มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


*** ต้องเป็นเรา (โภชาชานียชาดก) ***




ตั้งหน้าตั้งตาสู้
รอบรู้ต้องเป็นเรา
ไม่ใช่คนอื่นเขา
หนักเอาไม่ละเพียร

พระศาสดา ประทับอยู่ที่พระวิหารเชตวัน ได้รับสั่งเรียกตัว ภิกษุผู้ละความเพียรรูปหนึ่ง ให้เข้ามาพบ แล้วตรัสอบรมว่า...

"ดูก่อนภิกษุ บัณฑิตทั้งหลายในกาลก่อน ได้กระทำความเพียรอย่างยิ่งในสนามรบ แม้ได้รับบาดเจ็บหนัก ก็ยังไม่ยอมละความเพียรเลย" ... แล้วตรัสเล่าอดีตชาดกนั้น

ในอดีตกาล เมื่อ พระเจ้าพรหมทัต ครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี มีม้าอาชาไนย (ม้าที่ฝึกหัดมาดีแล้ว) ตัวหนึ่ง บังเกิดในตระกูลม้าสินธพ (ม้าพันธุ์ดีเกิดที่ลุ่มน้ำสินธู) ชื่อ โภชาชานียะ ซึ่งสมบูรณ์ด้วยลักษณะเลิศทั้งปวง จึงได้เป็นม้ามงคลคู่บารมีของพระราชา

ม้าโภชาชานียะนั้น ตามปกติจะได้กินข้าวสาลีมีกลิ่นหอมที่เก็บไว้ ๓ ปี ถึงพร้อมด้วยอาหารรสเลิศต่างๆ ในถาดทองคำอันมีราคาแสนหนึ่ง และได้พักอยู่ในพื้นที่อันไล้ทาด้วยของหอม ส่วนในสถานที่ยืนนั้นเล่าก็วงด้วยม่านผ้ากัมพลแดง (ผ้าทอด้วยขนสัตว์) เบื้องบนดาดเพดานผ้าอันวิจิตร ด้วยดาวทอง ห้อยพวงของหอมและพวงดอกไม้ อีกทั้งโคมน้ำหอมอีกด้วย

เมื่อนครพาราณสีอุดมสมบูรณ์ไปทุกสิ่ง จึงทำให้พระราชาทั้งหลายต่างพากันปรารถนาราชสมบัติในนครพาราณสี ดังนั้นจึงปรากฏมี พระราชา ๗ พระองค์ ยกกองทัพมาล้อมนครไว้ แล้วส่งหนังสือแก่พระเจ้าพรหมทัตว่า...

"ท่านจะยอมยกราชสมบัติให้แก่พวกเราโดยดี หรือจะสู้รบกัน"

พระเจ้าพรหมทัตจึงรีบเรียกประชุมเหล่าอำมาตย์ ให้มาช่วยกันแก้ปัญหา

"ดูก่อนท่านทั้งหลาย บัดนี้พวกเราจะทำอย่างไรกันดี"

(มีต่อ)

โดย TU - [30 มี.ค. 2547 , 13:45:45 น.] ( IP = 202.133.136.76 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

"ข้าแต่สมมุติเทพ ตอนแรกนี้พระองค์ยัง ไม่ต้องออกรบก่อน แต่ทรงส่ง ยอดทหารม้า ให้ไปกระทำการรบเถิด หากทหารม้านั้นพ่ายแพ้ ข้าพระบาททั้งหลายค่อยคิดแผนการใหม่ต่อไป"

พระราชาทรงเห็นด้วย จึงรับสั่งให้เรียกตัวยอดทหารม้าเข้าเฝ้า แล้วตรัสถามว่า...

"นี่แน่ะนายทหาร..... ท่านจะสามารถรบชนะพระราชาทั้ง ๗ พระองค์นี้หรือไม่"

"ข้าแต่พระจอมคน ถ้าข้าพระบาทได้ขี่ม้ามงคลโภชาชานียะออกรบแล้วไซร้ อย่าว่าแต่ พระราชาทั้ง ๗ พระองค์นี้เลย แม้พระราชาทั่วทั้งชมพูทวีป ข้าพระบาทก็จะสามารถรบชนะได้ พระเจ้าข้า"

"ดีล่ะ ! อย่าว่าแต่ม้าโภชาชานียะเลย แม้ม้าอื่นๆ ก็จงนำไปเถิด"

นายทหารม้านั้นรับพระดำรัส แล้วถวายบังคมลาเดินลงจากปราสาท สั่งให้นำม้าสินธพโภชาชานียะมา จัดการผูกเกราะให้ แล้วตนเองก็สวมเกราะแน่นหนา เหน็บพระขรรค์ ขึ้นหลังม้าอาชาไนยตัวประเสริฐ เคลื่อนทัพออกจากพระนคร โจมตีทำลายกองทัพที่ ๑ แตกพ่าย จับเป็น พระราชาได้พระองค์หนึ่ง นำมากักขังไว้ในพระนคร แล้วจึงกลับไปรบอีก

ได้บุกตีกองทัพที่ ๒, ๓, ๔, ๕ จนแตกกระเจิงเหมือนกัน จับเป็นพระราชาได้อีก จนกระทั่งตีแตกทำลายถึงกองทัพที่ ๖ ได้ ขณะบุกจับตัวพระราชาองค์ที่ ๖ นี้เอง ม้าโภชาชานียะได้รับบาดเจ็บมาก เลือดไหลโซมกาย ความเจ็บปวดรุนแรงเกิดขึ้น นายทหารม้าตรวจดูอาการแล้ว เห็นว่าบาดเจ็บสาหัสยิ่งนัก จะต้องให้ม้าโภชาชานียะนอนพักรักษาตัว จึงเริ่มลงมือคลายเกราะม้าให้หลวม เพื่อจะนำไปผูกเกราะให้ม้าตัวอื่น แต่....ม้าอาชาไนยทั้งที่นอนซมอยู่นั้น ก็ลืมตาโพลงแลดูนายทหารม้าทำอย่างนั้นด้วยความคิดว่า...

(มีต่อ)

โดย TU - [30 มี.ค. 2547 , 13:51:57 น.] ( IP = 202.133.136.76 : : )


  สลักธรรม 2

"นายทหารม้านี้กำลังจะถอดเกราะเราออก ไปใส่ให้แก่ม้าตัวอื่น แต่ม้าตัวนั้นจะไม่สามารถทำลายกองทัพที่ ๗ และไม่อาจจับพระราชาองค์ที่ ๗ ได้ หากเป็นดังนี้สิ่งที่เราได้ทำไว้แล้ว จะพินาศหมดสิ้น แม้นายทหารม้าซึ่งไม่มีผู้เปรียบ ได้นี้ ก็จะพินาศ แม้พระราชาของเราก็จะต้องตกอยู่ในเงื้อมมือข้าศึก
งานนี้เว้นจากเราแล้ว ม้าตัวอื่นใดในที่นี้ จะไม่สามารถรบทำลายกองทัพที่ ๗ ได้เลย ศึกนี้ต้องเป็นเรา"

เมื่อมองออกถึงการศึกสงครามอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว ทั้งๆ ที่นอนอ่อนล้าอยู่นั้นเอง ม้าอาชาไนยก็เอ่ยขึ้นว่า...

"ดูก่อนนายทหารม้าผู้สหาย แม้เราจะถูกลูกศรแทงเข้าแล้ว จนล้มนอนตะแคงอยู่อย่างนี้ ก็ยังประเสริฐกว่าม้ากระจอกทั้งหลาย ฉะนั้นท่าน จงกระชับเกราะของเราให้แน่น แล้วไปออกรบด้วยกันเถิด"

นายทหารม้าฟังแล้ว ก็จำนนต่อขีดความสามารถต่ำของม้าอื่นๆ จึงตัดสินใจเพื่อส่วนรวม พยุงม้าอาชาไนยให้ลุกขึ้น จัดการใส่ยา พันแผลให้แน่นหนา แล้วผูกเกราะให้กระชับเรียบร้อย ขึ้นนั่งบนหลังม้ามงคลโภชาชานียะ ยกกองทัพออกไปทำลายกองทัพที่ ๗ จนพินาศสิ้น จับเป็นพระราชาองค์ที่ ๗ ได้ นำมามอบให้แก่พระเจ้าพรหมทัต

แต่เมื่อสิ้นสุดการรบแล้ว เหล่าทหารหาญทั้งหลายต้องช่วยกันอุ้มม้าโภชาชานียะ กลับมายังประตูพระราชวัง พระราชาเสด็จออกมาทอดพระเนตร ด้วยพระองค์เอง ม้ามงคลตัวประเสริฐจึงทูลด้วยเสียงอ่อนระโหยว่า...

"ข้าแต่มหาราช พระองค์อย่าทรงฆ่าพระราชา ทั้ง ๗ พระองค์เลย ทรงให้กระทำการสาบาน แล้วปล่อยตัวไป ส่วนการที่พระองค์จะโปรดประทานยศแก่ข้าพระบาทนั้น ขอทรงยกให้เฉพาะแก่นายทหารม้าเท่านั้นเถิด ... อีกอย่าง การที่ต้อง ทำศึกสงครามนั้น ทำให้ทหารล้มตายด้วยกันเป็นอันมาก ย่อมไม่เป็นการสมควร ดังนั้นขอให้พระองค์ทรงบำเพ็ญทาน รักษาศีล ครองราชสมบัติโดยธรรมต่อไปเถิด"

(มีต่อ)

โดย TU - [30 มี.ค. 2547 , 13:54:54 น.] ( IP = 202.133.136.76 : : )


  สลักธรรม 3

จบคำของม้ามงคลแล้ว คนทั้งหลายจึง ถอดเกราะออกให้ เมื่อเกราะถูกถอดออกเท่านั้น ม้าโภชาชานียะก็ขาดใจตายตรงนั้นเอง

พระเจ้าพรหมทัตทรงทำฌาปนกิจสรีระของม้าอาชาไนยแล้ว ก็ได้ประทานยศใหญ่ให้แก่ นายทหารม้า และทรงให้พระราชาทั้ง ๗ พระองค์กระทำสบถสาบาน ที่จะไม่มาประทุษร้ายพระองค์อีก จากนั้นก็ทรงปล่อยตัวไป แล้วพระองค์ก็ทรงครองราชสมบัติโดยธรรมตลอดมา จนกระทั่งสุดสิ้นพระชนมายุ

------------------------------------------------------------

พระศาสดาครั้นนำชาดกนี้มาแสดงจบแล้ว ตรัสว่า...

"พระเจ้าพรหมทัตในครั้งนั้น ได้มาเป็น 'พระอานนท์' ในบัดนี้... นายทหารม้าได้มาเป็น 'พระสารีบุตร'... ส่วนม้าอาชาไนยโภชาชานียะ ได้มาเป็นเรา 'ตถาคต' เอง"

แล้วทรงตรัสอีกว่า...

"ดูก่อนภิกษุ บัณฑิตทั้งหลายในปางก่อน ได้กระทำความเพียรเพื่อผู้อื่นถึงอย่างนี้ แม้จะได้รับบาดเจ็บสาหัสเพียงใด ก็ไม่ละความเพียร ส่วนเธอบวชอยู่ในศาสนานี้ อันเป็นเครื่องนำออกจากทุกข์ได้ ก็แล้วเพราะเหตุไร จึงจะมาละความเพียรเสียเล่า"

จากนั้นทรงประกาศอริยสัจ ๔ ครั้นในเวลาจบสัจจะแล้ว ภิกษุผู้ละความเพียรนั้นก็ได้สติ เกิดญาณ สามารถตั้งอยู่ในอรหัตตผลทันที

(พระไตรปิฎกเล่ม ๒๗ ข้อ ๒๓ อรรถกถาแปลเล่ม ๕๕ หน้า ๒๘๗)

ที่มา : หนังสือดอกหญ้า อันดับที่ ๑๑๑ มกราคม - กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ ของสมาคมผู้ปฏิบัติธรรม

โดย TU - [30 มี.ค. 2547 , 13:57:41 น.] ( IP = 202.133.136.76 : : )


  สลักธรรม 4

ถอดความเป็นภาษาสมัยใหม่..คล้ายการ์ตูนไปนิดนึง แต่ก็อ่านเข้าใจง่าย

โดย น้องกิ๊ฟ [30 มี.ค. 2547 , 20:40:17 น.] ( IP = 202.129.45.195 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบคุณคุณTU ค่ะที่นำเรื่องอดีตชาดกมาให้อ่านแล้วซาบซึ้งยิ่งนัก ทำให้เกิดความเพียรมากขึ้นเลยค่ะ

ส่งมาให้อ่านบ่อยๆน่ะค่ะ

โดย su [31 มี.ค. 2547 , 07:42:53 น.] ( IP = 203.156.31.144 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org