| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ถามตอบในพระไตรปิฎกเล่ม ๑๔ ข้อ ๗๙๗ - ๘๑๗
๕. จูฬราหุโลวาทสูตร (๑๔๗) .
http://84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=14&A=10191&Z=10323
[๗๙๗] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรราหุล . เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน จักษุเที่ยงหรือไม่เที่ยง?
.
-ร. ไม่เที่ยง พระพุทธเจ้าข้า .
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุข? .
-ร. เป็นทุกข์ พระพุทธเจ้าข้า .
พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือที่จะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเรา นั่นอัตตาของเรา? .
-ร. ไม่ควรเลย พระพุทธเจ้าข้า . ( ตรัสถามแบบนี้กับรูป จักษุวิญญาณ จักษุสัมผัส เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ที่เกิดขึ้นเพราะจักษุสัมผัสเป็นปัจจัย จากนั้นตรัสถามถึงโสตะ ฆานะ ชิวหา กาย มโนแบบเดียวกับจักษุ )
.
ก็แหละเมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสคำเป็นไวยากรณ์นี้อยู่ จิตของท่านพระราหุลหลุดพ้นแล้วจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ถือมั่น และเทวดาหลายพันตนนั้นได้เกิดดวงตาเห็นธรรมอันปราศจากธุลีหมดมลทินว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา .
จบ จูฬราหุโลวาทสูตร ที่ ๕ .
โดย แววตะวัน [18 มี.ค. 2547 , 23:12:04 น.] ( IP = 169.210.4.131 : : )
สลักธรรม 1๖. ฉฉักกสูตร (๑๔๘) .
http://84000.org/tipitaka/pitaka2/v.php?B=14&A=10324&Z=10554
พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจักแสดงธรรมคือ ธรรมหมวดหก ๖ หมวด .
พวกเธอพึงทราบอายตนะภายใน ๖ อายตนะภายนอก ๖ หมวดวิญญาณ ๖ หมวดผัสสะ ๖ หมวดเวทนา ๖ หมวดตัณหา ๖ .
[๘๑๒] พ. ก็ข้อที่เรากล่าวว่า . พึงทราบอายตนะภายใน ๖ นั่นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว? .
-พ. ได้แก่ อายตนะคือจักษุ อายตนะคือโสตะ อายตนะคือฆานะ อายตนะคือชิวหา อายตนะคือกาย อายตนะคือมโน .
[๘๑๓] พ. ก็ข้อที่เรากล่าวว่า . พึงทราบอายตนะภายนอก ๖ นั่นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว? .
-พ. ได้แก่ อายตนะคือรูป อายตนะคือเสียง อายตนะคือกลิ่น อายตนะคือรส อายตนะคือโผฏฐัพพะ อายตนะคือธรรมารมณ์ .
โดย แววตะวัน [18 มี.ค. 2547 , 23:13:49 น.] ( IP = 169.210.4.131 : : )
สลักธรรม 2[๘๑๔] พ. ก็ข้อที่เรากล่าวว่า . พึงทราบหมวดวิญญาณ ๖ นั่นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว? .
-พ. คือ บุคคลอาศัยจักษุและรูป จึงเกิดจักษุวิญญาณ .
อาศัยโสตะและเสียง จึงเกิดโสตวิญญาณ .
อาศัยฆานะและกลิ่น จึงเกิดฆานวิญญาณ .
อาศัยชิวหาและรส จึงเกิดชิวหาวิญญาณ .
อาศัยกายและโผฏฐัพพะ จึงเกิดกายวิญญาณ .
อาศัยมโนและธรรมารมณ์ จึงเกิดมโนวิญญาณ .
[๘๑๕] พ. ก็ข้อที่เรากล่าวว่า . พึงทราบหมวดผัสสะ ๖ นั่นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว? .
-พ. คือ บุคคลอาศัยจักษุและรูปเกิดจักษุวิญญาณ ความประจวบของธรรมทั้ง ๓ เป็นผัสสะ . ( โสตะและเสียง ฯลฯ .มโนและธรรมารมณ์ ก็เช่นเดียวกัน ) .
[๘๑๖] พ. ก็ข้อที่เรากล่าวว่า . พึงทราบหมวดเวทนา ๖ นั่นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว?
.
-พ. คือ บุคคลอาศัยจักษุและรูปเกิดจักษุวิญญาณ ความประจวบของธรรมทั้ง ๓ เป็นผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัยจึงมีเวทนา . ( โสตะและเสียง ฯลฯ .มโนและธรรมารมณ์ ก็เช่นเดียวกัน ) .
โดย แววตะวัน [18 มี.ค. 2547 , 23:16:37 น.] ( IP = 169.210.4.131 : : )
สลักธรรม 3[๘๑๗] พ. ก็ข้อที่เรากล่าวว่า . พึงทราบหมวดตัณหา ๖ นั่นเราอาศัยอะไรกล่าวแล้ว? .
-พ. คือ บุคคลอาศัยจักษุและรูปเกิดจักษุวิญญาณ ความประจวบของธรรมทั้ง ๓ เป็นผัสสะ เพราะผัสสะเป็นปัจจัยจึงมีเวทนา เพราะเวทนาเป็นปัจจัย จึงมีตัณหา . ( โสตะและเสียง ฯลฯ .มโนและธรรมารมณ์ ก็เช่นเดียวกัน ) .
ผู้ใดกล่าวอย่างนี้ว่า จักษุเป็นอัตตา คำของผู้นั้นไม่ควร .
จักษุย่อมปรากฏแม้ความเกิด แม้ความเสื่อม .
ก็สิ่งใดแลปรากฏแม้ความเกิด แม้ความเสื่อม สิ่งนั้นต้องกล่าวได้อย่างนี้ว่า อัตตาของเราเกิดขึ้นและเสื่อมไป . ( คือถ้าบอกว่าจักษุเป็นอัตตา ก็เท่ากับบอกว่าอัตตาของเรานั้นเกิดขึ้นและเสื่อมได้ ซึ่งขัดกันเอง ) .
เพราะฉะนั้น คำของผู้ที่กล่าวว่าจักษุเป็นอัตตานั้นจึงไม่ควร .
ด้วยประการฉะนี้ จักษุจึงเป็นอนัตตา . ( รูป จักษุวิญญาณ จักษุสัมผัส เวทนาตัณหาก็เช่นเดียวกัน ) .
โดย แววตะวัน [18 มี.ค. 2547 , 23:18:35 น.] ( IP = 169.210.4.131 : : )
สลักธรรม 4ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุคคลอาศัยจักษุและรูปเกิดจักษุวิญญาณ .
ความประจวบของธรรมทั้ง ๓ เป็นผัสสะ .
เพราะผัสสะเป็นปัจจัย ย่อมเกิดความเสวยอารมณ์เป็นสุขบ้าง เป็นทุกข์บ้าง มิใช่ทุกข์มิใช่สุขบ้าง .
เขาอันสุขเวทนาถูกต้องแล้ว ย่อมไม่เพลิดเพลิน ไม่พูดถึง ไม่ดำรงอยู่ด้วยความติดใจ .
จึงไม่มีราคานุสัยนอนเนื่องอยู่ .
( เขา )อันทุกขเวทนาถูกต้องแล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก ไม่ลำบาก ไม่ร่ำไห้ ไม่คร่ำครวญทุ่มอก ไม่ถึงความหลงพร้อม
.
จึงไม่มีปฏิฆานุสัยนอนเนื่องอยู่ .
( เขา )อันอทุกขมสุขเวทนาถูกต้องแล้ว ย่อมทราบชัดความตั้งขึ้น ความดับไป คุณ โทษ และที่สลัดออกแห่งเวทนานั้น ตามความเป็นจริง .
จึงไม่มีอวิชชานุสัยนอนเนื่องอยู่ .
โดย แววตะวัน [18 มี.ค. 2547 , 23:20:17 น.] ( IP = 169.210.4.131 : : )
สลักธรรม 5ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่บุคคลนั้น
.
ละราคานุสัยเพราะสุขเวทนา .
บรรเทาปฏิฆานุสัยเพราะทุกขเวทนา .
ถอนอวิชชานุสัยเพราะอทุกขมสุขเวทนา .
ยังวิชชาให้เกิดขึ้นเพราะละอวิชชาเสียได้ .
แล้วจักเป็นผู้กระทำที่สุดแห่งทุกข์ในปัจจุบันได้ .
นั่นเป็นฐานะที่มีได้ . ( โสตะและเสียง ฯลฯ .มโนและธรรมารมณ์ ก็เช่นเดียวกัน ) .
เมื่อพระผู้มีพระภาคกำลังตรัสไวยากรณ์ภาษิตนี้อยู่ ภิกษุประมาณ ๖๐ รูป ได้มีจิตหลุดพ้นจากอาสวะ เพราะไม่ถือมั่นแล .
จบ ฉฉักกสูตร ที่ ๖ .
ขอบคุณที่สนใจอ่านครับ.
โดย แววตะวัน [18 มี.ค. 2547 , 23:21:27 น.] ( IP = 169.210.4.131 : : )
สลักธรรม 6
ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะโดย พี่ดา [22 มี.ค. 2547 , 09:57:28 น.] ( IP = 203.118.81.130 : : )
สลักธรรม 7
ติดภารกิจที่กระทู้อื่นๆ เพิ่งมีโอกาสเข้ามาอ่านด้วยความสงบใจในวันนี้ ....ชอบเรื่องพระราหุล และธรรมหมวดหกก็เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ...
ขอบคุณมากค่ะคุณแววตะวันโดย น้องกิ๊ฟ [30 มี.ค. 2547 , 19:55:57 น.] ( IP = 202.129.45.195 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |