| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ปุจฉา..กับ..วิญญาณ
อยากทราบว่า.... ความเป็นไปแห่งวิญญาณครับ ?
คำว่า.. วิญญาณผสม..คืออะไรช่วยอธิบายด้วยครับผม
โดย พี่เณร [2 เม.ย. 2547 , 19:06:26 น.] ( IP = 202.176.91.232 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1ไม่รู้จักค่ะ ..วิญญาณผสม.. จึงอธิบายไม่ได้เลยค่ะ
แต่ถ้าให้ลองตอบก็ต้องค่อยๆแปลตามศัพท์ว่า
วิญญาณ เป็นนามธรรม คือ จิต
นามธรรมต้องผสม(รวม คลุกเคล้า)เข้ากันได้กับนามธรรมด้วยกันเท่านั้น
ถ้าตอบว่า จิตที่เกิดขึ้นพร้อมเจตสิกชนิดต่างๆทั้งในปฏิสนธิกาล และปวัตติกาล ..พอจะเป็นคำตอบได้ไหมคะ..โห้ย..ปวดหมองโดย น้องกิ๊ฟ [2 เม.ย. 2547 , 22:18:54 น.] ( IP = 203.209.106.246 : : )
สลักธรรม 2อิอิ น้องกิ้ฟพี่เณรโดนถามมาก่อน
จาก mr.lee 5555
ความเป็นไปแห่งวิญญาณครับ ?
คำตอบ...บัดนี้ พึงทราบปวัตติ (ความเป็นไป) แห่งวิญญาณนั้น ดังต่อไปนี้
ก็วิญญาณทั้งปวงนี้แหละ ย่อมเป็นไปโดยส่วน ๒ ด้วยอำนาจปวัตติวิญญาณ และ ปฏิสนธิวิญญาณ
ในวิญญาณทั้ง ๒ ส่วนนั้น.. วิญญาณ ๑๓ ดวงนี้ ..คือ ทวิปัญจวิญญาณ (วิญญาณ ๑๐ ดวง ) มโนธาตุ ๒ ดวง... อเหตุกมโนวิญญาณธาตุที่เป็นโสมนัสสหรคต ๑ ดวง... ย่อมเป็นไปในส่วนปวัตติกาล.... ในปัญจโวการภพเท่านั้น
วิญญาณที่เหลือ ๑๙ ดวงเป็นไปทั้ง..ในส่วนปวัตติกาล.. ทั้งในส่วนปฏิสนธิกาลตามสมควรใน ๓ ภพ (คือปัญจโวการภพ จตุโวการภพ และเอกโวการภพ)
โดย พี่เณรครับ [3 เม.ย. 2547 , 08:39:59 น.] ( IP = 202.176.91.197 : : )
สลักธรรม 3วิญญาณเป็นไปในปัญจโวการภพในปวัตติกาล ๑๓ ดวง
ทวิปัญจวิญญาณ (๑๐)
วิสัชนาว่า อันดับแรกวิญญาณ ๕ ดวง มีจักขุวิญญาณเป็นต้น
ฝ่ายกุศลวิบาก ปรารภอารมณ์มีรูปเป็นต้น ที่มาปรากฏทางทวารมีจักขุทวารเป็นต้น ของผู้ที่เกิดมาด้วยผลของกุศล หรือด้วยผลของอกุศลก็ตาม ที่มีอินทรีย์เข้าถึงความแก่กล้าแล้วตามลำดับเป็นอิฏฐารมณ์ก็ตาม เป็นอิฏฐมัชฌัตตารมณ์ก็ตาม อาศัยประสาทมีจักขุปสาทเป็นต้น
ก็ยังกิจคือ การเห็น การได้ยิน การดม การลิ้ม การสัมผัส ให้สำเร็จเป็นไป
วิญญาณ ๕ ดวง ฝ่ายอกุศลวิบากก็เป็นอย่างนั้น เป็นแต่อารมณ์ของอกุศลวิปากวิญญาณเหล่านั้น เป็นอนิฏฐารมณ์ หรือเป็นอนิฏฐมัชฌัตตารมณ์สิ้นเชิง เท่านี้เองเป็นความต่างกัน
จริงอยู่ วิญญาณทั้ง ๑๐ ดวงนั้นมีทวาร อารมณ์ วัตถุ และฐานคงตัว และมีกิจตายตัวอยู่เท่านั้นเอง
โดย พี่เณรครับ [3 เม.ย. 2547 , 08:44:10 น.] ( IP = 202.176.91.197 : : )
สลักธรรม 4สัมปฏิจฉนจิต (๒)
ต่อนั้นมโนธาตุที่เป็นกุศลวิบาก ในลำดับแห่งวิญญาณทั้งหลายมีจักขุวิญญาณเป็นต้นที่เป็นกุศลวิบาก ปรารภอารมณ์ของจักขุวิญญาณเป็นต้นเหล่านั้นแหละ อาศัยหทยวัตถุ ก็ยังสัมปฏิจฉนกิจให้สำเร็จเป็นไป มโนธาตุฝ่ายอกุศลวิบาก ในลำดับแห่งจักขุวิญญาณเป็นต้นที่เป็นอกุศลวิปากก็เป็นไปอย่างนั้นเหมือนกัน
ก็แต่ว่ามโนธาตุคู่นี้ มีทวารและอารมณ์ไม่แน่ แต่มีวัตถุฐานคงตัว และกิจก็ตายตัว
โดย พี่เณรครับ [3 เม.ย. 2547 , 08:45:33 น.] ( IP = 202.176.91.197 : : )
สลักธรรม 5โสมนัสสันตีรณจิต (๑)
ส่วน อเหตุกมโนวิญญาณธาตุที่เป็นโสมนัสสหรคต ในลำดับแห่งกุศลวิบากมโนธาตุ ก็ปรารภอารมณ์แห่งกุศลวิบากมโนธาตุนั้นแหละ อาศัยหทยวัตถุ ยังสันตีรณกิจให้สำเร็จ ตัดวิถีด้วยภวังค์ ในที่สุดแห่งชวนะที่สัมปยุตด้วยโลภะโดยมาก แห่งเหล่าสัตว์จำพวกกามาวจร ในเมื่ออารมณ์นั้นเป็นอารมณ์ที่มีกำลังในทวารทั้ง ๖ เป็นไปวาระเดียวบ้าง สองวาระบ้าง ด้วยอำนาจแห่งตทารัมมณะ ในอารมณ์ที่ชวนะยึดไว้ ดังนี้ แต่ในอรรถกถาพระอภิธรรม วารจิตในตทารัมมณะมาเป็น ๒ (วาระเดียวไม่มี)
ก็แลจิตดวงนี้ มี ๒ ชื่อ คือ ชื่อว่า ตทารัมมณะ และชื่อว่าปิฏฐิภวังค์ มีทวารและอารมณ์ไม่แน่ แต่มีวัตถุคงตัว มีฐานและกิจก็ไม่ตายตัวแล
วิญญาณ ๑๓ ดวง พึงทราบว่า เป็นไปในส่วนปวัตติกาลในปัญจโวการภพเท่านั้น ดังกล่าวมาฉะนี้ก่อน
วิญญาณเป็นไปในปวัตติกาล และปฏิสนธิกาลใน ๓ ภพ ๑๙ ดวง
ในวิญญาณ ๑๙ ที่เหลือเล่า วิญญาณอะไร ๆ ไม่เป็นไปโดยปฏิสนธิ (กิจ) อันควรแก่ตนก็หามิได้
โดย พี่เณรครับ [3 เม.ย. 2547 , 08:47:46 น.] ( IP = 202.176.91.197 : : )
สลักธรรม 6อุเบกขาสันตีรณจิต
แต่ในส่วนปวัตติกาล อันดับแรกอเหตุกมโนวิญญาณธาตุอันเป็นกุศลวิบากและอกุศลวิบากทั้ง ๒ ยังกิจ ๔ อย่าง ให้สำเร็จ คือ
ยังสันตีรณกิจในลำดับแห่งกุศลอกุศลวิบากมโนธาตุในปัญจทวารให้สำเร็จ
ยังตทารัมมณกิจในทวาร ๖ โดยนัยที่กล่าวในตอนก่อนนั่นแล ให้สำเร็จ
เมื่อจิตตุปาทที่เข้าไปตัดภวังค์ไม่มี ยังภวังคกิจเบื้องหน้าแต่ปฏิสนธิที่ตนให้แล้วให้สำเร็จ และยังจุติกิจในบั้นปลายให้สำเร็จ เป็นวิญญาณธาตุที่มีวัตถุคงตัว แต่มีทวาร อารมณ์ ฐานและกิจไม่คงตัวเป็นไป
โดย พี่เณรครับ [3 เม.ย. 2547 , 08:49:26 น.] ( IP = 202.176.91.197 : : )
สลักธรรม 7มหาวิบากจิต
สเหตุกจิตฝ่ายกามาวจร ๘ ยังกิจ ๓ อย่าง ให้สำเร็จ
คือ ยังตทารัมมณกิจ ในทวาร ๖ โดยนัยที่กล่าวแล้วนั่นแหละให้สำเร็จ
เมื่อจิตตุปบาทที่เข้าไปตัดภวังค์ไม่มี ก็ยัง ภวังคกิจเบื้องหน้าแต่ปฏิสนธิที่ตนให้แล้วให้สำเร็จ และยังจุติกิจในบั้นปลายให้สำเร็จ เป็นจิตมีวัตถุคงตัว
แต่ทวาร อารมณ์ ฐานและกิจไม่คงตัวเป็นไป
โดย พี่เณรครับ [3 เม.ย. 2547 , 08:50:54 น.] ( IP = 202.176.91.197 : : )
สลักธรรม 8มหัคคตวิบากจิต
รูปาวจรวิญญาณ ๕ และอรูปาวจรวิญญาณ ๔
ยังกิจ ๒ อย่าง ให้สำเร็จ คือ...
เมื่อจิตตุปบาทที่เข้าไปตัดภวังค์ไม่มี ก็ยังภวังคกิจเบื้องหน้าแต่ปฏิสนธิที่ตนให้แล้วให้สำเร็จ.... และยังจุติกิจในบั้นปลายให้สำเร็จเป็นไป
ในจิต ๒ ประเภทนั้น รูปาวจรจิตทั้งหลายมีวัตถุทวารและอารมณ์คงตัว แต่ฐานและกิจไม่คงตัว
ส่วนอรูปาวจรจิตทั้งหลาย มีวัตถุคงตัว อารมณ์คงตัว แต่ฐานและกิจไม่คงตัว
วิญญาณทั้ง ๓๒ ดวง ย่อมเป็นไปเพราะสังขารเป็นปัจจัย ในส่วนปวัตติกาล
ดังกล่าวมาฉะนี้ก่อน..สังขารนั้น ๆ เป็นปัจจัย โดยเป็นกัมมปัจจัย และเป็นอุปนิสสยปัจจัยแก่วิปากวิญญาณ ๓๒ ดวงนั้นในปวัตติกาลนั้น
โดย พี่เณรครับ [3 เม.ย. 2547 , 08:54:32 น.] ( IP = 202.176.91.197 : : )
สลักธรรม 9ส่วนปฏิสนธิ
ส่วนคำใดที่กล่าวไว้ว่า วิญญาณ ๑๙ ที่เหลือเล่า วิญญาณอะไร ๆ ไม่เป็นไปโดยปฏิสนธิ (กิจ) อันควรแก่ตนก็หามิได้
คำนั้นยังรู้ได้ยาก เพราะเป็นคำสังเขปนัก เพราะเหตุนั้น เพื่อแสดงความพิสดารแห่งปฏิสนธิวิญญาณนั้นต่อไป โดยตั้งปัญหาว่า....
(๑) ปฏิสนธิมีกี่อย่าง ?
(๒) ปฏิสนธิจิตมีเท่าไร ?
(๓) ปฏิสนธิย่อมมีในภพไหนด้วยจิตอะไร ?
(๔) อะไรเป็นอารมณ์ของปฏิสนธิ ?
โดย พี่เณรครับ [3 เม.ย. 2547 , 08:56:50 น.] ( IP = 202.176.91.197 : : )
สลักธรรม 10คำตอบมีว่า..
(๑) ปฏิสนธิมี ๒๐ ทั้งปฏิสนธิของอสัญญีสัตว์ (คือโดยปฏิสนธิจิตก็มีเพียง ๑๙ แต่นับปฏิสนธิของพวกอสัญญีเข้าด้วยจึงเป็น ๒๐)
(๒) ปฏิสนธิจิตมี ๑๙ ประการดังกล่าวแล้วนั่นแหละ
(๓) ในปฏิสนธิจิต ๑๙ นั้น ปฏิสนธิในอบายทั้งหลาย ย่อมมีด้วยอเหตุกมโนวิญญาณธาตุที่เป็นอกุศลวิบาก
ปฏิสนธิแห่งพวกคนบอดแต่กำเนิด คนหนวกแต่กำเนิด คนบ้าแต่กำเนิด คนใบ้แต่กำเนิด และคนกะเทยทั้งหลายในมนุษย์โลก ย่อมมีด้วยอเหตุกมโนวิญญาณธาตุที่เป็นกุศลวิบาก
ปฏิสนธิแห่งเหล่าสัตว์ผู้มีบุญ ในพวกเทพชั้นกามาวจรก็ดี ในพวกมนุษย์ก็ดี ย่อมมีด้วยสเหตุกกามาวจรวิบากจิต ๘
ปฏิสนธิในรูปพรหมโลกย่อมมีด้วยรูปาวจรวิบาก ๕
ปฏิสนธิในอรูปพรหมโลกย่อมมีด้วยอรูปาวจรวิปากจิต ๔
ปฏิสนธิย่อมมีในภูมิใด ด้วยจิตใด ปฏิสนธินั้นแล ชื่อว่าปฏิสนธิอันควรแก่วิญญาณนั้น
วันนี้แค่นี้ก่อนนะครับ
พี่เณรต้องแบ่งเวลาไปทำอย่างอื่นบ้าง
เพราะถ้าจะให้ความเข้าใจกันหมด
ชาตินี้ทั้งชาติก็ยังไม่หมด อิอิ
ดังนั้นผู้ที่พูดแต่คำว่า วิญญาณๆๆๆๆโดยไม่ศึกษา
จะเห็นได้ว่า..ประมาทยิ่งนักนะครับโดย พี่เณรครับ [3 เม.ย. 2547 , 09:02:34 น.] ( IP = 202.176.91.197 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |