มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ถามตอบในพระไตรปิฎกเล่ม ๑๔ ข้อ ๖๕๔ - ๖๖๒




๙. อรณวิภังคสูตร (๑๓๙)
.
http://84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=14&A=8511&Z=8747

[๖๕๔] พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้ว่า .
          ไม่พึงประกอบเนืองๆ ซึ่งสุขอาศัยกามอันเลว เป็นของชาวบ้าน เป็นของปุถุชน ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ และไม่พึงประกอบเนืองๆ ซึ่งความเพียรเครื่องประกอบตนให้ลำบาก อันเป็นทุกข์ ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ .

          ความปฏิบัติปานกลาง ไม่เข้าใกล้ที่สุด ๒ อย่างนี้นั้น อันตถาคตรู้พร้อมด้วยปัญญายิ่งแล้ว เป็นข้อปฏิบัติทำให้มีจักษุ ทำให้มีญาณ เป็นไปเพื่อความเข้าไปสงบ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ เพื่อนิพพาน .

          พึงรู้จักการยกยอและการตำหนิ ครั้นรู้แล้วไม่พึงยกยอ ไม่พึงตำหนิ พึงแสดงแต่ธรรมเท่านั้น
.
          พึงรู้ตัดสินความสุข ครั้นรู้แล้วพึงประกอบเนืองๆ ซึ่งความสุขภายใน .
          ไม่พึงกล่าววาทะลับหลัง ไม่พึงกล่าวคำล่วงเกินต่อหน้า .
          พึงเป็นผู้ไม่รีบด่วนพูด อย่าพูดรีบด่วน .
          ไม่พึงปรักปรำภาษาชนบท ไม่พึงล่วงเลยคำพูดสามัญเสีย .
          นี้อุเทศแห่งอรณวิภังค์ . ( อรณะ - ธรรมไม่มีกิเลส(ที่)เป็นเหตุยังสัตว์ให้ร้องไห้ – อรรถกถา เล่ม ๖๘ หน้า ๑๐๖ ) .

โดย แววตะวัน [9 มี.ค. 2547 , 07:27:54 น.] ( IP = 203.113.36.12 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

[๖๕๕] พ. ก็ข้อที่เรากล่าวดังนี้ว่า ไม่พึงประกอบเนืองๆ ซึ่งสุขอาศัยกามอันเลว และไม่พึงประกอบเนืองๆ ซึ่งความเพียรเครื่องประกอบตนให้ลำบาก ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ นั่นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว?
.
          -พ. ความประกอบเนืองๆ ซึ่งโสมนัสของคนที่มีความสุข โดยสืบต่อกามอันเลว นี้เป็นธรรมมีทุกข์ มีความคับใจ มีความแค้นใจ มีความเร่าร้อน เป็นความปฏิบัติผิด .

          การไม่ตามประกอบนี้เป็นธรรมไม่มีทุกข์ ไม่มีความคับใจ ไม่มีความแค้นใจ ไม่มีความเร่าร้อน เป็นความปฏิบัติชอบ .

          ความเพียรเครื่องประกอบตนให้ลำบากอันเป็นทุกข์ ไม่ใช่ของพระอริยะ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ นี้เป็นธรรมมีทุกข์…ฯลฯ…เป็นความปฏิบัติผิด .

          การไม่ตามประกอบนี้เป็นธรรมไม่มีทุกข์…ฯลฯ…เป็นความปฏิบัติชอบ .


[๖๕๖] พ. ก็ข้อที่เรากล่าวว่า ความปฏิบัติปานกลาง ไม่เข้าใกล้ที่สุด ๒ อย่างนี้นั้น เป็นข้อปฏิบัติทำให้มีญาณ เพื่อนิพพาน นั่นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว?
.
          -พ. มรรคมีองค์ ๘ .

โดย แววตะวัน [9 มี.ค. 2547 , 07:29:36 น.] ( IP = 203.113.36.12 : : )


  สลักธรรม 2

[๖๕๗] พ. ก็ข้อที่เรากล่าวว่า พึงรู้จักการยกยอและการตำหนิ ครั้นรู้แล้วไม่พึงยกยอ ไม่พึงตำหนิ พึงแสดงแต่ธรรมเท่านั้น นั่นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว? .
พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย . ก็อย่างไรเป็นการยกยอ เป็นการตำหนิ และไม่เป็นการแสดงธรรม? .
          -พ. คือ เมื่อกล่าวว่า ชนเหล่าใดตามประกอบความประกอบเนืองๆ ซึ่งโสมนัสของคนที่มีความสุขโดยสืบต่อกามอันเลว ชนเหล่านั้นทั้งหมดมีทุกข์ เป็นผู้ปฏิบัติผิด ดังนี้ชื่อว่าตำหนิชนพวกหนึ่ง .

          เมื่อกล่าวว่า ชนเหล่าใดไม่ตามประกอบความประกอบเนืองๆ ซึ่งโสมนัสของคนที่มีความสุขโดยสืบต่อกามอันเลว ชนเหล่านั้นทั้งหมดไม่มีทุกข์ เป็นผู้ปฏิบัติชอบ ดังนี้ชื่อว่ายกยอชนพวกหนึ่ง .

          เมื่อกล่าวว่า ชนเหล่าใดประกอบเนืองๆ ซึ่งความเพียรเครื่องประกอบตนให้ลำบาก ไม่ใช่ของพระอริยะ ชนเหล่านั้นทั้งหมดมีทุกข์ เป็นผู้ปฏิบัติผิด ดังนี้ชื่อว่าตำหนิชนพวกหนึ่ง .

          เมื่อกล่าวว่า ชนเหล่าใดไม่ตามประกอบความเพียรเครื่องประกอบตนให้ลำบาก ไม่ใช่ของพระอริยะ ชนเหล่านั้นทั้งหมดไม่มีทุกข์ เป็นผู้ปฏิบัติชอบ ดังนี้ชื่อว่ายกยอชนพวกหนึ่ง .

          เมื่อกล่าวว่า ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งยังละสัญโญชน์ในภพไม่ได้แล้ว ชนเหล่านั้นทั้งหมด มีทุกข์เป็นผู้ปฏิบัติผิด ดังนี้ชื่อว่าตำหนิชนพวกหนึ่ง .

          เมื่อกล่าวว่า ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งละสัญโญชน์ในภพได้แล้ว ชนเหล่านั้นทั้งหมดไม่มีทุกข์ เป็นผู้ปฏิบัติชอบ ดังนี้ชื่อว่ายกยอชนพวกหนึ่ง .

โดย แววตะวัน [9 มี.ค. 2547 , 07:30:51 น.] ( IP = 203.113.36.12 : : )


  สลักธรรม 3

[๖๕๘] พ. ก็อย่างไรไม่เป็นการยกยอ ไม่เป็นการตำหนิ เป็นการแสดงธรรมแท้? .
          -พ. คือ ไม่กล่าวอย่างนี้ว่า ชนเหล่าใดตามประกอบความประกอบเนืองๆ ซึ่งโสมนัสของคนที่มีความสุขโดยสืบต่อกามอันเลว ชนเหล่านั้นทั้งหมดมีทุกข์ เป็นผู้ปฏิบัติผิด .
          กล่าวอยู่ว่า อันความตามประกอบนี้แลเป็นธรรมมีทุกข์ เป็นความปฏิบัติผิด .


          ไม่กล่าวอย่างนี้ว่า ชนเหล่าใดไม่ตามประกอบความประกอบเนืองๆ ซึ่งโสมนัสของคนที่มีความสุขโดยสืบต่อกามอันเลว ชนเหล่านั้นทั้งหมดไม่มีทุกข์ เป็นผู้ปฏิบัติชอบ .
          กล่าวอยู่ว่า อันความตามประกอบนี้แลเป็นธรรมไม่มีทุกข์ เป็นความปฏิบัติชอบ .


          ไม่กล่าวอย่างนี้ว่า ชนเหล่าใดประกอบเนืองๆ ซึ่งความเพียรเครื่องประกอบตนให้ลำบาก ไม่ใช่ของพระอริยะ ชนเหล่านั้นทั้งหมดมีทุกข์ เป็นผู้ปฏิบัติผิด .
          กล่าวอยู่ว่า อันความตามประกอบนี้แล เป็นธรรมมีทุกข์ เป็นความปฏิบัติผิด
.


          ไม่กล่าวอย่างนี้ว่า ชนเหล่าใดไม่ตามประกอบซึ่งความเพียรเครื่องประกอบตนให้ลำบาก ไม่ใช่ของพระอริยะ ชนเหล่านั้นทั้งหมดไม่มีทุกข์ เป็นผู้ปฏิบัติชอบ .
          กล่าวอยู่ว่า อันความไม่ตามประกอบนี้แล เป็นธรรมไม่มีทุกข์ เป็นความปฏิบัติชอบ .


          ไม่กล่าวอย่างนี้ว่า ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งยังละสัญโญชน์ในภพไม่ได้แล้ว ชนเหล่านั้นทั้งหมดมีทุกข์ เป็นผู้ปฏิบัติผิด .
          กล่าวอยู่ว่า เมื่อยังละสัญโญชน์ในภพไม่ได้แล้วแล ภพย่อมเป็นอันละไม่ได้
.

โดย แววตะวัน [9 มี.ค. 2547 , 07:33:52 น.] ( IP = 203.113.36.12 : : )


  สลักธรรม 4

          ไม่กล่าวอย่างนี้ว่า ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งละสัญโญชน์ในภพได้แล้ว ชนเหล่านั้นทั้งหมด ไม่มีทุกข์ เป็นผู้ปฏิบัติชอบ .
          กล่าวอยู่ว่า ก็เมื่อละสัญโญชน์ในภพได้แล้วแล ภพย่อมเป็นอันละได้
.


[๖๕๙] พ. ก็ข้อที่เรากล่าวว่า พึงรู้ตัดสินความสุข ครั้นรู้แล้วพึงประกอบเนืองๆ ซึ่งความสุขภายใน นั่นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว?
.
พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย . กามคุณนี้มี ๕ อย่างแล ๕ อย่างเป็นไฉน? .
          -พ. คือ รูปที่รู้ได้ด้วยจักษุอันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เป็นที่รัก ประกอบด้วยกาม เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด . ( เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะก็เช่นเดียวกัน ) .

          สุขโสมนัสใดแล อาศัยกามคุณ ๕ เหล่านี้เกิดขึ้น สุขโสมนัสนี้เรียกว่าสุขอาศัยกาม สุขของปุถุชนไม่พึงเสพ ไม่พึงให้เจริญ ไม่พึงทำให้มาก พึงกลัวสุขนี้ .

          ภิกษุสงัดจากกาม สงัดจากอกุศลธรรม เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌานอยู่ นี้เรียกว่าสุขอาศัยเนกขัมมะ สุขเกิดแต่ความตรัสรู้ เรากล่าวว่าพึงเสพให้มาก ไม่พึงกลัวสุขนี้ .

โดย แววตะวัน [9 มี.ค. 2547 , 07:35:11 น.] ( IP = 203.113.36.12 : : )


  สลักธรรม 5

[๖๖๐] พ. ก็ข้อที่เรากล่าวว่า . ไม่พึงกล่าววาทะลับหลัง ไม่พึงกล่าวคำล่วงเกินต่อหน้า นั่นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว? .
          -พ. ในประการแรกนั้น .
          พึงรู้วาทะลับหลังใด ไม่เป็นจริง ไม่แท้ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่พึงกล่าววาทะลับหลังนั้นเป็นอันขาด .
          แม้รู้วาทะลับหลังใด จริงแท้ แต่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ก็พึงสำเหนียกเพื่อจะไม่กล่าววาทะลับหลังนั้น .
          และรู้วาทะลับหลังใด จริงแท้ ประกอบด้วยประโยชน์ ในเรื่องนั้นพึงเป็นผู้รู้จักกาลเพื่อจะกล่าววาทะลับหลังนั้น .


          ในประการหลังนั้น .
          พึงรู้คำล่วงเกินต่อหน้าใด ไม่เป็นจริง ไม่แท้ ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่พึงกล่าวคำล่วงเกินต่อหน้านั้นเป็นอันขาด .
          แม้รู้คำล่วงเกินต่อหน้าใด จริงแท้ แต่ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ก็พึงสำเหนียกเพื่อจะไม่กล่าวคำล่วงเกินต่อหน้านั้น .
          และรู้คำล่วงเกินต่อหน้าใด จริงแท้ ประกอบด้วยประโยชน์ ในเรื่องนั้นพึงเป็นผู้รู้จักกาลเพื่อจะกล่าวคำล่วงเกินต่อหน้านั้น
.

โดย แววตะวัน [9 มี.ค. 2547 , 07:36:22 น.] ( IP = 203.113.36.12 : : )


  สลักธรรม 6

[๖๖๑] พ. ก็ข้อที่เรากล่าวว่า . พึงเป็นผู้ไม่รีบด่วนพูด อย่าพูดรีบด่วน นั่นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว? .
          -พ. ในประการแรกนั้น .
          เมื่อรีบด่วนพูด กายก็ลำบาก จิตก็แกว่ง เสียงก็พร่า คอก็เครือ แม้คำพูดของผู้ที่รีบด่วนพูดก็ไม่สละสลวย ไม่พึงรู้ชัดได้ .

          ในประการหลังนั้น .
          เมื่อไม่รีบด่วนพูด กายไม่ลำบาก จิตก็ไม่แกว่ง เสียงก็ไม่พร่า คอก็ไม่เครือ แม้คำพูดของผู้ที่ไม่รีบด่วนพูดก็สละสลวย พึงรู้ชัดได้ .


โดย แววตะวัน [9 มี.ค. 2547 , 07:38:03 น.] ( IP = 203.113.36.12 : : )


  สลักธรรม 7

[๖๖๒] พ. ก็ข้อที่เรากล่าวว่า ไม่พึงปรักปรำภาษาชนบท ไม่พึงล่วงเลยคำพูดสามัญเสีย นั่นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว?
.
พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย . ก็อย่างไรเล่าเป็นการปรักปรำภาษาชนบท และเป็นการล่วงเลยคำพูดสามัญ? .
          -พ. ภาชนะนั่นแลในโลกนี้ ในบางชนบท เขาหมายรู้ว่า ปาตี ในบางชนบท เขาหมายรู้ว่า ปัตตะ, ปิฏฐะ, สราวะ, หโลสะ, โปณะ, หนะ, ปิปิละ ภิกษุพูดปรักปรำโดยประการที่ชนทั้งหลายหมายรู้เรื่องภาชนะนั้นกันดังนี้ ในชนบทนั้นๆ ตามกำลังและความแน่ใจว่า
นี้เท่านั้นจริง อื่นเปล่า
.


พ. ก็อย่างไรเล่า เป็นการไม่ปรักปรำภาษาชนบท และเป็นการไม่ล่วงเลยคำพูดสามัญ?
.
          -พ. ภาชนะนั่นแลในโลกนี้ ในบางชนบท เขาหมายรู้ว่า ปาตี ในบางชนบท เขาหมายรู้ว่า ปัตตะ, ปิฏฐะ, สราวะ, หโลสะ, โปณะ, หนะ, ปิปิละ ภิกษุพูดโดยประการที่ชนทั้งหลายหมายรู้เรื่องภาชนะกันดังนี้ ในชนบทนั้นๆ อย่างไม่ใช่ความแน่ใจว่า เป็นอันท่านผู้มีอายุ
ทั้งหลาย พูดแก่ข้าพเจ้าหมายถึงภาชนะนี้
.


จบ อรณวิภังคสูตร ที่ ๙
.
ขอบคุณที่สนใจอ่านครับ.

โดย แววตะวัน [9 มี.ค. 2547 , 07:39:04 น.] ( IP = 203.113.36.12 : : )


  สลักธรรม 8

อนุโมทนาค่ะ

โดย น้องอุ๊ [9 มี.ค. 2547 , 12:31:21 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )


  สลักธรรม 9

ขอบคุณมากค่ะคุณแววตะวัน

โดย น้องกิ๊ฟ [10 มี.ค. 2547 , 14:40:16 น.] ( IP = 203.146.170.89 : : )


  สลักธรรม 10

ครับ .

โดย แววตะวัน [11 มี.ค. 2547 , 08:35:52 น.] ( IP = 169.210.3.208 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org