มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ก้าวแรกของวิปัสสนา





ทำไมเราจึงต้องศึกษาเรื่องของชีวิต
และปฏิบัติธรรมเพื่อหาทางคลายความทุกข์กัน?

..ท่านเคยลองถามตนเองไหม
ทั้งๆบางท่านมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติธรรม
แตก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า..ทุกข์..นั้นคืออะไร?


เพราะเหตุที่ชีวิตของแต่ละบุคคล ได้ผ่านล่วงกาลเวลากันมาคนละหลายๆปีแล้ว

ประสบกับความสุขบ้าง ความทุกข์บ้าง หมุนเวียนไปไม่มั่นคง... เป็นความจำเจซ้ำๆ ซากๆ

ทุกอย่างถ้าได้ลองทำ ได้ลองลิ้มรส ได้ลองสัมผัสอะไรก็ตามอย่างจำเจ ....ก็จะต้องเกิดความเบื่อหน่ายด้วยกันทั้งสิ้น .....เพราะกิเลสตัณหามันมักง่ายและก็และก็เบื่อง่ายเสมอ เช่นนี้

เพราะกิเลสตัณหามันมักง่ายและก็เบื่อง่ายเสมอ .เมื่อเป็นเช่นนี้ จะมัวต้องการอะไรกันต่อไปอีก.. ลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ...ทั้งที่รู้ได้ว่ามันให้ความสุขที่แท้จริงไม่ได้เลย

เมื่อมีลาภ ก็ต้อง หมดลาภ,
มีสรรเสริญก็มี นินทา,
มีสุข ก็ต้อง พบทุกข์

จึงควรจะรีบ หลีก ละ ลด เลิก ในสิ่งที่ไร้สาระ ไร้แก่นสาร ไร้ประโยชน์ และ พยายามปลูกผังปัญญา

นำพากาย วาจา ใจให้เจริญอยู่ในกุศล ที่จะให้ความสุขสันติที่แท้จริงแก่ตนองได้ เพราะทุกอย่าง ใครทำ-ใครได้, ใครพบ-ใครพ้น

โดย วิชิต ธรรมรังษี [20 เม.ย. 2547 , 19:33:19 น.] ( IP = 210.86.188.13 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

ในชีวิตของปุถุชน ...วัตถุเป็นเหตุให้เกิดกิเลส.... เพราะเหตุอะไรเล่า... เวลานี้กิเลส อกุศลต่างๆ.. ของปุถุชนจึงเกิดมากขึ้น

เพราะโลกเวลานี้ต่างก็พยายามสร้างวัตถุ.........เป็นอารัมณปัจจัยให้เกิดกิเลสขึ้น

วัตถุในโลกเจริญมากขึ้นเท่าใด กิเลสคือ ความปรารถนาที่ต้องการจะมี จะได้ ก็ย่อมเกิดมากขึ้นเท่านั้น

เพราะผู้สร้างวัตถุนั้นขึ้นมาก็มีเจตนาว่า จะสร้างให้เป็นที่ต้องการของมนุษย์ หรือเป็นที่ปรารถนาได้มากเท่าไรยิ่งดี ยิ่งมีประโยชน์ต่อผู้สร้างมากเท่านั้น

สรุปได้ว่า วัตถุต่างๆ เกิดขึ้นเพราะกิเลส และเป็นเครื่องล่อกิเลสโดยมิรู้จักจบ

ฉะนั้น เมื่อวัตถุอันเป็นปัจจัยของกิเลสเจริญขึ้นมากเท่าใด กิเลสย่อมเจริญขึ้นมากเท่านั้น

เพราะธรรมทั้งหลายย่อมเกิดจาก เหตุปัจจัย เป็นอนัตตา ไม่อยู่ในอำนาจของใคร ถึงแม้ว่าผู้คิดสร้างอาจจะไม่ได้มีเจตนาที่จะให้กิเลสตัณหาของบุคคลทั้งหลายเกิดขึ้น

หากมีเพียงเจตนาที่จะให้คนในโลกได้ความสุขความสบายเท่านั้นก็ตาม แต่สุขเวทนาที่ได้รับมาจากกามารมณ์เวทนาอย่างนี้

โดย วิชิต ธรรมรังษี [20 เม.ย. 2547 , 19:38:40 น.] ( IP = 210.86.188.13 : : )


  สลักธรรม 2

พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า เป็นเหตุปัจจัยให้เกิดตัณหาและตัณหาก็เป็นเหตุให้เกิดทุกข์

เพราะว่าถ้าตัณหาเกิดมากเท่าใด ก็เป็นปัจจัยให้อกุศลธรรมอื่นๆ เกิดมากขึ้นเท่านั้น

เมื่ออกุศลธรรมเกิดมากขึ้นเท่าใด ความเบียดเบียนกัน ความเอารัดเอาเปรียบกัน การล่อลวงฉ้อโกงกัน การฆ่าฟันกัน การรบหรือทำสงครามแย่งความเป็นใหญ่กัน ก็มีมากขึ้นเท่านั้น ทำให้ขาด ความเมตตากรุณา ซึ่งกันและกัน

ด้วยเหตุนี้จึงสมควรที่ต่างคนต่างจะต้อง หันกลับเข้าหาความสุขอันสถาพรด้วยการปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระบรมศาสดา

เพราะจะสามารถทำให้ผู้เข้าถึงได้พบความสุขอันแท้จริง เป็นความสุขที่เกิดขึ้นจากการสงบของกองกิเลส เป็นการสงบจากการเบียดเบียน สงบเนื่องจากการละวางศัสตราวุธ และเป็นความสุขที่เกิดขึ้นจากตัวเอง ไม่ใช่จากวัตถุต่างๆ ซึ่งเป็นอารมณ์ภายนอก เป็นของไม่แน่นอน

เป็นความสุขที่จะทำให้ผู้ปฏิบัติลุล่วงจากสังสารวัฏได้ในที่สุด ว่าด้วยการเริ่มศึกษาหลักและเหตุผลอันแท้จริงของชีวิต และปฏิบัติตามแนวทางที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงวางไว้ ในกิจของพระพุทศาสนาก็มีอยู่ ๒ อย่าง เท่านั้น


กิจ ๒ อย่างนั้นก็คือ คันถธุระ กับ วิปัสสนาธุระ

คันถธุระ ได้แก่.... การศึกษาเล่าเรียนพระพุทธวจนะ...ตามที่มีอยู่ในพระไตรปิฎก

วิปัสสนาธุระ ได้แก่.... การเจริญวิปัสสนา หรือ มรรค ทั้ง ๘ ....เพื่อมุ่งทำลายอาสวกิเลสให้หมดสิ้นไป

โดย วิชิต ธรรมรังษี [20 เม.ย. 2547 , 19:41:46 น.] ( IP = 210.86.188.13 : : )


  สลักธรรม 3

นอกจากตัวเองจะต้องเป็นผู้จัดทำธุระทั้ง ๒ คือ คันถธุระและวิปัสสนาธุระแล้ว ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามเราต้องพิจารณาให้ถูกต้องตามสภาวธรรมที่เป็นจริงว่า อะไร เป็นของจริงแท้ และอะไรเป็นของจริงเทียม เพื่อประโยชน์อันจะเกิดแก่ตน จะได้ไม่ลุ่มหลงไปในสิ่งที่สมมุติกันขึ้นจนเกิดการกระทำเนื่องด้วยกิเลสตัณหาจนนำพา กาย วาจา ใจ ให้เป็น ทุจริตติดตามมา

ของจริงเทียม ได้แก่สิ่งที่สมมุติกันขึ้น ตั้งชื่อขึ้น เพื่อใช้เรียกขานให้เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกันในหมู่ชนเดียวกัน ใช้ภาษาเดียวกัน เรียกว่า สมมุติสัจจะ

ของจริงแท้ ได้แก่ความเป็นจริงตามสภาวธรรมล้วนๆ ปฏิเสธความเป็นสัตว์ ความเป็นบุคคลออกไปหมดสิ้น เรียกว่า ปรมัตถสัจจะ

โดย วิชิต ธรรมรังษี [20 เม.ย. 2547 , 19:43:44 น.] ( IP = 210.86.188.13 : : )


  สลักธรรม 4

ธรรมชาติอันเป้นของจริงแท้ ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ไม่มีใครสามารถทำให้เปลี่ยนแปลงได้ แม้พ้นจากโลกแล้วก็ยังเป็นจริง เรียกว่า ... ปรมัตถธรรม....

ปรมัตถธรรม ได้แก่
จิต เจตสิก รูป นิพพาน
คือ ธรรมชาติทั้ง ๔ ประการ
รวมแล้วก็คือ รูปธรรมและนามธรรม
อันเป็นอนัตตา คือเป็นเพียงธรรมชาติ
ที่ไม่ใช่ตัวตน


จิต.. คือ.. ตัวรู้ (ธรรมชาติที่รับรู้อารมณ์)

คุณลักษณะของจิต ได้แก่อะไรบ้าง เราจะต้องศึกษา เพราะว่าเราต่างคนต่างรักชีวิตตัวเอง>



ถ้าไม่รู้อุปกรณ์ในชีวิตของตัวเองทุกชิ้นแล้ว
จะไม่สามารถแก้ไขมันได้ถูก โดยเฉพาะไม่รู้จักจิต เราต้องเรียนรู้ว่าคุณลักษณะของจิตมีอะไรบ้าง

โดย วิชิต ธรรมรังษี [20 เม.ย. 2547 , 20:12:33 น.] ( IP = 210.86.188.13 : : )


  สลักธรรม 5

คุณลักษณะของจิตก็คือ

๑.มีการับรู้อารมณ์ .เป็นลักษณะ
๒.มีการเป็นประธานในธรรมทั้งปวง .เป็นกิจ
๓.มีการเกิด การดับ สืบต่อกันไปไม่ขาดสาย ....เป็นผล


จิตรู้อารมณ์ผ่านทางทวารทั้ง๖ คือ
ทางตามีไว้สำหรับเห็น
ทางหูมีไว้สำหรับได้ยิน
ทางจมูกมีไว้สำหรับได้กลิ่น
ทางลิ้นมีไว้สำหรับรู้รส
ทางสัมผัสมีไว้สำหรับรู้กระทบ เย็น ร้อน อ่อน แข็ง หย่อน ตึง
ทางใจมีไว้สำหรับนึกคิด กับรับรู้ธรรมารมณ์ต่างๆ

ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ จะเป็นทวารให้จิตรับรู้อารมณ์ .. เช่น เวลาผ่านทางตาก็เกิดการเห็นรูป ...จิตทำหน้าที่ผ่านทางหูก็เกิดการได้ยินเสียง ....จิตทำหน้าที่ผ่านจมูกก็เกิดการได้กลิ่นต่างๆ มีกลิ่นหอม กลิ่นเหม็น ....จิตทำหน้าที่ผ่านทางลิ้นก็ได้รับรู้รสต่างๆ เปรี้ยว หวาน มน เค็ม เผ็ด จืด.... จิตทำหน้าที่สัมผัสทางกาย รับรู้อารมณ์เช่น เมื่อกระทบอากาศร้อน อากาศเย็น กระทบกับวัตถุที่อ่อน หรือแข็ง..... จิตทำหน้าที่ผ่านทางใจ รับรู้ธรรมารมณ์ ทำให้นึกคิดออกมาได้ เป็นดี เป็นชั่วต่างๆ

เพราะฉะนั้น ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ คือ ทวารทั้ง ๖ เป็นทางผ่านของจิต เพื่อรับรู้อารมณ์ใน รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส และ นึกคิดนั่นเอง สักแต่ว่าเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป

โดย วิชิต ธรรมรังษี [20 เม.ย. 2547 , 20:21:41 น.] ( IP = 210.86.188.13 : : )


  สลักธรรม 6

อำนาจของจิตนอกจากรู้อารมณ์แล้ว ....ยังอาจทำให้สัตว์ทั้งหลาย (ทั้งสัตว์ประเสริฐและสัตว์เดรัจฉาน)... วิจิตรด้วยการกระทำให้เกิดความเป็นไปต่างๆ


วัตถุทั้งหลายที่แปลก มหัศจรรย์ มีทั้งสวยงาม หรือ น่าสยดสยอง

เช่นลูกระเบิด เป็นสิ่งที่มีคุณภาพมากก็มี มีอันตรายมากก็มี สิ่งเหล่านี้สำเร็จได้ด้วยจิตของมนุษย์ที่คิดค้นขึ้น สรรพสิ่งทั้งหลายจึงเกิดขึ้นมาภายหลังจิต




พบกับก้าแรกของวิปัสสนาในวันพรุ่งนี้นะครับ

โดย วิชิต ธรรมรังษี [20 เม.ย. 2547 , 20:24:17 น.] ( IP = 210.86.188.13 : : )


  สลักธรรม 7

วันนี้ติดตามมาอ่านและมาอยู่ที่จุดเริ่มต้น (start)
ก็พอจะได้ภาพคมชัดของชีวิตแล้วค่ะ
ความจำเจซ้ำซาก ..นำไปสู่เรื่องเรื่องใหม่ๆ
ที่เป็นเหยื่อของกิเลส
คำถามที่ผู้ปฏิบัติหลายท่าน "ไม่รู้จักทุกข์"
เป็นตลกที่ร้ายกาจมากค่ะ

พรุ่งนี้จะมาตามติดก้าวแรกไม่ให้พลาดค่ะ
กราบขอบพระคุณค่ะท่านอาจารย์

โดย น้องกิ๊ฟ [20 เม.ย. 2547 , 21:57:47 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 8

กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ
ให้ใช้ชีวิตที่มีอยู่ให้มีค่า...
ด้วยศึกษาเรื่องชีวิตและปฏิบัติธรรม
เพื่อจะได้เข้าถึงความสุขอันแท้จริง ไม่ผันแปร

โดย เซิ่น [20 เม.ย. 2547 , 22:08:40 น.] ( IP = 169.210.26.102 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบพระคุณค่ะ แต่จะขอกลับไปทบทวนอีกครั้งที่บ้านค่ะ

โดย น้องอุ๊ [22 เม.ย. 2547 , 12:52:55 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org