| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
การยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ปัจจุบัน
สลักธรรม 1
*การยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ปัจจุบันนั้นเป็นงานที่ยากที่สุด*
...................พระพุทธองค์ ตรัสว่า การยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ปัจจุบันนั้น เปรียบอุปมาเหมือนปลาที่อยู่ในน้ำ ถูกนายพรานตกเบ็ด ยกขึ้นจากน้ำมาไว้บนบก
ปลาก็พยายามดิ้นรนกระวนกระวายไม่สบาย คอยที่จะลงน้ำตลอดเวลา พอมันได้ลงน้ำแล้วมันก็สบายฉันใด
โยคีบุคคลนั้น การยกจิตขึ้นจากอารมณ์กามคุณ (รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส) มาไว้บน รูป บน นาม
(รูปนามอารมณ์) จิตนั้นก็สับสนและกระสับกระส่าย อยากจะกลับไปหากามคุณอารมณ์อยู่ตลอดเวลา ฉันนั้น
เมื่อเราไม่ได้ฝึกมา พอมาทำรูปนาม ก็รู้สึกยากมาก
แต่ถ้าฝึกบ่อยๆ ก็ เหมือนนักกายกรรมเปียงยาง ฝึกจนอ่อน
ดังนั้น จิตที่ฝึกดีแล้วย่อมนำสุขมาให้ คือ จิตอ่อนลง
แม้พระพุทธองค์กล่าวแล้วว่ายาก แต่ก็มีพระสาวกสำเร็จมามากแล้ว
เราก็ต้องสำเร็จด้วย ให้มีฉันทาคติไว้ และ มีความเพียรไว้........
เช่น ผู้ปฏิบัติบางคนก็รู้สึกเหมือนว่า เวลาปฏิบัติวิปัสสนา มีความรู้สึกเหมือนจะตายให้ได้ เหมือนยกของหนักอยู่ บางท่านก็บ่นว่า ฟุ้งเหลือเกิน
ที่จริงฟุ้งเป็นของดี เป็นธรรมะ แต่เพราะอยากจะไปอยากได้อะไรๆ เลยฝืนใจ,
และบางท่านพอจะเข้าห้องกรรมฐาน ต้องเตรียมตัวมาก
จะไปเข้าปฏิบัติสักที เอากล้วย กาแฟ ฯลฯ เหมือนจะไปเข้าแค้มป์
แสดงว่ายังอยากเกิด แล้วจะไปวิปัสสนาทำไม
(...คนเราตายด้วยเหตุ ๔ เรียนแล้วลืมหมด ใหญ่ก็ตาย ไม่ใหญ่ก็ตาย หลวงพ่อเสือขอร้อง...)
ถ้าเราปฏิบัติตั้งแต่เด็กจนแก่ เราก็ได้ฝึกมากมาย
แต่นี่ไปเข้าปฏิบัติ มกราคม มีนาคม ๓ เดือน อยากได้มากๆ
เปรียบเหมือนคนเก็บเงิน ๓ เดือน อยากได้เงินเป็นล้าน เป็นไปได้ไหม?
ฉะนั้น แม้มีความรู้สึกว่าหนักเหมือนยกหินยกทราย
แต่ถ้ามีกำลังใจดีต่อให้เหนื่อยเท่าไหร่ ก็ยกสำเร็จ เมื่อจิตใจดีซะอย่างสู้
พอตกไปจากอารมณ์ปัจจุบันไป ก็ไม่สบายใจ ก็จะเป็นไรไปละ
ก็ยกจิตขึ้นมาใหม่ เหมือนปลานั่นแหละ นายพรานยกขึ้นมาแล้ว
เราจะกลัวตายทำไม เราก็หาที่เก่า ปลาก็หาที่เขาโดย กัญญารัตน์ โตกนกวรรณ [15 มี.ค. 2547 , 18:24:27 น.] ( IP = 203.118.80.158 : : )
สลักธรรม 2
เราก็เหมือนกัน เมื่อไม่อยากเกิด วิ่งกลับไปที่เก่า ก็ยกจิตออกมาอีกซิ... ออกมาอีกซิ...
ใช่ใหม่ลูก ออกมาจากกามอารมณ์ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส
ที่นี้การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน มันเหนื่อยที่ไหน?
มันเหนื่อยที่ใจ ไม่ได้เหนื่อยที่กาย เพราะการปฏิบัติ มันขัดใจ เพราะกิเลสมันไม่ชอบ
เช่น ตอนอยู่บ้าน เปิดแอร์ ใส่เซาว์อเบ้าวด์ จดเล็คเช่อร์ พอเข้าปฏิบัติฯ โพ้เพ้ๆ นอนดีกว่า นอนตะพืด ตะพือ พอมืดก็หลับ
แต่พออยู่ที่อื่น พอมืด ตี๑ ตี๒ ตาสว่างไสว จริงไหมลูก?
เพราะอะไร เพราะกิเลสมันไม่ชอบ กิเลสไม่อนุญาตให้ปฏิบัติ เพราะเป็นงานทางใจ มันสวนทางกับกิเลส กิเลส มันไม่อนุญาต มันจึงหนักใจ
แต่พอออกจาห้องกรรมฐาน โอ้โฮ เดินตัวปลิวเลย ไม่ได้คุยนาน คุยจ้อเลย
ดังนั้น ขณะนี้ กำลังวังชา ดีๆอยู่ ให้เร่งรีบเสีย ยกจิตให้ตั้งอยู่ในมัชฌิมาปฏิปทาเสีย
เพราะมันไม่ใช่ของง่ายๆ ต้องมีความเพียร ต้องมีสติ ต้องมีปัญญา
๓ ต้อง และ ๓ ต้อง นี้มีได้ ก็ต้องมีสิ่งแรกก่อนคือ ต้องเข้าใจ
ความเข้าใจนี้คือ มนัสสิการให้ถูก
ปลอบตัวเองให้เป็น ต้องคบกับบัณฑิต และ ห่างไกลจากคนเพ้อหลงใหลในการคุณอารมณ์
(ไม่เป็นไร เราต้องการ มรรค ผล นิพพาน,
ถ้าคนไม่คบ, ดี = บัณฑิตคบ,
คนไม่รัก, ดี = บัณฑิตรัก พระพุทธเจ้าเหลียว)
ถ้าขณะจิตใด จิตใจตั้งมั่นอยู่ในปัจจุบันอารมณ์ ขณะนั้นก็เป็น มัชฌิมาปฏิปทา
เพราะไม่ไปในอดีต ไม่ไปในอนาคต ก็แสดงว่า ได้ยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ถูกต้องแล้ว
การตัดสินอารมณ์ลงไปจึงสำคัญมากโดย กัญญารัตน์ โตกนกวรรณ [15 มี.ค. 2547 , 18:27:01 น.] ( IP = 203.118.80.158 : : )
สลักธรรม 3
พระปริยัติจึงสำคัญมาก คือ การที่จิตจะไปรู้ปัจจัยต่างๆได้ ต้องมีหลักไว้เกาะไว้ สำหรับเทียบเคียง ทั้งครูบาอาจารย์ต้องคอยสอบอารมณ์อยู่เสมอ
ผู้ปฏิบัติบางคนรู้แล้ว เข้าใจแล้ว แต่พอถามว่า ใครเป็นคนสอน รู้จักครูหรือยัง?
เพราะผู้ปฏิบัติบางคนไม่ได้ศึกษามา แล้วจะให้รู้เอง เป็นไปไม่ได้
มีแต่ท่าน ๒ ท่าน คือ พระพุทธเจ้า และพระปัจเจกพุทธเจ้า เท่านั้น
เพราะฉะนั้น ผู้ปฏิบัติจึงต้องคอยปลอบตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่า ยกจิตขึ้นตั้ง อารมณ์ปัจจุบันต้องได้ เพราะมีผู้ได้มาเยอะแล้ว
เน้นว่า การมีรูป-นาม เป็นอารมณ์ปัจจุบัน เป็นของยากยิ่งนัก
พระพุทธเจ้ารับรองแล้วว่า เหมือนปลาชอบอยู่ในน้ำ เหมือนเราชอบรสอร่อย รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส
เราต้องทิ้งให้หมด มาอยู่กับ รูป-นาม รูป กับ นาม
แต่จิตก็กระเสือกกระสนกลับไปที่กามคุณอารมณ์
เราก็ต้องคอยสังเกตและฝืนใจตั้งใหม่ ตั้งฉันทาคติไว้ว่าเราต้องสำเร็จ..............
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้มาแวะอ่านและขอสิ่งที่ท่านปรารถนาไว้จงสำเร็จเทอญ![]()
กัญญารัตน์ โตกนกวรรณโดย กัญญารัตน์ โตกนกวรรณ [15 มี.ค. 2547 , 18:28:28 น.] ( IP = 203.118.80.158 : : )
สลักธรรม 4
ขอบคุณมากค่ะคุณกัญญารัตน์
อนุโมทนานะคะที่มีน้ำใจดีเผื่อแผ่ความประทับใจมาให้ผู้อื่นได้ทราบด้วย
ดีใจที่ได้พบกันค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [15 มี.ค. 2547 , 23:09:02 น.] ( IP = 202.129.46.92 : : )
สลักธรรม 5ดีใจจังเลยครับ
ที่มีเพื่อนร่วมทางมาเป็นผู้นำเสนออีกท่านแล้ว
เราจะได้ช่วยกันสร้างเสริม
สิ่งที่ดีๆให้แก่สังคมนะครับ
สาธุ สาธุ สาธุ
โดย พี่เณร [15 มี.ค. 2547 , 23:26:43 น.] ( IP = 203.170.147.45 : : )
สลักธรรม 6ขอบคุณกับสิ่งที่ดีๆสำหรับวันนี้อีกครั้ง อ่านไปเราก็ไม่แตกต่างจากปลาเลย กระโจนลงน้ำหาแก่กามคุณให้ตน ดีใจค่ะที่ได้มาให้สิ่งที่ดีๆ อย่างน้อยแม้จะเคยฟังแต่ก็ลืมไปแล้ว หรือถ้ายังไม่เคยฟังก็ได้มีโอกาสฟังอีกครั้ง
โดย หมออุ๊ [16 มี.ค. 2547 , 12:10:05 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )
สลักธรรม 7![]()
![]()
อนุโมทนาค่ะพี่กัญญารัตน์
และรู้สึกดีใจค่ะที่พี่กัญญารัตน์ได้มีส่วนร่วมในการเผยแพร่พุทธศาสนา
โดยเฉพาะการปฏิบัติวิปัสสนา ขอบคุณค่ะโดย เล็ก [16 มี.ค. 2547 , 12:22:14 น.] ( IP = 203.155.222.37 : : )
สลักธรรม 8ขออนุโมทนาครับ
โดย น้องซัน [16 มี.ค. 2547 , 15:31:56 น.] ( IP = 203.154.180.132 : : 190.99.0.27 )
สลักธรรม 9ขอบคุณคุณกัญญารัตน์มากค่ะ โดย เซิ่น [16 มี.ค. 2547 , 18:48:26 น.] ( IP = 203.156.28.112 : : )
สลักธรรม 10
อนุโมทนาค่ะ
และขอบคุณนะคะที่นำความประทับมาเผื่อแผ่ให้เพื่อนๆได้ประทับใจด้วยโดย พี่ดา [16 มี.ค. 2547 , 22:17:57 น.] ( IP = 202.133.140.221 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |