มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ธรรมะเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์อย่างไร..ตอน 2 ครับ




สวัสดีครับทุกๆท่าน
ผมได้นำ..ปาฐกถาธรรม.. โดย

ศาสตราจารย์ ยศ บุนนาค
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์
มาให้ท่านได้อ่านหาความรู้กันไปแล้ว
ที่กระทู้ 04783 แล้วนะครับ


ถ้าท่านที่ยังไม่ได้อ่านก็ขอเชิญกดอ่านที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้ได้..ก่อนที่จะอ่านการกล่าวจบ ปาฐกถาครั้งนี้ ก่อนนะครับผม

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=4783

โดย วิชิต ธรรมรังษี - [19 มี.ค. 2547 , 20:50:31 น.] ( IP = 203.170.158.216 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]


  สลักธรรม 11

องค์ปาฐกยังได้ชี้ให้เห็นอีกประการหนึ่งก็คือ นักวิทยาศาสตร์ค้นคว้าเรื่องรูป เรื่องสสารและพลังงานนี้เป็นเวลานานมาแล้ว

แต่ทว่า จำนวนเวลาที่ยานานเหล่านี้ นักวิทยาศาสตร์ซึ่งเดี๋ยวนี้เราถือว่า....ได้ค้นคว้าเรื่องของจิตหรือของวิญญาณ และได้อนุโลมว่าเป็นวิชาวิทยาศาสตร์สาขาหนึ่ง แต่อย่างไรก็ดี การค้นคว้าดังกล่าวนี้ก็เป็นการค้นคว้าที่เพิ่งจะถึง ก. ข. ก. กา เท่านั้น ..เพราะว่าตำราจิตวิทยาทุกเล่ม... ก็ยังไม่มีเล่มไหนที่พูดว่า จิตคืออะไร

ขณะเห็นขณะได้ยิน ขณะนอนหลัง ขณะที่กำลังผันนั้นจิตมัวทำอะไรกันบ้าง

ไม่ต้องพูดไปถึงจิต ในขณะตาย ในขณะเกิด เพียงแต่อธิบายถึงปรากฏการณ์ของจิต หรืออธิบายถึงพฤติกรรมที่แสดงออกของจิตเท่านั้น

แต่ในปรมัตถธรรมเราเรียนรู้ว่า จิตคืออะไร

เราเรียนรู้ว่า ในขณะที่เห็นได้ยิน ในขณะที่กำลังนอนหลังและในขณะที่กำลังฝันอยู่

ตลอดจนขณะตาย ขณะเกิด จิตใจมันทำอะไรกันอยู่ทั้งรูปทั้งนามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแสดงนั้นลึกซึ้งละเอียดอ่อนเหลือเกิน

เราศึกษากันด้วยความยากลำบาก แต่ทว่า เมื่อมี ความเข้าใจแล้ว เข้าถึงชีวิตจิตใจจริง ๆ แล้วก็สามารถตอบปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างมากมาย กว้างขวาง

นักวิทยาศาสตร์ได้ทำให้โลกเจริญขึ้นมาในทางวัตถุ ในทางสสาร

แต่นักวิทยาศาสตร์พระสัมมาสัมพุทะเจ้าได้แสดงให้เรารู้ในเรื่องของชีวิตอย่างลึกซึ้ง.. แล้วนำหนทางแห่งการพ้นทุกข์ที่พ้นได้.. ตลอดกาลนิรันดรมาให้

ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า... ท่านเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ประเสริฐ เพราะนักวิทยาศาสตร์ทั้งหลายในโลกนี้ ...ไม่อาจจะทำให้สัตว์ทั้งหลายพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด

อย่างที่องค์ปาฐกได้แสดงถึงอำนาจของกรรมทำให้เกิดการหมุนเวียน แต่ยังไม่มีนักวิทยาศาสตร์คนใดทำให้การหมุนเวียนนี้สะดุดหยุดลงได้เลย

โดย วิชิต ธรรมรังษี [19 มี.ค. 2547 , 22:07:56 น.] ( IP = 203.170.158.216 : : )


  สลักธรรม 12

ปาฐกถาของท่านในวันนี้...นับว่าได้ประโยชน์เป็นอันมาก

ดังนั้นผมจึงขอเชิญชวนท่านทั้งหลายขอบคุณท่านปาฐก โดยปรบมือขึ้นอีกสักครั้งหนึ่ง..

