| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
"พระสุมนปัจเจกพุทธเจ้า"
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1จึงจักสมกับความเลื่อมใสอันเกิดขึ้นมากมายแก่เราในบัดนี้
" เมื่อไม่เห็นสิ่งใดที่จะพึงหยิบฉวยเอาในขณะนั้นได้ทันเวลา จึงตัดสินใจว่า....เราจักทำการบูชาพระพุทธองค์ด้วยดอกมะลิที่เราถืออยู่ในมือนี้
ถูกแล้ว! ดอกไม้เหล่านี้ เป็นดอกไม้ที่เรามีสัญญาผูกพันต้องส่งให้สำนักพระราชวัง เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าถวายสมเด็จพระราชาธิบดีเป็นประจำทุกวัน จะขาดเสียไม่ได้ และหากทรงไม่ได้ดอกไม้เหล่านี้ จักทรงพระพิโรธโกรธเคือง
แล้วจักมีพระราชดำรัสสั่งให้ขังเราไว้ในคุก หรืออาจสั่งให้ประหารชีวิตเราเสียหรืออาจจักให้เนรเทศเราเสียก็เป็นได้
สุดแล้วก็ตามแต่เวรกรรมของเราเถิด เราเกิดความเลื่อมใสขึ้นในดวงใจแล้ว จักต้องถวายดอกไม้เหล่านี้เพื่อเป็นพุทธบูชาให้ได้ ... คงจักมีอานิสงส์แก่เรามากมายเพราะแม้เราเอาดอกไม้ที่เรามีอยู่เพียงเท่านี้ไปให้แก่สำนักพระราชวัง อย่างดีก็คงได้ทรัพย์เพียงเล็กน้อยสำหรับเลี้ยงชีวิตในชาตินี้เท่านั้น
แต่การที่เราจักถวายดอกไม้เป็นพุทธบูชาในครานี้ย่อมจะเกิดประโยชน์โสตถิผล อำนวยความสุขความเจริญแก่เราเป็นเวลานาน ประมาณหลายแสนโกฏิกัปนัก เป็นไรเป็นกัน
เราจักถวายบุปผทาน แด่องค์อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในกาลบัดนี้!"
โดย พี่เณร..นำเสนอ [13 เม.ย. 2547 , 13:10:44 น.] ( IP = 210.86.188.11 : : )
สลักธรรม 2เมื่อคิดสละชีวิต..เพื่อจักถวายบุปผทาน...แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเช่นนี้เล้ว
ก็มีจิตผ่องแผ้วโสมนัส เกิดปีติซึมซาบเอิบอาบใจขึ้นเป็นทับทวี แล้วก็เริ่มถวายบุปผทานเพื่อเป็นการบูชาพระพุทธองค์
ชายเข็ญใจน้อมกายถวายนมัสการเฉพาะพระพักตร์แล้ว จึงซัดดอกมะลิ ๒ ทะนาน ขึ้นไปในอากาศเบื้องบนแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว
บัดนั้น เกิดอัศจรรย์ขึ้นทันใด บรรดาดอกมะลิทั้งหลายเหล่านั้น ได้พากันคลี่คลายขยายกลีบบานสะพรั่งแล้วเรียงรายขยายแถวเสมอกัน
เป็นเพดานกั้นอยู่บนอากาศเบื้องพระเศียรแห่งสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า โดยมิได้ล่วงหล่นลงมายังพื้นพสุธาเหมือนดั่งดอกไม้ธรรมดาที่บุคคลขว้างปาทั่วไปไม่
เมื่อเขาได้เห็นความอัศจรรย์ดังนั้น ก็ซัดดอกมะลิเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาไปอีก ๒ ทะนาน ดอกไม้เหล่านั้นลอยขึ้นไปในอากาศตามกำลังโยนซัดแล้ว ก็ค่อยๆ ขยายกลีบบานและลอยลงมา เรียงแถวประดิษฐานอยู่ ณ ข้างพระหัตถ์เบื้องขวาแห่งสมเด็จพระพุทธองค์อีกเช่นกัน
เขาจึงซัดดอกไม้เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาอีก ๒ ทะนาน ดอกไม้เหล่านั้นก็พลันลอยขึ้นไปในอากาศ แล้วค่อยๆ ขยายกลีบบานสะพรั่งและลอยลงมาเรียงแถวประดิษฐานอยู่ข้างหลังพระพุทธองค์
และเมื่อเขาซัดดอกมะลิไปเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเป็นครั้งสุดท้ายอีก ๒ ทะนาน ...ดอกมะลิเหล่านั้นก็ขยายกลีบคลี่บานสะพรั่ง ลอยขึ้นไปในอากาศตามกำลังซัดและลอยต่ำลงมาเรียงแถวประดิษฐาน ณ ข้างพระหัตถ์เบื้องซ้ายแห่งองค์พระชินสีห์ และลอยอยู่อย่างนั้นเป็นระเบียบด้วยดี หาได้หล่นลงสู่พื้นปฐพีไม่
และเมื่อพระองค์เสด็จพุทธดำเนินไปที่ใดดอกมะลิเหล่านั้นก็ห้อมล้อมลอยตามไปด้วย เมื่อพระองค์หยุดดอกไม้ก็หยุดตาม ความงามแห่งพุทธลีลาเมื่อโคจรบิณฑบาตในเช้านี้ เป็นทัศนียภาพอันนำมาซึ่งความเลื่อมใสศรัทธาแห่งประชาชนผู้ได้พบเห็น ทั้งยังทรงเปล่งพระฉัพพัณณรังสีออกซ่านทั่วพระวรกายยังความอัศจรรย์ใจแก่ประชาชนทั้งหลายเป็นยิ่งนักโดย พี่เณร..นำเสนอ [13 เม.ย. 2547 , 13:19:05 น.] ( IP = 210.86.188.11 : : )
สลักธรรม 3ฝ่ายนายมาลาการผู้เข็ญใจ ผู้ถวายดอกไม้เป็นพุทธบูชาสำเร็จเป็นทิฏฐธัมมเวทนียกรรมฝ่ายกุศลแล้ว ก็มีจิตผ่องแผ้วปีติยิ่งกว่าผู้อื่น
เดินน้ำตาไหลด้วยความปลาบปลื้มใจตามสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าไปอย่างไม่รู้ตัว พอได้สตินึกขึ้นได้ว่าตนลืมกระเช้าดอกไม้ไว้ก็รีบวิ่งกลับมาถือเอากระเช้าเปล่ากลับไปบ้านตน เมื่อถูกภรรยาถามว่า..."ข้าแต่สามี! เหตุไฉนวันนี้ท่านจึงกลับมาเร็วเหลือเกินไม่เหมือนวันก่อนๆ ท่านเอาดอกไม้ไปส่งสำนักพระราชวังเรียบร้อยแล้วหรือประการใด?" จึงตอบขึ้นด้วยความภาคภูมิใจว่า
"ดูกรภรรยาที่รัก! วันนี้เราไม่ได้ไปส่งดอกไม้ยังพระราชวังดังเคย เพราะเราเกิดความเลื่อมใสจึงได้ถวายดอกมะลิเป็นพุทธบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจนหมดสิ้นจนไม่มีเหลือแม้แต่ดอกเดียว"
"อ้าว! แล้วกัน ทำไมทำเช่นนั้นเล่า เจ้าก็รู้อยู่ว่าจักต้องมีความผิด เพราะเรามีสัญญาว่าจะต้องมีดอกไม้ส่งถวายพระราชาทุกวันเป็นประจำ
หากเป็นเช่นนี้จักต้องได้รับโทษประหารชีวิตอาจต้องถึงคอขาด ๗ ชั่วโคตร ก็เป็นได้"
โดย พี่เณร..นำเสนอ [13 เม.ย. 2547 , 13:23:37 น.] ( IP = 210.86.188.11 : : )
สลักธรรม 4"ผิดก็ผิดๆ ไป! จะทำอย่างไรได้เล่า เพราะเราเกิดความศรัทธาเลื่อมใสในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเหลือเกินจึงได้ถวายดอกไม้เป็นพุทธบูชา เมื่อในหลวงไม่ได้รับดอกไม้จากเราแล้ว จักทรงพิโรธรับสั่งให้เรารับโทษอย่างรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิตเราก็ยอม! นี่แน่ะ! ดอกไม้ที่เราถวายแด่องค์พระชินสีห์ผู้เป็นองค์อรหันต์ มีอาการประหลาดน่าอัศจรรย์ ผู้คนได้พบเห็นต่างก็แซ่ซ้องก้องเป็นที่โกลาหลด้วยความปีติยินดีเจ้าไม่ได้ยินบ้างหรือ? ขอเจ้าจงยังจิตให้ปสันนาการเลื่อมใสในทานร่วมกันกับเราด้วยเถิด"
ภรรยาของนายมาลาการผู้มีสันดานอันธพาลหาได้ยินดีด้วยไม่ กลับออกเสียงด่าลั่นตวาดว่า
"ร่วมยินดีกับเจ้าให้ข้าคอขาดด้วยนะซี่ ใครจะไปยอมร่วมด้วย เจ้าโง่! เจ้าจงรอความตายอยู่คนเดียวเถิดเจ้างั่ง! ไอ้คนไม่มีเงาหัวเอ๋ย เรายังไม่อยากตายและจะไม่ยอมตายกับเจ้าในครั้งนี้เป็นอันขาด"
ว่าแล้วก็รีบเก็บข้าวของเสื้อผ้าอันเป็นสมบัติแห่งตนจนหมดสิ้น ด้วยความประสงค์ว่าจะไปแจ้งความแก่พระราชาให้ทรงทราบไว้ก่อนว่า ตนหย่าขาดมิได้เกี่ยวข้องเป็นภรรยาแห่งสามีผู้หน้าโง่ผู้จักต้องเป็นนักโทษประหารในอนาคตแล้ว ครั้นไปถึงราชสำนักและเมื่อถูกพระเจ้าพิมพิสารผู้เป็นพระราชาซักถามก็กราบบังคมทูลว่า
โดย พี่เณร..นำเสนอ [13 เม.ย. 2547 , 13:26:04 น.] ( IP = 210.86.188.11 : : )
สลักธรรม 5"ข้าแต่องค์ราชา! สามีของหม่อมฉันซึ่งมีหน้าที่ต้องเอาดอกไม้มาส่งยังพระราชสำนักเป็นประจำทุกวัน
เช้าตรู่วันนี้ เขามีจิตโมหันธ์บ้าศรัทธาเอาดอกไม้สำหรับทูลเกล้าถวาย ไปทำการบูชาพระศาสดาสมณโคดมเสียจนหมดสิ้น ไม่สามารถที่จะหาดอกไม้ที่ไหนมาทูลเกล้าถวายพระองค์ได้อีก หม่อมฉันมีความเสียใจและเกรงต่อราชภัยจึงได้ด่าว่าเขาอย่างหนัก
แต่เขากับตอบว่า ขอยอมตายแม้จักต้องราชภัยก็ตามเพียงขอให้เขาได้ถวายดอกไม้เพื่อเป็นพุทธบูชา แด่องค์สมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้นก็พอใจแล้ว
ฉะนั้น ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป การกระทำของเขาไม่ว่าจะเป็นการกระทำดีหรือชั่วก็ตาม ก็ขอจงเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียวเถิด
หม่อมฉันไม่ยอมรับผิดชอบด้วย ขอพระองค์จงรับทราบด้วยเถิด หม่อมฉันกับสามีได้หย่าขาดจากกันแล้ว"
อันสมเด็จพระเจ้าพิมพิสารราชาธิบดี ซึ่งเป็นพระบรมมหากษัตริย์แห่งกรุงราชคฤห์มหานครนี้ พระองค์ทรงได้บรรลุพระโสดาปัตติผล สำเร็จเป็นพระอริยบุคคลขั้นพระโสดาบันในพระบวรพุทธศาสนาตั้งแต่ครั้งที่พระองค์ได้พบเห็นและสดับฟังพระธรรมเทศนาของพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นครั้งแรกโดย พี่เณร..นำเสนอ [13 เม.ย. 2547 , 13:31:32 น.] ( IP = 210.86.188.11 : : )
สลักธรรม 6ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงมีจิตเลื่อมใสคงมั่นในพระรัตนตรัยอย่างไม่หวั่นไหวสั่นคลอน ยิ่งกว่าปุถุชนคนธรรมดาสามัญ
เมื่อสดับฟังคำกราบบังคมทูลของหญิงผู้เข็ญใจไร้ปัญญาเช่นนั้น ก็พลันเกิดความสังเวชสลดพระทัยเป็นยิ่งนักด้วยว่า...... นายมาลาการผู้ยากเข็ญอุตส่าห์ประกอบกรรมดีอันเป็นมหากุศล โดยได้ถวายบุปผทานแด่องค์สมเด็จพระทศพลเป็นอัศจรรย์ปานนี้
แทนที่จะยินดีอนุโมทนากลับเห็นว่าเป็นโทษเป็นผิด เพราะคิดเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัวมากไป อีกนานสักเท่าใดหนอ สันดานของหญิงนี้จึงจักดีขึ้นทรงสังเวชพระทัยแล้วแกล้งทำเป็นอากัปกิริยาดั่งว่าโกรธเคือง แล้วตรัสถามด้วยสุรเสียงอันดังว่า....
"ไฉน! สามีเจ้าจึงทำเช่นนั้น ดีแล้วเจ้าทอดทิ้งไม่เกี่ยวข้องกับคนเช่นนี้เป็นการดีแล้ว ทีนี้ก็เป็นหน้าที่ของเราเอง ที่จะได้พิจารณาว่าจักทำประการใด แก่เจ้าคนซึ่งมีน้ำใจขบังอาจเอาดอกไม้ของข้าไปทำการบูชาแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เอาล่ะเจ้าไปได้แล้ว"โดย พี่เณร..นำเสนอ [13 เม.ย. 2547 , 13:34:39 น.] ( IP = 210.86.188.11 : : )
สลักธรรม 7เมื่อรับสั่งแล้วพระเจ้าพิมพิสารก็รีบเสด็จไปยังถนนที่สมเด็จพระชินสีห์กำลังเสด็จบิณฑบาตอยู่พร้อมกับหมู่อริยสงฆ์ทั้งหลาย
เมื่อได้ทรงทอดพระเนตรเห็นพระพุทธองค์ซึ่งทรงดำเนินไปด้วยพุทธานุภาพอันมีเหล่าดอกมะลิลอยตามรายล้อม
ดังนั้นก็ให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธายิ่งนัก ครั้นสมเด็จพระพิชิตมารเสด็จไปยังประตูพระบรมมหาราชวังจึงเสด็จเข้าไปรับบาตรจากพระหัตถ์แล้วทรงอาราธนาให้เสด็จเข้าไปในปราสาท
แต่สมเด็จพระพุทธองค์หาได้เสด็จเข้าไปตามที่ทูลไม่ หากแต่ทรงแสดงอาการว่าจะประทับที่พระลานหลวงด้วยว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดำริว่า .....
ถ้าจักเสด็จเข้าไปในปราสาทแล้วไซร้ ประชาชนทั้งหลายผู้ติดใจใคร่จะดูซึ่งพระพุทธานุภาพ จักไม่ได้เห็นพระองค์
และอีกประการหนึ่งดอกไม้ที่ลอยเด่นอยู่รอบพระวรกายเป็นอัศจรรย์ ที่นายมาลาการผู้เข็ญใจถวายเป็นพุทธบูชานั้น... บัดนี้ก็ยังปรากฎอยู่
หากพระองค์เสด็จเข้าไปในปราสาทที่รโหฐานแล้วประชาชนจะไม่ได้เห็นความอัศจรรย์ เพราะพระพุทธองค์ต้องการให้ชื่อเสียงแห่งนายมาลาการผู้ถวายดอกไม้ปรากฎขจรขจายไป ประชาชนจักได้ร่วมอนุโมทนาในมหากุศลครั้งนี้ของเขา
โดย พี่เณร..นำเสนอ [13 เม.ย. 2547 , 13:42:17 น.] ( IP = 210.86.188.11 : : )
สลักธรรม 8ครั้นสมเด็จพระเจ้าพิมพิสารถวายภัตตาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วก็มีรับสั่งให้นำนายมาลาการมาเข้าเฝ้า
"เจ้าผิดสัญญา และนำดอกไม้ของเราไปบูชาสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพราะเหตุใด?"
เจ้าคนผู้เข็ญใจผู้เกรงความผิดตอบด้วยอาการตัวสั่นงันงกว่า "เพราะข้าพระองค์เกิดความเลื่อมใสศรัทธาจนอดใจไว้ไม่ได้ จึงได้ถวายดอกไม้เป็นพุทธบูชาไป พระเจ้าข้า"
เมื่อได้สดับฟังพระเจ้าพิมพิสารจึงตรัสขึ้นว่า.....
"ตอนที่เจ้าถวายเจ้าไม่เกรงกลัวต่อราชภัยเลยหรือไรเล่า?"
"ข้าพระองค์คิดว่า พระเจ้าข้า! หากแม้นองค์ราชาไม่ได้รับดอกไม้แล้ว มาตรว่าพระองค์จักประหารชีวิตของข้าพระองค์หรือจักลงอาญาแก่ข้าพระองค์โดยประการใดก็ตาม ข้าพระองค์ก็ยินดีที่จักรับโทษทัณฑ์นั้น ด้วยความเต็มใจ ข้าพระองค์ได้ตั้งจิตอธิษฐานว่าจักขอถวายชีวิตบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยการถวายดอกไม้เป็นพุทธบูชาให้ได้ในครั้งนี้ พระเจ้าข้า"
โดย พี่เณร..นำเสนอ [13 เม.ย. 2547 , 13:45:00 น.] ( IP = 210.86.188.11 : : )
สลักธรรม 9"เจ้าเป็นมหาบุรุษ เจ้าควรได้รับการยกย่องเพราะเป็นผู้มีจิตศรัทธา องอาจกล้าหาญในการบริจาคทานยิ่งนัก สมควรที่จักได้รับรางวัลจากเราผู้เป็นพระราชาในกาลบัดนี้" พระเจ้าพิมพิสารบรมกษัตริย์อริยบุคคลโสดาบันตรัสขึ้นด้วยความพอพระทัย แล้วทรงมีพระบรมราชโองการให้เจ้าพนักงานจัดหาสิ่งของให้ โดยมี ช้าง ๘ เชือก ม้า ๘ ตัว เครื่องประดับอันมีค่าและเสื้อผ้า ๘ ชุด ทาส ๘ คน ทาสี ๘ คน นารีซึ่งประดับด้วยสรรพอลังการ ๘ นาง พร้อมพระราชทานบ้านส่วย ๘ ตำบล ให้เขาดูแลจัดหาผลประโยชน์เอาเองและพระราชทานทรัพย์อีก ๘,๐๐๐ กหาปณะ
เมื่อข่าวของนายมาลาการผู้เข็ญใจรู้ไปถึงหมู่พระภิกษุสงฆ์แล้ว พระอานนทเถรเจ้าจึงกราบทูลถามสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า
"ข้าแต่พระพุทธองค์ผู้มีพระภาค! ชายเข็ญใจผู้ถวายดอกไม้เป็นพุทธบูชาในวันนี้ได้รับพระราชทานลาภยศจากพระราชาธิบดีเป็นอันมากในปัจจุบันชาตินี้เท่านั้นหรือพระเจ้าข้า!" สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมีพุทธฎีกาตรัสว่า
"ดูกรอานนท์! เธออย่าได้กำหนดว่า กุศลกรรมที่นายมาลาการกระทำในวันนี้ เป็นกรรมกุศลเพียงน้อยนิด หากแต่เขาได้ถวายบุปผทานเป็นพุทธบูชา ด้วยการเอาชีวิตเข้าเป็นเดิมพัน เหตุนี้ทานของเขาจึงมีอานิสงส์มากคือ นอกจากเขาจะได้รับลาภยศมากมายในปัจจุบันชาติทันตาเห็นแล้ว เมื่อเขาดับขันธ์สิ้นชีวิตจากมนุษยโลกนี้ไป เขาจักไม่ไปเกิดในทุคติภูมิเป็นเวลานานถึง ๑๐๐,๐๐๐ มหากัป ในชาติสุดท้ายจักได้บรรลุปัจเจกโพธิญาณสำเร็จเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า มีนามว่า พระสุมนปัจเจกพุทธเจ้า อย่างแท้จริง"
โดย พี่เณร..นำเสนอ [13 เม.ย. 2547 , 13:48:45 น.] ( IP = 210.86.188.11 : : )
สลักธรรม 10หากแม้นสาธุชนผู้มีจิตเลื่อมใสศรัทธามั่น
ในพระรัตนตรัย
มีความตั้งใจในการถวาย
ดอกไม้หอมนานาชนิดเป็นพุทธบูชา
ดั่งนายมาลาการผู้เข็ญใจ
แม้นดอกหญ้าเพียงดอกเดียว
ก็ส่งผลให้เกิดความสุขทั้งใจกายให้แก่ตนเอง
และยังความปลื้มปีติใจแก่ผู้ที่ได้พบเห็น
ซึ่งนับว่าเป็นการประกอบกุศลกรรมดี
โดย พี่เณร..นำเสนอ [13 เม.ย. 2547 , 13:53:21 น.] ( IP = 210.86.188.11 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |