มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


๕๐ คติธรรม





สวัสดีครับพี่ๆชาวลานอภิธรรมทุกๆท่าน
ผมได้อ่านหนังสือเล่มหนึ่งชื่อ ๕๐ คติธรรมจากแสงธรรม โดย สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อุฏฐายี) สมเด็จพระสังฆราช (องค์ที่ ๑๖) อ่านแล้วเนื้อหาท่านเขียนไว้ดี ไม่ล้าสมัย จึงอยากนำมาฝากพี่ทุกๆท่าน ให้ได้รับความเพลิดเพลินบรรเทิงธรรมครับ

โดย น้ำใส [16 เม.ย. 2547 , 15:02:12 น.] ( IP = 210.86.197.28 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




๑.พืชไมตรี

เมื่อลมฝนโชยมาบ่อยๆครั้ง พื้นดินก็ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ
พืชพรรณไม้ดอกไม้ใบที่อับเฉาเหี่ยวแห้งมาตั้งแต่ฤดูร้อน ก็กลับฟื้นตัวงอกงามขึ้นใหม่
ต่างแทงหน่อ แตกใบ สีสดเขียวสลอนไปหมด น่าดูน่าชม
พืชงอกงามเพราะได้น้ำ ถ้าขาดน้ำไร้ฝนแล้วก็แห้งเหี่ยวอับเฉา
มีพืชอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งต้องอาศัยน้ำเหมือนกัน
แต่เป็น “น้ำใจ” ไม่ใช่น้ำฝน
พืชที่ว่านี้ก็คือ พืชไมตรี นั่นเอง
พืชไมตรีก็เหมือนกับพืชทั่วๆไป เพราะต้องปลูกดุจเดียวกัน
ดังสุภาษิตพระร่วง “ปลูกไมตรีอย่ารู้ร้าง สร้างกุศลอย่ารู้โรย”
การปลูกไมตรีได้แก่ คิดหวังดี มุ่งดี ปรารถนาดี เพื่อผู้อื่นเป็นสุข
โดยเว้นจากการเบียดเบียน มุ่งร้ายเขา
ผู้ที่มีจิตเมตตา ย่อมมากด้วยไมตรี ย่อมสามารถปลูกมิตรไว้รอบข้าง
หรือทุกทิศ ทุกสถาน จึงมีแต่ผู้รักใคร่นับถือ ไม่มีศัตรูมุ่งปองร้าย
มีแต่ความเย็นกายเย็นใจ อันเกิดจากพืชไมตรี
ที่ตนปลูกไว้งอกงามแล้วให้ผลนั่นเอง





โดย น้ำใส [16 เม.ย. 2547 , 15:03:44 น.] ( IP = 210.86.197.28 : : )


  สลักธรรม 2




๒.บทเรียนจากไก่
พอสว่าง แม่ไก่ลุกขึ้นยืน หลังจากนอนกกลูกเล็กๆไว้ใต้ปีกตลอดทั้งคืน
แล้วชวนลูกออกหากินโดยคุ้ยเขี่ยอาหารให้ลูกตัวน้อยๆคอยวิ่งรับเหยื่อจากแม่
เมื่ออิ่มหนำทั่วกันแล้ว ชักเหนื่อย แม่ไก่ก็ให้ลูกๆมาซุกอยู่ใต้ปีกเพื่อให้ปลอดภัย
โอ..ความรักของแม่ ช่างลำบากด้วยการเลี้ยงลูก
แต่พอลูกไก่ที่เติบโตใหญ่ หากินได้เองแล้ว ก็จะพ้นจากอกแม่ไก่ไป
และไม่มีลูกไก่ตัวไหนเลยที่จะเลี้ยงแม่ไก่ตอบแทนคุณ
อนิจจา แม่ไก่ที่น่าสงสาร ......
พ่อ แม่ ของเราก็เหมือนกับแม่ไก่
โดยต้องลำบากเลี้ยงเราจนเติบใหญ่ ทั้งเหนื่อยกาย เหนื่อยใจมากมาย
แต่จะมีลูกสักกี่คนที่จะเลี้ยงดูท่านตอบแทนบ้าง
....จงเอาอย่างแม่ไก่ ที่ไม่ยอมทิ้งลูก
....แต่อย่าเอาอย่างลูกไก่ซึ่งโตแล้วก็ทิ้งแม่ของตน
พ่อแม่ของเรา มีเพียง ๒ เท่านั้น และจะอยู่เพื่อให้เราเลี้ยงท่านไม่นานนักหรอก




โดย น้ำใส [16 เม.ย. 2547 , 15:05:13 น.] ( IP = 210.86.197.28 : : )


  สลักธรรม 3




๓.ผู้ทำลาย
ในตัวคนๆหนึ่ง ย่อมมีทั้งผู้สร้างและผู้ทำลายอยู่ร่วมกัน
ยามใดที่จิตใจเป็นปกติ ย่อมทำหน้าที่เป็นผู้สร้าง
คือสร้างสิ่งของ เครื่องใช้ ตลอดจนสร้างคุณงามความดีต่างๆ
แต่ยามใดจิตใจไม่ปกติ เช่นกระทบกับอารมณ์อันไม่พึงใจ เกิดความโกรธ เกลียด
ยามนั้นย่อมประพฤติเป็นผู้ทำลาย โดยเริ่มทำลายสิ่งของก่อน
จากนั้นก็ทำลายคุณงามความดีของตนเองต่อไปอีก ด้วยการสำแดง
ความโหดร้าย หยาบช้าอันเคยซ่อนไว้อย่างมิดชิดให้ปรากฏออกมา
บางครั้งยังอาจทำรายบุคคลที่ตนเองเคยเคารพรักอย่างลึกซึ้ง เช่น บิดา มารดา บุตร ภรรยา
ดังนั้น จงพยายามเลี้ยงแต่ผู้สร้างเถิด อย่าเลี้ยงผู้ทำลายให้เติบใหญ่ในตัวเราเลย เพราะ
“ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมละกุศลทั้งมวลเสีย”




โดย น้ำใส [16 เม.ย. 2547 , 15:06:08 น.] ( IP = 210.86.197.28 : : )


  สลักธรรม 4




๔.ที่พึ่ง
ที่พึ่งของคนมี ๒ อย่างคือ ที่พึ่งภายนอก กับที่พึ่งภายใน
ที่พึ่งภายนอก ได้แก่บุคคลเช่น บิดามารดา ครูอาจารย์ ญาติพี่น้อง พวกพ้องเพื่อนฝูง ฯลฯ
ที่พึ่งภายใน ได้แก่มีธรรมเป็นที่พึ่ง มีคุณงามความดีในตนเองจนเป็นที่พึ่งของตนได้
เช่น มีความประพฤติดี มีความรู้ความสามารถ มีความเพียรพยายามดี มีความรู้จัก
ประมาณในการดำรงชีวิต ฯลฯ
ที่พึ่งทั้งสองอย่างนี้ พระพุทธองค์ทรงเน้นให้พยายามยึดที่พึ่งภายใน
โดยอย่ามุ่งหวังที่พึ่งภายนอกให้มากนัก เพราะไม่สามารถเป็นที่พึ่งได้ตลอดไป
เช่น บิดามารดาเมื่อถึงกาลอันควรท่านย่อมจากเราไป ญาติพี่น้องเพื่อนฝูงก็พึ่งได้ในบางคราว
บางคราวที่ทะเลาะกันหรือโกรธกันก็พึ่งพาอาศัยกันไม่ได้
ส่วนคุณงามความดีนั้น จะอยู่กับเราตลอดไป เท่ากับเป็นการพึ่งตนเอง
ฉะนั้นจึงควรมุ่งพึ่งตนเองดีกว่ามุ่งหวังพึ่งผู้อื่น
อันใดจะดีเกินกว่าการพึ่งตนเองนั้น ย่อมไม่มี




โดย 4 [16 เม.ย. 2547 , 15:07:15 น.] ( IP = 210.86.197.28 : : )


  สลักธรรม 5





๕.นิ่มนวล
ข้าวที่รับประทาน ถ้าแข็งกระด้าง ก็มักจะกลืนไม่ค่อยลง
เสื้อผ้าที่นุ่งห่ม ถ้าเนื้อหยาบนัก ก็ไม่มีใครอยากสวมใส่ ฉันใด
เป็นคนถ้านิสัยหยาบกระด้าง คือไม่นิ่มนวล และมีกริยาวาจาไม่สุภาพ
ย่อมไม่เป็นที่นิยมชมชอบ ยากจะมีใครอยากคบหา
กริยาที่นิ่มนวล วาจาที่สุภาพ จึงเป็นเสน่ห์อันเลิศที่ทำให้คนนิยมพอใจ
ดุจดังข้าวอย่างดีที่น่ารับประทาน และเสื้อผ้าเนื้อละเอียดย่อมเป็นที่ปรารถนา
ด้วยเหตุนี้ ผู้ที่มีกริยามารยาทดี วาจาสุภาพอ่อนหวานนิ่มนวล
จึงได้เปรียบผู้ที่หยาบกระด้างโดยประการทั้งปวง








โดย 5 [16 เม.ย. 2547 , 15:08:12 น.] ( IP = 210.86.197.28 : : )


  สลักธรรม 6

ทำรูปข้อ ๑ ตกไปครับ ขอนำมาเติม

โดย น้ำใส [16 เม.ย. 2547 , 15:11:24 น.] ( IP = 210.86.197.28 : : )


  สลักธรรม 7

สวัสดีครับคุณน้ำใสที่นับถือ
ดีใจมากๆครับที่พบกันอีกครับ
พร้อมทั้งขออนุโมทนา
ในกุศลศรัทธากับคุณน้ำใสอย่างยิ่งนะครับ

มาบ่อยๆนะครับเพราะได้ทั้งความรู้เจริญใจ
และภาพสวยๆเจริญตาจริงๆครับผม
สวัสดีปีใหม่ครับผม…

โดย พี่เณร. [16 เม.ย. 2547 , 16:44:54 น.] ( IP = 210.86.188.0 : : )


  สลักธรรม 8

ขอบคุณคุณน้ำใสมากค่ะ
ที่นำคติธรรมดีๆ มาฝาก รวมทั้งภาพประกอบสวยๆค่ะ

โดย เซิ่น [16 เม.ย. 2547 , 16:57:43 น.] ( IP = 169.210.26.34 : : )


  สลักธรรม 9

ได้ทั้งความรู้และความสวยงาม
ขอบคุณมากนะคะคุณน้ำใส

โดย น้องกิ๊ฟ [16 เม.ย. 2547 , 17:52:00 น.] ( IP = 203.209.111.20 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org