มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บันไดสู่สติปัฏฐาน




ในชีวิตของคนเราที่เกิดมาเป็นทุกข์ ทุกข์อันเนื่องมาจากการเกิด เพราะเกิดมาต้องต่อสู้แก้ไขไม่รู้จักจบสิ้น ระหว่างชาติหนึ่งๆ ก็ไม่สิ้นสุดเพียงนั้น ยังพ่วงเอาทุกข์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันชาติทำให้มีคติ คือ ที่ไป ก่อให้เกิดภพ ภพทำให้มีชาติ ต้องเกิดในแหล่ง ๔ มี

๑. เกิดในครรภ์มารดา
๒. เกิดในฟองไข่
๓. เกิดในของโสโครก
๔. เกิดและเติบโตขึ้นมาทันที

ดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดในแห่งหนตำบลใดประกอบด้วยทุกข์ทั้งสิ้น จึงต้องมีการปฏิบัติเพื่อหนี และหลุดรอดออกจากภัยของวัฏฏะ คือสังสารวัฏ


สังสารวัฏ คือ รอบแห่งการเวียนว่ายตายเกิดอันไม่รู้จักจบ

ลักษณะของสังสารวัฏ คือ การเกิด การแก่ การเจ็บ การตายอย่างซ้ำๆ ซากๆ น่าเบื่อหน่าย ไม่รู้จักจบ หนีไม่พ้น เปรียบเหมือนลูกโซ่ที่ไม่เคยขาดจากขันธ์ ๕


สังสาร แปลว่า ขันธ์ ๕ ได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ


รูป ได้แก่ รูปหญิง รูปชาย รูปต่างๆ ที่สัมผัสทางตาได้ เมื่อมีรูปร่างขึ้นมาแล้วไม่ว่า เป็นหญิง เป็นชาย ก็ตามมาด้วยทุกขเวทนา คือ ความปวดเมื่อย ความหิว ความไม่พอใจ ความไม่เต็มอิ่ม ความทะยานอยากต่างๆ เรียกว่า เวทนา

คือ การเสวยอารมณ์เป็นสุข เป็นทุกข์ เนื่องจากมีสัญญา เป็นขันธ์ที่ ๓ สัญญา คือความจำได้หมายรู้ ทำหน้าที่ไปปรุงแต่ง สังขาร ให้แก่ วิญญาณ คือ จิต เป็นตัวรู้ รวมเรียกว่า ขันธ์ ๕

วัฏฏะ แปลว่า วงกลม สังสารวัฏ จึงแปลว่า วงกลมของขันธ์ ๕ ได้แก่ การเกิดและการดับ

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [14 เม.ย. 2547 , 00:08:16 น.] ( IP = 203.156.27.68 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

การเกิดและการดับนี้มี ๒ รูปแบบ คือ อย่างแรงและอย่างปกติธรรมดา การเกิด การดับ ของแต่ละขั้น แต่ละขั้นมีความหมายมาก เช่น

การเกิดมาครั้งแรกจากครรภ์มารดา และการตายลงไปเลย ๒ ชนิดนี้เป็นอย่างแรง การหลุดออกมาจากครรภ์มารดาต้องใช้อำนาจกรรมที่เป็นพลวะ มีกำลังแรงผลักดันออกมาปฏิสนธิได้ และอำนาจกรรมมีกำลังแรงผลักดันให้ถึงแก่ความตายได้ นี่คือกรรมที่เป็นพลวปัจจัย

ส่วนการเกิดดับระหว่างท่าหนึ่งไปอีกท่าหนึ่งเรียกว่า ขณิกชาติ และ ขณิกมรณะ มีอยู่เสมอ คือ การเกิด และการตายอยู่ทุกขณะจิต

อันนี้ผู้ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจะได้เห็นขณิกะของจังหวัดแห่งการตาย และการเกิดในระหว่างที่เจริญสติอยู่ที่ กาย เวทนา จิต และ ธรรม



เรามาเจริญสติกันเพื่ออะไร การเจริญสติก็เพื่อเป็นการปลูกฝังการมีสติเข้าไปเพื่อสร้างพลังในภูมิแห่งการกำเนิดนั้นให้เกิดขึ้นมาใน ๔ แหล่ง

สติ คือกุศลโดยตรง เป็นกุศลที่กระทำแล้วได้รับผลทันที

สติ เปรียบเสมือนตัวละครตัวหนึ่ง แต่เป็นตัวละครที่ด้อยความหมาย เพราะถูกมองข้ามไป เพ่งเล็งให้ความสำคัญแก่ตัวละครตัวอื่นมาก


เรามาดูข้ออินทรีย์ ๕ ถ้าผู้ใดสามารถมีอินทรีย์ อันบริบูรณ์ครบองค์ ก็สามารถจะทำมรรค ๘, โพชฌงค์ ๗, พล๕, อิทธิบาท ๔, สัมมัปปธาน ๔, สติปัฏฐาน ๔ ได้เต็มที่

อินทรีย์ ๕ ได้แก่ สัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [14 เม.ย. 2547 , 00:11:26 น.] ( IP = 203.156.27.68 : : )


  สลักธรรม 2

สติ คือ กุศล และเป็นจอมทัพของกุศล ที่จะผลักดันให้กุศลเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

สติ เป็นตัวกลาง อยู่ตรงกลาง มีความสำคัญมาก แต่ความสำคัญของสติถูกเพิกเฉยและถูกมองข้ามในความสำคัญของสติไป

ถ้าเปรียบกับเจตสิกตัวอื่น จิตคือตัวรู้อารมณ์คือตัวถูกรู้ อารมณ์นั้นจะเกิดขึ้นครั้งใดจะต้องมีเจตสิกทำหน้าที่ปรุงแต่งอยู่ตลอดเวลา

สติตัวนี้มาปรุงแต่งจิตให้มีการระงับและรับรู้การกระทำที่ปัจจุบันว่าอะไรเป็นโทษ อะไรเป็นประโยชน์อยู่เสมอ



ถ้าเปรียบกับตัวละคร สติตัวนี้ก็คือละครตัวหนึ่ง ที่ด้อยความหมายกว่าเจตสิกตัวอื่นๆ คือสัทธา วิริยะ สมาธิ ปัญญา เพราะ สัทธา วิริยะ สมาธิ และ ปัญญา เป็นตัวปรุงแต่งจิตที่มีความกระทบกระทั่งรุนแรงทันที เช่น

เกิดศรัทธาก็มีการกระทำอันรุนแรงขึ้นมาคือ ความเชื่อมั่น ยึดมั่น แล้วก็ บริจาคกัน

วิริยะ ความเพียร เมื่อมีวิริยะขึ้นมา ความเพียรนั้นก็มีการตรงดิ่ง สะเทือนใจทันที

สมาธิคือความสงบนิ่ง เมื่อสงบ การรู้สึกสงบก็สะเทือนใจทันที แต่สติถูกมองข้ามพลังไป

ถ้าพลังของสัทธา วิริยะ สมาธิ และปัญญาขาดสติเข้าร่วมด้วยก็ไม่ได้ เพราะสติเมื่อหยั่งรากลงมั่นคงในสถานการณ์ใดๆ แล้ว สติจะไม่มีหวั่นถูกสั่นคลอนได้ง่าย

สติครองความเป็นใหญ่เรียกว่า สตินทรีย์

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [14 เม.ย. 2547 , 00:14:51 น.] ( IP = 203.156.27.68 : : )


  สลักธรรม 3

เราเข้าใจแล้วว่า การเจริญสตินั้นเป็นฝ่ายดี เป็นฝ่ายที่จะประหารกิเลสได้หมดสิ้น

ในทางโลก ถ้ามีสติก็ช่วยให้กิจการเสร็จสิ้นไปด้วยความรอบคอบ ดังนั้น ในทางโลกจึงใช้คำว่า สติช่วยในกิจทั้งปวง

ในทางธรรมคือโลกุตตระ สติสามารถที่จะเป็นผู้นำและควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างให้อยู่ภายใต้อำนาจของสติได้ สติเป็นใหญ่ เป็นจอมทัพในกุศลมากกว่าตัวอื่นๆ ทั้งสิ้น



เราเข้าใจแล้วว่า
ทางพ้นทุกข์คือ ทางสายเดียวแห่งมหาสติปัฏฐาน ๔
เท่านั้น พระพุทธองค์ได้เคยตรัสออกจากพระโอษฐ์ว่าเป็นทางสายเดียวที่ดำเนินไป

เพื่อความบริสุทธิ์ของสัตว์โลกทั้งหลาย

เพื่อระงับเสียซึ่งความโศกเศร้าและความร่ำไร

เพื่อความอัสดงแห่งทุกข์และโทมนัส

เพื่อบรรลุญาณธรรมแห่งอริยมรรคเพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง

ทางสายนี้เรียกว่า สติปัฏฐาน ๔ คือ กาย เวทนา จิต ธรรม กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน



หลักใหญ่ของสติปัฏฐาน ๔ ที่มีอยู่ในพระไตรปิฎกนั้น เป็นการกระทำซึ่งมนุษย์ใช้ขอบเขตจำกัดไว้ว่า จะต้องอยู่ในห้องปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน พ่อไม่แย้ง

แต่ถ้าเราไม่ปูพื้นฐานการเจริญไม่มีใครทำได้ เราจะขึ้นบันไดขั้นที่ ๑๐ เราจะต้องเดินจากขึ้นที่ ๑ ขึ้นไป ฉะนั้น พื้นฐานมีความสำคัญมาก

หลักของพระพุทธศาสนาไม่ได้สอนให้ทุกคนหนีไปบวชไปเรียน สอนทั้งอยู่บนทางโลกและทางธรรม มีชีวิตอยู่ในโลกียะ ก็ให้รู้ว่าเป็นโลกียะ ไม่ใช่ทางพ้นทุกข์

ให้มีการกระทำที่มีเหตุ มีผลมีการประมาณอยู่ตลอดเวลา ต้องมีหลักประพฤติและปฏิบัติด้วย ไม่ใช่ทำตามเขา เราแย่ เรากลัวแก่ เราเจอตาย เรางมงาย เราก็เพ้อฝัน


ติดตามต่อนะครับ

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [14 เม.ย. 2547 , 00:20:44 น.] ( IP = 203.156.27.68 : : )


  สลักธรรม 4

ขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ

..บันไดสู่สติปัฏฐาน..
เป็นเรื่องที่ควรเรียนรู้และทำความเข้าใจให้ลึกซึ้ง

จะติดตามอ่านต่อๆๆๆไปค่ะ

โดย ธัญนันทน์ [14 เม.ย. 2547 , 13:39:07 น.] ( IP = 203.118.82.3 : : )


  สลักธรรม 5

กราบขอบพระคุณพี่เณรค่ะ

ได้ทบทวนธรรมที่ยังประโยชน์แท้ให้แก่ชีวิต

และง่ายต่อการทำความเข้าใจ

แล้วจะพยายามวิ่งตามอ่านกระทู้เท่าที่สามารถค่ะ

โดย ธัญธร [14 เม.ย. 2547 , 17:49:55 น.] ( IP = 203.113.71.167 : : )


  สลักธรรม 6

ขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ ...สาธุ

โดย น้องกิ๊ฟ [14 เม.ย. 2547 , 22:11:25 น.] ( IP = 203.209.96.29 : : )


  สลักธรรม 7

ขออนุโมทนากับพี่เณรด้วยค่ะ เป็นธรรมะที่ต้องติดตามเพื่อจะได้ฝึกฝนสติที่ชอบหลงลืมบ่อยๆค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ

โดย su [15 เม.ย. 2547 , 00:38:12 น.] ( IP = 203.118.97.175 : : )


  สลักธรรม 8

บันไดสู่สติปัฏฐาน.
เป็นธรรมะที่ไม่ควรพลาดจริงๆนะครับผม
ขออนุโมทนากับทุกท่านที่ช่วยกันนำมาลงให้อ่าน
เกิดประโยชน์มากมายครับผม
สาธุ....สาธุ....สาธุ

โดย ฮิเดชิซัง.英志. [15 เม.ย. 2547 , 22:12:06 น.] ( IP = 210.86.188.9 : : )


  สลักธรรม 9

มาเรียนด้วยความเคารพค่ะ ช้าไปบ้างแต่ จะไม่ให้พลาดโอกาสแน่ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

โดย น้องอุ๊ [19 เม.ย. 2547 , 22:11:30 น.] ( IP = 203.209.108.109 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org