มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ญาณ 16 คืออะไร สำคัญอย่างไร




ไปอบรมวิปัสสนากับสำนักแห่งหนึ่งซึ่งค่อนข้างเน้นเรื่องญาณ16 มาก

แต่มีผู้รู้บางท่านก็บอกว่าไม่ต้องไปสนใจเรื่องนี้ อาจจะทำให้การปฏิบัติไม่ก้าวหน้า
จึงเกิดความสับสนว่า ควรจะยึดถือไว้เป็นตัววัดความก้าวหน้าในการปฏิบัติหรือไม่อย่างไรคะ

โดย สุชาดา [16 เม.ย. 2547 , 22:01:22 น.] ( IP = 202.47.247.146 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1


รักษาศีลให้บริสุทธิ์ ตรัสรู้บนเทวโลก


โดย วิทยาธร ป่าหิมพานต์ [16 เม.ย. 2547 , 23:50:17 น.] ( IP = 202.12.74.9 : : unknown )


  สลักธรรม 2

สวัสดีค่ะคุณสุชาดา ..ที่ตั้งคำถามว่า.. ญาณ 16 คืออะไร สำคัญอย่างไร ? นั้นเป็นคำถามที่ดีมากนะคะ และจะต้องพยายามพิจรณรวิจัยคำตอบให้ดีด้วยคะ ถ้าไม่เช่นนั้นคุณก็จะตกอยู่ในอารมณ์ที่สงสัยต่อไปได้นะคะคุณสุชาดา..

ญาณ 16 นั้นมีความสำคัญมากเลยนะคะ เพราะเป็นเสมือนบันไดแต่ละขั้นที่ทำให้บุคคลนั้นเดินก้าวขึ้นจากที่ต่ำสู่ที่สูงสุดได้ คือ พระนิพพาน นั่นเองค่ะ

ดังนั้นถ้ามีความประสงค์จะถึงความพ้นทุกข์คือพระนิพพานแล้วละก็ คุณสุชาดาจะต้องเข้าใจเรื่องญาณ 16 โดยละเอียดนะคะว่าแต่ละหนึ่งๆของคำว่าญาณนั้นมีความหมายอย่างไร คืออะไร เกิดขึ้นแล้วมีลักษณะอย่างไร ทั้งนี้เพื่อจะได้นำความรู้นั้นมาประกอบกับ ผลที่เกิดขึ้นจากการปฎิบัติได้ และตัดสินได้ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับเราคือสภาพธรรมนั้นตรงตามแนวทางแห่งความพ้นทุกข์ไหม ? จะได้มีการปฏิบัติได้ถูกตามแนวสติปัฎฐานนั่นเองค่ะ

แต่ไม่ใช่ว่าเอาญาณ 16 ไม่คิดหรือระลึกนึกถึงในเวลาปฎิบัตินะคะ....เพราะการปฎิบัติเป็นการสร้างเหตุ ถ้าเหตุนั้นสร้างถูกทำถูกแล้ว...ญาณ 16 ก็คือผลที่เกิดจากเหตุนั่นเองคะ

โดย อ.บุษกร เมธางกูร [17 เม.ย. 2547 , 06:32:18 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 3

คราวนี้คุณสุชาดาก็คงจะพอตัดสินได้เองนะคะว่า... ญาณ 16 นั้นสำคัญไหม ?

พระพุทธองค์มิได้สอนหรือสั่งให้พุทธบริษัทเชื่อถืออะไร โดยขาดการพิจรณาด้วยเหตุและผลนะคะ ดังนั้นดิฉันได้แต่นำเหตุคือการปฎิบัติ (ตามแนวสติปัฎฐาน) มากล่าวเพื่อจะบ่งชี้ถึงผลที่ได้รับตามลำดับคือญาณ 16 นั่นเองค่ะ

ชีวิตเรานั้นมีค่านะคะ แต่ทว่าเวลาแห่งชีวิตมีน้อย ถ้าการกระทำอะไรสักอย่างนั้น ได้กระทำไปโดยไม่เข้าใจ หรือเข้าใจคลาดเคลื่อนไปจากความจริงแล้ว..คุณสุชาดาคะทั้งคุณและดิฉันนั้นไม่มีทางที่ทวงเวลาคืนกลับมาได้ใช่ไหมคะ..

ดังนั้นอย่าปล่อยให้ความไม่รู้ หรือรู้ไม่ถูก ทำให้เราต้องเสียเวลาไปโดยใช่เหตุเลยนะคะ...

ลงทุนหาความเข้าใจเสียก่อน ลงมือกระทำ ดิฉันรับรองได้ว่า..ถ้ารู้จริงและปฏิบัติถูก.. ผลนั้นคุ้มค่ากับเวลาที่ผ่านไปแน่นอนคะ

โดย อ.บุษกร เมธางกูร [17 เม.ย. 2547 , 06:43:18 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 4

คราวนี้มาทำความเข้าใจเรื่องญาณ 16 นะคะว่ามีลักษณะอย่างไร เพื่อจะได้รู้ถึงความจริงประหนึ่งว่า..คุณสุชาดา มีความประสงค์จะเดินทางไป ณ.ที่หนึ่ง ต้องรู้ว่าการจะไปถึงนั้นจุดเริ่มต้นนั้นอยู่ตรงไหน...หนทางนั้นต้องผ่านอะไรบ้าง...แต่แต่ละที่ๆนั้น..มีความแตกต่างกันอย่างไร...

เมื่อรู้เสียอย่างรับรองตนเองได้เลยคะว่า...เราจะไม่หลงทางหรือถูกใครหลอกได้นะคะ

ญาณ ๑๖


ญาณ ๑๖ นี้เป็นชื่อของปัญญาที่เข้าไปรู้ความจริงของชีวิตนั่นเอง เป็นการรู้สภาพความเป็นจริงแท้แน่นอน ปัญญาที่ว่านั้นจะรู้ไปตามลำดับขั้นตอนนะคะ มีถึง ๑๖ ขั้นตอนด้วยกัน ซึ่งไม่มีทางที่จะแปรเปลี่ยนไปได้นะคะ ดังเช่น..เราอ่านเขียนคำว่า..การบ้าน...จะต้องเริ่มต้นด้วย ก.ไก่ ตามมาด้วยสระ อา แล้วจึง ร. เรือ ฉันใดปัญญาที่กล่าวถึงก็จะต้องเป็นลำดับฉันนั้นนะคะ

โดย อ.บุษกร เมธางกูร [17 เม.ย. 2547 , 07:04:01 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 5

ขอพักเพื่อรับประทานอาหารเช้าสักครู่นะคะ แล้วจะมาตอบต่อค่ะ …

โดย อ.บุษกร เมธางกูร [17 เม.ย. 2547 , 07:06:05 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 6

ถึงตอนที่จะทำความเข้าใจในญาณปัญญาแล้วนะคะ ดิฉันจะอธิบายไปตามลำดับของญาณว่าด้วยญาณที่ ๑ เป็นต้นไปนะคะ

๑. นามรูปปริจเฉทญาณหมายถึง.. ปัญญาที่กำหนดจนรู้..เห็นรูปเห็นนามว่าเป็นคนละสิ่ง...คนละส่วน ซึ่งไม่ได้ระคนปนกันจนแยกกันไม่ได้

..๒. ปัจจยปริคคหญาณ.. หมายถึงปัญญาที่กำหนดจนรู้ ..เห็นถึงปัจจัยที่ให้เกิดรูป เกิดนาม..

คือ รูปเกิดจาก กรรม จิต อุตุ อาหาร

ส่วนนามเกิดจาก อารมณ์ วัตถุ มนสิการ


๓. สัมมสนญาณ.. หมายถึงปัญญาที่กำหนดจนรู้..เห็นไตรลักษณ์.. คือ ความเกิดดับของรูปนาม

แต่ที่รู้ว่ารูปนามดับไปก็เพราะ เห็นรูปนามใหม่เกิดสืบต่อแทนขึ้นมาแล้ว เห็นอย่างนี้เรียกว่า สันตติยังไม่ขาดและยังอาศัยจินตามยปัญญาอยู่

หรือจะกล่าวได้ว่า... สัมมสนญาณ เป็นญาณที่ยกรูปนามขึ้นสู่ไตรลักษณ์


๔. อุทยัพพยญาณ.. ปัญญาที่กำหนดจนรู้..เห็นไตรลักษณ์ชัดเจน โดยสันตติขาด คือ เห็นรูปนามดับไปในทันทีที่ดับ และเห็นรูปนามเกิดขึ้นในขณะที่เกิด ...

หมายความว่า เห็นทันทั้งในขณะที่เกิดและขณะที่ดับและอุทยัพพยญาณนี้ก็ยังจำแนกได้เป็น ๒ ญาณนะคะ...

คือ ตรุณอุทยัพพยญาณ เป็นญาณที่ยังอ่อนอยู่

และพลวอุทยัพพยญาณ เป็นญาณที่แก่กล้าแล้ว

โดย อ.บุษกร เมธางกูร [17 เม.ย. 2547 , 07:34:30 น.] ( IP = 202.176.91.197 : : )


  สลักธรรม 7

๕. ภังคญาณหมายถึง ปัญญาที่กำหนดจนรู้เห็นความดับแต่อย่างเดียว เพราะความดับของรูปนามเป็นสิ่งที่ตื่นเต้นผู้เห็นจะรู้สึกตกใจมากกับการเห็นเช่นนั้นนะคะ(โดยส่วนมาก)

๖. ภยญาณ บ้างก็เรียกว่า ภยตูปัฏฐานญาณ หมายถึงปัญญาที่กำหนดจนรู้ เห็นว่ารูปนามนี้เป็นภัย เป็นที่น่ากลัว

ท่านอุปมาไว้ว่าเหมือนคนกลัวสัตว์ร้าย เช่น กลัวงู กลัวเสือ เป็นต้นค่ะ

๗. อาทีนวญาณ หมายถึงปัญญาที่กำหนดจนรู้เห็นว่ารูปนามนี้เป็นโทษ

..เหมือนผู้ที่เห็นไฟกำลังไหม้บ้านของตนเองอยู่.. จึงคิดหนีไฟที่มีความร้อน มีควันมาก ที่เกิดจากไฟไหม้บ้านนั่นเองคะ

๘. นิพพิทาญาณ ปัญญาที่กำหนดจนรู้ เห็นว่า เกิดเบื่อหน่ายในรูปนาม เบื่อหน่ายในปัญจขันธ์ คือชีวิตอันได้แก่ณุปนามขันธ์ ๕

โดย อ.บุษกร เมธางกูร [17 เม.ย. 2547 , 07:45:22 น.] ( IP = 202.176.91.197 : : )


  สลักธรรม 8

๙. มุญจิตุกมยตาญาณ หมายถึง ปัญญาที่กำหนดจนรู้ เห็นว่าใคร่จะหนีจากรูปนาม ใคร่จะพ้นจากปัญจขันธ์ ( คำว่าใคร่นี้ก็คือ มีความดำริชอบเกิดขึ้นอย่างแรงค่ะ)

เปรียบดังปลาเป็น ๆ ที่ปรารถนาจะพ้นจากที่ดอนคือที่ที่ไม่มีน้ำ ซึ่งทำให้เกิดการดิ้นรนหาทางรอดนะคะ

๑๐. ปฏิสังขาญาณ หมายถึง ปัญญาที่กำหนดจนรู้ เห็นว่าอยู่ต่อไปไม่ได้ จิตที่สัมปยุตด้วยสัมมาสังกัปปะจึงผลักดันให้รู้และหาทาเพื่อจะหนีไปให้พ้นนั่นเอง...ซึ่งเรียกว่า.. หาอุบายที่จะเปลื้องตนให้พ้นจากปัญจขันธ์

๑๑. สังขารุเบกขาญาณ หมายถึงปัญญาที่กำหนดจนรู้ เห็นว่า จะหนีไม่พ้นจึงเฉยอยู่ไม่ยินดียินร้าย

ดุจบุรุษอันเพิกเฉยในภริยาที่ทิ้งขว้างหย่าร้างกันแล้ว..นี่คือสิ่งที่ท่านเปรียบเอาไว้นะคะ

๑๒. อนุโลมญาณ หมายถึงปัญญาที่กำหนดจนรู้เห็นชัดในชีวิตจริง.. ทำให้คล้อยไปตาม....
อริยสัจจญาณนี้เรียกว่า สัจจานุโลมิกญาณ ก็ได้

โดย อ.บุษกร เมธางกูร [17 เม.ย. 2547 , 07:58:00 น.] ( IP = 202.176.91.197 : : )


  สลักธรรม 9

๑๓. โคตรภูญาณ หมายถึงปัญญาที่กำหนดจนรู้ เห็นพระนิพพาน ตัดขาดจากโคตรปุถุชนเป็นโคตรอริยชนค่ะ

๑๔. มัคคญาณ หมายถึงปัญญาที่กำหนดจนรู้เห็นพระนิพพาน และตัดขาดจากกิเลสเป็นสมุจเฉทประหาณ ตรงมัคคจิตนี้เกิดแล้วก็จะพ้นสภาพจิตที่เต็มไปด้วยกิเลสโลภะและวิจิกิจฉาลงได้คะ ..คือ โลภะทิฏฐิคตสัมปยุตจิต ๔ ดวง และวิจิกิจฉา ๑ ดวง

๑๕. ผลญาณ ปัญญาที่กำหนดจนรู้เห็นพระนิพพานโดยเสวยผลแห่งสันติสุข ซึ่งจะเกิดมีครั้งแรกในชีวิตแห่งการเวียนว่ายตายเกิดนะคะ

๑๖. ปัจจเวกขณญาณ ปัญญาที่กำหนดจนรู้ เห็นใน มัคคจิต,ผลจิต,นิพพาน, กิเลสที่ละแล้ว และกิเลสที่ยังคงเหลืออยู่ ด้วยอำนาจแห่งปัญญานั่นเองคะ

โดย อ.บุษกร เมธางกูร [17 เม.ย. 2547 , 08:12:12 น.] ( IP = 202.176.91.197 : : )


  สลักธรรม 10

ทั้งหมดที่ดิฉันได้พยายามถ่ายทอดมานี้ ก็เพื่อประโยชน์อันสูงค่าที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ท่าน ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อประชาสัตย์ พระองค์เห็นการเวียนว่ายตายเกิดเป็นทุกข์

ทุกข์ที่ว่านั้นอย่างไรคืออะไรที่ทุกข์ พระองค์ท่านจึงทรงอบรมเทศนาโปรดสัตว์ ให้รู้จริงตามพระองค์ เพื่อพ้นไปจากความทุกข์ได้นั่นเองนะคะ


ส่วนที่ดิฉันกล่าวว่า... ได้พยายามถ่ายทอด...นั้นหมายความว่าดิฉันจะต้องอาศัยความอดทนอย่างมากที่จะพิมพ์ใจความนี้ให้จบให้ได้ด้วยเหตุผลที่ถูกด้วยนะคะ...

เพราะดิฉันเองยังนั่งนานไม่ไหวเลยคะ เพราะรับการผ่าตัดกระดูกหลังตรงเอวมา ยังไม่ถึง 5 เดือนเพิ่งได้ 4 เดือนกับ 7 วันเท่านั้น แต่ด้วยศรัทธาในพระธรรมเป็นที่ตั้ง และเชื่อในเรื่องการทำความดีย่อมต้องได้ดีทำให้ดิฉันไม่ทอดทิ้งธุระนี้ลงได้.. ถึงจะต้องทรมานกับการนั่งๆ ยืนๆพิมพ์เอาก็ตามคะ ก็เป็นไปด้วยความเต็มใจนะคะคุณสุชาดา....ซึ่งในความเป็นจริงแล้วยังมีผู้ที่สามารถตอบได้เช่นนี้ก็มีหลายท่าน เพราะต่างก็ได้รับความรู้มาจากครูอาจารย์เช่นเดียวกับดิฉันนั้นมีอยู่...(ยกเว้นท่านที่มาตอบก่อนดิฉัน)..ท่านเหล่านั้นมีภูมิธรรมที่ศึกษาและอบรมหลักสูตรทั้งทางตรงและหลักสูตรเร่งรัดก็มีคะ...แต่ดิฉันไม่ทราบว่าทำไมท่านไม่เข้ามาให้ความรู้ที่สำคัญนี้นะคะ..ดิฉันทราบเพียงว่า..


ความรักที่แท้จริงคือ..การให้
แม้กระทั่งความรักตนเอง..ก็ยิ่งต้องให้
ให้ตนเองเจริญอยู่ในกุศลบารมีค่ะ


และดิฉันก็สามารถบอกคุณสุชาดาได้เต็มปากเต็มคำว่า..ดิฉันรักและหวังดีต่อคุณและทุกๆท่านคะ..สวัสดีค่ะ

โดย อ.บุษกร เมธางกูร [17 เม.ย. 2547 , 08:35:18 น.] ( IP = 202.176.91.197 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org