มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความสัมพันธ์ของจิตในชาติๆ..โดยวิถีจิต





ความสัมพันธ์ของจิตในวิถีในชาติหนึ่ง

ต่อไปนี้จะขอสมมุติ เพื่อให้เกิดความเข้าใจกว้างๆ
ถึงกระบวนจิต ชึ่งเกิดขึ้นแล้วมีอำนาจผลักดันให้~~~~~~~เกิดจิตดวงต่อไป ในชาติหนึ่งๆของเรา



ก่อนอื่นควรทำความเข้าใจ
ถึงสัญญลักษณ์ที่สมมุติ
ดังต่อไปนี้ก่อนนะค่ะ

สมมุติ เป็นปฏิสนธิจิตชึ่งเป็นจิตดวงแรก
ในชาติหนึ่งเราเป็นมนุษย์
ปฏิสนธิจิตดวงแรก
ของความเป็นนมนุษย์ของเรา


คือตอนที่อสุจิชายและไข่ของผู้หญิง หรือสเปอมกับโอวัมพบกัน
และปฏิสนธิจิตก็เกิดขึ้น



ฃึ่งเกิดขึ้นมาจากอำนาจของจิต
ดวงที่แล้วที่อยู่ในชาติ ก่อนที่เรียกว่าจุติ
อันเป็นจิตดวงสุดท้ายของชาติ


แหละถ้า สมุมติเป็นจุติจิต
ฃึ่งเป็นจิตดวงสุดท้าย
ชาติหนึ่งของสัตว์ทั้งหลาย
เมื่อจุติดับลงย่อมมีอำนาจ
ผลักดันให้เกิดปฏิสนธิจิตทันทีทันใด
ถ้าบุคคลนั้นยังมีกิเลสอยู่


มิใช่ว่า
ไปล่องลอยหาที่เกิด
การบอกว่ามนุษย์เราตาย แล้วหาที่เกิดไม่ได้
เป็นความเห็นผิด(มิจฉาทิฏฐิ)


จะเห็นว่าวันตายของคนที่มี่กิเลส
คือวันเกิดของคนนั้นเอง
ส่วนจะเกิดเป็นชาติคนอีก
หรือชาติเดรัจฉาน
หรือชาติเทวดาก็
เป็นเรื่องของอำนาจกรรมค่ะ


---------- สมมุติเป็นการเกิดของภวังคจิตหลายดวง

:::::: สมมุติเป็นภาวะจิตที่ทำงานทางประตูทั้ง 6
( วิถีจิต )

^^^^^^ สมมุติการเกิดขึ้นของภวังคจิตสลับกับจิตที่
ทำงานทางประตูมากมาย.


สำหรับวิถีจิตตั้งแต่เกิดจนตาย..
จะเป็นอย่างไรคอยติดตามนะค่ะ



อ.บุษกร เมธางกูร.

โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร - [18 ต.ค. 2544 , 21:48:35 น.] ( IP = 203.170.159.61 : : 203.170.159.61 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณลบการแจ้งเมื่อมีการตอบกระทู้ไปทางE-mail
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]


  สลักธรรม 1

ขอบคุณครับ _/¦\_

โดย ปิ่น [19 ต.ค. 2544 , 09:55:57 น.] ( IP = 210.4.133.7 : : )


  สลักธรรม 2

สวัสดีค่ะ
อาจารย์เรื่องวิถีจิตนี้น่าสนใจดีมากเลยค่ะ เพราะสนสัยอยู่เหมือนกันว่าเราจะเอาเรื่องวิถีจิตมาวิเคราะห์ใช้อย่างไรกับชีวิตประจำวันเรา ค่ะ เพื่อก่ให้เกิดประโยชน์ ทั้งตัวเราและผู้อื่น ขอบพระคุณค่ะ ขออนุโมทนา สาธุด้วยค่ะ
ธัญนันทน์ เลิศหิรัญวงศ์
tyndl@hotmail.com

โดย ดา [19 ต.ค. 2544 , 10:25:13 น.] ( IP = 203.155.71.37 : : )


  สลักธรรม 3

ขอยกคำตอบบางส่วนของเณรสิงห์(สง่า มาดี ) มาลงร่วมในกระทู้นี้ด้วยครับเผื่อจะได้ช่วยกันสร้างความรู้เรื่องวิถีจิตครับ..เพราะยากจริงๆครับ

คำตอบบางส่วนจากคุณสง่า มาดีในกระทู้ที่ 00467

สวัสดีครับ ท่านโคจรธรรม
วิถีจิต เกิดขึ้น ในปวัตติกาล ( ภายหลังปฏิสนธิจิต)
ก่อนที่จะมีวิถีจิต ขอย้อนไปถึง หลังจาก ภังคขณะของปฏิสนธิจิต ดับลง จะมีภวังคจิตเกิด ๑๖ ขณะต่อด้วยการ เริ่มต้น วิถีจิตใหม่ มีภาพวิถี ดังนี้
ปฏิ ภวังค์ ๑๖ ม ช ช ช ช ช ภ
ขอขยายความ
ม คือ มโนทวาราวัชชนจิต (เริ่มต้นวิถีจิต)
ช คือ ชวนจิต ในวิถีนี้ ได้แก่ ภวนิกันติโลภชวนที่มีความยินดีพอใจในภพชาติ ซึ่งมีกัมมภว เป็นปัจจัยให้แก่ ชาติ ทำให้มี วิญญาณ ที่เป็นอนาคตผล ในภพใหม่ ที่มีวิถีจิต
ที่ชวนจิตมี ๕ ขณะนั้น เป็นขณะที่กัมมชรูปมีกำลังอ่อน คือขณะแรกเกิด ( อติตรุณกาล )
ในขณะชวนนั้น ทุกข์ก็กำลังเกิด สมุทัย ก็กำลังเกิด มีที่มาในสัจจยมก ครับผม

เทพธรรมครับ

โดย เทพธรรม [19 ต.ค. 2544 , 10:40:22 น.] ( IP = 202.183.157.76 : : 202.183.157.76 )


  สลักธรรม 4

กาลังรอฟังต่ออย่างใจจดใจจ่อค่ะ

โดย โด่ง [20 ต.ค. 2544 , 14:06:20 น.] ( IP = 130.54.247.230 : : )


  สลักธรรม 5

วิถีจิตของคนทั่วไป

มีหลายคนที่ยังไม่เข้าใจธรรมชาติ
ของจิตใจอย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะ
ไม่มีความรู้เรื่องวิถีจิตเลย
มักกล่าวผิดๆ ว่า ฆ่าสัตว์เป็นบาป
ส่วนลัทธิอื่นกลับบอกว่าฆ่าสัตว์ไม่บาป
จะเห็นว่า การที่เป็นบาปหรือไม่
นั้นแล้วแต่ใครจะไปสมมุติขึ้น

การไปลักทรัพย์ หลักพุทธ
ศาสนาสอนว่าบาป
แต่เราอาจไปสมมุติใหม่ว่าเป็นบุญก็ได้เป็นต้น


คนที่คิดผิดว่า บุญบาปเป็นเรื่องสมมุติ
ผู้นั้นยังไม่ทราบเลยว่า ใครเป็นผู้กำหนด
ความคิดที่ว่า บุญบาปเป็นเรื่องสมมุติ
ถ้าเขารู้เข้า เขาจะไม่กล่าวบุญบาป
เป็นเรื่องสมมุติ
เลยค่ะ


เนื่องจากมีศาสดาผู้หนึ่งชื่อว่าตัณหา
ตั้งลัทธิที่ถูกใจมันคือ บุญหรือความดี
อะไรที่ไม่ถูกใจมันคือบาป
หรือความไม่ดี หมายความว่าถ้าสิ่งนั้น
สนองความต้องการมันได้

ศาสดาตัณหาก็จะประกาศว่า สิ่งนั้นดี
ตัวอย่าง มีคนมายกยอหน่อยว่า
“คุณเป็นคนดี เป็นคนเฉลียวฉลาด”
โดยที่คนชมนั้นมีจิตใจเต็มไปด้วยเล่ห์มายา
หวังประโยชน์จากคนที่รับคำชม
คนที่รับคำชมซึ่งถูกตัณหาครอบงำ
ก็จะดีใจและตัณหาของคนนั้นก็จะแต่งตั้ง
คนที่มาชมว่าเป็นคนดี


ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นคนมีจิตใจดี
ต้องการเตือนสติ คนที่เห็นผิด
เป็นชอบให้กลับตัวเป็นคนดี
แต่เนื่องด้วยคนที่เห็นผิดนั้น
ถูกตัณหาครอบงำ!!!
เมื่อถูกใครมาติสักหน่อย
ย่อมไม่ถูกใจตัณหาใช่ไหมค่ะ
มันยังให้คนเห็นผิดนั้นบอกว่า
คนที่ตินั้นไม่ดี ทั้งๆ ที่คนมาติ
หวังดีต่อคนเห็นผิดนั้น


อีกตัวอย่างหนึ่ง แกงเผ็ดเป็นอาหารโปรดของคนไทย
ตัณหาของคนที่ชอบก็จะแต่งตั้ง
ให้แกงเผ็ดนั้นว่ามีรสดี
ส่วนฝรั่งที่ไม่ชอบแกงเผ็ด
พอมารับประทานก็จะบอกว่า
แกงเผ็ดไม่ดีๆ ที่เป็นเช่นนี้
เพราะไม่ถูกใจตัณหาของคนฝรั่ง


ที่ดิฉันได้ ตัวอย่างที่ยกมาท่านคงจะ ย่อมเห็นแล้วว่า
ตัณหาเป็นศาสดาของความดีความชั่ว
ถ้าสิ่งใดที่ถูกใจตัณหา
ตัณหาก็บอกว่าดี ถ้าสิ่งใด
ไม่ถูกใจตัณหา มันก็บอกว่าไม่ดี
แต่ละคนมีตัณหา คือ
ยินดีติดใจในสิ่งต่างๆ แตกต่างกันออกไป

ดังนั้น คนที่ถูกตัณหาครอบงำย่อมบอกว่า
สิ่งนี้ดี สิ่งนี้ไม่ดี ไม่เหมือนกัน จะเห็นว่า
ตัณหาชอบไปสมมุติความดี ความชั่ว หรือบุญบาป
ตามใจของมัน โดยไม่คำนึงข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร


อ. บุษกร เมธางกูร.

โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [20 ต.ค. 2544 , 21:23:32 น.] ( IP = 203.170.141.14 : : )


  สลักธรรม 6

ยังมีศาสดาอีกองค์หนึ่ง อาศัยปัญญา
ซึ่งมีสภาพรู้แจ้งเห็นจริงมา เป็นการกำหนด บุญบาป

คือ กำหนด บุญ บาป ตามความเป็นจริงตามธรรมชาติ ไม่ได้กำหนดตามใจชอบเหมือนตัณหา

หมายความว่า ความรู้สึกนึกคิดใด ที่เกิดขึ้นมาแล้ว (เกิดในวิถีจิตนั่นเอง) ให้ผลเป็นทุกข์
ได้รับสิ่งไม่น่ายินดี ไม่น่าปรารถนา

ความรู้สึกนึกคิดนั้น เรียกว่า เป็นบาปหรือ
อกุศล
ซึ่งได้แก่ ความรู้สึกนึกคิด ในการฆ่าสัตว์
ลักทรัพย์ ผิดในกาม เป็นต้น

ความรู้สึกนึกคิดใดที่เกิดขึ้นมาแล้ว
(เกิดในวิถีจิตนั้นเอง) ให้ผลเป็นสุข ได้รับสิ่ง
ที่น่ายินดี น่าปรารถนา ความรู้สึกนึกคิดนั้น
เรียกว่า เป็นบุญ หรือ กุศล

ซึ่งได้แก่ความรู้สึกนึกคิดในการให้ทาน
รักษาศีล เจริญภาวนา อ่านหนังสือธรรม ฟังธรรม เป็นต้นค่ะ

โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร [20 ต.ค. 2544 , 21:32:17 น.] ( IP = 203.170.141.14 : : )


  สลักธรรม 7

ตอนที่ 4. สมมุติว่า เกิดมีใครอุตริ สมมุติขึ้นใหม่ว่า

ความรู้สึกนึกคิดที่ให้ผลเป็นทุกข์
ได้รับสิ่งที่ไม่น่ายินดี ไม่น่าปรารถนา
ซึ่งเดิมเรียกว่า บาปนั้น
เรียกใหม่ว่า เป็นบุญ จะได้ไหม

ก็ต้องตอบว่าได้ใช่ไหมค่ะ
เพราะใครจะสมมุติอย่างไร
ย่อมเป็นสิทธิส่วนบุคคลของเขา

แต่ว่าแม้เขาจะว่า ความรู้สึกนึกคิดที่ให้ผลเป็นทุกข์นั้นเป็นบุญ
บุญที่เขาสมมุติใหม่นี้ ดีหรือไม่
บุญนี้ย่อมไม่ดีใช่ไหมค่ะเพราะ
ถ้าใครบอกว่าดี

ผู้นั้นยังไปติดคำสมมุติดั้งเดิมอยู่ เพราะบุญที่เขา สมมุตินั้นมุ่งถึงเป็น
ความรู้สึก นึกคิดที่ให้ผลเป็นทุกข์

ตัวอย่าง ความรู้สึกนึกคิดที่มีโลภะ โทสะ หรือโมหะ ประกอบอยู่ ความรู้สึกนึกคิดนั้น
ให้ผลเป็นทุกข์ ทำให้ได้รับสิ่งที่ไม่น่ายินดี
ไม่น่าปรารถนา

ส่วนความรู้สึกนึกคิดที่ให้ผลเป็นสุข
ได้รับสิ่งที่น่ายินดี น่าปรารถนา ความรู้สึกนึกคิดนั้น



พระพุทธองค์เรียกว่าบุญ

แต่ถ้าใครอุตริสมมุติใหม่ว่า เป็นบาป
บาปที่คนอุตริสมมุติใหม่นี้ ดีไหม
บาปที่ว่านี้ ย่อมดี ถ้าใครบอกว่าไม่ดี
ผู้นั้นยังติดความหมายเดิมอยู่


อุปมาเหมือนกับ ใครมาด่าตนเราว่า
เธอหน้าเหมือนลิงหรือสุนักข
ก็จะโกรธขึ้นมาเพราะหาว่ามาดูถูกคน
แต่ถ้าเกิดมีการสมมุติกันใหม่ว่า

คนหมายถึงสัตว์ ๔ เท้า
ใบหูใหญ่ เห่าได้
ส่วนหมาหมายถึงสัตว์ ๒ เท้า
เดินตั้งฉากกับพื้น คือได้แก่มนุษย์อย่างเราๆ

ท่านๆที่กำลังอ่านกระทู้ทั้งหลาย
ทีนี้เกิดมีใครมาด่าคนนั้นว่า
ไอ้หน้าคน เรานั้นก็จะโกรธไหมค่ะ
ท่านแน่เลย

โกรธสิ เพราะต้องคิดเจ็บใจหาว่ามาดูถูกตน
คิดในใจว่า หน้าเราเหมือนหมาแท้ๆ
หาว่าเป็นหน้าคนได้ เดี๋ยวต้องจัดการเสียหน่อย

จะเห็นคำว่า หมาและคน เป็นคำสมมุติ
ใครจะสมมุติอย่างไรก็ได้ ข้อสำคัญอยู่ที่ว่า
คนที่สมมุตินั้นมุ่งหมายอะไร

สำหรับเรื่องบุญบาป
บุคคลที่จะเข้าถึงแก่นแท้ของบุญหรือบาปนั้น
มิใช่ยึดอยู่กับคำว่า บุญ หรือบาป

ซึ่งเป็นคำสมมุติ แต่ต้องเจาะเข้าไปถึงสภาพความรู้สึกนึกคิดนั้นๆ
ว่าให้ผลเป็นสุขหรือเป็นทุกข์


อุปมาเหมือนเวลาพูดถึงคำว่า เย็น กับ ร้อน มิใช่ยึดคำเย็น
หรือร้อน ต้องโน้มจิตเข้าไปสภาพเย็นและร้อนจริงๆ

ยิ่งได้สัมผัสกับสภาพเย็นหรือร้อนจริงๆ นั้น
เป็นการเข้าถึงความเย็นหรือความร้อนจริงๆ

เราสามารถสัมผัสกับความเย็นจริงๆ
ได้จากน้ำแข็งเราสามารถสัมผัสกับ
ความร้อนจริงๆ ได้จากน้ำร้อน

เราสามารถสัมผัสกับสภาพของบุญจริงๆ
และบาปจริงๆ ได้จากวิถีจิตนั่นเอง

การทำความเข้าใจเรื่องวิถีจิตนี้แหละค่ะ
ย่อมทำให้เรารู้จักทำใจให้แยบคาย
รู้จักให้ฉลาดในกระบวนจิตของตนเอง
และผู้อื่น และที่สำคัญที่สุดก็คือทำ
ให้รู้จักศิลปะการปรุงแต่งวิถีจิต
ให้เป็นบุญอันเป็นที่พึ่งที่แท้จริงของชีวิต
ละเว้นวิถีจิตที่มีบาป หรือว่า
แม้บางครั้ง วิถีจิตอันมีบาปเกิดขึ้น
อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น

ผู้ที่เข้าใจเรื่องวิถีจิต ก็สามารถระงับ
หรือบรรเทา มิให้เกิดวิถีจิตบาปถึงขนาดเป็นพิษ
อันตรายแก่ชีวิตหรือเรียกทาง

ภาษาธรรมว่า วิถีจิตชนิดมีทุจริตกรรมค่ะ



อ. บุษกร เมธางกูร.

โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร - [21 ต.ค. 2544 , 07:42:46 น.] ( IP = 203.170.128.17 : : )


  สลักธรรม 8

อ่านข้อความของออาจารย์บุษกรไล่ลงมาจากบนลงล่างด้วยความตื่นเต้น (เหมือนอ่านนิยายลึกลับซักเรื่อง ที่ยังไม่รู้ตอนจบน่ะค่ะ)

ความรู้สึกเหมือนได้ใช้ logical part ของสมองตัวเอง คิดทบทวนตามข้อความแต่ละบรรทัด ... แต่ละบรรทัด

สนุกมากเลยค่ะ การสอนวิถีจิต ที่โยงเข้ามาสู่เหตุและผลที่เห็นได้ชัดเจน
เช่นนี้

วิถีจิตเป็นส่วนของการสอนปรมัตถธรรมที่ทำให้เราได้ใช้วิจารณญานของตัวเองตรวจสอบลักษณะที่เกิดขึ้นจริงตามธรรมชาติ

วิถีจิตทำให้เราเข้าใจ"ธรรมะ"ที่แท้จริง โดยตัดสินด้วยเหตุและผล มิใช่หลับหูหลับตาฟังและเชื่อตามกันมา

ซาบซึ้งใจยิ่งนักกับที่อาจารย์บุษกรว่า ... แม้ว่า"บุญ"จะถูกศาสดาที่ชื่อว่าตัณหา สมมติให้เรียกว่า "บาป" แต่สภาพของธรรมนั้นย่อมไม่เปลี่ยนแปลง "บุญ"ที่ถูกเรียกว่า "บาป"ก็ยังคงให้ผลที่น่ายินดี น่าปรารถนาอยู่วันยังคำ ไม่ว่าจะมีองค์สมเด็จพระพุทธะตรัสรู้หรือไม่ก็ตาม

หากได้เรียนวิถีจิตอย่างถ่องแท้แล้ว จะทำให้ผู้นั้นสามารถมองโลกในมุมลึก ไม่เห็นเพียงแค่ประโยชน์ในชาตินี้ แต่จะเร่งสร้างประโยชน์ในชาติหน้า และชาติต่อๆไปได้ด้วยปัญญา

อนุโมทนากับอาจารย์บุษกร สำหรับประโยชน์ยิ่งใหญ่ที่ได้รับในวันนี้ค่ะ


โดย โด่ง [21 ต.ค. 2544 , 14:19:08 น.] ( IP = 130.54.247.226 : : )


  สลักธรรม 9

สาธุ....น่าอัศจรรย์มากเลยค่ะ..
น่าสนใจมากค่ะ..ถ้ามีโอกาสขอให้อาจารย์นำมาเล่าให้ทราบกันอีกนะคะสีปาดจะรอค่ะ

โดย สีปาด..ปาดสี [21 ต.ค. 2544 , 16:19:41 น.] ( IP = 203.148.188.75 : : )


  สลักธรรม 10

เป็นอีกมุมหนึ่งของธรรมะชั้นสูงที่นำเสนอเพื่อให้เข้าถึงความสำคัญของการศึกษาเรื่องวิถีจิต และต้องใช้การขบคิดพิจารณาไปตามเนื้อหาอย่างตั้งใจและชวนให้ตื่นเต้นเช่นเดียวกับที่น้องโด่งบอกจริงๆ

กราบขอบพระคุณอาจารย์บุษกรมากค่ะ

กรา

โดย เบญจพร-ทวีพร-อาภา-วิภา-กมลชนก [21 ต.ค. 2544 , 17:47:00 น.] ( IP = 203.170.154.87 : : 203.170.154.87 )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org