มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ธรรมะเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์อย่างไร




ปาฐกถา เรื่อง
ธรรมะเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์อย่างไร
โดย ศาสตราจารย์ ยศ บุนนาค
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์

แสดงที่ศาลาโรงธรรม โพธิ์ลังกา
วัดพระเชตุพนฯ พระนคร

เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๖ กรกฎคม ๒๕๑๐


ท่านสาธุชนที่เคารพ... วันนี้ผมรู้สึกมีเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ในการที่ได้รับเชิญจากท่านประธานกรรมการมูลนิธิ ให้มาแสดงปาฐกถา แต่ท่านทั้งหลายก็คงทราบแล้วว่า เมื่อกี้นี้ผมถูกต่อว่าจากคุณบุญมีบอกว่า... คล้ายๆกับว่าผมเล่นตัวเหลือเกินกว่าจะมาได้ตั้งปีกว่า
โดยที่ได้พยายามผัดผ่อนมา

... เรื่องนี้ไม่ใช้ว่าเล่นตัวหรอกครับเพราะรู้สึกว่าความรู้ทางวิทยาศาสตร์ก็มีไม่ค่อยเท่าไหร่ ยิ่งความรู้ทางอภิธรรมก็ยิ่งวัดไม่ได้เลย นี่พูดตามภาษาวิทยาศาสตร์

ความรู้ทางพุทธศาสนาก็มีน้อยเหลือเกิน เพียงแค่บวชพรรษาเดียว แล้วยังสนใจบ้าง ไม่สนใจบ้างเรื่อยๆมา จึงรู้สึกหนักใจเป็นอันมาก

โดย อ.วิชิต ธรรมรังษี - [18 มี.ค. 2547 , 12:07:30 น.] ( IP = 203.170.150.67 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ][ 2 ] [ 3 ] [ 4 ]


  สลักธรรม 21

กำเนิดของโลกนั้นเท่าที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบเดี๋ยวนี้ เป็นมาจากการควบแน่น หรือการรัดตรึงตัวของพลังงาน รวมทั้งแก๊ซต่างๆเข้ามาผสมกัน จนกระทั้งเกิดมาเป็นสสาร สสารหลายอย่างได้รับความร้อน ความกดดัน แสงสว่าง ความชื้น และอื่นๆกลายเป็นสัตว์เซลล์เดียวขึ้น

หลักใหญ่อยู่ที่ว่า ไม่มีใครสร้าง เกิดขึ้นมาเองด้วยอาศัยเหตุต่างๆ และวิวัฒนาการต่อไป อย่างที่กล่าวมาแล้ว

ทีนี้ท่านอาจจะถามไปอย่างที่ผมเคยถามตัวเองเสมอ ถ้าอย่างนั้นแล้วความชื้นมาจากไหน พลังงานมาจากไหน แสงสว่างมาจากไหน

คำตอบก็มีว่า โลกของเราเป็นดาวนพเคราะห์ดวงหนึ่งของดวงอาทิตย์ พลังงานและแสงสว่างเราได้จากดวงอาทิตย์ …


ถ้าถามต่อไปอีกหน่อยว่า ก็ดวงอาทิตย์ล่ะเกิดอย่างไร ก็ตอบได้อีกว่าดวงอาทิตย์อาทิตย์มันมีแก๊ซ และแกนเป็นแก๊ซที่กำลังอยู่ในภาวะที่ปั่นป่วนใหญ่ เป็นอนิจจังขนาดขยายหลายล้านๆเท่าทีเดียว คือว่าผันผวนพัวพันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ปล่อยพลังงานและแสงสว่างออกมา ถ้าถามต่อไปอีกว่า แล้วดวงอาทิตย์ละมาจากไหน แก๊ซในดวงอาทิตย์มาจากไหน ก็ตอบได้ว่า มาจากจักรวาล ดวงอาทิตย์ตั้งหลายพันเท่า ซึ่งมีตั้งหลายหมื่นจักรวาลเหลือเกิน เท่าที่ค้นพบได้เดี๋ยวนี้

ถ้าถามต่อไปอีกว่า จักรวาลอย่างนั้นน่ะมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็เลยไม่รู้จบรู้จนกัน
ถ้าไม่ยอมจบและเป็นคนรู้จักกันก็พอหอมปากหอมคอ ถ้าคนไม่รู้จักกันบางทีอาจ..จะถึงเลือดตกยางออก..นักวิทยาศาสตร์กับนักวิทยาศาสตร์นะครับ ถ้าลองถามถึงแก่นขนาดนี้แล้ว ซึ่งถ้าเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ทีนี้นักวิทยาศาสตร์ถืออย่างเดียว

โดย อ.วิชิต ธรรมรังษี [18 มี.ค. 2547 , 13:23:09 น.] ( IP = 203.170.150.67 : : )


  สลักธรรม 22

เวลาที่เขาจะอธิบายอะไรเท่าที่ความรู้และผลการทดลองที่พิสูจน์ถูกต้องพอบอกได้ในขณะนี้เป็นอย่างนี้ จากนั้นเป็นเรื่องสมมุติฐาน
เป็นเรื่องยังรอการพิสูจน์ทดลองทั้งสิ้นฉะนั้น เราจะเห็นว่า ที่พระพุทธเจ้าไม่ได้พูดถึงว่า กำเนิดโกเป็นอย่างไร ผมก็นึกว่าดีแล้ว ท่านพูดแต่เพียงอิงไปอิงมา ท่านไม่ได้ตอบปัญหาตรงๆเลย ผมนึกว่าถูกต้องแล้ว การรู้ว่ากำเนิดโลกเป็นอย่างไร กำเนิดมนุษย์เป็นอย่างไร ไม่เป็นทางแห่งความดับทุกข์ เพเราะฉะนั้นเสียเวลาเปล่าๆที่เราจะพิจารณาเรื่องนั้น เช่นเดียวกับนักวิทยาศาสตร์เหมือนกัน นักวิทยาศาสตร์รู้แค่นี้ก็บอกว่ารู้แค่นี้ ต่อไปอาจจะรู้มากขึ้นแค่ไหนอย่างไรไม่มีการยืนยัน ไม่รับรอง และไม่บังคับให้คนอื่นเชื่อถือตาม เพราะไม่เป็นข้อเท็จจริงพิสูจน์ทดองยังไม่ได้ ทีนี้บางคนก็พยายามเหลือเกินที่จะว่า ทั้งที่ท่านไม่ได้พูด ท่านอาจจะเลียบๆเคียงๆไว้ทางโน้นไว้ทางนี้ อันนี้ผมว่า ยังไม่สมควรที่จะจัดอ้างเอาเข้าไปให้เป็นพระพุทธดำรัสหรอกครับ เพราะฉะนั้นหลักการอันนี้เราจะเห็นว่าทำไมพุทธศาสนาจึงแตกต่างจากศาสนาอื่น ทำไมศาสนาพุทธจึงตรงกับวิทยาศาสตร์มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหลักพระธรรมใหญ่ๆที่ผมได้พูดถึงแล้ว

โดย อ.วิชิต ธรรมรังษี [18 มี.ค. 2547 , 13:24:07 น.] ( IP = 203.170.150.67 : : )


  สลักธรรม 23

ต่อไปนี้ ผมก็จะพูดถึงพระสงฆ์ในพุทธศาสนา..

องค์พระสงฆ์นี้พระพุทธเจ้านั้นแหละก็เป็นพระสงฆ์องค์แรก ผมได้กล่าวแล้วว่า.. พระพุทธเจ้าเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ ประเสริฐที่สุดในโลกอย่างไร..ขอประทานอภัยด้วยนะครับ ..ถ้ามีการเกินไป แต่ผมก็จะไม่พูดอะไรมาก พระสงฆ์นี้ก็เหมือนกับว่า นักวิทยาศาสตร์รุ่นหลัง นักวิทยาศาสตร์แรกๆได้แก่... สมเด็จพระพุทธองค์และพระอรหันต์ต่างๆพระสงฆ์ในปัจจุบันก็เท่ากับนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังศึกษาอยู่ หรือกำลังปฏิบัติอยู่ขณะนี้นั้นเอง

เพราะอะไร เพราะว่าพระวินัยหรือศีลนั้นก็เหมือนกับกฎเกณฑ์ทฤษฎีของวิทยาศาสตร์ที่ใช้อยู่นี้ ทุกอย่างต้องมีมาตราฐาน

ทุกอย่างต้องมีระเบียบข้อบังคับ เพราะฉะนั้นการที่มีกฎระเบียบข้อบังคับให้ท่าพิสูจน์จนกระทั้งพิสูจน์ได้แน่นอนมาหลายชั่วคนแล้วนี่มันก็กลายเป็น กฎเกณฑ์ เป็นหลักการ เป็นวิธีการ เป็นทฤษฎีขึ้นมา

ถ้าพูดทางพุทธศาสนา ศีลก็คือทฤษฎีและกฎเกณฑ์ต่างๆของนักวิทยาศาสตร์นั้นเองซึ่งนักวิทยาศาสตร์ต้องใช้อ้างอิง จะต้องใช้ปฏิบัติ เพราะว่าเป็นที่พิสูจน์แน่นอนแล้วว่า เป็นรากฐานที่จะนำไปสู่การปฏิบัติพระธรรมให้ได้ดี หรือเป็นรากฐานแห่งการประพฤติดี เพื่อปฏิบัติให้หลุดพ้นจากทุกข์ได้

ตามที่ผมได้พยายามเปรียบเทียบด้วยความรู้อันจำกัดดังได้กล่าวเรียนมาแล้วนี้

ก็ใคร่ขอสรุปอีกทีหนึ่ง คือหลักการวิทยาศาสตร์ตรงกับหลักการของพุทธศาสนา นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่และประเสริฐที่สุดคือ พระพุทธเจ้า พระธรรมคำสั่งสอนที่เป็นหลักการใหญ่ๆเช่นกฎแห่งกรรม วัฏฏสงสาร ลักษณะทั่วไปของการวิวัฒนาการ และไตรลักษณ์ อันได้แก่ อนิจจัง อนัตตา สุญญตา เป็นหลักการหรือทฤษฎีกฎเกณฑ์ของวิทยาศาสตร์

และท้ายที่สุดได้เปรียบเทียบไว้ ก็คือพระสงฆ์ คือนักวิทยาศาสตร์หรือผู้ที่กำลังศึกษาและปฏิบัติตนเพื่อเป็นนักวิทยาศาสตร์

ดังนั้นวิทยาศาสตร์จึงมีความสัมพันธ์กับธรรมะและพุทธศาสนาอย่างใกล้ชิดกันมากกว่าศาสนาใด
…

โดย อ.วิชิต ธรรมรังษี [18 มี.ค. 2547 , 13:27:34 น.] ( IP = 203.170.150.67 : : )


  สลักธรรม 24

สุดท้ายนี้ ผมขอกราบเรียนว่า ผมมีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาคุยกับท่านทั้งหลายในวันนี้

อย่างน้อยที่สุดก็ได้มีโอกาสแสดงทัศนะส่วนตัวให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์นั้นเป็นหลักการ เป็นวิชาที่มีการศึกษาและระเบียบวิธีปฏิบัติ เช่นเดียวกันกับพุทธศาสนาเป็นส่วนใหญ่ แต่ยังด้อยกว่าพุทธศาสนามากนัก ในการที่พึ่งจะคลำไปถึงแค่สิ่งที่เป็นวัตถุเท่านั้น

ทางพุทธศาสนาได้ก้าวไปเหนือกว่านั้นมากมาย ท่านได้พูดถึงวัตถุอย่างละเอียดลออไม่น้อยกว่าวิทยาศาสตร์ และค้นพบก่อนตั้งกว่า ๒,๐๐๐ ปี

ทั้งยังได้ค้นพบสิ่งที่เหนือกว่าวัตถุหรือพลังงาน คือจิตที่ควบคุมวัตถุหรือควบคุมพลังงานอีกด้วย


สิ่งหนึ่งที่ผมตั้งใจจะกล่าวตั้งแต่เริ่มต้นก็คือว่า ผมมีความรู้สึกกระดากและเกรงกลัวมากที่จะมาบรรยายในครั้งนี้ ถ้าไปพูดที่อื่นที่เป็นชุมนุมของพุทธศาสนิกชนธรรมดา หรือตามวัดวาอาราม ผมก็ยังไม่ค่อยจะรู้สึกประหม่าและกระดากเท่ากับที่นี่ ซึ่งเป็นที่ชุมนุมของนักอภิธรรมทั้งหลาย เพราะผมทราบดีว่าอภิธรรมนั้นเป็นธรรมะชั้นสูง แล้วก็มีความละเอียดอ่อนลึกซึ้งมากกว่า และอภิธรรมสามารถอธิบายอะไรๆได้หลายอย่างมากกว่า ผมจึงขอฝากความรู้สึกและขออภัยด้วย

ถ้าท่านเกิดความเบื่อหน่ายหรือไม่พอใจ ในขณะเดียวกันขอขอบคุณมากที่ให้เกียรติผมที่ให้โอกาสมาปรากฏตัวในที่นี้ และหวังว่าที่ผมได้พยายามในวันนี้ คงจะไม่ผิดหลักของอภิธรรม

หรืออย่างน้อยก็ไม่ผิดหลักของพุทธศาสนา และผมขออภัยโทษด้วย ถ้าผมพูดวิทยาศาสตร์ผิดไปจากวิทยาศาสตร์ ในความอารามที่อยากจะพยายามปรับวิทยาศาสตร์ให้เข้ากับพุทธศาสนา

ทั้งนี้ก็เพเราะผมเชื่อว่าในหลักการใหญ่ๆแล้วต้องตรงกันเสมอ ขอขอบพระคุณ

โดย อ.วิชิต ธรรมรังษี [18 มี.ค. 2547 , 13:30:32 น.] ( IP = 203.170.150.67 : : )


  สลักธรรม 25

ขอเชิญติดตามต่อไปนะครับ
ที่ท่านอาจารย์บุญมีกล่าวจบรายการ
วันนี้ผมไม่ไหวแล้วครับ

ด้วยเจตนาเผยแผ่พระธรรม
ที่ตั้งใจแล้วกระทำแล้ว
จงเป็นพรสนองให้ท่านผู้อ่านที่รัก
จงสามารถเป็นผู้รอดพ้น
ความเห็นผิดได้ทั่วกันทุกๆคนนะครับ

และช่วยกันส่งกระทู้นี้ไปยังคนที่ท่านรู้จักด้วย
เพื่อพยุงพระศาสนาด้วยกันนะครับผม …

โดย อ.วิชิต ธรรมรังษี [18 มี.ค. 2547 , 13:35:10 น.] ( IP = 203.170.150.67 : : )


  สลักธรรม 26

กราบอนุโมทนา ขอบพระคุณมากค่ะ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [18 มี.ค. 2547 , 13:47:57 น.] ( IP = 203.146.170.21 : : )


  สลักธรรม 27

กราบขอบพระคุณ อ.วิชิต เป็นอย่างสูงค่ะที่นำสิ่งดี ๆ มีสาระมาให้อ่าน ทำให้เข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์กับธรรมมะได้เป็นอย่างดี ตอนนี้หนูกำลังอ่านเรื่องวิทยาศาสตร์กับสังคม ซึ่งเป็นตำราเรียนอยู่ค่ะ และจะติดตามอ่านตอนต่อไปน่ะค่ะ

โดย ติ๋ว [18 มี.ค. 2547 , 16:48:08 น.] ( IP = 203.151.46.132 : : 10.0.202.108 )


  สลักธรรม 28

ขอบคุณมากครับ ท่านอาจารย์วิชิตคงเก็บเรื่องราวดีในอดีตไว้มาก

หากทางมูลนิธินี้จะมีห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ให้ค้นหาดูได้ด้วยก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ความคิดของบัณฑิตในอดีตก็จะช่วยผู้ศึกษาในปัจจุบัน ให้พัฒนาได้อย่างต่อเนื่องครับ

โดย ใจเป็นธรรม [19 มี.ค. 2547 , 10:15:10 น.] ( IP = 203.156.7.190 : : )


  สลักธรรม 29


อ่านแล้วสนุกมากค่ะ

พระพุทธองค์ท่านทรงเป็นปราชญ์เมธีที่ยิ่งใหญ่ค่ะ

ขออนุโมทนา และจะติดตามอ่านต่อค่ะ

ภญ.ธัญนันทน์ เลิศหิรัญวงศ์
Nuclear Pharmacist ค่ะ

โดย ธัญนันทน์ [19 มี.ค. 2547 , 10:54:05 น.] ( IP = 203.118.74.58 : : )


  สลักธรรม 30

อ่านข้อความของคุณวิชิต ที่เขียนมาทั้งหมดถึงเรื่องในอดีตชอบมากครับ แต่พอได้อ่านพระท่านกล่าวไว้แล้วมีคนนำมาขยายให้รู้กันทั่วถึงกลับวุ่นใจแปลกครับลองมาอ่านตรงนี้นะครับผม

http://www.pantip.com/cafe/isolate/topic/M2716433/M2716433.html

โดย จรุง [19 มี.ค. 2547 , 13:27:43 น.] ( IP = 203.170.158.78 : : )
[ 1 ][ 2 ] [ 3 ] [ 4 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org