มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ความสงสัยต่อการปฏิบัติธรรมที่สำนักแม่ชีแห่งหนึ่ง




เพิ่งเข้ามาอ่านเวบไซด์นี้เป็นครั้งแรก พอดีเห็นกระทู้ข้างล่างถามเรื่องญาณ16

ที่สำนักแม่ชีที่ดิฉันไปมีแค่10ญาณแล้วก็มีการทวนญาณ(แต่ดิฉันยังไม่ได้ปฏิบัติถึงขั้นนี้) โดยการทวนญาณหนึ่งรอบก็จะมีใบญาณ10ใบแต่ละใบกำหนดให้ว่าเดินจงกรม+นั่งสมาธิกี่นาที วันนึงให้ได้กี่ชุด และแต่ใบญาณก็จะมีอาการปรากฏเวลานั่งสมาธิแตกต่างกันไปตามขั้นของใบญาณ

ซึ่งดิฉันถามโยคีที่ปฏิบัติว่าอาการจะเกิดตามใบญาณจริงเหรอ เขาก็บอกว่าท่านอาจารย์จะอธิษฐานตามใบญาณนั้นก่อน ส่วนมากเราปฏิบัติแล้วก็จะเกิดอาการตามนั้น

แต่เท่าที่ดิฉันทราบมาอาการต่างๆจะปรากฏเองไม่ใช่เหรอคะ ไม่ใช่เราไปกำหนดหรือเพ่งหา

อันนี้เป็นความสงสัยอย่างแรก เพราะที่ดิฉันเคยไปปฏิบัติที่อื่นไม่เห็นมีการพูดถึงเรื่องทวนญาณนี้เลยหรือว่าดิฉันยังอ่อนด้อยทางธรรมก็เป็นได้

อย่างที่สองเพื่อนดิฉันมีปัญหาธุรกิจจึงไปปฏิบัติที่นี่แล้วท่านอาจารย์(แม่ชี)แนะนำให้บวชชี3เดือน เพราะว่าวิบากกรรมหนัก ถ้าบวชแล้วทุกอย่างจะดีขึ้น เพื่อนดิฉันควรจะบวชไหมคะ

แต่ในความคิดของดิฉันคิดว่า เราควรจะบวชด้วยใจที่บริสุทธิ์ไม่ใช่ด้วยการหวังผล ถ้าเพื่อนดิฉันบวชแล้วธุรกิจดีขึ้น ก็จะต้องคิดว่าเพราะการบวช ต่อไปเวลามีปัญหาอะไรก็คิดที่จะบวชเพื่อแก้ปัญหา

ที่ผ่านมามีหลายคนที่ถูกแนะนำให้บวช บางคนไม่บวชพอลาท่านอาจารย์กลับก็ตกบันไดขาหัก กลายเป็นเรือ่งเล่าของที่นี่ว่าไม่ทำตามคำแนะนำจึงได้รับผลอย่างนี้

ขอได้โปรดช่วยไขข้อข้องใจของดิฉันด้วยค่ะ

โดย นิตยา [17 เม.ย. 2547 , 14:10:28 น.] ( IP = 202.47.247.146 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1




กราบสวัสดีค่ะคุณนิตยา ที่กล่าวว่าวิปัสสนาญาณ ๑๐ นั้น ในความจริงมีนะคะ ก็ได้แก่ญาณทั้ง ๑๖ ที่ดิฉันตอบไว้ในกระทู้ที่คุณได้อ่านนะคะ

แต่ที่เหลือ ๑๐ นั้นท่านนับตั้งแต่ ญาณที่ ๓ คือสัมมสนญาณ ถึงญาณที่ ๙ นะคะ แต่นี่นับตามนัยของอภิธรรมมัตถสังคหะ นะคะ

แต่ถ้าตามนัยแห่งคัมภีร์ปฎิสัมภิทามรรค ที่นำมาอธิบายให้พิศดารในวิสุทธิมรรคแล้ว จะมีแค่ วิปัสสนาญาณ ๙ เท่านั้น คือนับตั้งแต่ อุทยัพพยานุปัสสนาญาณ มาจนถึง สัจจานุโลมิกญาณ นะคะ

แต่ไม่ว่าจะกล่าวโดย ๙ ๑๐ หรือ ๑๖ ล้วนเป็นธรรมที่นำออกจากวัฏฏสงสารทั้งสิ้นนะคะ และเกิดจากการกำหนด รูปนาม ตามแนวทางสติปัฎฐานเท่านั้นค่ะ ไม่ใช่เกิดจากการนับใบอะไรต่อมิอะไรนะคะ แม้การเดินจงกรมก็เถอะคะ ถ้าลงมีการวางกฎเกณฑ์ว่าต้องเดินอย่างนี้อย่างนั้น ...ลงอิริยาบถไม่ได้เกิดตามธรรมชาติแล้วละก็..ธรรมชาติแห่งญาณปัญญาไม่มีทางเกิดได้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ

โดย อ.บุษกร เมธางกูร [17 เม.ย. 2547 , 20:52:26 น.] ( IP = 203.209.96.16 : : )


  สลักธรรม 2

สวัสดีค่ะคุณนิตยา

ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่นะคะ
ปัญหาที่คุณนิตยาข้องใจก็คือ

๑. การทวนญาณ ...ตามที่เล่ามาบอกว่าเป็นวิธีการทำสมาธิของสำนักปฏิบัติธรรมแห่งนั้น ...ปัญหาก็คือว่าทำไมจึงมีญาณไม่เท่ากับญาณ ๑๖ .

..อันดับแรกต้องทำความเข้าใจก่อนนะคะว่า เรื่องของญาณ ๑๖ นี้เป็นเรื่องของญาณปัญญาในการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ไม่ใช่การเจริญสมถกรรมฐานหรือการทำสมาธิ และก็มีรายละเอียดตามที่ท่านอาจารย์บุษกรได้กล่าวไว้แล้ว

..อันดับที่สองก็ต้องทราบว่า การเจริญสมถกรรมฐานนั้นพระพุทธองค์ทรงสอนไว้ว่ามีการกระทำได้ ๔๐ วิธี จัดเป็น ๗ หมวดนะคะ (ลองอ่านรายละเอียดที่นี่ค่ะ จะได้ทราบว่ามีวิธีการทวนญาณอยู่ในนั้นหรือไม่ http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=4864 )

..อันดับที่สาม การทำสมาธิของแต่ละค่ายสำนักนั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องทำตาม ๔๐ วิธีก็ได้นะคะ ถ้าเพียงต้องการให้ผู้ฝึกมีสมาธิระดับต้นๆเท่านั้น เช่น ให้มีการสวดมนต์ หรือใช้คำอันเป็นมงคลมาเป็นคำภาวนาเป็นต้น แล้วค่อยเจริญวิปัสสนากรรมฐานต่อไป ..แต่ถ้าหากสำนักนั้นคิดค้นวิธีการขึ้นมาเองเพื่อระงับหรือดับกิเลส ก็ขอให้พิจารณาจากพระไตรปิฎกเป็นสำคัญนะคะว่าสมควรแก่การปฏิบัติตามหรือไม่

โดย น้องกิ๊ฟ [17 เม.ย. 2547 , 21:04:22 น.] ( IP = 210.86.188.4 : : )


  สลักธรรม 3

๒. การบวชชีเพื่อให้ธุรกิจดีขึ้น ... ประเด็นนี้ต้องแยกพิจารณาเป็นส่วนๆนะคะว่า

...การประสบปัญหาทางธุรกิจ เช่นขาดทุนนี้เป็นผลของกรรมที่ผู้นั้นเคยลักทรัพย์ของผู้อื่นไว้ทำให้เจ้าของทรัพย์ได้รับความเสียหาย เมื่อกรรมนั้นตามมาให้ผลจึงต้องมารับความพินาศดังกล่าวตามที่ได้สร้างเหตุไว้

...การบวชชีเป็นการถือศีลเพื่อวิรัติกายวาจาให้เป็นปกติคือ สงบจากทุจริตทางกายวาจา เป็นการเจริญอยู่ในกุศลประเภทศีลนะคะ ...ที่ไม่ทำบาปใหม่ๆให้มากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันนั้นหากสามารถรักษาใจไว้ในความสงบ ในปัญญา ได้ด้วยก็นับว่าเป็นการเจริญกุศลกรรมที่มีทั้งสมาธิ และปัญญาในการถือศีลคราวนี้

...เมื่อทราบว่าขณะนี้กำลังเผชิญกับวิบากอกุศลอย่างหนัก ..การมาถือศีลเพื่อรักษากายวาจาให้สุจริต และอาจตั้งใจไว้ในความสงบหรือปัญญาได้ด้วยนั้นก็นับว่าเป็นวิธีที่ใช้กุศลมาเบียดเบียนวิบากอกุศลดังกล่าว...แต่ก็ไม่แน่ว่าจะสำเร็จมากน้อยประการใดนะคะ เพราะเรื่องของอำนาจกรรมเป็นเรื่องที่ยากจะหยั่งรู้ได้ด้วยจิตของปุถุชนที่ปราศจากฌาน

โดย น้องกิ๊ฟ [17 เม.ย. 2547 , 21:36:25 น.] ( IP = 203.209.107.187 : : )


  สลักธรรม 4

การเพียรพยายามตั้งตนไว้ในความชอบคือการประกอบกุศลกรรมนี้เปรียบเสมือนแม่เหล็กฝ่ายดีที่จะดึงดูดผลกรรมฝ่ายดีมาช่วยเบียดเบียนผลกรรมฝ่ายชั่วให้หมดแรงไปได้ เช่น การเจริญอิทธิบาทเพื่อต่ออายุ อ่านที่ลิงค์ไว้นะคะ

http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=1505


...สำหรับเรื่องของการเกิดอุบัติเหตุต่างๆก็เช่นกันนะคะ เป็นผลของอกุศลกรรมที่ผู้นั้นได้เคยกระทำไว้ได้ตามมาส่งผลค่ะ และการมาส่งผลนี้ก็ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจอย่างไรหรอกนะคะ เพราะเราต่างก็ได้รับกันอยู่เสมอ เช่น ความป่วยไข้ ปวดหัว ตัวร้อน เดินหกล้ม ถูกตี ถูกหยิก เหล่านี้เป็นต้นค่ะ

หากศึกษาเรื่องของกรรมอย่างถี่ถ้วนแล้วก็จะไม่ถูกใครหลอกง่ายๆหรอกค่ะ ...ลองอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในปริจเฉทที่ ๕ นะคะ เริ่มจากหน้าที่ลิงค์ไว้ให้นี้ไปเลยค่ะ

http://www.abhidhamonline.org/aphi/p5/042.htm

ส่วนความเข้าใจที่ว่าควรจะบวชด้วยใจที่บริสุทธิ์ไม่ใช่ด้วยการหวังผล...(ในทางธุรกิจ) เป็นความเข้าใจที่ดีแล้วค่ะ เพราะการที่ตั้งใจไว้อย่างนั้นเป็นการตั้งใจทำเพราะความโลภ ...ซึ่งเป็นการเพิ่มกิเลสให้มากยิ่งขึ้น

โดย น้องกิ๊ฟ [17 เม.ย. 2547 , 21:40:48 น.] ( IP = 203.209.107.187 : : )


  สลักธรรม 5

ยังไม่ค่อยเข้าใจเลยค่ะ เรื่องทวนญาณอ่านตามลิงค์ที่ให้มาก็ไม่เจอ แล้วปัญหาเรื่องบวชชีละคะ คุณกิ๊ฟว่า ควรจะทำตามไหมคะ

โดย นิตยา [17 เม.ย. 2547 , 21:52:39 น.] ( IP = 202.47.247.146 : : )


  สลักธรรม 6

พูดกันให้ชัดเจนก็คือ การทวนญาณไม่มีในวิธีการเจริญสมถกรรมฐาน ๔๐ แบบที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ค่ะ

ควรบวชตามที่มีผู้แนะนำหรือไม่ อันนี้ต้องตัดสินใจเองนะคะ เพราะอย่างที่บอกว่า การบวชเป็นเรื่องของกุศลคือ รักษาศีล ...จัดว่าเป็นการทำความดี

ซึ่งจะเลือกทำความดีชนิดนี้หรือไม่ก็แล้วแต่ความสมัครใจ หรืออาจเลือกทำความดีอย่างอื่นในประเภทของศีลก็ได้นะคะ เช่น การบวชชีพราหมณ์ การรักษาอุโบสถศีล

ส่วนในประเภทของการเจริญภาวนาและการสร้างสัมมาทิฏฐิก็คือ การเจริญสมาธิ การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน การฟังธรรม การศึกษาธรรม

ส่วนในประเภทของทานก็เช่น การกระทำทาน การสร้างสาธารณกุศลทั้งหลาย ..เหล่านี้เป็นต้นค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [17 เม.ย. 2547 , 22:02:52 น.] ( IP = 203.209.107.187 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณค่ะ คุณน้องกิ๊ฟ กระจ่างแล้วค่ะ
ขอให้เจริญในธรรมค่ะ

โดย นิตยา [17 เม.ย. 2547 , 22:12:30 น.] ( IP = 202.47.247.146 : : )


  สลักธรรม 8


เจริญในธรรมครับคุณ นิตยา
อยากรวยต้องให้ทาน
อยากสวยต้องรักษาศีล
อยากมีปัญญาต้องศึกษาพระอภิธรรม
อยากพ้นทุกข์ต้องปฏิบัติให้เข้าถึงนิพพาน

โดย น้ำใส [19 เม.ย. 2547 , 13:16:36 น.] ( IP = 202.133.146.213 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org