ในนามของอภิธรรมมูลนิธิ.. ผมขอขอบคุณท่านศาสตราจารย์ ยศ บุนนาค เป็นอย่างสูง กับขอมอบหนังสือปรมัตถธรรมชื่อ “แสงสว่างของชีวิต” มีจำนวน ๙ เล่มด้วยกัน กับอีกเล่มหนึ่งเป็นหนังสือชื่อชีวิต เป็นฉบับภาษาอังกฤษมอบให้แก่ท่าน



ได้มีท่านผู้มีเกียรติซักถามปัญหา และองค์ปาฐกได้ตอบดังต่อไปนี้

ถาม พระอาทิตย์สลายตัวด้วยหรือเปล่า
ถ้าสลายตัวแล้วก็ขอคำอธิบายด้วยว่า
มันสลายกันอย่างไร ?



ตอบ เรื่องนี้ผมจะพยายามตอบให้ตรงเป้าสักหน่อย เท่าที่สามรถจะทำได้

ก่อนอื่นผมต้องขอชี้แจงสักเล็กน้อย นักวิทยาศาสตร์ก็มีหลายสาขา แล้วก็ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ก็แบ่งออกแยกออกละเอียดมากมาย.... สำหรับเรื่องดวงอาทิตย์นี้เป็นสาขาของดาราศาสตร์สาขาหนึ่ง

แต่คำถามนี้ก็อยู่ในหลักการใหญ่ทั่ว ๆ ไป เท่าที่ผมทราบมา ดวงอาทิตย์ก็ประกอบด้วยสสารอย่างที่ได้กล่าวแล้วคือพลังงานที่อยู่ในปรมาณู....ซึ่งอยู่ในภาวะที่เราเรียกว่า... เปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลอยู่ตลอดเวลาทีเดียว

การเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลนั้น ทำให้เกิดพลังงานขึ้นมา


โดย วิชิต ธรรมรังษี [20 มี.ค. 2547 , 05:18:42 น.] ( IP = 203.107.203.179 : : )


  สลักธรรม 13

.. คือถ้าพูดไป พระอาทิตย์ก็เป็นดวงไฟดวงใหญ่ ที่จริงเราเห็นอย่างที่ท่านประธานกรรมการมูลนิธิอธิบายนี้ เราเห็นแต่เพียงว่า คุณภาพหรือปรากฏการณ์ที่ออกมาเท่านั้น...

แต่ที่จริงนั้น ในนั้นประกอบไปด้วยปรมาณูมากมาย แล้วก็กำลังอยู่ในภาวะที่ปั่นป่วนมาก การปั่นป่วนนี้เขาอธิบายว่า เนื่องจากว่าสสารอนุภาคต่าง กำลังสลายแตกออก รวมตัวกันเข้า เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่มากหลาย เป็นการสลายตัวจากปรมาณูอย่างหนึ่งไปอีกปรมาณูหนึ่ง

การรวมตัวของอนุภาค ของปรมาณูอันหนึ่ง เกิดปรมาณูอีกชนิดหนึ่งล้วนแต่ให้พลังงานอย่างมหาศาลทั้งนั้น พลังงานที่ให้ออกมานี้ เราจะเห็นออกเป็นแสดงสว่างเป็นความร้อน และเป็นแสงชนิดที่เรายังไม่ทราบทั้งหมดว่า จะมีผลดีหรือผลร้ายอย่างไร

พลังงานต่าง ๆ มาจากไหนเล่าครับ... ก็มาจากมวลของปรมาณูนั่นเอง


เพราะฉะนั้น เมื่อพลังงานเปลี่ยนเป็นแสงสว่างออกมา เป็นความร้อนส่งออกมา เป็นรังสีอื่น ๆ ส่งมาจากดวงอาทิตย์

ดวงอาทิตย์ก็จะค่อย ๆ สายตัวไปทีละน้อย ๆ แต่ระยะของเวลาสลายนั้นกว่าจะหมด ก็เห็นจะอีกหลายพันล้านปี

แต่เดี๋ยวนี้นักวิทยาศาสตร์บางคน ก็รู้สึกจะวิตกกังวลเป็นอันมากว่า ....พระอาทิตย์นี้กำลังค่อย ๆ เย็นลง เนื่องจากมีพลังงานในรูปต่าง ๆ ปล่อยออกมาเรื่อย ๆ เย็นลง ๆ ทุกขณะ ประมาณ ๑ ถึง ๒ ดีกรี ต่อกี่พันปี ผมก็จำไม่ได้แล้วครับ....แต่หมายความว่า ..เสื่อมน่ะเสื่อมแน่ ...สลายน่ะสลายแน่.. เนื่องจากพลังงานออกมาเรื่องทั้งในรูปของแสง ของความร้อน ของรังสีต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็ต้องมีวันหมดไป

โดย วิชิต ธรรมรังษี [20 มี.ค. 2547 , 05:22:14 น.] ( IP = 203.107.203.179 : : )


  สลักธรรม 14

แต่ผมขอฝากไว้เป็นข้อสังเกตอังหนึ่ง

จักรวาลที่โลกของเรารวมกันอยู่นี่.. คือสุริยจักรวาล ยังมีจักรวาลที่ใหญ่กว่านี้ อีกหลายหมื่นจักรวาล หลายแสนจักรวาล

เพราะฉะนั้นสุริยจักรวาลของเรา ก็มีเพียงแต่เป็นหน่วยเล็ก ๆ หน่วยหนึ่ง ในมหาจักรวาล

ฉะนั้น ทุก ๆ อย่างก็เป็นไปตามที่พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงไว้

คือทุกสิ่งทุกอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลง และอยู่ในภาวะที่สลายตัวเรื่องเสมอไป

ถึงแม้จะรวมตัวกันบ้าง ก็รวมกันชั่วขณะแล้วก็สลายไป เห็นจะพอแล้วนะครับ.


อาจารย์บุญมีเพิ่มเติม

ผมขอเติมธรรมะ ในเรื่องที่ถามนี้สักนิดหนึ่งว่า

ในเรื่องของดาวพระเคราะห์ต่าง ๆ และดาวฤกษ์คือดวงอาทิตย์ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้มีอยู่หลายแห่งในพระไตรปิฎก.

โลกของเรานี้ ดวงอาทิตย์ของเรานี้
วันหนึ่งจะไม่มี จะถูกทำลายพินาศไป
สัตว์ทั้งหลายในโลกจะล้มหายตายสิ้น

แล้วในที่สุดจะไปก่อตัวรวมกันใหม่อีก
สลายตัวกันหมดแล้วจะรวมกันอีก


ท่านแสดงไว้ว่า จักรวาลนั้น หมายถึงดวงอาทิตย์และมีดาวต่างๆ จำนวนมากล้อมรอบอยู่

พระพุทธศาสนา ได้แสดงว่า จักรวาลนั้นมีเป็นอนันตัง คำว่าอนันตังแปลว่า นับจำนวนไม่ได้เลย... ไม่ใช่หมายถึงดาวพระเคราะห์นับไม่ได้ หรือดวงอาทิตย์นับไม่ได้เท่านั้น นับจักรวาลก็ไม่ได้ว่าจักรวาลนี้จำนวนเท่าไร

โดย วิชิต ธรรมรังษี [20 มี.ค. 2547 , 05:30:53 น.] ( IP = 203.107.203.179 : : )


  สลักธรรม 15

ผมขอยกเรื่องมาแสดงประกอบสักหน่อย.. คือผู้อิทธิฤทธิ์มาก เหาะเหิรเดินอากาศได้ด้วยความเร็ว เท่ากับลุกธนูที่ยิงออกมาจากแหล่ง

โดยผู้ยิงคือนายพรานหนุ่มฉกรรจ์ ...ไม่ใช่นายพรานแก่เสียด้วยนะครับท่าน

มีฤาษี ๔ ตนนี้ ตกลงกันว่า เราจะลองเหาะไปดูในสากลจักรวาลนั้นว่า มันจะไปสิ้นสุดกันที่ไหน?

เมื่อตกลงกันดังนั้นแล้ว ฤาษี ๔ ตนก็หันหลังให้กันแล้วก็ออกเดินทาง ..โดยเหาะไปด้วยความเร็วในทิศทั้ง ๔ เดินทางตลอดวันตลอดคืน

จนกระทั่งฤาษีแก่ ลง ๆ แล้วก็ตายหมดทั้ง ๔ คนก็ไม่จบจักรวาลได้เลย.


ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีใครมาถามว่า... จักรวาลนี้มันไปสิ้นสุดที่ไหน ..

ก็ยกเรื่องฤาษีนี้มาว่าให้ฟังเสร็จแล้ว...ก็ไม่ต้องตอบ
คิดเอาเองก็แล้วกันว่าสิ้นสุดที่ไหน

แต่อย่างไรก็ดี โลกของเราก็ดี ..ดวงอาทิตย์ก็ดี... ไม่เที่ยง และเมื่อวันหนึ่งมาถึงเข้าก็ดับหมดไม่มีเหลือ

ถ้าเราต้องเกิดก็ไปเกิดในแสนโกฏิจักรวาลอื่น เพราะจักรวาลนี้ เมื่อถูกทำลายลงแล้ว ก็ไม่ใช่ทำลายจักรวาลนี้จักรวาลเดียวเท่านั้น ลงมันเสียศูนย์ถ่วงไป ๑ จักรวาล จักรวาลอื่นอีกเป็นอันมาก ก็พลอยด้วยเช่นกัน

ถ้าท่านได้มาศึกษาปรมัตถธรรม ก็จะเห็นความจริงว่า
ในเรื่องของจักรวาลนี้..มีคำว่าเวหัปผลาอยู่คำหนึ่งว่า. .” ผู้ใดก็ตามทำกุศลชนิดที่เรียกว่ามีกำลังมาก.. ไปเกิดในเวหัปผลา จึงจะพ้นจากการทำลาย”

เพราะฉะนั้นเกิดเป็นสัตว์นรก เกิดเป็นเทวดากี่ชั้น ๆ ก็อยู่ไม่ได้ นรกก็หมด เทวดาก็หมด แม้พรมชั้นต้น ๆ ก็ยังหมดต้องไปเกิดที่เวหัปผลาจึงจะพ้นไม่อย่างนั้น
ก็จะต้องเกิดนอกแสนโกฏิจักรวาล



โดย วิชิต ธรรมรังษี [20 มี.ค. 2547 , 05:41:14 น.] ( IP = 203.107.203.179 : : )


  สลักธรรม 16

ถ้าท่านยังไม่เคยได้ศึกษาปรมัตถธรรม ...ขอเชิญมาศึกษาได้ที่นี่
ทุก ๆ วัน เสาร์และวันอาทิตย์

มีการบรรยายปรมัตถธรรมทั้งสองวัน.. ผู้บรรยายก็มีหลายท่าน แล้วก็มีหลายห้องเรียน หนังสืออย่างง่ายๆ ที่จะให้ท่านศึกษาได้ที่บ้านของท่านเองก็มีมากมาย

ขอเชิญท่านมาติดต่อเพื่อประโยชน์แก่ชีวิตของท่านเองได้ทุก ๆ วันครับ ท้ายนี้ขอความสุขความสวัสดีจงบังเกิดขึ้นแด่ท่านสาธุชนได้โดยพร้อมเพียงกัน.


จบการปาฐกถาธรรม ในหัวข้อเรื่อง
.. ธรรมะเกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์อย่างไร

โดยศาสตราจารย์ ยศ บุนนาค
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์


กระผม ..วิชิต ธรรมรังษี ได้อาศัยความเคารพนับถือ และระลึกถึงพระคุณของท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร มาตลอดตราบเท่าทุกวันนี้.

จึงได้อาศัยความศรัทธานี้ นำเรื่องราวที่มีอยู่ในเทปการบรรยายในครั้งนั้น นำมาพิมพ์ให้ท่านท่านหลายได้ศึกษาหาความรู้โดยทั่วกันในครั้งนี้

นอกจากจะเป็นการช่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนาแล้ว ด้วยจิตที่บูชานับถือท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร

ในวาระวันที่ 15 มีนาคม ของทุกๆปี ถือกันว่าเป็นวันคล้ายวันเกิดของท่าน ผู้เป็นประทีปดวงเอกแห่งวงการพระอภิธรรม กระผมขอน้อมนำกุศลนี้ เป็นเครื่องบูชาสักการะ พระคุณ ของท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร ด้วยความเคารพสักการะยิ่งครับ.

แหละขอจงเป็นพลวะปัจจัย ส่งผลมายังท่านผู้ร่วมเดินทางไกลในวัฏฏสงสารทุกๆท่าน จงได้รับผลบุญที่กระผมทำนี้ ทำให้ท่านสามารถคลายความเห็นผิดได้โดยทั่วกันทุกท่านนะครับ...

ด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ใจครับ
วิชิต ธรรมรังษี.

โดย วิชิต ธรรมรังษี [20 มี.ค. 2547 , 06:01:41 น.] ( IP = 203.107.203.179 : : )


  สลักธรรม 17

กราบวันทาบูชาท่านอาจารย์ครับ

สิบห้ามีนาคมบรรจบ.....คราเอย
ผู้นำอภิธรรมนาวา......ใหญ่ล้น
สั่งสอนข้ามวัฏฏะนา...เวียนเกิด
สู่จุดหมายดับพ้น..............ถึงซึ่ง .พระนิพพาน


เทิดพระคุณเหนือเกล้า
วิชิต ธรรมรังษี.

โดย วิชิต ธรรมรังษี [20 มี.ค. 2547 , 06:29:49 น.] ( IP = 203.107.203.179 : : )


  สลักธรรม 18


สวัสดีค่ะท่านอาจารย์วิชิต

มาติดตามอ่านต่อด้วยใจจดจ่อ

ขอบพระคุณมากนะคะที่นำเรื่องราวสาระดีๆของท่านพระอาจารย์บุญมี เมธางกูร มาให้อ่าน

ขณะที่อ่านนั้นเหมือนได้ร่วมนั่งฟังอยู่ด้วยค่ะ
ดีใจจริงๆ ขอบคุณมากนะคะ

โดย ธัญนันทน์ [20 มี.ค. 2547 , 09:28:02 น.] ( IP = 203.118.74.16 : : )


  สลักธรรม 19

ขอบพระคุณท่านอาจารย์วิชิตค่ะ
ที่ได้นำการบรรยายที่ดีๆ มาพิมพ์ เพื่อการศึกษาค่ะ

โดย เซิ่น [20 มี.ค. 2547 , 18:56:20 น.] ( IP = 203.156.46.221 : : )


  สลักธรรม 20



ค่อยๆ อ่าน อย่างตั้งใจ

สำหรับกระทู้นี้



ในฐานะที่เคยเรียน วิทยาศาสตร์มาด้วย


ยิ่งองค์ปาฐก คือ ท่าน ศาสตราจารย์ ยศ บุนนาค เป็นผู้มีความรู้ ด้วยตำแหน่งที่เป็น …
อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์
…


ทำให้ดีใจว่า กระทู้นี้ น่าจะทำให้นักวิชาการ หันมาสนใจศึกษาพุทธศาสนามากขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ความพากภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็น พุทธศาสนิกชน


ดีใจมากๆ...
ที่ได้มาศึกษาพระอภิธรรม



เพราะ เมื่อเรียนแล้ว ได้คำตอบ ที่ตนเอง เคยสงสัย



ระลึกถึงพระคุณ
ท่านอาจารย์บุญมี เมธางกูร


ตลอดเวลา
ที่ก่อตั้ง สถานที่ อันเป็นที่มั่น
ให้กับพวกเราทุกคน


กราบขอบพระคุณ ครูอาจารย์ทุก ๆ ท่าน
ที่คอยประคับประคองเพื่อให้พวกเราไปสู่ที่หมาย
ได้ในที่สุด



กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์วิชิต ธรรมรังษี มากค่ะ

โดย วยุรี [21 มี.ค. 2547 , 08:12:34 น.] ( IP = 203.113.39.10 : : )
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org