมณ์เป็นหนึ่งก็มี . ก็อุเบกขาที่มีความเป็นต่างๆ อาศัยอารมณ์ต่างๆ เป็นไฉน? .
-พ. คือ อุเบกขาที่มีในรูป ในเสียง ในกลิ่น ในรส ในโผฏฐัพพะ .
พ. ก็อุเบกขาที่มีความเป็นหนึ่ง อาศัยอารมณ์เป็นหนึ่ง เป็นไฉน? .
-พ. คือ อุเบกขาที่มีอาศัยอากาสานัญจายตนะ อาศัยวิญญาณัญจายตนะ อาศัยอากิญจัญญายตนะ อาศัยเนวสัญญานาสัญญายตนะ .
ในอุเบกขา ๒ อย่าง .
พวกเธอจงอาศัย คืออิงอุเบกขาที่มีความเป็นหนึ่ง แล้วละ คือล่วงเสียซึ่งอุเบกขาที่มีความเป็นต่างๆ .
พวกเธอจงอาศัย คืออิงความเป็นผู้ไม่มีตัณหา แล้วละ คือล่วงเสียซึ่งอุเบกขาที่มีความเป็นหนึ่ง .โดย แววตะวัน [6 มี.ค. 2547 , 23:47:11 น.] ( IP = 169.210.1.96 : : )
สลักธรรม 7[๖๓๓] พ. ก็ข้อที่เรากล่าวว่า พึงทราบการตั้งสติ ๓ ประการที่พระอริยะเสพ ซึ่งเมื่อเสพชื่อว่า เป็นศาสดาควรเพื่อสั่งสอนหมู่ นั่น เราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว? .
-พ. ๑. ศาสดาแสดงธรรม เหล่าสาวกไม่ฟังด้วยดี ไม่เงี่ยโสตสดับ และประพฤติหลีกเลี่ยงคำสอน ในข้อนั้นตถาคตไม่เป็นผู้ชื่นชมและไม่ระคายเคือง ย่อมมีสติสัมปชัญญะอยู่ .
๒. ศาสดาแสดงธรรม เหล่าสาวกบางพวกไม่ฟังด้วยดี ไม่เงี่ยโสตสดับ และประพฤติหลีกเลี่ยงคำสอน บางพวกฟังด้วยดี เงี่ยโสตสดับ ไม่ประพฤติหลีกเลี่ยงคำสอน ในข้อนั้น ตถาคตไม่เป็นผู้ชื่นชม ทั้งไม่เป็นผู้ไม่ชื่นชม เป็นผู้วางเฉย ย่อมมีสติสัมปชัญญะอยู่
.
๓. ศาสดาแสดงธรรม เหล่าสาวกของศาสดานั้นย่อมฟังด้วยดี เงี่ยโสตสดับ ไม่ประพฤติหลีกเลี่ยงคำสอน ในข้อนั้น ตถาคตเป็นผู้ชื่นชม เสวยความชื่นชม
และไม่ระคายเคือง ย่อมมีสติสัมปชัญญะอยู่ .โดย แววตะวัน [6 มี.ค. 2547 , 23:48:09 น.] ( IP = 169.210.1.96 : : )
สลักธรรม 8[๖๓๗] พ. ก็ข้อที่เรากล่าวดังนี้ว่า ศาสดานั้นเราเรียกว่า สารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึก ยอดเยี่ยมกว่าอาจารย์ผู้ฝึกทั้งหลาย นั่นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว? .
-พ. ช้าง ม้า โคที่ควรฝึก อันอาจารย์ฝึกให้วิ่ง ย่อมวิ่งไปได้ทิศเดียวเท่านั้น แต่บุรุษที่ควรฝึก อันตถาคตให้วิ่ง ย่อมวิ่งไปได้ทั่วทั้ง ๘ ทิศ คือ .
๑. ผู้ที่มีรูป ย่อมเห็นรูปทั้งหลายได้ .
๒. ผู้ที่มีสัญญาในอรูปภายใน ย่อมเห็นรูปทั้งหลายภายนอกได้ .
๓. ย่อมเป็นผู้น้อมใจว่างามทั้งนั้น .
๔. ย่อมเข้าอากาสานัญจายตนะอยู่ ด้วยใส่ใจว่าอากาศหาที่สุดมิได้ เพราะล่วงรูปสัญญา ดับปฏิฆสัญญา ไม่ใส่ใจนานัตตสัญญาโดยประการทั้งปวง .
๕. ย่อมเข้าวิญญาณัญจายตนะอยู่ ด้วยใส่ใจว่าวิญญาณหาที่สุดมิได้ เพราะล่วงอากาสานัญจายตนะโดยประการทั้งปวง .
๖. ย่อมเข้าอากิญจัญญายตนะอยู่ ด้วยใส่ใจว่าไม่มีสักน้อยหนึ่ง เพราะล่วงวิญญาณัญจายตนะโดยประการทั้งปวง .
๗. ย่อมเข้าเนวสัญญานาสัญญายตนะอยู่ เพราะล่วงอากิญจัญญายตนะโดยประการทั้งปวง .
๘. ย่อมเข้าสัญญาเวทยิตนิโรธอยู่ เพราะล่วงเนวสัญญานาสัญญายตนะโดยประการทั้งปวง .
จบ สฬายตนวิภังคสูตร ที่ ๗ .
ขอบคุณที่สนใจอ่านครับ.
โดย แววตะวัน [6 มี.ค. 2547 , 23:49:27 น.] ( IP = 169.210.1.96 : : )
สลักธรรม 9
ต้องค่อยๆทำความเข้าใจ ..ยาวมากเลยค่ะ
http://84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=14&A=8028&Z=8266โดย น้องกิ๊ฟ [7 มี.ค. 2547 , 08:07:57 น.] ( IP = 169.210.5.170 : : )
สลักธรรม 10ครับ
เพราะเป็นวิภังควรรคทำให้ย่อไม่ได้ครับ
มีแต่จะแตกออกไป.โดย แววตะวัน [8 มี.ค. 2547 , 00:08:19 น.] ( IP = 169.210.28.181 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |