มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บันไดสู่สติปัฏฐาน...ตอน ๑/๔




อยากได้เหตุอย่างไรต้องทำเหตุอย่างนั้น ต่างคนต่างทำ ใครทำใครได้ บนบาน อ้อนวอน ขอ อธิษฐาน

แต่ถ้าปราศจาก วิริยะ ไม่มีอะไรสัมฤทธิ์ผลเลย ฉะนั้น เราจะมีชีวิตอยู่ด้วย...

การทำทุกอย่างเพื่อแก้ทุกข์ อย่าทำเพื่อแก้อยาก
และยังต้องมีสติร่วมด้วย


มีสติในการกระทำการงานใดๆทั้งปวง เพราะสติเท่านั้นเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา สติเป็นจอมทัพของกุศล

ถ้าสามารถฝึกสติให้เป็นมหาสติได้ ผู้ที่พบ คือ ผู้ที่พ้น ให้ลูกทุกคนเริ่มต้นทำทุกอย่างเพื่อแก้ทุกข์ อย่าทำเพื่อแก้อยาก



หลักของสติใน กาย เวทนา จิต ธรรม - กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน - เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน - จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน - ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน เริ่มเจริญได้ในปัจจุบันที่ในบ้าน

การกำหนดรู้เฉยๆ ของภูมิพลัง ๔ แหล่ง ใช้ได้ทุกอิริยาบถ เนื่องจากยังมีลมหายใจเข้าออกอยู่ คือใช้ได้ทุกขณะ จะใช้ชื่ออีก ๔ ชื่อ เข้ามาทำเพื่อไม่ให้ซ้ำซ้อนกัน แต่เป็นหลักสำหรับสร้างสติ

ในความหมายของการกำหนดรู้เฉย ๆ อันนี้จะต้องเข้าใจว่า คือ การรู้สึกตัว รู้สึกอันแจ่มแจ้ง และมีอารมณ์เป็นหนึ่งของสิ่งที่มากระทบอารมณ์ในปัจจุบัน เกิดขึ้นที่ตัวเราจริง ๆ เท่านั้น

ในขณะจิตที่มีสัญญาแห่งการจำได้หมายรู้ จะใช้พลังอันนี้เข้าไปกำหนดรู้เฉย ๆ จะทำอย่างไร

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [20 เม.ย. 2547 , 07:25:07 น.] ( IP = 169.210.26.33 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

ภูมิแห่งพลัง ๔ อย่าง ถ้าเพื่อเทียบแล้วก็คือ กาย เวทนา จิต ธรรม ฟังดูแล้วมันจะยาก พ่อจะใช้คำจำกัดความ

เข้าไปใน กาย
เข้าไปใน เวทนา
เข้าไปใน จิต
เข้าไปใน ธรรม ให้มากขึ้น



๑. ในกาย กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน เราเคยเข้าใจกันว่า เข้าไปดูกายานุปัสสนาสติปัฏฐานในห้องกรรมฐาน แต่ถ้าอยู่ที่บ้านจะใช้คำว่า

“การจัดระเบียบและเรียกชื่อ” ด้วยวิธี
“การกำหนดรู้เฉยๆ”



๒. ในเวทนา เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน เคยคิดว่าจะต้องไปพิจารณาทุกข์ที่อยู่ในห้องกรรมฐาน แต่อยู่ที่บ้าน ในปัจจุบันใช้คำว่า

“การกระทำด้วยวิธีการอันไม่รุนแรงและบีบบังคับ”
ในเวทนา



๓. ในจิต จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน จะใช้คำว่า

“สมรรถภาพแห่งการหยุดยั้งและความเนิบช้า”



๔. ในธรรม ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน จะใช้คำว่า

“ความตรงดิ่งแห่งการมอง” คือ สัมมาทิฏฐิ

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [20 เม.ย. 2547 , 07:26:57 น.] ( IP = 169.210.26.33 : : )


  สลักธรรม 2

อธิบาย

ข้อที่ ๑ ในกาย
“การจัดระเบียบในกาย” กายคือรูปนามที่มีนามเป็นผู้สั่งงาน คือรูปและนาม เพราะว่าอะไร เราจึงจะต้องมีการเจริญสติให้เกิดขึ้นในกายตนอย่างสม่ำเสมอ เราจะต้องเข้าใจให้ถูกต้องว่า

การปฏิบัติที่ถูกต้องไม่ใช่การหลบหนี ไม่ใช่การเตรียมตัวไว้หลบซ่อน ไว้หลบซ่อนเพื่ออะไร เพื่อให้กิเลสนั้นถูกลืมไปชั่วขณะ (ด้วยการปฏิบัติสมาธิ) เป็นการแกล้งทำ ทำให้กิเลสถูกลืมไปชั่วขณะ ไม่ใช่ทางสายเอก

ทางสายเอกก็คือ การฝึกอบรมจิตให้กล้าเผชิญหน้าทุกขเวทนาและสิ่งต่างๆ ที่มากระทบในอารมณ์ปัจจุบัน ต้องเข้าใจว่าอะไรมากระทบและกำจัด นี่คือ ทางสายเอก



“การจัดระเบียบและเรียกชื่อ” ในเรือนใจด้วยการ “กำหนดรู้เฉย ๆ” เป็นอย่างไร

เรามีความเข้าใจกันว่า การเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย มีอยู่ซ้ำ ๆ ซาก ๆ เรียกว่า สังสารวัฏ คือ ลูกโซ่ที่ไม่เคยขาดจากขันธ์ ๕

ในทุก ๆ อิริยาบถที่ตามองเห็น หูได้ยิน จมูกได้กลิ่น ลิ้นรู้รส กายสัมผัสเย็น ร้อน อ่อน แข็ง ก็มีการเกิดดับอยู่ทุกขณะ แต่เป็นการเกิดและตายชั่วขณะเดียว เรียกว่า ขณิกชาติ คือ เกิดทุกข์ขณะ เกิดเป็นขณะๆ ขณิกมรณะ คือ ตายทุกขณะ

“ขณิกะ” แปลว่าชั่วขณะ เกิดแล้วก็ดับ จึงใช้คำว่าขณิกชาติ ขณิกมรณะ

เพราะอะไรเราจึงต้องมีการจัดระเบียบและเรียกชื่อ เพราะเป็นระยะเวลาหลายล้านปีแห่งการเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในสังสารวัฏ อันไม่สามารถนับย้อนถอยหลังไปได้ว่าเราเกิดมากี่ร้อย กี่ล้านชาติแล้ว

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [20 เม.ย. 2547 , 07:28:48 น.] ( IP = 169.210.26.33 : : )


  สลักธรรม 3

ถ้าจะเปรียบง่าย ๆ ก็คือ
กองกระดูก แต่ละชาติ ของผู้หนึ่ง ๆ ซึ่งได้เวียนว่ายตายเกิดมานั้นมารวมทับถมกัน ก็จะเท่าภูเขา ภูเขานั้นไม่ใช่ภูเขาที่เราเห็น แต่เป็นภูเขาสิเนรุ



น้ำตาแห่งความเศร้าโศก พิไรรำพันตัดอาลัยไม่ขาดด้วยความทุกขเวทนาในแต่ละชาตินั้น ถ้ามารวมกันจะมากยิ่งกว่าน้ำในมหาสมุทร


ดังนั้น ย้อนถอยหลังไปนับจำนวนไม่ถ้วนจึงเรียกว่าอนันตัง ในระยะเวลาหลายล้านปีแห่งการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ

คนเรามีการอบรมสั่งสมระบบอันสานกันเข้าไว้อย่างหนาแน่นเรียกว่า สังโยชน์ ๑๐ ด้วยสัญชาตญาณ และการสนองตอบสิ่งเร้า ทั้งที่เป็นประโยชน์ และเป็นโทษ สั่งสม อคติแห่งเหตุผล และอารมณ์ที่ไม่เคยถูกซักถามเลยว่า

มาจากไหน มาเพื่ออะไร เพราะทำไปด้วยการสั่งสม ผูกพันธนาการเอาไว้ ไม่เคยมีใครซักฟอกว่า เหตุนี้มาจากปัจจัยไหน ผลอันนี้ทำไมจึงมาได้

นี่คือการทำตามสัญชาติญาณ ที่มนุษย์กล่าวกันว่ามีสัญชาติญาณไว้สนองตอบสิ่งเร้า โดยไม่เข้าใจว่าการสนองตอบสิ่งเร้านั้นเป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ ทำไปด้วยการกระทำโดยไม่รู้ คือมีโมหะปิดบัง จึงต้องมีการ
”จัดระเบียบและเรียกชื่อ” ด้วยการ “กำหนดรู้เฉย ๆ” เราอยู่ทุกวันเราก็ทำได้ จัดระเบียบในเรือนใจ

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [20 เม.ย. 2547 , 07:31:39 น.] ( IP = 169.210.26.33 : : )


  สลักธรรม 4

เมื่อเราสามารถหันกลับมาดูตัวเอง เราจะเห็นความยุ่งเหยิงในเรือนใจกันมากมาย

ความไม่เป็นระเบียบ สับสน วุ่นวาย เปรียบเสมือนห้องรับแขก มีประตู คือ ประตูแห่งจิต ที่เปิดรับแขกที่ผ่านเข้าออกทั้ง ๖ ประตู คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ อายตนะทั้ง ๖ ใจเป็นที่กำหนดรู้

จิตของเราเป็นตัวรู้ รู้การมาของแขกที่มาเยี่ยมเยียน ๖ ประตู รู้ด้วยการไม่รู้จริง คือ มีโมหะทำให้รู้

เมื่อเราพิจารณาตัวเราเองได้ เราจะเห็นความยิ่งเหยิง เช่น ระหว่างที่เรามอง มีเสียงมากระทบหู เราฟัง เราดู เรารู้ เราเห็น วุ่นไหม มันไม่เข้าไม่ออกเป็นประตูเลย

จึงจะต้องมีการจัดระเบียบในเรือนใจขึ้นมาด้วยการกำหนดรู้เฉยๆ คือ “สติ” สติจะเกิดขึ้นในภูมิพลังที่ ๑ คือจัดระเบียบ จัดอย่างไร

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [20 เม.ย. 2547 , 07:33:16 น.] ( IP = 169.210.26.33 : : )


  สลักธรรม 5

การจัดหมายถึงการรู้จักว่า

“หน้าที่คือที่หน้า” เริ่มต้นฝึก
หน้าที่อยู่ที่ไหน อยู่ที่หน้า

เราอย่าไปคิดว่าที่หน้าจะต้องอยู่ที่ตาอย่างเดียว หู จมูก ลิ้น กาย และใจรวมอยู่ การกระทบที่หน้า คืออายตนะทั้ง ๖ เช่น

- เมื่อจะฟัง จำเป็นต้องใช้มือไหม...ไม่จำเป็น

- เมื่อจะกิน จำเป็นต้องใช้ตาไหม...ไม่จำเป็น
(การเคี้ยวไม่ต้องใช้ตา)

- เมื่อจะมองเห็น จำเป็นต้องใช้หูไหม...ไม่จำเป็น



แต่ทุกวันนี้ใช้ปนกันหมด ประสานงานกันหมด ด้วยการกระทำโดยไม่รู้ว่า ประตูนั้นเปิดแล้ว เปิดทิ้ง ลืมเปิด แขกก็เข้าออกสบาย ถ้าเผื่อเป็นบ้าน ไม่เคยป้องกันขโมย แล้วมาบ่นว่าของหาย อะไรหาย สติมันหาย ไปไหน

เราจึงต้องมีการจัดระเบียบ เช่น ตอนนี้ทำหน้าที่ฟัง จะต้องมีสติกำหนดอยู่ที่การฟัง ถ้าเผื่อกำลังเขียน สติจะต้องอยู่ที่ตา มิฉะนั้นจะเขียนไม่ตรงบรรทัด อย่าใช้สัญญาเอาว่าฉันเขียนได้ตรง นี่คือการจัดระเบียบเล็กๆ น้อย ๆ ซึ่งมีภูมิพลังมาก

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [20 เม.ย. 2547 , 07:34:54 น.] ( IP = 169.210.26.33 : : )


  สลักธรรม 6

เมื่อเราฝึกสติได้ด้วยการจัดระเบียบแล้ว การเรียกชื่อจึงตามมา เช่น

เรียกชื่อด้วยการกำหนดรู้เฉยๆ คือเรียกด้วยสติ

ไม่ใช่ ตะโกนเรียก เราเคยเรียกชื่อด้วยอคติ ไม่ตรงกับความจริงแห่ง ที่ไป คติ แปลว่า ที่ไป ไปในภพภูมิหรือสถานที่ต่าง ๆ เรามีการเรียกชื่อ โดยไม่ถูกต้อง คือ เรียกตามสมมุติ หิวแล้ว ร้อนแล้ว เมื่อยแล้ว ปวดแล้ว ชาแล้ว ง่วงแล้ว นี่คือการเรียกชื่อที่ไม่ถูกต้อง

นี่เราจะฝึกตัวเองด้วยการกำหนดรู้เฉย ๆ คือมีสติรู้เท่านี้ ไม่ต้องตะโกน เดี๋ยวคนอื่นเขาจะว่าบ้า เมื่อมีสติจัดระเบียบแล้ว จัดระเบียบว่า “ทำอะไร” จะไปกินน้ำ ต้องจัดระเบียบก่อน จับถ้วยยกมา ทีนี้พอเคยชินใส่มันเข้าไปที่จิต เรียกชื่อให้ถูกต้อง



ทุกข์เกิด ทุกข์เกิดที่ไหน ความรู้สึกกระหาย ไม่หิวน้ำแล้ว

เริ่มทำลายวิปลาสที่เคยนึกว่า “หิวน้ำ”
เปลี่ยนเป็นกำหนดรู้ว่าทุกข์มันเกิดขึ้นแล้ว


รู้ ตัวรู้มันจะต่อเอง เนื่องจากพูดมาก หรือเดินมาเหนื่อย ตากแดดมาร้อน มันจะรู้เองโดยอัตโนมัติ เพราะทำอะไรนี่จิตมันเป็นตัวรู้ มันจะต้องรู้รวบหมด แต่

เรากำหนดแต่ “ทุกข์มันเกิด”
พอทุกข์เกิดเรียกชื่อทุกข์ถูก

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [20 เม.ย. 2547 , 07:36:55 น.] ( IP = 169.210.26.33 : : )


  สลักธรรม 7

จึงไปเอาการเรียกชื่อเข้ามาให้เป็นระเบียบ

เคยยกถ้วยน้ำขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมดแก้ว ไม่มีระเบียบ สันตติ ไม่ขาดเลย

พ่อมองดู คิดทบทวน ใคร่ครวญตัวเองดู ทำไม่เป็น ดื่มอึ๊กๆๆ ลูกกระเดือกพับขึ้นพับลง บ้างก็สำลักเลย จัดระเบียบใหม่

จะหยิบน้ำ ตามอง มือไป แตะ จับ เกิดความรู้สึกว่ากระชับ มั่นคง แล้วยกขึ้นมา มาถึง มอง ไม่ใช่เอาปากควานหาถ้วยแก้ว นี่เป็นการไม่มีระเบียบ

ลูกลองเอาไปใช้ จะพิสูจน์ตัวเองได้ว่าเป็นผู้ไม่มีระเบียบในเรือนใจตัวเอง การกิน ลักษณะที่ถูกต้อง กลืน ไม่พอ เอาใหม่ ไม่ใช่ปากอยู่ที่แก้วจนหมด



ลักษณะการกินที่แท้ ไม่สำลัก ไม่รั่วไหลออกมาข้างปาก ถ้ายังไม่พอ เติมได้ คนไม่มีระเบียบจะเป็นคนไม่น่าคบ ถูกเพ่งเล็งไปในด้านเป็นคนไม่มีระเบียบวินัย

พอกินเสร็จ หน้าที่ของการกินเสร็จแล้ว ถ้วยแก้วไม่จำเป็นต้องใช้ เอาไปวาง ไม่ใช่ถือแล้วคุยต่อ ทำลายมหาภูตรูป ทำให้เป็นหน้าที่ อะไรจะทำ มีสติตรงนั้น

เมื่อกำลังฟัง สติต้องจับอยู่ที่หู

ขณะดูสติต้องอยู่ที่ตา

ขณะจับสัมผัส สติต้องอยู่ที่กาย

กายที่มีการเคลื่อนไปถูก กระทบ รู้กระทบนั้นเอง คอสติจะต้องจับให้มั่นคง เพื่อดำรงไว้มิให้ตก นี่คือการจัดระเบียบของอายตนะทั้ง ๖ เรียกชื่อให้ถูกต้อง

การเรียกชื่อให้ถูกต้องก็เพื่อช่วยในการละความวิปลาสและละสมมุติบัญญัติออกไปบ้าง

การเรียกชื่อให้ถูก ก็หมายถึง อะไรมากระทบก็ให้รู้ว่าอะไรมากระทบ เป็นจิตโลภ จิตโกรธ หรือจิตหลงที่เข้ามาปรุงแต่งจิต

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [20 เม.ย. 2547 , 07:38:55 น.] ( IP = 169.210.26.33 : : )


  สลักธรรม 8

จะไปตลาด ไปซื้อของที่จำเป็น เช่น จะไปซื้อข้าวมากิน จะต้องเริ่มจัดระเบียบก่อน สิ่งที่จะต้องไป อะไรไป รูปไป นามสั่ง สิ่งที่ไม่จำเป็นไม่ต้องเอาไป เช่น จะไปซื้อข้าว ไม่จำเป็นจะต้องถือมีดไปด้วย ไม่ต้องถือปืนไปซื้อข้าวด้วย

ที่จำเป็นคือ ต้องมีปัจจัยไป กำหนดว่าจะไปซื้ออะไรให้เป็นระเบียบ

จัดระเบียบในเรือนใจ ขาดอะไรบ้าง ตั้งเป้าไปเลย เขียนลงกระดาษถ้ายังไม่ชำนาญ ไปแค่นี้เอาให้ได้กลับมาแต่นี้ อย่าไปแค่หนึ่งแล้วกลับมาสิบทุกที ไม่มีน้อยกว่า มันมากกว่าเพราะตัณหามันช่วย



สิ่งที่เรามองข้าม คือ

การนอนไม่เป็นที่ นอนไม่เป็นเวลา

นอนเกินความจำเป็น นอนไม่ถูกกาละและเทศะ

การกิน กินไม่ถูกเวลา กินไม่เป็นประโยชน์ กินไม่ถูกสถานที่


เช่น ตอนนี้นึกจะกิน หยิบทอฟฟี่ จำเป็นหรือไม่ ถ้าเผื่อไม่ไอ เดี๋ยวจะแก้ตัวว่าไอ อะไร ความเคยชิน บ้างก็เคี้ยว เห็นเคี้ยว ๆ เดี๋ยวเป่า โป๊ะ แตกใส่หน้า (หมากฝรั่ง) อย่างนี้ไม่จำเป็น ที่ไม่จำเป็นไม่ต้องทำ

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [20 เม.ย. 2547 , 07:41:27 น.] ( IP = 169.210.26.33 : : )


  สลักธรรม 9

ลองฝึกดู

การนอน ที่นอนอยู่ที่ไหนต้องนอนที่นั่น

ไม่ใช่เค้งเสียนิดหนึ่งก่อน ความไม่เป็นระเบียบจึงทำให้พัวพันกัน จิตเรานี่เป็นประตู เหมือนห้องรับแขก ก็เปรียบเหมือนบ้าน ถ้าฝุ่นเข้ามานิดหนึ่งเราไม่กวาดวันหนึ่ง มันก็จะเป็นกองขยะได้ไหมในอาทิตย์หนึ่ง

ความไม่เป็นระเบียบในเรือนใจของเรามันหมักหมมทับถมกันมาเป็นเวลานาน คือหลายล้านชาติแห่งการเวียนว่ายตายเกิด ความไม่เป็นระเบียบจึงมีขึ้นมากมาย และ

เรียกชื่อกันตามลักษณะแห่งบัญญัติ
ไม่เคยเอาปรมัตถ์เข้าไป พิสูจน์



เพราะฉะนั้น เราทำได้

แม้กระทั่งในวันเดียวรู้สึกในความจริง เป็นปรมัตถ์ว่าทุกขเวทนาเกิดขึ้นแล้ว ก็ดีกว่าไม่รู้ความจริงเลย

แม้กระทั่งการกิน ๕ มื้อ มนุษย์ไม่มี ๓ นะลูกนะ พ่อเห็นกิน ๕ มื้อ ก็ให้มีสติว่าทุกข์เกิด รู้ได้เพียงมื้อเดียวก็ยังดีกว่าไม่ได้เลย นี่คือข้อที่ ๑ การจัดระเบียบในเรือนใจ และการเรียกชื่อ กำหนดรู้เฉยๆ



โดย พี่เณร..นำมาฝาก [20 เม.ย. 2547 , 07:42:50 น.] ( IP = 169.210.26.33 : : )


  สลักธรรม 10


สาธุทางนี้ประเสริฐยิ่งนัก


โดย เณรวัส [20 เม.ย. 2547 , 13:21:05 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org