มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เก็บเบี้ย(บุญ) ใต้ถุนร้าน(พี่ดอกแก้ว)





เก็บเบี้ย (บุญ) ใต้ถุนร้าน (พี่ดอกแก้ว)

ตอน 2 ...วิบากท้าทายปัญญา




พักนี้...ไม่เพียงแค่อากาศเท่านั้นที่ร้อนอบอ้าว
แต่จิตใจที่เผลอไปจากสติ ...ก็ยังร้อนรุ่มไปกับความวุ่นวายรอบๆ ตัว
จนทำให้นึกถึงคำสอนของครูบาอาจารย์ ที่พยายามบอกพวกเราว่า
อุปสรรค ท้าทายความสามารถ วิบาก ท้าทายปัญญา


เหตุที่นำมาเล่า ก็เพราะว่าเรื่องราวต่างๆ นี้ ล้วนเป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง

สืบเนื่องมาจากวันที่ 13 มีนาคม ที่ผ่านมาในวันคล้ายเกิดของอาจารย์นั้น
ได้มีพิธีสวดนพเคราะห์...ณ มูลนิธิฯ
(ด้วยความกรุณาของท่านพิพิธธรรมสุนทร เนื่องจากท่านเห็นว่าปีที่ผ่านมานี้ อาจารย์เจ็บป่วยมาก)

และ...ในวันนั้นนับเป็นโชคดีที่ลูกศิษย์ทุกคนก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมพิธีโดยทั่วถึงกัน
...ซึ่งพิธีนี้ ถือว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์ พิธีใหญ่
(ผู้ที่อ่านพระสูตร ก็ย่อมรู้ดีว่า แม้ในพุทธกาลก็ยังมีเรื่องราวเช่นนี้ หากใครสนใจไปอ่านเรื่องราวที่เป็นที่มาของ พระพุทธรูปปางห้ามพยาธิ ได้)


แต่ทว่า ผู้เขียนนั้น ตั้งแต่เข้าพิธีนี้แล้ว
ปรากฏว่า เคราะห์ คือวิบากอกุศล มาเป็นระนาว แบบตั้งตัวไม่ติด
...จนอดคิดไม่ได้ว่า ขนาดผ่านการทำพิธีมาแล้วนะนี่

โดย วยุรี [12 เม.ย. 2547 , 05:34:43 น.] ( IP = 203.113.38.10 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1



เห็นไหมคะ เรื่องศรัทธา ๔ นี้ ไม่ใช่ของง่ายเลย ...
ที่ผ่านๆ มา...เราคิดว่า เราเชื่อเรื่อง กรรม เชื่อเรื่องวิบาก
แต่ทว่าเป็นการเชื่อโดยการเรียน คือ เชื่อตามตัวหนังสือที่เรียนมาเท่านั้น ยังไม่ใช่ความเชื่อในศรัทธา ๔ ตามที่พระพุทธองค์ทรงกล่าวไว้
เพราะคราใดที่มีเรื่องราวเกิดกับตัวเอง ...ก็ยังวางใจไม่ถูก

เหตุการณ์เช่นนี้….เป็นการบอกให้เรารู้ตัวว่า
แท้ที่จริงแล้วเรายังไม่ยอมรับความจริงของเหตุ และผล
เราจึงไม่สามารถแยกประเด็นได้อย่างถูกต้อง




หากมองอีกนัยหนึ่ง
เสมือนกับว่า วิบากร้ายๆ ที่มาให้เราประสบนั้น...
น่าจะเป็นข้อสอบที่มาทดสอบจิตใจเราว่า สอบผ่านเรื่องศรัทธา หรือไม่
...และเกือบทุกครั้ง ผลปรากฏว่า สอบตก


แม้แต่ เมื่อวานนี้ ( ๑๐ เมษายน ๒๕๔๗)
หลานสาวพาลูกชายที่อายุครบ ๑ เดือนไปให้อาจารย์ทำพิธีตัดผมให้ ...
ผู้เขียนนั่งมองอาจารย์ ตั้งแต่เริ่มเตรียมของใช้ในพิธี ไปจนถึงการตัดผม เจิมแป้ง และให้พร

....ไม่เพียงแค่นั้นนะคะ...
พอทำพิธีเสร็จท่านได้ถอดสร้อยที่มีเหรียญหลวงพ่อเสือรุ่นแรกเลี่ยมทองที่ท่านสวมใส่อยู่ มาคล้องคอเด็ก เป็นการรับขวัญ
(ในขณะที่พ่อแม่ของเด็กตะลึง ด้วยคาดไม่ถึง)

แต่สำหรับเราๆ ที่เป็นลูกศิษย์ของท่านนั้น ได้มีโอกาสเห็นเหตุการณ์เช่นนี้บ่อยๆ ครั้ง
มาครั้งนี้...ผู้ที่รับนั้น ไม่ได้เป็นลูกศิษย์ที่เรียนธรรมะจากท่านโดยตรง
เป็นเพียงผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่ในทางโลกย์เพียงด้านเดียว
...ซึ่งในทางโลกๆนั้นไม่มีใครเคยพบบุคคลที่สามารถให้ได้ถึงขนาดนี้ .
..ยกเว้นเป็นการให้ลูกหลานของตนเอง

โดย วยุรี [12 เม.ย. 2547 , 05:44:40 น.] ( IP = 203.113.38.10 : : )


  สลักธรรม 2



วันนั้นกว่าจะเสร็จพิธี ท่านคงเมื่อยกับการอุ้มเจ้าตัวเล็กไม่น้อย
เพราะพ่อแม่เด็กมัวแต่นำผมที่ห่อใบบัวไปลอยน้ำ (เลยทิ้งลูกไว้กับท่าน)
น่าแปลก ! ขณะที่เด็กนอนอยู่บนตักท่านนั้น เด็กจะจ้องมองท่านตาแป๋ว ไม่มีการส่งเสียงร้องไห้เลย
(ทั้งๆ ทราบมาว่า เด็กคนนี้ ...ได้ยินเสียงดังก็ร้อง พูดง่ายๆ ก็คือร้องไห้เก่ง ...ขนาดแม่อุ้มอยู่ก็ยังร้อง)
...เหมือนกับว่า เด็กสามารถรับสัมผัสกระแสความรัก ที่ท่านถ่ายทอดให้ได้

ป้าหอมถึงกับพูดว่า …ดูซิ แค่เดือนเดียวก็ยังรู้จักประจบแล้ว....



ตอนที่แม่อุ้มอยู่นั้น เด็กร้องไห้ ...แม่ต้องเอาลูกมากอดแนบอกไว้
(ทางแพทย์อธิบายว่า ตอนที่เด็กอยู่ในท้องนั้นจะได้ยินเสียงหัวใจเต้นของแม่ ถ้าเด็กเล็กๆ แรกเกิดร้องไห้งอแง ให้เอามาอุ้มแนบอก เมื่อเด็กได้ยินเสียงหัวใจแม่ เด็กก็จะหยุดร้อง)

อาจารย์จึงไปคว้ามาอุ้มไว้ โดยให้นอนบนแขนที่ยื่นไปข้างหน้า พร้อมพูดว่า
"ฟังเสียงหัวใจไปทำไม มาฟังนี่ดีกว่า"

แล้วอาจารย์ก็ออกเสียงเป็นชื่อจิตแต่ละดวงๆ ตั้งแต่ โลภะจิต ดวงที่ ๑ คือโสมนัสส สหคตัง ทิฏฐิคตสัมปยุตตัง อสังขาริกัง.... ไปเรื่อยๆ


ผลปรากฏว่า เด็กหลับปุ๋ย....
นับเป็นวีธีการกล่อมเด็กที่เยี่ยมมาก
ใครจะเอาไปใช้กับลูกหลานตนเอง ก็ได้ ...ท่านคงไม่สงวนลิขสิทธิ์
และคิดว่า หากกล่อมลูกอย่างนี้ พอเด็กโตพอได้เรียนพระอภิธรรมคงจะง่ายขึ้น เพราะคุ้นกับภาษานี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว


มีอยู่ตอนหนึ่ง ผู้เขียนเห็นอุปกรณ์การทำพิธี ....มีเขี้ยว...อยู่
จึงเรียนถามอาจารย์ ...ท่านบอกว่าเป็นเขี้ยวเสือ (เป็นของที่หลวงพ่อเสือมอบให้ท่านอาจารย์บุญมี) เอาไว้ทำพิธี ...เจิม(เป็นเคล็ด)เพื่อให้ผ่านพ้นอุปสรรคภยันตรายต่างๆ
พอได้ยินอาจารย์พูดเช่นนั้น....
ก็เรียนท่านว่า อาจารย์ช่วยเจิมให้หน่อยซิ (พร้อมยื่นศีรษะให้อาจารย์เจิมให้)
ป้าหอมที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่ จึงหัวเราะเสียงดัง พร้อมพูดว่า
“ไม่เคยเห็นคุณวยุรี เป็นอย่างนี้เลย”

โดย วยุรี [12 เม.ย. 2547 , 05:50:38 น.] ( IP = 203.113.38.10 : : )


  สลักธรรม 3



เฮ้อ ! ขนาดข้อสอบประเภทนี้ เคยสอบตกมาแล้ว …แต่ก็ยังสอบตกอีก
ก็เพราะ...โลภะ เข้าทันที ...แบบไม่ต้องตั้งตัว
ด้วยความอยากให้ตนเองหมดอุปสรรคต่างๆ (ที่จะมาทำกุศล)


ตอนนั้น แม้คำที่ครูบาอาจารย์เคยสอนไว้ ก็ลืมหมด ...คือ


.....อุปสรรคท้าทายความสามารถ


การกระทำของเรานั้น ดูเหมือนกับว่า... เราไม่ต้องการฝึกตนเองให้เป็นคนที่มีความสามารถ
จึงปฏิเสธ ไม่อยากพบอุปสรรคต่างๆ ...เพราะเมื่อไม่พบ เราก็ย่อมไม่รู้ว่าเรามีความสามารถในการแก้ไขปัญหาชีวิตได้ดีเพียงใด


บางท่านจึงกล่าวว่า อุปสรรคไม่มี บารมีไม่เกิด
...เพราะบารมี หมายถึง อำนาจเหนือกิเลส
.

...... วิบาก ท้าทายปัญญา

เพราะโดยทั่วไปแล้วคนทุกคนล้วนอุดมไปด้วยกิเลส
พอรับอกุศลวิบาก แทนที่ปัญญาจะเกิด กลับเกิด โทสะ
แต่พอได้รับกุศลวิบาก ปัญญาก็ยังไม่เกิด แต่เกิด โลภะ แทน
สรุปแล้ว ก็คือ ชีวิตของเราส่วนมากจมอยู่กับอกุศลเป็นส่วนใหญ่


โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญญา ที่เรามีอยู่นั้นกระพร่องกระแพร่งเต็มที่
...แต่ก็ยังดีว่า สุตามยปัญญา ที่เรียนมา ก็ยังพอจะสามารถช่วยเราได้
....แม้จะเกิดหลังจากที่เกิดอกุศลไปแล้ว จึงเพิ่งจะมานึกได้ในภายหลัง



ครั้งนี้ก็เหมือนกัน .....อาจารย์ก็เอาใจลูกศิษย์ ช่วยเจิมให้ได้สมปรารถนา
แล้วท่านก็ไห้พรว่า ...หมดเคราะห์ หมดโศก หมดโรค หมดภัย ....ฯลฯ
ฟังแล้ว สบายใจ
....แต่ท่านก็สอนต่อว่า
อุปสรรคย่อมมีทุกคน ….จะขอให้ไม่มีอุปสรรค ย่อมเป็นไปไม่ได้
เพียงแต่ว่าจะคลาดแคล้วเพียงใดเท่านั้นเอง

โดย วยุรี [12 เม.ย. 2547 , 05:55:28 น.] ( IP = 203.113.38.10 : : )


  สลักธรรม 4



แต่พอกลับบ้านวันนั้น...
ตกกลางคืนรู้สึกไม่สบาย ดูเหมือนอาการโรคเก่า กลับมากำเริบอีก
นึกขำตนเอง พร้อมกับคิดว่า หากความรู้(ธรรมะ)ที่เรียนมาทั้งหมด คือ ครู ที่คอยมาสอน มาเตือนเรา
ตอนนี้ครูที่มีชื่อว่า ปัญญา กำลังมาทำโทษเราแล้ว ที่ไม่เชื่อฟัง

“นี่แน่ะ สอนไม่รู้จักจำ ....ศรัทธา ๔ ก็เรียนมาแล้ว ไม่ใช่หรือ ?”

แล้วก็ได้คิดว่า....อย่างน้อยๆ ความรู้อันเป็นปัญญาที่เราได้เรียนมานั้น
ก็ยังกลับมากระตุ้นเตือนให้เราได้รู้สึกตัวบ้าง


ดังนั้น เรื่องต่างๆ ที่เราได้รับ อาการต่างๆ ที่เราต้องเป็น ....
ทั้งหมดนั้นเป็นการท้าทายเรา เป็นอย่างดี ว่า …
ขณะนี้เราเชื่อเรื่อง กรรม และวิบากได้มากน้อยเพียงใด


นี่ไง ! อาจารย์จึงพยายามสอนพวกเราว่า วิบากท้าทายปัญญา



แม้ตอนลากลับ นอกจากอาจารย์จะให้พรแก่พ่อแม่เด็กแล้ว
ท่านยังสอนให้เขาได้สำนึกถึงคุณค่าในความรักของพ่อและแม่


เพราะในขณะที่ตอนนี้เขารักลูกของเขานั้น ครั้งหนึ่งพ่อแม่ของเขาทั้งคู่ก็รู้สึกเป็นเช่นเดียวกัน
แล้วความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูกนั้น ย่อมไม่มีวันหมด


ดังนั้น เขาทั้งสองก็ควรที่จะระลึกถึง พ่อแม่ของเขาด้วย



ท่านจึงขอให้ทั้งสองคน ได้กลับไปพูดกับพ่อแม่ของตนเองในวันสงกรานต์ ว่า
“มีอะไรจะให้ลูกช่วยบ้าง” ….หากไม่มีเวลา ก็ให้โทรศัพท์ไปหา
…ให้แสดงออกเพื่อตอบสนองความรักของพ่อแม่บ้าง


ในขณะเดียวกันนั้น...
เมื่อเขาทำความดีใด ให้ลูกได้เห็น
เด็กก็จะคุ้นกับสิ่งที่ดีๆ นั้น
นี่ เป็นวิธีการสอนลูก ที่ดีที่สุด

โดย วยุรี [12 เม.ย. 2547 , 06:13:31 น.] ( IP = 203.113.38.10 : : )


  สลักธรรม 5



และอาจารย์ยังได้ถามคนทั้งคู่ว่า เข้าบัญชีให้ลูกเดือนละเท่าไร....
หากเป็นไปได้ ให้นำเงิน 10 % ของเงินที่จะฝากให้กับลูกนั้น ไปทำบุญแทนลูก
ทำบุญกับเด็กๆ ที่โรงพยาบาลเด็ก หรือที่สถานที่เกี่ยวกับเด็กๆ


...ทำแล้วบอกกล่าวให้ลูกได้รู้ ให้เด็กเคยชินกับคำว่า
บุญ

โดยเฉพาะพยายามสอนให้ลูกได้รู้จักการทำทานมาตั้งแต่เล็ก
เพื่อสร้างทางกุศลให้กับตัวของเด็กเอง



เหตุการณ์ทั้งหมดวันนั้น...เห็นแล้ว เกิดความประทับใจมาก
เพราะมีความรู้สึกว่า ท่านไม่ได้ทำเพื่อเด็กเพียงคนเดียว
...ไม่ใช่แค่มาตัดผมตอนอายุ 1 เดือน ที่เป็นการทำตามประเพณีเท่านั้น


...หากท่านให้มากกว่านั้น คือไปถึงพ่อแม่ของเด็ก และยังไปถึงครอบครัวอีก ๒ ครอบครัว
และต่อไปจนถึงสังคม


ประการสำคัญ สิ่งที่ท่านพยายามปลูกฝังให้ในวันนั้น ก็คือ

….คุณธรรม ที่ทุกคนพึงจะมี เพื่อเป็นคนดี ของสังคม ต่อไป

โดย วยุรี [12 เม.ย. 2547 , 06:23:09 น.] ( IP = 203.113.38.10 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบคุณพี่แอ๊ะมากค่ะ
ที่ได้นำสิ่งดีๆที่ได้จากพี่ดอกแก้ว มาฝาก...


วิธีการเลี้ยงลูกให้ได้ดี
ด้วยการปลูกฝังความมีคุณธรรม
ให้เด็กคุ้นเคยกับความดี ตั้งแต่ยังเป็นทารก
และผู้ที่เป็นพ่อแม่ก็จะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กด้วย

รวมทั้งอุปสรรคยังมีกับทุกคน
เพียงแต่ว่าจะคลาดแคล้วได้เพียงใด

โดย เซิ่น [12 เม.ย. 2547 , 07:30:03 น.] ( IP = 203.156.28.200 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณมากค่ะพี่แอ๊ะ
ที่กรุณานำเหตุการณ์กุศลมาเผื่อแผ่ให้ทราบ
รวมทั้งได้ทราบถึงเป้าหมายและน้ำในเมตตาของอาจารย์
ในการปลูกฝังคุณธรรมแก่สถาบันครอบครัวด้วยค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [12 เม.ย. 2547 , 14:15:00 น.] ( IP = 203.146.170.20 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบคุณและขออนุโมทนาด้วยครับ
ในการนำสิ่งที่ตนประสบ
มาเพื่อเป็นมุมมองของชีวิตที่ดี
ให้แก่ผู้ที่เข้ามาอ่านครับ
และผู้ถ่ายทอดนั้นก็ยังประโยชน์ให้เกิดขึ้น
กับตนเองได้อีกด้วย.

โดย พี่เณร [12 เม.ย. 2547 , 17:24:22 น.] ( IP = 210.86.188.10 : : )


  สลักธรรม 9


ขอบคุณพี่วยุรีมากค่ะ

ที่นำความรู้กอร์ปกับนำเหตุการณ์ต่างๆ ขมวดเข้ากับหมวดธรรมมาเป็นเครื่องเตือนสติน้องๆ

พร้อมกับถ่ายทอดการสอนธรรมะในการเลี้ยงลูกให้มีคุณธรรมของพี่ดอกแก้ว ให้ทราบด้วย

นับว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งค่ะ

โดย ดา [14 เม.ย. 2547 , 13:03:47 น.] ( IP = 203.118.82.3 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org