มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การพัฒนาชีวิตตามหลักทางสายกลาง





การพัฒนาชีวิตตามหลักทางสายกลาง



พุทธศาสนาจึงเน้นให้มีการสร้างสัมมาทิฏฐิให้เกิดขึ้นก่อน โดยใช้ปัจจัย ๒ ด้าน
คือ ปัจจัยภายนอก ได้แก่ การคบหากัลยาณมิตร และการได้รับคำแนะนำสั่งสอนที่ดีงาม เป็นต้น
และปัจจัยภายใน ได้แก่ การคิดอย่างถูกวิธี หรือคิดแบบโยนิโสมนสิการ



สัมมาทิฏฐิจะมีบทบาทเป็นตัวชี้นำ ขับเคลื่อน และกำกับทิศทางการพัฒนาชีวิตตั้งแต่ต้นจนจบ โดยในจุดเริ่มต้นของการพัฒนา สัมมาทิฏฐิจะเป็นศูนย์รวมของความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการแก้ปัญหาชีวิตตามหลักอริยสัจ ๔ จากนั้นก็ขับเคลื่อนชีวิตเข้าสู่กระบวนการพัฒนาสัมมาทิฏฐิ จะแสดงบทบาทเป็นตัวกำกับกระบวนการพัฒนาตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน คือ ตั้งแต่ขั้นความเชื่อในกฏแห่งกรรมจนถึงขึ้นบรรลุอริยผล



ลักษณะที่มีดุลยภาพและเป็นองค์รวมในขั้นสุดท้ายของการพัฒนา สัมมาทิฏฐิที่ได้รับการพัฒนาจนแหลมคม จะแสดงบทบาทเป็นตัวตัดกิเลสสังโยชน์ให้หมดไปแล้วทำให้เข้าถึงความหลุดพ้นในที่สุด



เมื่อมองในเชิงคุณภาพ สัมมาทิฏฐิที่อยู่ในกระบวนการพัฒนาตั้งแต่ตั้นจนจบนั้น ไม่ได้เป็นไปในลักษณะหยุดนิ่งตายตัว หากแต่มีพลวัตในตัวเองและได้รับการพัฒนาให้คุณภาพสูงขึ้นโดยลำดับ โดยในจุดเริ่มต้นของการพัฒนา ศรัทธาจะมีบทบาทสูงมากในการยึดโยงผู้ศึกษาเข้าหากัลยาณมิตร แต่อยู่ภายใต้การกำกับของสัมมาทิฏฐิ พอกระบวนการพัฒนาดำเนินไปถึงขั้นบรรลุโสดาบันจนถึงขั้นอรหัตตมรรค สัมมาทิฏฐิจะมีคุณภาพถึงขั้นสมบูรณ์



ย่อมาจากวิทยานิพนธ์ : การศึกษาวิเคราะห์บทบาทและความสำคัญของสัมมาทิฏฐิในการพัฒนาชีวิตตามหลักมัชฌิมาปฏิปทาในพระสุตตันตปิฎก
ชื่อผู้เขียน : พระมหาสมบูรณ์ พรรณา



โดย ทรงธรรม [25 มี.ค. 2547 , 11:45:09 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

อนุโมทนาสาธุครับผม

โดย เณรชิต [25 มี.ค. 2547 , 19:52:14 น.] ( IP = 203.107.212.130 : : )


  สลักธรรม 2

ตามมาตอบถึงที่เลยครับ
........................................
_/l\_ สาธุ ......

ถูกต้องครับ

สิ่งอันเป็นปัจจัยที่สำคัญในการปฏิบัติธรรมก็มีอยู่สองอย่างดังที่กล่าวมาในหัวข้อกระทู้นี้ก็คือ

1. กัลยาณมิตร
2. โยนิโสมนสิการ

แต่ปัจจัยทั้งสองนี้ก็ต้องประกอบด้วยปัจจัยย่อยๆ อื่นที่จะค่อยส่งเสริมให้ปัจจัยสองตัวนี้สมบูรณ์ขึ้นเรื่อยๆ

กัลยาณมิตร ไม่ได้จำกัดหรือบ่งบอกถึงบุคคลในระดับระหนึ่ง หรือวัยใดวัยหนึ่ง

กัลยาณมิตรนั้นอาจจะเป็นครูบาอาจารย์ หรือเป็นเพื่อนร่วมปฏิบัติของเรา อาจจะมีวัยสูง หรือต่ำกว่าเราก็เป็นได้ แต่บุคคลนั้นได้รับการฝึกฝนจนเกิดความรู้ความเข้าใจ และเข้าถึงสภาวะธรรม ที่สูงกว่าเรา จนสามารถให้คำแนะนำเราปฏิบัติ และแก้ไขเมื่อเราปฏิบัติพลาดได้ นี้เรียกว่า "กัลยาณมิตร"

การที่เราจะเจอกับกัลยาณมิตรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับตัวเรา อันเป็นปัจจัยประกอบ เช่นเราอาจจะเคยรู้จักและเคยสร้างความดีกันมาในชาติก่อน ชาตินี้ก็มาเจอกัน

และเมื่อเจอกันแล้ว เรายอมรับคำสั่งสอนคำแนะนำจากบุคคลนั้นหรือไม่ ถ้ายอมรับบุคคลนั้นก็จะเป็นกัลยาณมิตรของเราได้

และเมื่อเราได้เจอและยอมรับแล้ว ปัจจัยอีกอย่างหนึ่งก็คือเราเข้าใจในคำสั่งสอน คำแนะนำ ตักเตือนที่กัลยาณมิตรบอกกล่าวหรือไม่


โดย สายลม [26 มี.ค. 2547 , 02:38:45 น.] ( IP = 203.113.39.6 : : )


  สลักธรรม 3

โยนิโสมนสิการ

ในข้อความที่ยกเป็นหัวข้อกระทู้นั้นหมายความว่า "การคิดอย่างถูกวิธี"

คงยังเข้าใจยากอยู่สักนิดว่าการคิดอย่างถูกวิธีนั้นเป็นอย่างไร

ผมคิดว่าการคิดอย่างถูกวิธีนั้น ก็คือเป็นการคิดที่มีเหตุ และ ผล มารองรับความคิดเหล่านั้น

การคิดแบบนี้ต้องมาจากพื้นฐานของความจริง ก็คือการลงมือทำ
จะมานั่งคิดนั่งพิจารณาไปตามความรู้ที่จำจากครูอาจารย์ หรือจากตำรา อย่างเดียวนั้นไม่ได้
ซึ่งถ้าคิดแบบนั้น ก็จะเต็มไปด้วยความคาดเดา ว่าเป็นอย่างนั้นอย่างนี้

ฉะนั้นการคิดแบบโยนิโสมนสิการนั้น ต้องมีพื้นฐานจากเหตุผลที่ได้รับจากการลงมือทำอย่างเดียวเท่านั้น

เมื่อเราลงมือทำ เรายอมรับรู้อาการตามเป็นจริงของอารมณ์ ความรู้สึก ต่างๆ ภายในจิตใจของเรา
เมื่อเราได้รับรู้อารมณ์ที่เกิดจากความจริง เราก็นำสิ่งเหล่านั้นมาทบทวน บวกกับคำสั่งสอน แนะนำของกัลยาณมิตร ก็ยอมจะเกิดผล และผลเหล่านั้นก็ตั้งอยู่บนฐานของสัมมาทิฏฐิ

โดย สายลม [26 มี.ค. 2547 , 02:39:15 น.] ( IP = 203.113.39.6 : : )


  สลักธรรม 4

ปัจจัยประกอบที่จะทำให้เกิดโยนิโสมนสิการที่สมบูรณ์ก็คือสัมมาทิฏฐิ และสติปัญญา ของเรานั้นเอง

ถ้าขาดสองอย่างนี้แล้ว โยนิโสมนสิการ ก็จะเกิดไม่สมบูรณ์

เราลองพิจารณาดูว่า ถ้าเราคิดโดยมีพื้นของสัมมาทิฏฐิ คือความคิดเห็นที่ถูกต้องที่ตรง
และประกอบด้วยสติปัญญาของเราแล้ว ก็จะทำให้ความคิดพิจารณาอยู่นั้นมีประสิทธิภาพส่งผลให้เรามีความก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมเป็นอย่างมาก

แต่โอกาสที่ปัจจัยทั้งหมดนี้จะสมบูรณ์พร้อมนั้นก็มีโอกาสน้อยมากเหมือนกันครับ
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีเลย ก็ขึ้นอยู่กับบุญบารมี และความพร้อมของเราด้วยครับ

โดย สายลม [26 มี.ค. 2547 , 02:39:44 น.] ( IP = 203.113.39.6 : : )


  สลักธรรม 5

สิ่งสำคัญอันเป็นปัจจัยที่ทำให้ผู้ปฏิบัติธรรม ปฏิบัติแล้วได้ผล มีอยู่ 3 อย่าง คือ

1. ใจรัก
2. ถูกวิธี
3. ต่อเนื่อง

1. ใจรัก (ฉันทะ ความพึงพอใจในสิ่งที่ตัวเองกระทำอยู่)

สิ่งใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการงาน หน้าที่ ถ้าเรามีใจรักพึงพอใจกับสิ่งที่เราทำอยู่ เราก็จะมีความสุขกับหน้าที่การงาน ที่เราทำอยู่นั้น ความเบื่อหน่าย ท้อแท้ นั้นไม่มีแน่นอน อาจจะมีก็แต่ความเหนื่อยล่าบ้าง แต่นั้นก็เป็นส่วนของสังขารร่างกาย

ถ้าเรามีใจรักกับสิ่งที่เราทำอยู่ การพัฒนา การทำให้มากก็ย่อมตาม ซึ่งจะผิดกับการทำแบบจำใจต้องทำอันเกิดจากทำเพราะหยุดไม่ ทำแบบนั้นย่อมจะทำให้ผู้ทำเกิดความเบื่อหน่าย ท้อแท้ ขาดงาน ผลที่ออกมาก็แตกต่างกันเห็นได้ชัด

การมีใจรักกับสิ่งที่ทำนั้น ย่อมเกิดการพยายาม ความอดทนมากขึ้น ไม่เบื่อง่าย ไม่ท้อแท้เมื่อมีอุปสรรค

"การมีใจรักกับสิ่งที่ทำ ก็ทำให้เรามีความสำเร็จในสิ่งนั้นไปครึ่งหนึ่งแล้ว"

โดย สายลม [26 มี.ค. 2547 , 02:40:03 น.] ( IP = 203.113.39.6 : : )


  สลักธรรม 6

2. ถูกวิธี
ก็คือวิธีการปฏิบัติของเรา ที่เราทำอยู่นี้ต้องถูกต้องตามหลักสัมมาทิฏฐิด้วย

แม้ว่าเราจะมีใจรักกับการปฏิบัติธรรม แต่เราไม่รู้ว่าสิ่งเราทำอยู่นั้นไม่ถูกวิธีตามหลักสัมมาทิฏฐิ ตามมรรคมีองค์ 8 ประการ แม้ว่าเราจะพยายามอย่างไร ผลที่ได้รับก็ไม่สมกับความตั้งใจความพยายามของเราที่เราทุ่มเทลงไป ดั่งคำพังเพยที่ว่า "ตำน้ำพริก ละลายแม้น้ำ" (ไม่รู้ว่าเข้ากันได้รึป่าวว?)

แต่ถ้าวิธีการปฏิบัติที่เราทำอยู่นี้ ถูกต้องตามหลักสัมมาทิฏฐิจริงแล้ว การปฏิบัติของเราก็จะได้รับผล

...
การที่จะรู้ว่าวิธีการปฏิบัติของเราถูกต้อง ถูกวิธี หรือเปล่านั้น ก็ยากที่บอกได้เหมือนกัน

เพราะแต่ละวิธี แต่ละสำนัก ก็บอกว่าวิธีที่สอนกันนั้นถูกต้อง ถูกวิธี
ก็ขึ้นอยู่กับสติปัญญา,วิจารณญาณ,โยนิโสมนสิการ ของเราเอง

แต่ขอบอกว่า วิธีใดๆ ถ้าเราทำแล้วทำให้เราลดละความทุกข์ และสร้างความสุขแก้เราได้ เราก็ควรพยายามรักษาความตั้งใจความพยายามของเราไว้ ไม่ควรไปกังวลกับวิธีการปฏิบัติจนทำให้เรากังวล ลังเล จนฟุ้งซ่านไป .....

โดย สายลม [26 มี.ค. 2547 , 02:40:21 น.] ( IP = 203.113.39.6 : : )


  สลักธรรม 7

3. ต่อเนื่อง
......
ส่วนมากแล้วนักปฏิบัติจะมาตายตอนจบ คือขาดความต่อเนื่องในการปฏิบัติ

เมื่อการปฏิบัติขาดความต่อเนื่อง ผลก็น้อยตามไปด้วย
การขาดความต่อเนื่อง การพัฒนาของทางด้านจิตใจอันเกี่ยวกับปฏิบัติก็จะเดินไปแบบช้าๆ ไม่ปะติดปะต่อ จนบ้างครั้งเหมือนว่าต้องลงมือทำใหม่ หรือเริ่มต้นใหม่เสมอ เมื่อลงมือปฏิบัติ

อุปสรรคที่จะทำให้ขาดความต่อเนื่องนั้นมีมาก

ยกตัวอย่าง ความขี้เกียจ ส่งผลให้ความพยายามลดลง ขาดความต่อเนื่องในการปฏิบัติไป

การที่จะชนะความขี้เกียจ ก็ต้องสร้างความเข้มแข็ง ความอดทนให้แก่จิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่อความคิดความรู้สึกที่จะทำให้การปฏิบัติของเราขาดความต่อเนื่องไป

โดย สายลม [26 มี.ค. 2547 , 02:40:38 น.] ( IP = 203.113.39.6 : : )


  สลักธรรม 8

เราเคยสำรวจพิจารณา หรือเคยถามตัวเองมั้ยว่า
เรามีความพร้อมมากแค่ไหน กับการปฏิบัติธรรม ?

เมื่อเรารู้แล้วว่าเรายังขาดสิ่งเหล่านั้น เราเคยคิดที่จะ
พยายามสรรค์หาสิ่งเหล่านั้น เพื่อเพิ่มเติมให้เต็มให้สมบูรณ์ อันจะเป็นการสร้างความพร้อมในการปฏิบัติหรือไม่ ?

การลงมือทำ มันยากกว่าสิ่งที่เราได้อ่าน ได้ฟังมา
แต่ถ้าเรายังไม่ลงมือทำเราก็จะไม่รู้ว่าที่ว่ายากนั้นยากอย่างไร ?

การลงมือทำ ทำให้เรารู้ว่า สิ่งที่ยากนั้นไม่ใช่อุปสรรค
แต่เป็นสิ่งที่เราต้องทำให้สิ่งนั้นกลับกลายเป็นเรื่องง่ายๆ

อุปสรรคที่แท้จริง มันกลับกลายเป็นสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจของเราเอง ไม่ใช่สิ่งที่เราทำ

มันเป็นสิ่งที่คอยหลอกหลอน คอยหลอกล่อ คอยดึง ให้เราลดละ เบื่อหน่าย ท้อแท้ และหยุดทำไปเลย

การลงมือทำๆ ให้เรามีความรู้ที่เกิดจากฐานของความจริง อันเป็นแนวทางของสัมมาทิฏฐิอย่างแท้จริง

ถ้าการปฏิบัติยังเจือไปได้ด้วยความคิดนึกคาดเดาแล้ว
โอกาสที่จะเดินไปนอนเส้นทางของสัมมาทิฏฐินั้นมีมากมายเหลือเกิน

ก็ขอฝากไว้ให้นักปฏิบัติทั้งหมดพิจารณากันดูน่ะครับ

โดย สายลม [26 มี.ค. 2547 , 02:40:59 น.] ( IP = 203.113.39.6 : : )


  สลักธรรม 9

เข้าไปเยี่ยมชม ทักทาย พูดคุย กันผมได้ที่นี้ครับ

http://www.thai.net/dhammajak

โดย สายลม - [26 มี.ค. 2547 , 02:42:50 น.] ( IP = 203.113.39.6 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org