| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ธรรมะเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์อย่างไร
สลักธรรม 21กำเนิดของโลกนั้นเท่าที่นักวิทยาศาสตร์ค้นพบเดี๋ยวนี้ เป็นมาจากการควบแน่น หรือการรัดตรึงตัวของพลังงาน รวมทั้งแก๊ซต่างๆเข้ามาผสมกัน จนกระทั้งเกิดมาเป็นสสาร สสารหลายอย่างได้รับความร้อน ความกดดัน แสงสว่าง ความชื้น และอื่นๆกลายเป็นสัตว์เซลล์เดียวขึ้น
หลักใหญ่อยู่ที่ว่า ไม่มีใครสร้าง เกิดขึ้นมาเองด้วยอาศัยเหตุต่างๆ และวิวัฒนาการต่อไป อย่างที่กล่าวมาแล้ว
ทีนี้ท่านอาจจะถามไปอย่างที่ผมเคยถามตัวเองเสมอ ถ้าอย่างนั้นแล้วความชื้นมาจากไหน พลังงานมาจากไหน แสงสว่างมาจากไหน
คำตอบก็มีว่า โลกของเราเป็นดาวนพเคราะห์ดวงหนึ่งของดวงอาทิตย์ พลังงานและแสงสว่างเราได้จากดวงอาทิตย์
ถ้าถามต่อไปอีกหน่อยว่า ก็ดวงอาทิตย์ล่ะเกิดอย่างไร ก็ตอบได้อีกว่าดวงอาทิตย์อาทิตย์มันมีแก๊ซ และแกนเป็นแก๊ซที่กำลังอยู่ในภาวะที่ปั่นป่วนใหญ่ เป็นอนิจจังขนาดขยายหลายล้านๆเท่าทีเดียว คือว่าผันผวนพัวพันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ปล่อยพลังงานและแสงสว่างออกมา ถ้าถามต่อไปอีกว่า แล้วดวงอาทิตย์ละมาจากไหน แก๊ซในดวงอาทิตย์มาจากไหน ก็ตอบได้ว่า มาจากจักรวาล ดวงอาทิตย์ตั้งหลายพันเท่า ซึ่งมีตั้งหลายหมื่นจักรวาลเหลือเกิน เท่าที่ค้นพบได้เดี๋ยวนี้
ถ้าถามต่อไปอีกว่า จักรวาลอย่างนั้นน่ะมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ก็เลยไม่รู้จบรู้จนกัน
ถ้าไม่ยอมจบและเป็นคนรู้จักกันก็พอหอมปากหอมคอ ถ้าคนไม่รู้จักกันบางทีอาจ..จะถึงเลือดตกยางออก..นักวิทยาศาสตร์กับนักวิทยาศาสตร์นะครับ ถ้าลองถามถึงแก่นขนาดนี้แล้ว ซึ่งถ้าเป็นนักวิทยาศาสตร์ก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ทีนี้นักวิทยาศาสตร์ถืออย่างเดียวโดย อ.วิชิต ธรรมรังษี [18 มี.ค. 2547 , 13:23:09 น.] ( IP = 203.170.150.67 : : )
สลักธรรม 22เวลาที่เขาจะอธิบายอะไรเท่าที่ความรู้และผลการทดลองที่พิสูจน์ถูกต้องพอบอกได้ในขณะนี้เป็นอย่างนี้ จากนั้นเป็นเรื่องสมมุติฐาน
เป็นเรื่องยังรอการพิสูจน์ทดลองทั้งสิ้นฉะนั้น เราจะเห็นว่า ที่พระพุทธเจ้าไม่ได้พูดถึงว่า กำเนิดโกเป็นอย่างไร ผมก็นึกว่าดีแล้ว ท่านพูดแต่เพียงอิงไปอิงมา ท่านไม่ได้ตอบปัญหาตรงๆเลย ผมนึกว่าถูกต้องแล้ว การรู้ว่ากำเนิดโลกเป็นอย่างไร กำเนิดมนุษย์เป็นอย่างไร ไม่เป็นทางแห่งความดับทุกข์ เพเราะฉะนั้นเสียเวลาเปล่าๆที่เราจะพิจารณาเรื่องนั้น เช่นเดียวกับนักวิทยาศาสตร์เหมือนกัน นักวิทยาศาสตร์รู้แค่นี้ก็บอกว่ารู้แค่นี้ ต่อไปอาจจะรู้มากขึ้นแค่ไหนอย่างไรไม่มีการยืนยัน ไม่รับรอง และไม่บังคับให้คนอื่นเชื่อถือตาม เพราะไม่เป็นข้อเท็จจริงพิสูจน์ทดองยังไม่ได้ ทีนี้บางคนก็พยายามเหลือเกินที่จะว่า ทั้งที่ท่านไม่ได้พูด ท่านอาจจะเลียบๆเคียงๆไว้ทางโน้นไว้ทางนี้ อันนี้ผมว่า ยังไม่สมควรที่จะจัดอ้างเอาเข้าไปให้เป็นพระพุทธดำรัสหรอกครับ เพราะฉะนั้นหลักการอันนี้เราจะเห็นว่าทำไมพุทธศาสนาจึงแตกต่างจากศาสนาอื่น ทำไมศาสนาพุทธจึงตรงกับวิทยาศาสตร์มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหลักพระธรรมใหญ่ๆที่ผมได้พูดถึงแล้ว
โดย อ.วิชิต ธรรมรังษี [18 มี.ค. 2547 , 13:24:07 น.] ( IP = 203.170.150.67 : : )
สลักธรรม 23ต่อไปนี้ ผมก็จะพูดถึงพระสงฆ์ในพุทธศาสนา..
องค์พระสงฆ์นี้พระพุทธเจ้านั้นแหละก็เป็นพระสงฆ์องค์แรก ผมได้กล่าวแล้วว่า.. พระพุทธเจ้าเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ ประเสริฐที่สุดในโลกอย่างไร..ขอประทานอภัยด้วยนะครับ ..ถ้ามีการเกินไป แต่ผมก็จะไม่พูดอะไรมาก พระสงฆ์นี้ก็เหมือนกับว่า นักวิทยาศาสตร์รุ่นหลัง นักวิทยาศาสตร์แรกๆได้แก่... สมเด็จพระพุทธองค์และพระอรหันต์ต่างๆพระสงฆ์ในปัจจุบันก็เท่ากับนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังศึกษาอยู่ หรือกำลังปฏิบัติอยู่ขณะนี้นั้นเอง
เพราะอะไร เพราะว่าพระวินัยหรือศีลนั้นก็เหมือนกับกฎเกณฑ์ทฤษฎีของวิทยาศาสตร์ที่ใช้อยู่นี้ ทุกอย่างต้องมีมาตราฐาน
ทุกอย่างต้องมีระเบียบข้อบังคับ เพราะฉะนั้นการที่มีกฎระเบียบข้อบังคับให้ท่าพิสูจน์จนกระทั้งพิสูจน์ได้แน่นอนมาหลายชั่วคนแล้วนี่มันก็กลายเป็น กฎเกณฑ์ เป็นหลักการ เป็นวิธีการ เป็นทฤษฎีขึ้นมา
ถ้าพูดทางพุทธศาสนา ศีลก็คือทฤษฎีและกฎเกณฑ์ต่างๆของนักวิทยาศาสตร์นั้นเองซึ่งนักวิทยาศาสตร์ต้องใช้อ้างอิง จะต้องใช้ปฏิบัติ เพราะว่าเป็นที่พิสูจน์แน่นอนแล้วว่า เป็นรากฐานที่จะนำไปสู่การปฏิบัติพระธรรมให้ได้ดี หรือเป็นรากฐานแห่งการประพฤติดี เพื่อปฏิบัติให้หลุดพ้นจากทุกข์ได้
ตามที่ผมได้พยายามเปรียบเทียบด้วยความรู้อันจำกัดดังได้กล่าวเรียนมาแล้วนี้
ก็ใคร่ขอสรุปอีกทีหนึ่ง คือหลักการวิทยาศาสตร์ตรงกับหลักการของพุทธศาสนา นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่และประเสริฐที่สุดคือ พระพุทธเจ้า พระธรรมคำสั่งสอนที่เป็นหลักการใหญ่ๆเช่นกฎแห่งกรรม วัฏฏสงสาร ลักษณะทั่วไปของการวิวัฒนาการ และไตรลักษณ์ อันได้แก่ อนิจจัง อนัตตา สุญญตา เป็นหลักการหรือทฤษฎีกฎเกณฑ์ของวิทยาศาสตร์
และท้ายที่สุดได้เปรียบเทียบไว้ ก็คือพระสงฆ์ คือนักวิทยาศาสตร์หรือผู้ที่กำลังศึกษาและปฏิบัติตนเพื่อเป็นนักวิทยาศาสตร์
ดังนั้นวิทยาศาสตร์จึงมีความสัมพันธ์กับธรรมะและพุทธศาสนาอย่างใกล้ชิดกันมากกว่าศาสนาใด
โดย อ.วิชิต ธรรมรังษี [18 มี.ค. 2547 , 13:27:34 น.] ( IP = 203.170.150.67 : : )
สลักธรรม 24สุดท้ายนี้ ผมขอกราบเรียนว่า ผมมีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาคุยกับท่านทั้งหลายในวันนี้
อย่างน้อยที่สุดก็ได้มีโอกาสแสดงทัศนะส่วนตัวให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์นั้นเป็นหลักการ เป็นวิชาที่มีการศึกษาและระเบียบวิธีปฏิบัติ เช่นเดียวกันกับพุทธศาสนาเป็นส่วนใหญ่ แต่ยังด้อยกว่าพุทธศาสนามากนัก ในการที่พึ่งจะคลำไปถึงแค่สิ่งที่เป็นวัตถุเท่านั้น
ทางพุทธศาสนาได้ก้าวไปเหนือกว่านั้นมากมาย ท่านได้พูดถึงวัตถุอย่างละเอียดลออไม่น้อยกว่าวิทยาศาสตร์ และค้นพบก่อนตั้งกว่า ๒,๐๐๐ ปี
ทั้งยังได้ค้นพบสิ่งที่เหนือกว่าวัตถุหรือพลังงาน คือจิตที่ควบคุมวัตถุหรือควบคุมพลังงานอีกด้วย
สิ่งหนึ่งที่ผมตั้งใจจะกล่าวตั้งแต่เริ่มต้นก็คือว่า ผมมีความรู้สึกกระดากและเกรงกลัวมากที่จะมาบรรยายในครั้งนี้ ถ้าไปพูดที่อื่นที่เป็นชุมนุมของพุทธศาสนิกชนธรรมดา หรือตามวัดวาอาราม ผมก็ยังไม่ค่อยจะรู้สึกประหม่าและกระดากเท่ากับที่นี่ ซึ่งเป็นที่ชุมนุมของนักอภิธรรมทั้งหลาย เพราะผมทราบดีว่าอภิธรรมนั้นเป็นธรรมะชั้นสูง แล้วก็มีความละเอียดอ่อนลึกซึ้งมากกว่า และอภิธรรมสามารถอธิบายอะไรๆได้หลายอย่างมากกว่า ผมจึงขอฝากความรู้สึกและขออภัยด้วย
ถ้าท่านเกิดความเบื่อหน่ายหรือไม่พอใจ ในขณะเดียวกันขอขอบคุณมากที่ให้เกียรติผมที่ให้โอกาสมาปรากฏตัวในที่นี้ และหวังว่าที่ผมได้พยายามในวันนี้ คงจะไม่ผิดหลักของอภิธรรม
หรืออย่างน้อยก็ไม่ผิดหลักของพุทธศาสนา และผมขออภัยโทษด้วย ถ้าผมพูดวิทยาศาสตร์ผิดไปจากวิทยาศาสตร์ ในความอารามที่อยากจะพยายามปรับวิทยาศาสตร์ให้เข้ากับพุทธศาสนา
ทั้งนี้ก็เพเราะผมเชื่อว่าในหลักการใหญ่ๆแล้วต้องตรงกันเสมอ ขอขอบพระคุณโดย อ.วิชิต ธรรมรังษี [18 มี.ค. 2547 , 13:30:32 น.] ( IP = 203.170.150.67 : : )
สลักธรรม 25ขอเชิญติดตามต่อไปนะครับ
ที่ท่านอาจารย์บุญมีกล่าวจบรายการ
วันนี้ผมไม่ไหวแล้วครับ
ด้วยเจตนาเผยแผ่พระธรรม
ที่ตั้งใจแล้วกระทำแล้ว
จงเป็นพรสนองให้ท่านผู้อ่านที่รัก
จงสามารถเป็นผู้รอดพ้น
ความเห็นผิดได้ทั่วกันทุกๆคนนะครับ
และช่วยกันส่งกระทู้นี้ไปยังคนที่ท่านรู้จักด้วย
เพื่อพยุงพระศาสนาด้วยกันนะครับผมโดย อ.วิชิต ธรรมรังษี [18 มี.ค. 2547 , 13:35:10 น.] ( IP = 203.170.150.67 : : )
สลักธรรม 26กราบอนุโมทนา ขอบพระคุณมากค่ะ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะโดย น้องกิ๊ฟ [18 มี.ค. 2547 , 13:47:57 น.] ( IP = 203.146.170.21 : : )
สลักธรรม 27กราบขอบพระคุณ อ.วิชิต เป็นอย่างสูงค่ะที่นำสิ่งดี ๆ มีสาระมาให้อ่าน ทำให้เข้าใจเรื่องวิทยาศาสตร์กับธรรมมะได้เป็นอย่างดี ตอนนี้หนูกำลังอ่านเรื่องวิทยาศาสตร์กับสังคม ซึ่งเป็นตำราเรียนอยู่ค่ะ และจะติดตามอ่านตอนต่อไปน่ะค่ะ
โดย ติ๋ว [18 มี.ค. 2547 , 16:48:08 น.] ( IP = 203.151.46.132 : : 10.0.202.108 )
สลักธรรม 28ขอบคุณมากครับ ท่านอาจารย์วิชิตคงเก็บเรื่องราวดีในอดีตไว้มาก
หากทางมูลนิธินี้จะมีห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ให้ค้นหาดูได้ด้วยก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ความคิดของบัณฑิตในอดีตก็จะช่วยผู้ศึกษาในปัจจุบัน ให้พัฒนาได้อย่างต่อเนื่องครับโดย ใจเป็นธรรม [19 มี.ค. 2547 , 10:15:10 น.] ( IP = 203.156.7.190 : : )
สลักธรรม 29
อ่านแล้วสนุกมากค่ะ
พระพุทธองค์ท่านทรงเป็นปราชญ์เมธีที่ยิ่งใหญ่ค่ะ
ขออนุโมทนา และจะติดตามอ่านต่อค่ะ
ภญ.ธัญนันทน์ เลิศหิรัญวงศ์
Nuclear Pharmacist ค่ะโดย ธัญนันทน์ [19 มี.ค. 2547 , 10:54:05 น.] ( IP = 203.118.74.58 : : )
สลักธรรม 30อ่านข้อความของคุณวิชิต ที่เขียนมาทั้งหมดถึงเรื่องในอดีตชอบมากครับ แต่พอได้อ่านพระท่านกล่าวไว้แล้วมีคนนำมาขยายให้รู้กันทั่วถึงกลับวุ่นใจแปลกครับลองมาอ่านตรงนี้นะครับผม
http://www.pantip.com/cafe/isolate/topic/M2716433/M2716433.htmlโดย จรุง [19 มี.ค. 2547 , 13:27:43 น.] ( IP = 203.170.158.78 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |