มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ขออนุญาติเรียนถามเกี่ยวกับพระโสดาบันครับ




วอนผู้เมตตา
กระผมมีวิจิกิจฉาเกี่ยวกับพระโสดาบัน
ว่าเมื่อละจากมนุษยภูมิแล้วมีคติเป็นโสดาปัตติเทพ
จักสถิตย์อยู่ที่สวรรค์ใด แลมีอายุไขยนับได้กี่กัลป์ขอรับ? ขอขอบพระคุณมาล่วงหน้าขอรับ

โดย วิทยาธร ป่าหิมพานต์ [30 มี.ค. 2547 , 20:07:05 น.] ( IP = 202.12.74.9 : : unknown ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]


  สลักธรรม 11

คำถาม
การมาโลกนี้ไม่จำเป็นต้องปฏิสนธิในครรภ์มารดาก็ได้ใช่ไหมครับ เช่น จุติมาสถิตย์ในเทวรูป มีเทพชกุมาร หรือมาสถิตย์ในกายมนุษย์ในลักษณะร่างประทับ เป็นต้น


คำตอบ
การมาโลกนี้ จำเป็น ต้องปฏิสนธิในครรภ์มารดา

และการปฏิสนธินั้นต้องประกอบด้วยเหตุ ๓ ประการ
คือสตรีมีระดูงาม สเปอร์ม และสัตว์ตาย มาประจวบกัน ปฏิสนธิจึงเกิดขึ้น



ผู้ที่ตั้งความปรารถนาที่จะเป็นพระพุทธเจ้า มีมากมาย
แต่ผู้ที่จะได้เป็นพระพุทธเจ้า
จะต้องได้รับพุทธทำนายจากพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ
จึงเรียกผู้นั้นว่า นิตยโพธิสัตว์

และขณะที่ถูกพุทธทำนาย ผู้นั้นจะต้องมีคุณสมบัติหลายอย่าง เช่น
- เป็นบุรุษเพศ
- ได้อยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระพุทธเจ้า
- ยัง ไม่ได้เป็นพระอริยบุคคล

ความเป็นพระอริยบุคคลจะบังเกิดขึ้น
ก็ต่อเมื่อได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาพุทธเจ้า



เมื่อมรรคจิต เกิดขึ้น ผลจิต ก็จะเกิดติดต่อทันทีโดยไม่มีระหว่างขั้น เรียกว่า อกาลิโก
และมรรคจิต 4 จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น หมายถึง

เมื่อโสดาปัตติมรรคจิตเกิดขึ้น...ก็เกิดเพียง 1 ครั้งเท่านั้น แล้วโสดาปัตติผลจิต เกิดทันที

เมื่อสกทาคามิมรรคจิตเกิดขึ้น...ก็เกิดเพียง 1 ครั้งเท่านั้น แล้วสกทามิผลจิต เกิดทันที

เมื่ออนาคามิมรรคจิตเกิดขึ้น.....ก็เกิดเพียง 1 ครั้งเท่านั้น แล้วอนาคามิผลจิต เกิดทันที

เมื่ออรหัตตมรรคจิตเกิดขึ้น.......ก็เกิดเพียง 1 ครั้งเท่านั้น แล้วอรหัตตผลจิต เกิดทันที

ดังนั้น การ บรรลุ โสดาปัตตผลจิต, สกทามิผลจิต, อนาคามิผลจิต, อรหัตตผลจิต
จึงมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น


โดย เซิ่น [1 เม.ย. 2547 , 22:23:24 น.] ( IP = 203.156.27.61 : : )


  สลักธรรม 12

สาธุ..สาธุ..สาธุ

คุณเซิ่นตอบข้อธรรมได้ยอดเยี่ยมเลยครับผม

อนุโมทนาครับผม

โดย น้องจุก [1 เม.ย. 2547 , 22:34:37 น.] ( IP = 203.144.143.250 : : 203.118.100.24 )


  สลักธรรม 13

ขอกราบขอบพระคุณท่านมากขอรับ ฯ
บางกรณี การปฏิสนธิไม่จำเป็นต้องอาศัยจุลชีวัน (sperm) เสมอไปนะขอรับ เช่น หนุมานบุตรพระวายุ หรือ ในพระสูตรกล่าวถึงพระฤาษีองค์หนึ่งเพียงแต่ใช้นิ้วแตะที่สะดือของสตรีนางหนึ่ง ครรภ์ก็เกิดขึ้นได้นะขอรับ ฯ ขอสนทนาธรรมอีกนะครับ
๑. การอวตาร ต่างจากการมาเกิดอย่างไรขอรับ ?
๒. ถ้ามาเกิดเป็นทารก จะยังคงความเป็นพระอริยอยู่ตั้งแต่ก่อนเกิดเลยไหมครับ แล้วเกิดมาในครรภ์ย่อมมีศักดิ์ต่ำกว่าบุพการี ดังนี้ พระอริยะที่เกิดมาใหม่ มิต้องไหว้บิดา มารดา ญาติ ครูอาจารย์ ผู้เป็นปุถุชนหรือขอรับ ?
๓. แสดงว่าขณะที่พระโพธิสัตว์มาเกิดในเมืองมนุษย์ในพระชาติที่จะตรัสเป็นพระพุทธศากยมุนีนี้ ตอนเป็นพระกุมารยังเป็นปุถุชนใช่ไหมขอรับ ก็แล แต่พระโพธิสัตว์เป็นปุถุชนอยู่นั้น มาเกิดแล้วมารดาก็สิ้นพระชนม์โดยเร็ว อย่างนี้ถ้าเป็นพระอริยบุคคลมาเกิดในครรภ์มารดาๆ จะไม่สิ้นใจรุนแรงกว่าอีกหรือขอรับ ?
๔. ท้าวสหัมบดีพรหม (ผู้อาราธยาพระพุทธองค์ให้ทรงเผยแผ่พระธรรม) สำเร็จพระโสดาบันหรือสูงกว่านั้นขอรับ และทำไมถึงรู้ความในจิตของพระพุทธองค์เป็นหลายครั้ง ทั้งที่ พุทธวิสัย เป็นอจินไตยอันไม่มีผู้ใดหยุ่งถึงมิใช่หรือขอรับ?

โดย วิทยาธร [2 เม.ย. 2547 , 01:01:04 น.] ( IP = 202.12.74.9 : : unknown )


  สลักธรรม 14

[font color=blue]บางกรณีที่ไม่มี sperm มาเกี่ยวข้องก็จริงแต่ย่อมมีฝ่ายที่เรียกว่า บิดาหรือปุริสสะภาวะ มาปรากฏเป็นองค์ประกอบในที่นั้นด้วย ฉะนั้นเรื่องของการปฏิสนธิในครรภ์มารดาย่อมต้องมีองค์ประกอบพร้อมทั้งสามประการเสมอ ส่วนที่สำคัญที่สุดก็คือ มีสัตว์ตายมาปฏิสนธิด้วยอำนาจชนกกรรม

แม้ในพระชาติที่บำเพ็ญเมตตาบารมีเป็นพระสุวรรณสามนั้นก็ยังต้องมีบิดา มารดา และมีสัตว์ตายมาปฏิสนธิในขณะนั้นด้วยอำนาจของชนกกรรม เช่นกัน

ส่วนที่ปฏิสนธินอกครรภ์มารดานั้นเป็นข้อยกเว้น ที่ก็มีปรากฏว่า นางจิญจมาณวิกาเกิดจากต้นไม้ เป็นต้น

การอวตารเป็นความเชื่อในเรื่องกำเนิดของเทพหรือเทวะตามศาสนาพราหมณ์ เป็นการแบ่งภาคของชีวิตหลักมาเป็นชีวิตรองอีกหลายๆชีวิต ไม่ใช่ความเชื่อที่ประกอบด้วยสัมมาทิฏฐิในพระพุทธศาสนา การอวตารเป็นความเชื่อว่า การมีชีวิตเป็นเรื่องของการดลบันดาลได้ด้วยอำนาจของเทพผู้เป็นใหญ่ กำเนิดของเทพและสัตว์ไม่ได้เป็นไปตามกรรม

ตามพระอภิธรรมปิฎกกล่าวว่า เมื่อพระโสดาบันบุคคลสิ้นชีวิตย่อมไม่ไปเกิดในอบายภูมิแน่นอน และสามารถกลับมาเกิดในมนุษยภูมิได้อีก เพื่อที่จะเจริญมรรคผลต่อไปจนบรรลุอรหัตผล ภายในเจ็ดชาติเป็นอย่างช้า การนบไหว้บิดามารดาเป็นภาวะที่พระโสดาบันท่านย่อมทราบเองว่าควรกระทำหรือไม่ หรือทำอย่างไร แม้ในพุทธกาลพระโสดาบันบุคคลที่เป็นผู้ครองเรือนก็ยังดำเนินชีวิตตามปกติที่ไม่ผิดศีล จึงต้องถามว่าการนบไหว้สักการะผู้มีคุณเป็นการผิดศีลหรือไม่

พระโพธิสัตว์เป็นผู้ที่ยังไม่บรรลุเป็นพระอริยบุคคลประเภทใดๆ เพราะหากบรรลุแล้วก็จะเรียกว่าอนุพุทธะ เพราะรู้ตามผู้อื่นคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในกาลนั้น

ในกาลที่มีพระโพธิสัตว์มาปฏิสนธิเพื่อตรัสรู้ธรรมจึงเป็นกาลที่ไม่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใดปรากฏอยู่ในขณะนั้นเลย จึงเรียกว่าตรัสรู้โดยชอบด้วยพระองค์เอง

โดย TaRa [2 เม.ย. 2547 , 21:15:02 น.] ( IP = 203.209.106.246 : : )


  สลักธรรม 15

ตามธรรมเนียมของมารดาพระโพธิศัตว์นั้นย่อมเป็นเช่นนี้เอง เรียกว่า ปัญจมหาวิโลกนะ สำหรับเรื่องอายุของมารดานี้เป็นการพิจารณาอยู่ในลำดับที่ ๕ เรียกว่า ๕. มาตุอายุปริจเฉทะ คือ ทรงพิจารณาถึงพระชนนี เพราะธรรมดาผู้ที่จะเป็นพุทธมารดานั้น
ย่อมบำเพ็ญพระบารมีมาถึงแสนมหากัปบริบูรณ์
จำเดิมแต่บังเกิดมาก็รักษาเบญจศีลบริสุทธิ์ไม่ด่างพร้อย ทรงเห็นว่า พระสิริมหามายาเทวี อัครมเหสีแห่งพระเจ้าสุทโธนะ มีพระบารมีสมบูรณ์แล้ว ทรงพิจารณาต่อไปว่า พระชนมายุของพระนางสิริมหามายาจะถึงกาลปริจเฉทะเมื่อใด อีกประการหนึ่ง

การหยั่งรู้จิตใจเป็นอำนาจจากสมาธิมิใช่อำนาจของปัญญา ในระหว่างที่ใกล้จะปรินิพพานพระอรหันต์ผู้ทรงอภิญญายังสามารถหยั่งทราบการเข้าออกฌานของพระพุทธองค์จนกระทั่งถึงวาระดับขันธ์ปรินิพพานได้


ปัญจมหาวิโลกนะ คือ
๑. กาละ คือ ทรงพิจารณาอายุของมนุษย์ทั้งหลาย
เห็นว่า อายุของมนุษย์ในสมัยนั้นตั้งอยู่ร้อยปีเป็นกำหนด
๒. ทีปะ คือ ทรงพิจารณาถึงทวีปทั้งสี่ เห็นว่า พระพุทธเจ้าทั้งหลายอุบัติขึ้นแต่ในชมพูทวีปแห่งเดียวเท่านั้น
๓. เทสะ คือ ทรงพิจารณาถึงประเทศที่จะไปบังเกิด
เห็นว่า มัชฌิมประเทศเป็นที่บังเกิดแห่งพระพุทธเจ้าทั้งปวง มีพระสัพพัญญูพุทธเจ้า เป็นต้น และกรุงกบิลพัสดุ์นี้ ประดิษฐานอยู่ในภูมิภาคแห่งมัชฌิมประเทศ
๔. กุละ คือ ทรงพิจารณาถึงสกุลที่จะไปบังเกิดว่า
ธรรมดาพระสัพพัญญูจ้าย่อมบังเกิดแต่ในสกุลทั้งสอง คือ ขัตติยสกุล และพราหมณสกุล ซึ่งโลกสมมุตินับถือว่าประเสริฐ เห็นว่า กาลบัดนี้โลกสมมุติว่าสกุลกษัตริย์ประเสริฐกว่าสกุลพราหมณ์ จึงสมควรจะไปบังเกิดในสกุลกษัตริย์ และพระเจ้าสุทโธทนะมหาราชซึ่งครองกรุงกบิลพัสดุ์นั้น เป็นศากยวงศ์ซึ่งสืบสันติวงศ์มาจากพระเจ้ามหาสมมตะ เป็นอสัมภินนะ ไม่มีกษัตริย์อื่นมาแทรกแซงในการสืบสันตติวงศ์เลย
สมควรเป็นพุทธบิดาได้
๕. มาตุอายุปริจเฉทะ คือ ทรงพิจารณาถึงพระชนนี
เพราะธรรมดาผู้ที่จะเป็นพุทธมารดานั้น ย่อมบำเพ็ญพระบารมีมาถึงแสนมหากัปบริบูรณ์ จำเดิมแต่บังเกิดมาก็รักษาเบญจศีลบริสุทธิ์ไม่ด่างพร้อย
เห็นว่า พระสิริมหามายาเทวี อัครมเหสีแห่งพระเจ้าสุทโธนะ มีพระบารมีสมบูรณ์แล้ว ทรงพิจารณาต่อไปว่า พระชนมายุของพระนางสิริมหามายาจะถึงกาลปริจเฉทะเมื่อใด

โดย TaRa [2 เม.ย. 2547 , 21:18:28 น.] ( IP = 203.209.106.246 : : )


  สลักธรรม 16

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะความประชุมพร้อมแห่งปัจจัย ๓ ประการ ความเกิดแห่งทารกก็มี ในสัตว์โลกนี้ มารดาบิดาอยู่ร่วมกัน แต่มารดายังไม่มีระดู และทารกที่จะมาเกิด ยังไม่ปรากฏ ความเกิดแห่งทารก ก็ยังไม่มีก่อน ในสัตว์โลกนี้ มารดาบิดาอยู่ร่วมกัน มารดามีระดู แต่ทารกที่จะมาเกิดยังไม่ปรากฏ ความเกิดแห่งทารก ก็ยังไม่มีก่อน ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อใดมารดาบิดาอยู่ร่วมกันด้วย มารดามีระดูด้วย ทารกที่จะมาเกิดก็ปรากฏด้วย เพราะความประชุมพร้อมแห่งปัจจัย ๓ ประการอย่างนี้ ความเกิดแห่งทารกจึงมี ดูกรภิกษุทั้งหลาย มารดาย่อมรักษาทารกนั้นด้วยท้องเก้าเดือนบ้าง สิบเดือนบ้าง เมื่อล่วงไปเก้าเดือน หรือสิบเดือน มารดาก็คลอดทารกผู้เป็นภาระหนักนั้น ด้วยความเสี่ยงชีวิตมาก และเลี้ยงทารกผู้เป็นภาระหนักนั้นซึ่งเกิดแล้ว ด้วยโลหิตของตนด้วยความเสี่ยงชีวิตมาก.” (พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ ๑๒/๔๕๒/๔๘๗.)

โดย TaRa [2 เม.ย. 2547 , 22:01:19 น.] ( IP = 203.209.106.246 : : )


  สลักธรรม 17

ขอขอบพระคุณท่านมากนะขอรับ ฯ

๑. ถ้าคนผู้หนึ่งยังไม่สำเร็จโสดาบันแต่มีปกติไม่
เสพเมถุน นอนคนเดียว จะควรกราบไหว้อริยบุคคล
ที่เสพเมถุน กอดก่ายบุตรแลภรรยา (สามี) ไหมขอ
รับ?

๒. บางตำรา (เช่น สัจจะธรรมวิจัย) ว่า ชมพูทวีป คือ
โลกมนุษย์มิใช่หรือขอรับ? คือ พระพุทธเจ้าล้วนมา
เกิดในโลกมนุษย์เท่านั้น


๓. กาละ คือ พิจารณามาเกิดในยุคทองของปรัชญา
ยุคที่คนมีกิเลสเบาบาง ยุคที่ความก้าวหน้าทางวิทยา
ศาสตร์มีน้อย-ไม่มี มิใช่หรือขอรับ?

๔. ท้าวสหัมบดีพรหมบรรลุธรรมขั้นไหนขอรับ แลที่
ท่านเจริญอินทรีย์ ๕ มากจนเป็นอมตะ หมายความ
ว่าอย่างไรขอรับ?

๕. พระ บ. เป็นพระอรหันต์ตามที่ปรากาศ จริงไหม
ครับ ทำไมจึงยังแสวงหาเงินทอง ทำไมเห็นตำแหน่ง
ที่มนุษย์อุปโลกขึ้นมาทีหลังเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งที่พระพุทธองค์ทรงกล่าว ว่าพระองค์ไม่ได้ตั้งใครเป็นศาสดาแทน แต่ทรงตั้งพระธรรมเป็นศาสดา กระผม
ไม่นึกเลื่อมใสพระ บ. เลย จะบาปไหมขอรับ?

โดย วิทยาธร ป่าหิมพานต์ [3 เม.ย. 2547 , 13:05:57 น.] ( IP = 202.12.74.6 : : unknown )


  สลักธรรม 18

ปุถุชนควรกราบไหว้พระอริยบุคคล เพราะพระอริยบุคคลคือพระสุปฏิปันโน (สังฆานุสสติ คือ ระลึกถึงคุณของพระสงฆ์ ซึ่งมีอยู่ ๙ ประการ ตามนัยสังฆานุสสติปาฐะ คือ บทสุปฏิปันโนฯ )

ตามพระไตรปิฏกแสดงภูมิที่เกิดของมนุษย์ว่า มนุสสภูมิ คือที่เกิดของมนุษย์นั้น มี ๔ ทวีป คือ
๑. ปุพพวิเทหทวีป อยู่ทางทิศตะวันออกของภูเขาสิเนรุ
๒. อมรโคยานทวีป อยู่ทางทิศตะวันตกของภูเขาสิเนรุ
๓. ชมพูทวีป (คือโลกนี้) อยู่ทางทิศใต้ของภูเขาสิเนรุ
๔. อุตตรกุรุทวีป อยู่ทางทิศเหนือของภูเขาสิเนรุ


เมื่อพูดโดยเฉพาะแล้วย่อมหมายถึงแผ่นดินที่พระโพธิสัตว์มาบังเกิด

กาละ หมายถึงกาล ในที่นี้คือช่วงที่เหมาะสมแก่การมาปฏิสนธิ กาละใช้ได้กับคำหลายประเภททั้งในพุทธศาสนาและนอกพระพุทธศาสนา
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=4566
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=2867

โดย TaRa [5 เม.ย. 2547 , 19:28:55 น.] ( IP = 203.209.107.90 : : )


  สลักธรรม 19

ความอมตะ ไม่เคยปรากฏมีแก่ชีวิต ไม่ว่าของผู้ใด ทุกชีวิตต้องตาย ไม่มีใครที่เกิดมาแล้วไม่ตาย หลักปฏิจจสมุปบาทกล่าวถึงเหตุผลของชีวิตไว้อย่างแน่แท้ ภพเป็นปัจจัยแก่ชาติ ชาติเป็นปัจจัยแก่ชรา มรณะ...

ขออภัยที่ต้องให้อ่านเอง
ลักษณะของพระอรหันต์
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=4526
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=4503
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=4037

โดย TaRa [5 เม.ย. 2547 , 19:42:24 น.] ( IP = 203.209.107.90 : : )


  สลักธรรม 20

ขอบพระคุณคุณทาร่ามากนะครับ
ขอนั้นเป็นจริงครับว่าสรรพชีวิตในโลกนี้ต้องตาย
แต่กรณี อมตะ ที่กระผมนึกไปถึง คือ ไปเกิดในภูมิ
อื่นแล้วเป็นอมตะในภูมินั้น เช่น ท้าวสหัมบดีพรหม ที่คอยอาราธนาพระพุทธเจ้าให้เผยแผ่ธรรมมาหลายพุทธันดรแล้วนะครับ แล้วก็ทรงยืนยันกับพระ
พุทธองค์ว่า อินทรีย์ ๕ นี้ถ้าเจริญให้มากแล้วจักไม่
ตาย (เป็นอมตะ) ต.ย. ที่เห็นจะๆ
๑. พระมหาโมคคัลลานะเถระ ที่ถูกโจรฆ่ามรณภาพแล้ว ยังต่อกระดูกฟื้นคืนชีพได้
๒. พระสูตรบอกว่า ถ้าพระพุทธองค์ปรารถนา ก็
สามารถมีอายุยืนถึงกัลป์หนึ่งหรือนานกว่านั้น
๓. ท้าวสหัมบดีพรหมยืนยันว่าพระองค์เป็นอมตะ
๔. พระนารทมหาฤาษี (พ่อแก่ครูโขน ละคร) เป็นอมตะ
๕. พระทศฤาษีบรมครูของพรามณ์ในคัมภีร์พระเวท เป็นอมตะ (สังเกตว่าศาสนาพราหมณ์เป็นอมตะคู่โลกนี้ ข้อนี้ในพระสูตรก็บอกว่า พระโพธิสัตว์จะเกิดในระหว่าง ๒ วรรณะ คือ กษัตริย์ หรือ พราหมณ์ แสดงว่าโลกจะบรรลัยกัลป์ด้วยไฟ น้ำ หรือลม ก็ไม่
ทำให้พราหมณ์เสื่อมสูญ เช่น ในอินเดีย ศาสนาพุทธเสื่อมไป แต่พราหมณ์ก็ยังอยู่)
๖. ในประเทศจีน เซียนเป็นอมตะ ซึ่งเซียนตรงกับฤาษีในอินเดีย (ข้อนี้มีบันทึกในประวัติศาสตร์จีน เช่น เรื่องของเจียงกั๊วเหลา) ตัวอย่างผู้เป็นอมตะ คือ องค์โป๊ยเซียน และองค์ซีเทียนไต่สี่ เป็นต้น
๗. ผมจึงเชื่อว่าอมตะผลมีจริงครับ

โดย วิทยาธร ป่าหิมพานต์ [6 เม.ย. 2547 , 01:12:21 น.] ( IP = 202.12.74.9 : : unknown )
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org