มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความสัมพันธ์ของจิตในชาติๆ..โดยวิถีจิต





ความสัมพันธ์ของจิตในวิถีในชาติหนึ่ง

ต่อไปนี้จะขอสมมุติ เพื่อให้เกิดความเข้าใจกว้างๆ
ถึงกระบวนจิต ชึ่งเกิดขึ้นแล้วมีอำนาจผลักดันให้~~~~~~~เกิดจิตดวงต่อไป ในชาติหนึ่งๆของเรา



ก่อนอื่นควรทำความเข้าใจ
ถึงสัญญลักษณ์ที่สมมุติ
ดังต่อไปนี้ก่อนนะค่ะ

สมมุติ เป็นปฏิสนธิจิตชึ่งเป็นจิตดวงแรก
ในชาติหนึ่งเราเป็นมนุษย์
ปฏิสนธิจิตดวงแรก
ของความเป็นนมนุษย์ของเรา


คือตอนที่อสุจิชายและไข่ของผู้หญิง หรือสเปอมกับโอวัมพบกัน
และปฏิสนธิจิตก็เกิดขึ้น



ฃึ่งเกิดขึ้นมาจากอำนาจของจิต
ดวงที่แล้วที่อยู่ในชาติ ก่อนที่เรียกว่าจุติ
อันเป็นจิตดวงสุดท้ายของชาติ


แหละถ้า สมุมติเป็นจุติจิต
ฃึ่งเป็นจิตดวงสุดท้าย
ชาติหนึ่งของสัตว์ทั้งหลาย
เมื่อจุติดับลงย่อมมีอำนาจ
ผลักดันให้เกิดปฏิสนธิจิตทันทีทันใด
ถ้าบุคคลนั้นยังมีกิเลสอยู่


มิใช่ว่า
ไปล่องลอยหาที่เกิด
การบอกว่ามนุษย์เราตาย แล้วหาที่เกิดไม่ได้
เป็นความเห็นผิด(มิจฉาทิฏฐิ)


จะเห็นว่าวันตายของคนที่มี่กิเลส
คือวันเกิดของคนนั้นเอง
ส่วนจะเกิดเป็นชาติคนอีก
หรือชาติเดรัจฉาน
หรือชาติเทวดาก็
เป็นเรื่องของอำนาจกรรมค่ะ


---------- สมมุติเป็นการเกิดของภวังคจิตหลายดวง

:::::: สมมุติเป็นภาวะจิตที่ทำงานทางประตูทั้ง 6
( วิถีจิต )

^^^^^^ สมมุติการเกิดขึ้นของภวังคจิตสลับกับจิตที่
ทำงานทางประตูมากมาย.


สำหรับวิถีจิตตั้งแต่เกิดจนตาย..
จะเป็นอย่างไรคอยติดตามนะค่ะ



อ.บุษกร เมธางกูร.

โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร - [18 ต.ค. 2544 , 21:48:35 น.] ( IP = 203.170.159.61 : : 203.170.159.61 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณลบการแจ้งเมื่อมีการตอบกระทู้ไปทางE-mail
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]


  สลักธรรม 11

พี่โด่งแนะนำให้น้องจ้อยมาอ่าน พอจะเข้าใจแล้วฮะ ขอบคุณพี่โด่งมากเลยที่แนะนำแต่เรื่องดีๆ

โดย น้องจ้อย [21 ต.ค. 2544 , 19:52:56 น.] ( IP = 203.145.4.118 : : )


  สลักธรรม 12

วิถีจิตตั้งแต่เกิดจนตาย
ขอเริ่มพาท่านท่องสู่ทางมหัศจรรย์ ที่เรียกว่าวิถีจิต


วิถีจิตของคนเราทั่วไปประกอบด้วย ๖ วิถีจิต
คือ วิถีจิตทางตา วิถีจิตทางหู วิถีจิตทางจมูก
วิถีจิตทางลิ้น วิถีจิตทางการและวิถีจิตทางใจ

วิถีจิตทางตา จนถึงทางกาย เรียกว่า
ปัญจทวารวิถีจิต
ส่วนวิถีจิตทางใจ เรียกว่า
มโนทวารวิถีจิต

ชีวิตของคนเราอุบัติขึ้น
ตอนเชื้ออสุจิของบิดาผสมกับไข่ของมารดา

ขณะนั้นเอง...มีสัตว์อื่นที่ตายจากภพอื่น
มาเกิดในครรภ์มารดา

ชีวิตคนในขณะนั้น..มีขนาดโตขนาดเศษ
หนึ่งส่วนสองร้อยนิ้วเป็นน้ำใสนิดเดียว
เท่าหยาดน้ำมันงาหยาดหนึ่ง
อันติดอยู่ที่ปลายขนทรายจามรี

ตอนที่ทารกอยู่ในครรภ์มารดา
วิถีจิตทางใจ (มโนทวารวิถีจิต)
เกิดขึ้นก่อนวิถีจิตอื่น

คือเกิดขึ้นได้ภายหลังที่ปฏิสนธิจิต
และภวังคจิตเกิดขึ้นแล้ว ๑๔ ขณะเป็นต้นมา


ต่อจากนั้น วิถีจิตทางกาย (กายทวารวิถีจิต) อาจเกิดขึ้นมา เนื่องจากประสาทกาย (กายปราสาทรูป) อันเป็นรูปที่เกิดจาก
อำนาจกรรมในชาติก่อน... เกิดขึ้นพร้อมกับปฏิสนธิจิต

ต่อมาในสัปดาห์ที่ ๑๑ ของปฏิสนธิกาล
วิถีจิตทางหู (โสตทวารวิถีจิต)

และวิถีจิตทางลิ้น (ชิวหาทวารวิถีจิต)
สามารถเกิดขึ้นได้.... คือหมายความว่า
คุณพ่อคุณแม่เกิดทะเลาะกันเสียงดัง
ทารกในครรภ์อาจได้ยินเสียงได้
แต่ไม่รู้ความหมายค่ะ

หรือบางครั้ง เกิดมีเสียงดังๆ
ทำให้ทารกในครรภ์ตกใจก็มี
ขณะนั้น ทารกในครรภ์ก็เกิดวิถีจิตทางหู
มักจะเกิดสลับกันขึ้นแล้ว แม้จะไม่มีโอกาสลิ้มรสของน้ำคลูโคสก็จริง

แต่ภายในปาก ก็มีน้ำซึมไป กระทบกับประสาทลิ้น จนเกิดวิถีจิตทางลิ้น รสน้ำธรรมชาติภายในปากขึ้นมาได้

แต่ยังมีสมรรถภาพอ่อนอยู่นั่นเองค่ะ


อ.บุษกร เมธางกูร

โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร - [21 ต.ค. 2544 , 20:35:56 น.] ( IP = 203.170.151.41 : : 203.170.151.41 )


  สลักธรรม 13

เนื่องจากทารกอยู่ในครรภ์นั้น

เหมือนคุกมืดปิดตาย... แม้ทารกจะมีประสาทตา
แต่ปัจจัยที่จะก่อให้เกิดการเห็น เช่น ต้องมีแสงสว่างเพียงพอ

แต่ประสาทตา ต้องเปิดรับกระทบแสงนั้น ยังไม่พร้อมทำงาน... จึงทำให้ทารกในครรภ์ ไม่มีโอกาสให้วิถีจิตทางตาเกิดขึ้น เพื่อดูภาพต่างๆ

ขณะเดียวกันกลิ่นหอม กลิ่นเหม็น หรือกลิ่นต่างๆ
ก็ไม่มีโอกาส ไปสัมผัสกับประสาท เพื่อให้เกิด
การดมกลิ่น เพราะปัจจัยยังไม่พร้อมค่ะแต่...
นับเป็นความโชคดี สำหรับทารก
และมารดาเจ้าของครรภ์..
เพราะถ้าทารกในครรภ์
มีโอกาสดมกลิ่น คงต้องทนกลิ่นอับๆ
เหม็นตุๆ ทำให้ต้องดิ้น
กระทุ้งท้องมารดาแรงๆแน่เลยค่ะ




ตอนที่ทารกอยู่ในครรภ์มารดาวิถีจิตทางกาย ของมารดาเกิดความรู้สึกทุกข์กายไม่น้อยเลย

เช่นตอนไฟธาตุ ของมารดาทำให้ร่างกายของทารกต้องร้อนทุรนทนลำบาก ดุจก้อนเนื้ออันคนนึ่งในหม้อร้อน...

ทารกย่อมเกิดวิถีทางกาย ที่มีความทุกข์กายขึ้นมา บางทีถึงกับดิ้น กระทุ้งท้องมารดา จนคุณแม่ต้องชำเลืองท้องของตน
และบ่นว่า “แหม! ซน!
เหลือเกินนะ ลุกแม่”


ยิ่งตอนทารกเล็ดลอดออกมาจากคุกมืด
จะมีลมของมารดา..พัดเอาตัวทารกออกมา
ร่างกาย ของทารก จะถูกเบียดเสียดอย่างแรง

ซึ่งพระองค์ได้ทรงอุปมาเปรียบ
ไว้ว่าดั่งเสมือนช้างสาร ถูกอัดเป็นแผ่นกระดาษ

ตอนนี้ ทารกเกิดวิถีจิตทางกายที่มีทุกข์แสนหนัก

ความทุกข์กายที่เกิดขึ้นมานี้
เป็นจิตผลบาปที่เรียกว่า*** ทุกขกายวิญญาณจิต*** ค่ะ


ที่ได้กล่าวมานั้น
เป็นวิถีจิต ของทารกปกติ ครบอาการ ๒๑
แต่ยังมีทารก..ที่มีรูปร่างกายผิดปกติตั้งแต่อยู่ในครรภ์ พลอยทำให้วิถีจิตเกิดขึ้นผิดปกติกว่าทารกทั่วๆ ไป

คือทารกที่เกิดขึ้น โดยอาศัยบุญขั้นต่ำนำเกิด

คือเป็นบุญที่เกิดขึ้นโดยมี
อกุศลเจตนาเป็นบริวาร เช่น ทำบุญเพราะอยากดัง
ทำบุญ ทอดกฐิน แล้วดื่มเหล้าเมายา
หรือไปฆ่าสัตว์ มาทำบุญ เป็นต้น

ทารกบางรายในสัปดาห์ที่ ๑๑ นับจากตอนปฏิสนธิกาล
ปกติอำนาจกรรมในชาติก่อน
กำลังผลิตสร้างประสาทตา ให้กับทารกในครรภ์
แต่เนื่องจากอำนาจ บาปกรรมของทารกนั้น
ที่ไปสั่งสม เจตนาทำลายตาของสัตว์ เอาไว้แล้วนั้น มีอำนาจกรรม ทำให้มาทำลาย ประสาทตาเสียไป

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ประสาทตาบกพร่องไป
ไม่สามารถ มีวิถีจิตทางตา (จักขุทวารวิถีจิต) เกิดมาได้

ทารกบางรายอาจมีประสาทหูพิการก็ด้วยเหตุผลทำนองเดียวกัน

คุณพ่อคุณแม่หลายราย
ได้สร้างบาปกรรมด้วยการเบียดเบียนสัตว์
ทำร้ายสัตว์ หรือฆ่าสัตว์ เมื่อลูกเกิดออกมาพิกลพิการ
ทำให้คุณพ่อคุณแม่เห็นบาปกรรมตามสนองทันตาเห็น

บางคนบอกว่า พ่อซุกซน ทำให้ลูกเกิดมาตาบอด ไม่มีวิถีจิตทางตานั้น ความจริง

เหตุที่แท้จริง ที่เด็กเกิดมาตาบอด ไม่ใช่มาจากพ่อ แต่มาจากอำนาจบาปกรรมของเด็กตาบอดต่างหาก

เพราะอำนาจบาปกรรมที่ทำลายตา
ทำให้ผลักดันมา เกิดในภาวะแวดล้อมเช่นนั้นพอดี ที่มีพ่อซุกซน

จริงอยู่พ่อซุกซน ไม่ใช่สาเหตุที่แท้ แต่ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ลูกเกิดมาตาบอดเหมือนกัน




ทางที่ดีที่สุด สำหรับ คุณพ่อคุณแม่ที่ปรารถนา ที่จะได้ลูกไม่พิกลพิการ มีวิถีจิตปกติ ก็คือ
ต้อง พยายามทำจิตใจให้เป็นกุศล ไม่ควรไปดื่มเหล้าเมายาผิดศีลข้ออื่น เช่น ไปมีชู้ เป็นต้น เพราะการทำจิตผิดศีลเป็นการเปิดช่อให้เด็กที่มีอกุศลกรรมาเกิดในครรภ์ได้ง่ายค่ะ

ดังนั้นการทำบาปทั้งปวงจึงเป็นสิ่งที่น่ากลัวมากเลยค่ะ

อ. บุษกร เมธางกูร.

โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร - [22 ต.ค. 2544 , 05:31:49 น.] ( IP = 203.170.174.75 : : )


  สลักธรรม 14

โลกคือร่างช่างจิตคิดประกอบ
จะดีชอบเช่นใดช่างใหญ่ยิ่ง
จะบุญบาปหยาบงามตามเป็นจริง
ใจร่วมสิงนำสู้รู้มากมี...

โดย ดอกสารภี [22 ต.ค. 2544 , 18:05:20 น.] ( IP = 202.28.25.183 : : 202.28.25.183 )


  สลักธรรม 15

ตอนที่ทารกโดยปกติคลอด ออกจากครรภ์

ย่อมมีเสียงร้อง “อุแว้ๆ ๆ” วิถีจิตทางหู

คือ การได้ยินเสียงของตนย่อมเกิดขึ้นค่ะ

การร้องของเด็กเป็นการแสดงถึงว่า.... เด็กเริ่ม

หายใจอย่างอิสระ หายใจประมาณนาทีละ ๓๒ ครั้ง
ระบบหายใจ นี้ต้องอาศัยอำนาจวิถีจิตช่วย

ดังนั้น วิถีจิตภายหลังคลอดออกมาย่อมทำงานมากขึ้น

เช่น ตอนร้องไห้ การหายใจอาจเพิ่มขึ้นเป็นนาทีละ ๑๐๐ ครั้ง

มีการขับถ่ายของเสียวันละประมาณ ๔ - ๕ ครั้ง

ถ่ายปัสสาวะประมาณ ๑๘ - ๒๐ ครั้ง


การกระทำทางร่างกาย

เหล่านี้ ต้องอาศัยวิถีจิต ของทารกเข้าช่วยด้วย

เนื่องจากประสาททั้ง ๕ ของทารก ปกติมีครบถ้วน

การเกิดวิถีจิต ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ย่อมเกิดขึ้น

ได้ นอกเหนือ ไปจากเกิด วิถีจิตทางใจ

เหตุผลนี้เองทำให้ทารกแรก

เกิดเริ่มมีความรู้สึกเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม

เมื่อทารกคลอดออกมาแล้ว ๔ วัน

ทารก ก็จะเริ่มเคยชิน กับสิ่งแวดล้อมใหม่

ในระหว่าง ๒ สัปดาห์แรก กิจกรรม ของ.....

วิถีจิตทางตา คือ การเห็น เริ่มดำเนินไปอย่าง

คึกคัก เราจะสังเกตเห็นได้จากการหันศีรษะของ

ทารกไปทิศทางของแสง

ถ้าเกิดมีใคร มือบอนส่องแสงไฟฉาย

ไปยังหน้าทารกๆ นั้นก็จะตกใจ และหลับตาทันที

หากมีใครทำเสียงดัง ทารก ประมาณใน

สัปดาห์ที่สองเป็นต้นไป ก็จะเริ่มตอบสนองนั้นด้วย

การให้ วิถีจิตทางใจ เกิดการสะดุ้ง

แล้วก็ส่งเสียงร้องไห้ออกมา เสียงที่ร้องออกมานั้น

ทางธรรมะ เรียกว่า** จิตตชรูป** คือ

เสียงที่เกิดจากวิถีจิตทางใจ


สำหรับวิถีจิตทางลิ้น ทารกที่คลอด ออกมาใหม่ๆ

ยังไม่สามารถ แยกรสต่างๆ มากนัก

แม้จะมีความสามารถ ลิ้มรสมาตั้งแต่อยู่ใน

ครรภ์ก็ตาม


วิถีจิตทางใจ (มโนทวารวิถีจิต)

มีอำนาจให้ทารกเคลื่อนไหวร่างกายบางส่วน เช่น

ยกนิ้วหัวแม่เท้าและนิ้วเท้ามีนักจิตวิทยาทางโลก

เรียกว่า บาบินสกี รีเฟลค (Babinski reflect)


อายุประมาณ ๓ เดือน วิถีจิตทางใจของเด็ก

เริ่มกล้าแข็ง สามารถยังให้ชันคอ รู้จักไขว่คว้าสิ่ง

ของ สามารถจดจำ พ่อแม่ได้ เกิดวิถีโทสจิต ทำให้

ร้องไห้เมื่อผู้ใหญ่จากไป


อายุประมาณ ๔ เดือน วิถี

ทางจิตใจของเด็ก สามารถเกิด จิตตชรูป ตั้งมั่น

แบบต้องมีผู้ใหญ่คอยช่วย คือ จับให้นั่งได้
รู้จักอยากกิน คือ หยิบของใส่เข้าปาก

จะเป็นของแข็ง หรือ ของอะไรก็แล้วแต่ พอ

หยิบได้ยัดใส่ปากทั้งนั้น

ยิ่ง เวลาถูกใจหน่อย หัวเราะเสียงดัง ก็ยังไหว

เลยค่ะ




อ. บุษกร เมธางกูร.

โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร - [22 ต.ค. 2544 , 23:10:36 น.] ( IP = 203.170.157.180 : : 203.170.157.180 )


  สลักธรรม 16

เข้ามาติดตามต่อตลอดค่ะ เรื่องชีวิตนี้เป็นเรื่องที่ลึกลับ น่าเรียนรู้และศึกษาจริงๆ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นที่เราแท้ๆ แต่กลับไม่รู้อะไรเลย คิดแล้วก็อายเหมือนกันนะคะเนี่ย ... ดูแต่ทารกที่เพิ่งเกิดใหม่ พ่อแม่ยังไม่ทันได้สั่งสอนอบรม ก็สามารถยิ้ม หัวเราะ ร้องไห้ เกิดโลภะ โทสะ ได้เองแล้ว

ได้อ่านเรื่องชองวิถีจิตมาเรื่อยๆก็ยิ่งรู้สึกว่า จิตนั้นทางานหนักเหลือเกิน แค่เพียงมีความคิดใดความคิดหนึ่งเกิดขึ้น จิตก็ทางานไปแล้วไม่รู้กี่ขณะ ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเกิดไปทางานกับอกุศลเจตสิกเข้าไปอีก จิตก็เสพอกุศลนั้นเข้าไป เก็บเป็นผลให้เกิดวิบากในชาติหน้าและชาติต่อไป ไม่รู้จักจบจักสิ้น เช้าใจแล้วค่ะ ว่าทาไมหลวงพ่อถึงบอกว่า เปิดทีวีแก็กเดียวก็สร้างภพสร้างชาติไปแล้วนับไม่ถ้วน คงเป็นเพระโลภะ โทสะ และโมหะที่สะสมเป็นมูลรากของชีวิตโดยสม่าเสมอนั่นเอง

โดย โด่ง [23 ต.ค. 2544 , 10:34:34 น.] ( IP = 130.54.247.230 : : )


  สลักธรรม 17

รู้เรื่องการเกิดขึ้นตั้งเยอะเลยครับ การเกิดของมนุษย์เป็นเรื่องซับซ้อนมากและมีเหตุมีผลทุกขั้นตอนเลย ขออนุโมทนาอาจารย์บุษกรด้วยพวงมาลัยครับผม


โดย น้องจ้อย [23 ต.ค. 2544 , 10:56:14 น.] ( IP = 161.200.130.174 : : 161.200.130.174 )


  สลักธรรม 18

ดีใจมากค่ะที่ความพยายามถ่ายทอด
เรื่องวิถีจิต ทำให้ท่านเข้าใจ

รู้สึกว่าได้ช่วยงานสำคัญๆของพระพุทธศาสนาได้
เวลาของชีวิตมีค่าขึ้นค่ะ

ถ้าไม่เข้าใจต้องรีบเขียนมาติเลยนะค่ะอย่าเฉยค่ะ
เพราะไม่ทราบ จะได้หาทางขยายความ ให้ชัดเจนขึ้นค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร - [23 ต.ค. 2544 , 16:48:24 น.] ( IP = 203.170.141.79 : : )


  สลักธรรม 19



อายุประมาณ ๕ เดือน เรื่องให้วิถีจิตทางใจ สั่งให้มือถือขวดนมดูดนม ไม่ต้องไปห่วงเขาได้ เรียกว่าเริ่มทำงานเองได้ค่ะ

อายุประมาณ ๖ เดือน วิถีจิตทางใจสั่งให้ส่งเสียงออกมา ได้อีกหลายพยางค์

อายุประมาณ ๗ เดือน วิถีจิตทางใจหรือมโนทวารวิถีจิต สามารถสั่งให้เกิด **จิตตชรูป **นั่งเองได้ชั่วขณะ

อายุประมาณ ๘ เดือน วิถีจิตทางใจสามารถ สั่งให้ร่างกาย ลุกขึ้นนั่งเองได้
ไหนลองจับให้ยืน หน่อยสิก็พอไหวเหมือนกัน
แต่ต้องคอยจับไว้นะ ไม่งั้นเดี๋ยวหนูจะล้ม

สำหรับด้านแขน เชี่ยวชาญมากตอนอ้าแขนให้ผู้ใหญ่อุ้ม




อายุประมาณ ๙ เดือน วิถีจิตทางใจ สร้างกายกรรมเพิ่มเติมหลายฉาก

คือ ฉากการลุกขึ้นยืน ก็พอไหวแต่พ่อต้องขอเกาะม้านั่ง โต๊ะ ตู้ หรือขาอ่อนของคุณแม่ พอจับวางคว่ำลง ฉากการหัดคลานก็อาจจะเกิดขึ้นมา

อายุประมาณ ๑๐ เดือน วิถีจิตทางใจ
สร้างกายกรรม ฉากคลานต้วมเตี้ยมๆ
ฉากโบกมือบ๊ายบาย & ซาโยนาระ กับใครก็ไหวนะค่ะ

แต่ฉากตลกท่าทาง เฮฮาสนุกให้กับตนเอง ก็ยังได้เลยนะค่ะ

ฉากมือไว...หยิบของเล็กๆ น้อยๆ ก็ทำได้....

อายุประมาณ ๑๑ เดือน วิถีจิตทางใจของหนู สร้างกายกรรม เคลื่อนไหว ๒ ขา ก็ทำได้

แต่ขออย่างเดียว คือขอให้คุณแม่ จูงหนูด้วย

อายุประมาณ ๑๒ เดือน วิถีจิตทางใจ

รู้จักส่งให้ มือมาตบกัน และยังคอยให้

วิถีจิตทางหู คอยสังเกต การพูดคุยของผู้ใหญ่

ว่ากำลังพูด นินทาหนูหรือเปล่าเอ่ย

โดย อาจารย์บุษกร เมธางกูร - [23 ต.ค. 2544 , 17:01:58 น.] ( IP = 203.170.141.79 : : )


  สลักธรรม 20

ตลกจังครับ เด็กอยู่ในไข่ได้ด้วย ฮิฮิ

โดย น้องจ้อย [23 ต.ค. 2544 , 19:47:09 น.] ( IP = 161.200.130.195 : : 161.200.130.195 )
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org