มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ธรรมจากห้องเสือพิทักษ์ เรื่อง…จริต(ตอน ๗)





http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=4897


เหตุที่มีจริตต่างกัน


ก็เพราะว่า กรรมที่สะสมมาในอดีตชาติไม่เหมือนกัน ...

  • ถ้าผู้ใดประกอบกุศลกรรมในอดีตชาติมาก
    เช่น เคยให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา
    ...เมื่อตายก็มีโอกาสเกิดเป็นเทวดา นางฟ้า
    เสวยผลของกุศลมีความสุข ได้รับผลของกุศลที่เคยทำไว้
    สามารถเนรมิตทรัพย์สมบัติต่างๆ ให้เกิดความสุขขึ้นมาได้
    ...ต่อเมื่อตายจากสวรรค์มาเกิดในโลกมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง
    ก็ย่อมจะเป็นมนุษย์ผู้ประกอบไปด้วย  "ราคจริตและสัทธาจริต"   เป็นพื้นเดิมของจิตใจ
    เพราะราคจริตและสัทธาจริตเป็นสภาคกัน เป็นที่พึ่งของกันและกัน มีความอะลุ้มอล่วยต่อกัน
    หมายถึง มีความเป็นอยู่คล้ายคลึงกัน
    มีลักษณะ..-โดยอิริยาบถ-โดยกิจ-โดยอาหาร- โดยทรรศนะ.. เหมือนกัน
    จัดได้ว่า มนุษย์ประเภท  ..."ราคจริตและสัทธาจริต  "
    คือผู้ที่ตายมาจากภูมิที่ดี เช่น เป็นเทวดา นางฟ้า
    ซึ่งมีกุศลกรรมที่เคยให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนาในอดีต

โดย สุกัญญา [7 เม.ย. 2547 , 11:43:34 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.12.75 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1


  • ส่วนผู้ที่ประกอบอกุศลกรรมในอดีตชาติมาก
    เกิดความโกรธขึ้นมาก็มีอาการดุเดือดเลือดขึ้นหน้า ถึงกับลงมือฆ่า เบียดเบียน
    ทำลาย จองเวรจองกรรม ทำให้ผู้อื่นได้รับความลำบาก กักขังให้สิ้นอิสรภาพ
    ...เมื่อตนต้องตายลงไป การกระทำนั้นก็ส่งผลให้ไปเกิดเป็น สัตว์นรก
    ในนิริยภูมิเป็นระยะยาวนาน
    เมื่อสมควรแก่กาลเวลาแล้วก็ต้องเคลื่อนอัตภาพขึ้น
    การเคลื่อนขึ้นมาจากสัตว์นรกนั้นยากมาก
    ชีวิตของสัตว์นรกก็มีระยะเวลาช้านานอยู่แล้ว
    การเคลื่อนขึ้นมาก็ค่อยๆ ไล่มาจากภูมิต่ำไล่ขึ้นมาเรื่อยๆ
    อาจจะต้องมาเป็นสัตว์เดรัจฉานก่อนก็ได้
    ...จนกระทั่งตายจากภพของสัตว์เดรัจฉานแล้วก็มาเกิดเป็นมนุษย์
    บุคคลเช่นนี้ก็ย่อมเป็นมนุษย์ที่ประกอบไปด้วยโทสจริต และพุทธิจริตคู่กัน
    เป็นพื้นเดิมของจิตใจ มีความเป็นอยู่คล้ายคลึงกัน
    จัดได้ว่ามนษย์ประเภท  ..."โทสจริตและพุทธิจริต  "
    เป็นผู้ที่ตายมาจากภพภูมิที่ไม่ดี
    คือเป็นสัตว์นรก เคลื่อนจากนิริยภูมิมาเกิดในโลกมนุษย์

  • แต่ถ้าผู้ใดประกอบกรรมอันชั่วร้ายในอดีตชาติ
    เป็นผู้มากไปด้วยความงมงาย ชอบดื่มสุราเมรัยเป็นประจำ ไม่ชอบทำกุศลผลบุญ
    ทั้งเป็นคนเสื่อมปัญญา ไม่สนใจฟังธรรม และไม่รับฟังธรรม
    เมื่อต้องตายลงก็จะตายจากคนไปเป็นสัตว์เดรัจฉาน
    แปลว่าผู้ไปตามขวาง เช่น หมู หมา ปลา เป็ด ไก่ หรือไส้เดือน กิ้งกือ เป็นต้น
    พวกที่ทำร้ายสัตว์อื่นได้ เช่น เสือก็กินเนื้อสัตว์ด้วยกันเป็นระยะเวลายาวนาน
    เมื่อสมควรแก่เวลาก็แคล้วคลาด ตาย
    เคลื่อนมาเป็นมนุษย์ประเภทโมหจริต และวิตกจริตเป็นพื้นเดิมของจิตใจ
    จัดได้ว่ามนุษย์ประเภท  ..."
    โมหจริตกับวิตกจริต  
    "เป็นผู้ที่ตายมาจากภพภูมิที่ไม่ดี
    คือ เป็นสัตว์เดรัจฉานมาเกิดเป็นมนุษย์

โดย สุกัญญา [7 เม.ย. 2547 , 11:47:30 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.12.75 )


  สลักธรรม 2


นอกจากหลักเกณฑ์กว้างๆ ของการที่คนทั้งหลายมีจริตอัธยาศัยแตกต่างกันออกไปถึง ๖ จริตแล้ว
การบำเพ็ญกุศลในอดีตโดยมีเจตนาอันเป็นต้นเหตุแห่งกุศลนั้นๆ ไม่เหมือนกัน
ก็เป็นเหตุให้เกิดมามีจริตแตกต่างกันได้ ...


  • หากว่าในอดีตชาติ..มีกระแสจิตเพ่งเล็งไปในแง่ดี แง่เด่น
    บำเพ็ญกุศลไปด้วยมีเจตนา อยากได้มาซึ่งลาภ ยศ สรรเสริญ ชื่อเสียง
    อยากมีหน้าทีตา อยากได้ผลเป็นทิพยสมบัติ คือ อยากเป็นเทวดา
    หรืออยากเป็นมนุษย์ที่มีสมบัติ ที่เขาเรียกว่า คาบช้อนเงิน ช้อนทอง
    มีเจตนาในการทำบุญที่เนื่องจากตัณหาเป็นเหตุ มานะเป็นใหญ่ และมีทิฐิแรงกล้า
    ...เจตนาเป็นต้นเหตุให้ทำกุศลอันประกอบด้วยตัณหา ทิฐิและมานะ
    ย่อมทำให้ผู้ที่กระทำนั้น มาเกิดเป็นมนุษย์ประเภท  ..."ราคจริต"

  • ถ้าหากว่า ..มีกระแสจิตเพ่งเล็งไปในแง่ความเลื่อมใสบำเพ็ญกุศล
    โดยไม่มีเจตนามักมาก อยากได้ในลาภ ยศ สรรเสริญ
    มีแต่กำลังศรัทธาอันแรงกล้า เชื่อเรื่องบุญ เชื่อเรื่อบาป
    ผลดีแห่งการมีศรัทธานี้ ก็มีโอกาสที่จะตายลงแล้วได้เกิดในภพใหม่ที่ดีไปเรื่อยๆ
    ในเมื่อยังมีกิเลสหลงเหลืออยู่ และยังไม่สำเร็จเป็นพระอรหันต์
    การที่ได้พยายามสร้างบุญไว้นั้นดีมาก เพราะกุศลเป็นเครื่องพาไปในทางที่ดี
    ไม่ให้ตกต่ำได้ มีความเพียรมาก จึงต้องบำเพ็ญกุศลให้เกิดขึ้นในจิตใจตน
    เพราะจะได้มีสัมมัปปธานเกิดขึ้น

    ...เจตนาเป็นต้นเหตุให้ทำกุศล คือ ศรัทธา
    ประกอบไปด้วยกำลังศรัทธาอย่างจริงจัง
    ย่อมทำให้ผู้กระทำนั้น มาเกิดเป็นมนุษย์ประเภท ..."สัทธาจริต"

โดย สุกัญญา [7 เม.ย. 2547 , 12:01:19 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.12.75 )


  สลักธรรม 3


  • ผู้ที่..มีกระแสจิตเพ่งเล็งไปในความโกรธ บำเพ็ญกุศลไปด้วยความขุ่นมัว
    หรือเกิดความตระหนี่ในทานที่ตนกำลังให้อยู่
    มือก็ให้ ใจก็นึกไปอย่างหนึ่ง มือให้โดยเสียไม่ได้ ใจนึกไม่ชอบ ไม่พอใจ
    เช่น เขาแจกซองผ้าป่า ไม่ทำก็เกรงใจเจ้านาย มือใส่ไป ๕ บาทแต่ ใจด่าไป ๕ ปี ประเภทนี้
    ...เจตนาเป็นต้นเหตุให้ทำกุศลประกอบไปด้วยโทสะ
    มีความโกรธเคือง มีกุกกุจจะ คือ ความรำคาญและเสียใจ
    รำคาญเป็นเหตุให้ทำกุศลโดยมีมัจฉริยะ คือ ความตระหนี่
    เวลาทำบุญก็แทนที่จะหยิบมากเหมือนการหาโลภะ กลับคิดว่าเอาไว้ซื้อของดีกว่า
    ย่อมทำให้ผู้ทำกุศลชนิดนี้ มาเกิดเป็นมนุษย์ประเภท ..."โทสจริต"

  • ผู้ที่มีกระแสจิตไปในแง่ปัญญาความรู้
    บำเพ็ญกุศลมีเจตนาประกอบไปด้วยปัญญา
    มีความรู้ในเหตุในผลของกุศลที่ตนทำนั้นด้วยสติ
    คือ มีสติในการกระทำอยู่เสมอ มีความคิดอันถูกต้องทุกขณะ
    รู้ว่าผลของกุศลที่ทำนั้นให้ผลอย่างไร มีความเฉียวฉลาดในกุศลอยู่เสมอ
    คือ มีความคิด พิจารณา ทบทวน ใคร่ครวญ แล้วค่อยตัดสินถูกต้องว่า
    สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน
    ส่วนทรัพย์สินต่างๆ เช่น แก้วแหวนเงินทองต่างๆ เรือกสวนไร่นา สามีหรือภรรยา บุตร ธิดา
    ไม่ใช่สมบัติอันแท้จริงชองตน
    คนที่เกิดมาไม่ว่าตัวเราหรือตัวเขาล้วนแต่มีรูปนาม ขันธ์ ๕ เหมือนๆ กันหมด
    การบำเพ็ญกุศลก็โดยมีความปรารถนาเพื่อให้เกิดญาณปัญญาในวิปัสสนา
    เป็นเครื่องพาตนให้พ้นจากกองทุกข์ในสังสารวัฏ
    มีความปิติยินดีที่มีโอกาสทำบุญกุศลอันเป็นที่พึ่งอย่างแท้จริงของตน
    ทั้งชาตินี้ได้รับความสุขกายสบายใจ ทั้งชาติหน้าก็ได้รับสิ่งที่ดี
    ด้วยการตั้งเจตนาอธิษฐานในการทำกุศลเสมอว่า ...
    ขอให้กุศลจงมีผลานิสงส์ส่งให้เกิดเป็นคนมีปัญญา
    และสามารถใช้ปัญญาตัดกิเลสเป็นสมุจเฉทปหาณ
    ได้บรรลุมรรคผลนิพพานในอนาคตกาล
    ...เจตนาอันเป็นต้นเหตุให้ทำกุศลซึ่งประกอบไปด้วยปัญญาอันถูกต้องเป็นอย่างดี
    ย่อมส่งผลให้ มาเกิดเป็นมนุษย์ประเภท ..."พุทธิจริต"

โดย สุกัญญา [7 เม.ย. 2547 , 12:05:50 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.12.75 )


  สลักธรรม 4


  • ผู้ที่มีกระแสจิตเพ่งเล็งไปในแง่ของความหลง ไม่รู้เรื่อง
    บำเพ็ญกุศลไปด้วยเจตนาอันประกอบด้วยโมหะ ความโง่เขลา งมงาย
    ไม่รู้เหตุ ไม่รู้ผลในการกระทำ ว่าทำเพื่ออะไร
    หรือการกระทำบุญนั้น ทำตามสมัยนิยม ตามประเพณี ตามกาลเวลา
    เห็นคนอื่นเขาว่าดี ก็ทำตามเขาส่งๆ ไป ไม่รู้ว่าผลดีอย่างไร
    แต่ในใจเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในทาน ในศีล ในภาวนา ที่ตนกำลังบำเพ็ญอยู่ด้วย
    เช่น กำลังให้ทาน จิตก็นึกวิพากษ์วิจารณ์เขา เคลือบแคลงสงสัยว่า
    ทานที่ตนให้จะดีหรือ
    แทนที่จะมีความยินดี โสมนัสอย่างบริสุทธิใจกับการกระทำของตนเอง
    กลับมีจิตฟุ้งซ่าน ซัดส่ายไปในเรื่องอื่น
    ...เจตนาอันเป็นเหตุให้ทำกุศลประกอบไปด้วยความไม่รู้ ความเคลือบแคลงสงสัย
    และความฟุ้งซ่าน ย่อมส่งผลให้ผู้กระทำนั้น มาเกิดเป็นมนุษย์ประเภท ...".โมหจริต"

  • ผู้ที่มีกระแสจิตเพ่งเล็งไปในแง่ของความสนุกสนาน
    บำเพ็ญกุศลไปด้วยเจตนาประกอบไปด้วยกามวิตก
    คิดเพลิดเพลินในอารมณ์มากกว่าคิดถึงเรื่องบุญกุศล
    เพราะว่าจะต้องมีความสนุกสนาน เฮฮาจึงจะไป
    จะไปทำบุญก็ต้องมีปี่พาทย์ กลองยาว มีลิเกก่อน จึงจะไปวัด
    บริจาคเพื่อจะไปดูลิเก ไปดูโขน ดูละคร
    หรือว่าจะไปทอดผ้าป่าที่ไหนก็ตาม ถ้าในรถไม่มีกลองยาวก็ไม่ไป
    คิดในความเพลิดเพลินอารมณ์เป็นใหญ่กว่าเรื่องของกุศล
    กุศลเป็นผลพลอยได้เท่านั้น
    หรือมิฉะนั้น ก็บำเพ็ญกุศลไปด้วยอำนาจพยาบาท
    เช่น ทำบุญเสียก่อนเชื่อว่า ทำบุญแล้วอธิษฐานอะไรก็ได้
    ก็รีบใส่บาตรแล้วอธิษฐานสาปแช่งคนที่ตนเกลียด
    เรียกว่า ทำบุญด้วยความพยาบาท อาฆาต
    หรือทำบุญไปในการเบียดเบียนผู้อื่น เช่น จะทำบุญสักอย่างหนึ่ง
    ตัวเองรับเป็นประธาน คือ อยากมีหน้ามีตา
    ถ้าหากว่าตัวเองไม่สามารถทำสำเร็จได้ ก็ป่าวร้องให้ชาวบ้านเขาช่วย
    เพื่อความมีหน้ามีตา คือ เบียดเบียนผู้อื่น
    หรือหันโทรโข่งไปทางบ้านคนอื่น เปิดให้ดังเกินความจำเป็น

โดย สุกัญญา [7 เม.ย. 2547 , 12:11:04 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.12.75 )


  สลักธรรม 5


การทำกุศลจึงเบียดเบียน ทำลายความสงบความสุขของผู้อื่น
ปรารถนาให้ผู้อื่นได้เกิดทุกข์ เป็นการทำกุศลด้วยเจตนาประกอบด้วยกามวิตก
คือ ความตรึกในกาม (- รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส)
หรือ พยาบาทวิตก คือ ความตรึกในพยาบาทด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ
เช่น เมื่อก่อนฉันไม่มี เธอทำต่อหน้าฉัน ตอนนี้ฉันมี ฉันทำใส่หน้าเธอเลย
นี่อะไร... ความพยาบาทวิตก และในความตรึกที่เบียดเบียนผู้อื่นย่อมส่งผลให้ผู้กระทำนั้น
มาเกิดเป็นมนุษย์ประเภท ..."วิตกจริต"

ที่บอกมานี่ พอสำรวจตัวเองได้แล้วว่ามีอะไรบ้าง จะแก้ย้อนกลับไปได้ไหม - ไม่ได้
แต่ก็มีวิธีแก้ไข... ติดตามต่อในตอนจบนะคะ

โดย สุกัญญา [7 เม.ย. 2547 , 12:13:28 น.] ( IP = 158.108.2.2 : : 158.108.12.75 )


  สลักธรรม 6


ธรรมะของหลวงพ่อเสือแสดงไว้ดีแล้ว...เป็นไปเพื่อความสิ้นทุกข์หมดกิเลสตัณหา.....เราทั้งหลายควรน้อมนำไปประพฤติปฎิบัติเพื่อประโยชน์เพื่อความสุขทั้งในโลกนี้และโลกหน้าและเพื่อประโยชน์อย่างยิ่งคือความสิ้นทุกข์ตลอดกาลนาน

โดย เณรวัส [7 เม.ย. 2547 , 16:54:47 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณคุณสุกัญญามากค่ะ

โดย เซิ่น [7 เม.ย. 2547 , 19:51:11 น.] ( IP = 169.210.26.36 : : )


  สลักธรรม 8




อนุโมทนาค่ะ

โดย น้องฟู [7 เม.ย. 2547 , 21:37:15 น.] ( IP = 203.113.39.6 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบพระคุณในน้ำใจอันงาม ที่นำมาลงเผยแผ่เป็นธรรมทานนะคะ..สาธุ

โดย น้องกิ๊ฟ [7 เม.ย. 2547 , 21:43:46 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org