มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


พระศรีอาริยเมตไตรย






เมื่อครั้งที่พระอังคีรสบรมโพธิสัตว์
ราชบุตรแห่งพระเจ้าสิริสุทโธทนบรมกษัตริย์
และพระนางสิริมหามายาทรงเสด็จออกบรรพชา

และได้ตรัสรู้เป็น
พระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า

ครานั้นพระองค์ทรงมีพระมหากรุณา
เสด็จมาโปรดพุทธบิดา
และพระนางปชาบดีผู้มีศักดิ์เป็นน้าสาวและแม่นม
ผู้ทำหน้าที่ถนอมกล่อมเลี้ยงดูองค์พระ-ชินสีห์มาแต่น้อย
เพื่อทดแทนคุณที่ได้ดื่มน้ำนมมาจนเติบใหญ่
จึงเสด็จไปรับภัตตาหารบิณฑบาต
ในพระราชนิเวศน์

ครั้นเสร็จ ภัตกิจแล้วทรงแสดงธรรมเทศนา
โปรดพระนางมหาปชาบดี
จนพระนางได้บรรลุสำเร็จ
เป็นพระโสดาบันอริยบุคคล

หลังจากนั้นองค์สมเด็จพระชินสีห์ก็ได้เสด็จโปรดเวไนยสัตว์ไปยังเมืองต่างๆ
จนกระทั่งเสด็จกลับกรุงกบิลพัสดุ์
ณ นิโครธาราม
เพื่อทรงบำเพ็ญโลกัตถจริยา
ด้วยพระมหากรุณาใหญ่ต่อไป




โดย จากพี่เณร [18 เม.ย. 2547 , 05:59:19 น.] ( IP = 210.86.188.14 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]


  สลักธรรม 1

สมัยนั้น สมเด็จพระมหาปชาบดีพุทธมาตุจฉา ได้ ทรงจัดการทอผ้าจีวรสาฎกชั้นดี

เพื่อถวายองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยความเลื่อมใสศรัทธา ด้วยตนเองตั้งแต่ต้นจนถึงที่สุด โดยได้ให้ช่างทองตีอ่างด้วยทองสุก ๗ อ่าง ให้หาเม็ดฝ้ายมาจนพอกับความต้องการแล้ว ก็เพาะเม็ดฝ้ายในอ่างทองเหล่านั้น

บำรุงเลี้ยงรักษาด้วยน้ำนมโคและของหอม ครั้นต้นฝ้ายออกฝอยก็ทรงเก็บฝ้ายนั้นด้วยพระหัตถ์ใส่ลงในผอบทองแล้วทรงเลือก ทรงหีบ ทรงดีด ทรงปั่น ด้วยพระหัตถ์มิให้ผู้อื่นกระทำ

ปรากฏว่าเส้นด้ายนั้นละเอียดประณีต ยิ่งนัก แลมีสีเหลืองอร่ามดุจสีทองคำธรรมชาติ

แล้วจึงรับสั่งให้หาช่างหูกฝีมือเอกมา ให้เขาเหล่านั้นบริโภคอาหารชั้นเลิศ และให้ตกแต่งกายนุ่งห่มประดับด้วยวัตถาอาภรณ์เป็นอันดี ที่โรงหูกนั้นที่เพดานห้อยพวงดอกไม้นานาพรรณ ให้น่ารื่นรมย์ใจ แล้วพระนางก็เสด็จ ไปสู่โรงหูกทอดพระเนตร การทอผ้าวิเศษนั้นทุกวันมิได้ขาด จนการทอผ้าสำเร็จได้ ผ้าสาฎก ๒ ผืน ยาว ๑๔ ศอก กว้าง ๗ ศอกเสมอกัน พระภูษาทั้งคู่นี้เป็นพัสตราภรณ์อันหาค่ามิได้ สมควรแก่องค์พระชินสีห์

พระนางตรวจตราดูเรียบร้อยแล้ว จึงประจงพับใส่ลงในผอบแก้ว แล้วก็มุ่งเสด็จไ ปยังนิโครธาราม พร้อมด้วยนางในข้าราชบริพารทั้งหลาย

โดย จากพี่เณร [18 เม.ย. 2547 , 06:06:24 น.] ( IP = 210.86.188.14 : : )


  สลักธรรม 2


เมื่อเสด็จถึงนิโครธาราม " ก็เข้าเฝ้าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า" กราบนมัสการแล้วเปิดฝาผอบแก้ว จับพระยุคลพัสตร์ กราบทูลว่า...


“ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระภาค...!
อันว่าสุวรรณวัตถยุคลใหม่นี้
ข้าพระบาทอุตส่าห์หีบดีดปั่นฝ้ายด้วยหัตถ์
แห่งตน ด้วยน้ำจิตอุทิศแด่สมเด็จพระทศพล
ขอพระองค์จงทรง พระกรุณา
อนุเคราะห์รับซึ่งภูษาคู่นี้
เพื่อจะให้มีประโยชน์และความสุข
แก่ข้าพระบาทตลอดกาลช้านานเถิดพระเจ้าข้า”


สมเด็จพระชินสีห์ผู้ทรงญาณไม่ติดขัด ทรงทราบชัดถึงการณ์อย่างหนึ่งในภายหน้า จึงทรงมีพระมหากรุณาตรัสแก่สมเด็จพระมาตุจฉาว่า

“ดูกรพระมาตุจฉาซึ่งมีคุณแก่เราตถาคต...!

วัตถยุคลภูษานี้ ขอให้จงถวายแก่สงฆ์เถิด จะเกิดผลานิสงส์มากยิ่งกว่าถวายแก่เราตถาคต ...ด้วยว่าเมื่อถวายภูษาทั้งคู่นี้แก่สงฆ์แล้ว..... ย่อมได้ชื่อว่าเป็นการบูชาเราตถาคตแลสงฆ์ทั้งปวง”

โดย จากพี่เณร [18 เม.ย. 2547 , 06:15:56 น.] ( IP = 210.86.188.14 : : )


  สลักธรรม 3


แม้จะได้สดับพระพุทธฎีกาว่าดังนั้น แต่ด้วยความศรัทธามั่นพระนางได้กราบทูลอาราธนาให้พระสัพพัญญูเจ้าทรงรับไว้ถึง ๓ ครั้ง

แต่องค์พระชินสีห์ก็มิได้ทรงรับไว้ และทรงตรัสให้ถวายแก่สงฆ์เช่นเดิม

เหตุเพราะพระองค์ทรงทราบว่า พระนางปชาบดีทรงมีศรัทธาพร้อมด้วยเจตนาทั้งสาม

คือ บุพเจตนา มุญจนเจตนา อปราปรเจตนา ฉันใดแก่พระองค์ ก็ขอให้ทรงมีศรัทธาในสงฆ์ด้วยเจตนาทั้งสามฉันนั้นเช่นกัน

ทานครั้งนี้จึงจะมีผลมาก อีกประการหนึ่ง พระองค์ทรงทราบว่าจักอยู่ในโลกมิได้นาน ก็จักเข้าปรินิพพานแล้ว

พระสงฆ์สาวกทั้งหลาย ก็จะลำบากด้วยจตุปัจจัย เมื่อตถาคตให้ถวายแก่พระสงฆ์ เพื่อเป็นตัวอย่างดังนี้ ในอนาคตกาลก็จะมีผู้นิยมถวายแก่สงฆ์

ซึ่งเป็นเหตุให้ได้รับอานิสงส์แห่งการถวายมาก ทั้งพระสงฆ์สาวกทั้งหลาย...จะไม่ลำบากด้วยจตุปัจจัย ....

หากแต่พระนางหาได้เข้าใจไม่ ทรงโศกเศร้าเสียพระทัยเป็นยิ่งนัก ทรงอ้อนวอนขอให้พระอานนท์พุทธอนุชาช่วยกราบทูล องค์พระชินสีห์ให้ทรงรับ พระยุคลพัสตร์ไว้

เมื่อพระอานนท์ได้กราบทูลองค์สมเด็จพระสัมมา-สัมพุทธเจ้า พระองค์จึงได้ตรัสเทศนา ทักขิณาวิภังคสูตร จำแนกประเภทแห่งปาฏิบุคลิกทาน แลสังฆทานอย่างแจ่มแจ้ง ว่าการถวายสังฆทานย่อมมีผลานิสงส์มากกว่านัก






โดย จากพี่เณร [18 เม.ย. 2547 , 06:23:06 น.] ( IP = 210.86.188.14 : : )


  สลักธรรม 4

เมื่อพระนางมหาปชาบดีไ ด้สดับฟังดังนั้นก็ให้เกิดความปรีดาปราโมทย์ ตั้งจิตอุทิศที่จะถวายเป็นสังฆทาน แล้ว

ทรงถือเอาผ้าภูษานั้นถวายแด่องค์พระสารีบุตร ผู้เป็นอัครสาวกเบื้องขวาแห่งองค์สมเด็จพระชินสีห์

หากก็ถูกองค์พระธรรมเสนาบดี ผู้ซึ่งทราบถึงพระพุทโธบายปฏิเสธเสีย ด้วยการให้ถวายแก่ภิกษุรูปอื่นต่อไป

เมื่อได้รับการปฏิเสธเช่นนี้ พระนางก็เลื่อนไปถวายแก่พระโมคคัลลานเถระ ผู้เป็น อัครสาวกเบื้องซ้ายแห่งองค์สมเด็จพระทศพล

พระเถรเจ้าท่านก็ปฏิเสธ พระนางจึงเลื่อน ไปถวายแก่พระอสีติมหาสาวกทั้งหลายต่อๆ ไปลงไปโดยลำดับ ....ก็มิได้มีพระผู้เป็นเจ้ารูปใดรับแต่สักองค์หนึ่ง

จนตราบถึง พระภิกษุหนุ่มนามว่า อชิตะ ซึ่งเป็นพระสังฆนวกะ...นั่งอยู่ในที่สุดท้าย.......แห่งสงฆ์ทั้งปวง

เมื่อน้อมเข้าไปถวาย พระอชิตะภิกษุหนุ่มก็รับเอาภูษาวิเศษทั้งคู่นั้นทันที

โดย จากพี่เณร [18 เม.ย. 2547 , 06:29:21 น.] ( IP = 210.86.188.14 : : )


  สลักธรรม 5

เมื่อสมเด็จพระปชาบดี อัครมเหสีพระบรมกษัตริย์แห่งกรุง
กบิลพัสดุ์ ประสบเหตุเช่นนั้น

ก็ทรงโทมนัสจน น้ำพระเนตรตกด้วยความเสียพระทัยว่า เรานี้เป็นผู้มีบุญวาสนาน้อยจริงหนอ ตั้งใจจัดทำผ้าภูษานี้ เพื่อจักถวายแด่องค์พระทศพล แต่พระองค์ก็มิยอมรับ

เมื่อเข้าไปถวายพระเถระ อรหันต์ทั้งหลาย ก็มิได้มีสงฆ์องค์ใดสงเคราะห์รับเอา สักองค์เดียว

แต่บัดนี้ภิกษุหนุ่มรูปหนึ่งเป็นสงฆ์นวกะนั่งอยู่ในที่สุดท้ายสงฆ์ทั้งหลาย ซึ่งคงจะไม่มีคุณวิเศษอันใดสงเคราะห์รับไทยทานไว้

เพื่อไม่ให้เรานั้นได้รับความอับอาย เหตุไฉนจึงเป็นเช่นนี้ไปได้ แล้วก็ทรงก้มหน้านิ่งมิได้ตรัสประการใด


เมื่อสมเด็จพระบรมศาสดาผู้ทรงคุณ ทอดพระเนตรเห็นพระมาตุจฉาเสียพระทัย ทรงพระ-โทมนัสในการบำเพ็ญทานพิเศษครั้งนี้

จึงทรงมีพุทธดำริว่า ในกาลบัดนี้สมควรที่เราตถาคตจะกระทำการให้สมเด็จพระมาตุจฉาทรงคลายจากการโทมนัสเสียใจ จะให้มีความยินดีในวัตถทานยิ่งใหญ่นี้

แล้วจึงมีพระพุทธฎีกาตรัสเรียกพระอานนท์ให้ไปนำเอาบาตรของพระองค์มา........ แล้วทรงกระทำพุทธาธิษฐานว่า

“พระสาวกทั้งปวง
แม้จะทรงฤทธิ์ปานใด
จงอย่าถือเอาบาตรนี้ได้เลย
ให้พระอชิตะภิกษุหนุ่มผู้มีวาสนาผู้จักได้ตรัสรู้เป็นพระสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้า
ในกาลภายภาคหน้า
จงถือเอาบาตรนี้ได้แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น”

โดย จากพี่เณร [18 เม.ย. 2547 , 06:38:07 น.] ( IP = 210.86.188.14 : : )


  สลักธรรม 6


เมื่อทรงกระทำพุทธาธิษฐานแล้ว
ก็ทรงยื่นพระหัตถ์ ข้างที่ถือบาตร

ทันใดบาตรนั้นก็ลอยขึ้นไปในกลีบเมฆ
แล้วอันตรธานหายไปมิได้ปรากฏ

จึงทรงโปรดให้ภิกษุทั้งหลาย
ไปนำเอาบาตรนั้นกลับมา
หากแต่ก็มิได้มีพระภิกษุรูปใด
ค้นหาเอากลับมาได้แม้สักองค์เดียว
รวมทั้งพระสารีบุตรแลพระโมคคัลลานเถระ
อีกทั้งพระอสีติทั้งหลายตามลำดับ

จนในที่สุด
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
จึงมีพระพุทธฎีกาตรัสสั่ง
พระอชิตะสังฆนวกภิกษุว่า..

“ดูกร อชิตะ..! ในกาลบัดนี้
ขอเธอจงแสดงความสามารถ
ไปเอาบาตรของตถาคตมา”

โดย จากพี่เณร [18 เม.ย. 2547 , 06:50:01 น.] ( IP = 210.86.188.14 : : )


  สลักธรรม 7


อชิตะภิกษุหนุ่ม
ราชบุตรพระเจ้าอชาตสัตตุราช
ซึ่งจักได้ตรัสเป็นพระศรีอาริยเมตไตรย
ในอนาคตกาลภายหน้า

ได้สดับพระพุทธฎีกาตรัสสั่งดังนั้น
ก็แปลกใจว่าเหตุใดหนอพระพุทธองค์
จึงตรัสสั่งดังนี้ อันตัวเราเป็นภิกษุผู้บวชใหม่
ไหนเลยจักสามารถนำเอาบาตรทรง
แห่งองค์พระชินสีห์มาได้
ก็องค์พระอรหันต์ทั้งปวงยังมิสามารถนำมาได้
การที่พระพุทธองค์ตรัสเช่นนี้
เห็นทีคงต้องมีเหตุการณ์อันใดอันหนึ่งเกิดขึ้น
เป็นแน่แท้ อย่าช้าเลย
เราจักกระทำไปตามกำลังสติปัญญา


เมื่อคิดดังนั้นแล้วก็ทรงน้อมกายถวาย นมัสการสมเด็จพระบรมครู แล้วค่อยเดินไปยืนอยู่ในที่สุดแห่งพุทธบริษัท มองดูนภากาศแล้วตั้งจิตกระทำ
สัตยาธิษฐานว่า....



“อาตมาผู้มีนามว่าอชิตะนี้...
จะได้เข้ามาบรรพชาในพระบวรพุทธศาสนา...

ด้วยตั้งใจประพฤติพรหมจรรย์
หมายมั่นจะได้ตรัสรู้ ซึ่งสรรพธรรมเป็น
พระสัพพัญญูในอนาคตกาล
เพื่อจะรื้อสัตว์ขนสัตว์ออกไป
ให้พ้นจากจตุรโอฆสงสาร
เสมือนเช่นสมเด็จพระพิชิตมารเจ้า
ของบาตรบรมครูแห่งอาตมาขณะนี้


ด้วยเดชะแห่งสัจจะความจริงนี้
ขอให้บาตรทรงแห่งองค์สมเด็จพระชินสีห์เจ้า
จงลงมาประดิษฐานอยู่ในหัตถ์ของอาตมา
ซึ่งจะเหยียดออกไปโดยพลัน
ในกาลบัดนี้”

โดย จากพี่เณร [18 เม.ย. 2547 , 07:03:38 น.] ( IP = 210.86.188.14 : : )


  สลักธรรม 8

เมื่อเสร็จจากการตั้งจิตเป็นสัตยาธิษฐาน บัดนั้นก็ให้เกิดอัศจรรย์เป็นยิ่งนัก

บาตรอันมีค่าเป็นพุทธบริขาร โดยแท้ได้ลอยตกลงมาจากนภากาศ ประดิษฐานอยู่ในอุ้งหัตถ์ พระอชิตะภิกษุ เป็นที่ประจักษ์แก่มหาชนพุทธบริษัท ทั้งหลาย

เมื่อสมเด็จพระปชาบดีมาตุจฉา เห็นดังนั้นก็ปีติปรีดาปราโมทย์เป็นยิ่งนัก น้ำพระเนตรไหลพรากด้วยความดีใจศรัทธาเป็นยิ่งใหญ่

จึงยกพระหัตถ์นมัสการลา องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและคณะสงฆ์กลับไปยังพระราชนิเวศน์สถาน

ครานั้นอชิตะภิกษุหนุ่มก็ได้พิจารณาว่า..... ผ้าภูษานี้จะมีประโยชน์แก่เราก็เพียงใช้ปกคลุมร่างกายเท่านั้น

เราจะนำเอาผ้าภูษานี้ เข้าไปถวายพระบรมครูกระทำเป็นพุทธบูชา ก็จะเป็นมหากุศลหาสิ่งที่จะประเสริฐเทียมเท่ามิได้

โดย จากพี่เณร [18 เม.ย. 2547 , 07:07:59 น.] ( IP = 210.86.188.14 : : )


  สลักธรรม 9

เมื่อคิดดังนั้นแล้ว.....ก็นำเอาผ้าผืนหนึ่งเข้าไปกางเป็นเพดานเบื้องบนพระคันธกุฎี ......อีกผืนหนึ่งนั้นฉีกออกเป็น ๔ ท่อน ผูกเป็นม่านให้ห้อยย้อยลงในที่ ๔ มุมเพดานพระคันธกุฎี ...แห่งสมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า...

เสร็จแล้วจึงค่อยออกมายืนเพ่งพินิจ เห็นผ้าภูษาที่ตนประดับประดานั้น...สวยงามวิจิตรยิ่งนัก......ก็เกิดความโสมนัสปราโมทย์เป็นล้นพ้น

ทรุดวรกายหมอบลงตรงเบื้องยุคลบาทสมเด็จพระทศพลญาณแล้วกระทำปณิธานว่า....

“ข้าแต่บรมครูผู้ทรงคุณอันประเสริฐ..!

วัตถบูชาอันเป็นการบูชาด้วยยุคลภูษาอันวิเศษนี้ เป็นที่เจริญจิตของข้าพระบาทโดยยิ่ง ..ด้วยเดชะอานิสงส์แห่งการบูชายิ่งใหญ่ครั้งนี้...... ข้าพระองค์มิได้ปรารถนาในมนุษย์สมบัติ เทวสมบัติ หรือพรหมสมบัติ

หากแต่ ข้าพระองค์ปรารถนา ที่จะรื้อสัตว์ขนสัตวโลกให้พ้นจากโอฆสงสารเช่นเดียวกับองค์สมเด็จพระศาสดา

ดังนั้น หากผลานิสงส์แห่งวัตถทานของข้าพระบาทในครั้งนี้ จะพึงบังเกิดมีแล้วไซร้ ก็ขอจงเป็นพลวปัจจัยส่งผลให้ข้าพระบาท.........ได้มีโอกาสบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ ..ในอนาคตกาลด้วยเถิด พระเจ้าข้า”


โดย จากพี่เณร [18 เม.ย. 2547 , 07:12:53 น.] ( IP = 210.86.188.14 : : )


  สลักธรรม 10

เมื่อองค์พระชินสีห์ได้สดับวจีปณิธาน.... อันอาจหาญดั่งนั้น .....จึงทรงกระทำพระอาการแย้ม พระโอษฐ์รุ่งโรจน์รัศมีให้ปรากฏ

ด้วยพระพุทธรังสี ออกจากพระเขี้ยวแก้วทั้งสี่ ให้เห็นเป็นอัศจรรย์

ลำดับนั้นพระอานนท์พุทธอนุชาได้แลเห็น จึงได้กราบทูลถามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่า ด้วยเหตุใดพระพุทธองค์ ...จึงทรงแสดงพุทธกิริยาเช่นนั้น

บัดนั้นพระชินสีห์ทรงมีพระพุทธฎีกาตรัสพยากรณ์ว่า

“พระอชิตะภิกษุ ซึ่งเป็นพระสงฆ์นวกะในกาลบัดนี้

จักได้ตรัสเป็นองค์พระชินสีห์สัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า..พระศรีอาริยเมตไตรยในอนาคตกาลภาคหน้าภาย....ในมหาภัทรกัปนี้... ใต้ร่มไม้กากะทิงอันเป็นมิ่งไม้มหาโพธิ..... ในเพลาตามพารุณสมัยราตรีแห่งวิสาขบุรณมี”

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสถึงความเป็นไปในอนาคตกาลให้จบลงดั่งนี้แล้ว...... ก็ทรงอนุญาตให้บริษัททั้งหลายกลับไปสู่ที่อยู่แห่งตน เป็นอันว่าหมดสิ้นการประชุมในวันนั้นแต่เพียงนี้

โดย จากพี่เณร [18 เม.ย. 2547 , 07:18:04 น.] ( IP = 210.86.188.14 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org