มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บันไดสู่สติปัฏฐาน...ตอน ๑/๕




ข้อที่ ๒ ในเวทนา

การกระทำด้วยวิธีการอันไม่รุนแรงและบีบบังคับในเวทนา

ปฏิปักษ์ของเวทนา มี ๓ อย่างคือ
๑. สิ่งที่รบกวนภายนอก เช่น เสียง เสียงไม่ไพเราะหรือดังเกินไป ทำให้เกิดทุกข์ หรือเสียงที่พอใจก็เรียกว่าสุข เป็นเวทนา

๒. เครื่องเศร้าหมองของจิตใจ เรียกว่า กิเลส

๓. ความคิดอันนอกลู่นอกทางต่างๆ นานา เรียกว่า ความฟุ้ง

ทั้ง ๓ อย่างนี้เรียกว่า เป็นปฏิปักษ์ธรรมของเวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน

เช่น กำหนดสติเจริญอยู่กับปัจจุบัน มีเสียงมากระทบตามไปรับรู้ กิเลสเข้ามาทำให้เศร้าหมองจิตใจ ฟุ้งเข้ามาทำให้พลาดไปจากปัจจุบันแล้ว

นี่คือตัวการสำคัญของข้อที่ ๒ จึงจะต้องมีวิธีการอันไม่รุนแรงและบีบบังคับเข้าไป



วิธีการอันไม่รุนแรงเป็นอย่างไร เราจะต้องยืนอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงว่า เราอยู่คนเดียวในโลกหรือเปล่า ไม่ใช่

เมื่อมีเกิดขึ้นมาแล้วเป็นทุกข์ใช่หรือไม่ หนีพ้นหรือไม่ จึงไม่สามารถประหารเสียงที่มากระทบได้หมด ถ้าเราเดินไปบอกให้เขาหยุดทำเสียงที่เราไม่ชอบ เป็นวิธีการอันรุนแรง

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [21 เม.ย. 2547 , 06:56:02 น.] ( IP = 169.210.30.59 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

ฉะนั้น เมื่อเราจะต้องมีวิธีการอันไม่รุนแรงและบีบบังคับแล้ว เริ่มจากการจัดระเบียบในเรือนใจและเรียกชื่อเป็นมูลเหตุให้เกิดความมีรุนแรง

เมื่อ “ทุกข์เกิดจากหู” เรามีสติเข้าไปกำหนดรู้ว่า เป็นทุกข์

ทุกข์เกิด มีสติเข้าไประลึกรู้ แล้วจงจำไว้ว่า หลักวิชาการอันสำคัญที่ไม่พลาดไปจากความจริงมีอยู่ว่า

การเกิดดับของเสียงก็ดี ของกลิ่นก็ดี จะไม่มีเกิดขึ้นพร้อมกัน จะเกิดเป็นขณะ ๆ แล้วก็ดับไปก่อน นี่คือหลักมาตรฐานแห่งความจริง



กลิ่นจะเข้ามาพร้อมกัน ๒ กลิ่นไม่ได้ จะต้องมีกลิ่นหนึ่งดับไปก่อน อีกกลิ่นหนึ่งจึงจะเข้ามา

แต่ความไวของสันตติเท่านั้นที่เชื่อมโยงทำให้เราถูกพันธนาการร้อยรัดอยู่ตลอดเวลา

ฉะนั้น เมื่อมีสติเข้ากำหนดได้ ความรบกวนก็เข้ามาไม่ได้ เป็นเพียงประตูที่ช่วยกันปิดไว้เป็นประตูที่แง้มเข้ามาชั่วขณะหนึ่ง ไม่เปิดกว้างรอรับมาก

แขกที่เข้ามาก็ยังมีจังหวะที่จะต้องถูกซักไซ้ไล่เลียงเสียก่อนว่า “คุณเป็นใคร มาจากไหน มาเพื่ออะไร ให้ประโยชน์อย่างไร” ซักไซ้แขก

เสียงนี้มาจากไหน มาจากข้างนอก ที่เรากำหนดนี่เรากำหนดข้างใน ที่ได้ยินนี่เพราะอะไร จิตไปรับใช่ไหม แล้วไปโทษเขาทำไป

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [21 เม.ย. 2547 , 06:57:53 น.] ( IP = 169.210.30.59 : : )


  สลักธรรม 2

เครื่องเศร้าหมองอีกอย่างหนึ่งก็คือ
ความฟุ้งซ่าน

จึงจะต้องใช้วิธีการอันไม่บีบบังคับด้วยการมีสติเข้าไปกำหนดรู้เฉยๆ ไม่ต้องไปปรุงแต่งว่า เสียงอะไร เสียงผู้ชายหรือเสียงผู้หญิง

กิเลสอันนี้คืออะไร ตามหาตัวให้เจอ คือ โลภะ โทสะ หรือ โมหะ

กิเลสที่พาไปเป็นเครื่องเศร้าหมองของจิตใจ เช่น อยากกินอาหาร ชนิดใดชนิดหนึ่ง หาให้เจอ ตัณหาไปเกาะแล้ว กิเลสนำแล้วนี่ ถ้าไม่ได้กิน หงุดหงิดขึ้นมาตอนนั้น



พยายามดูให้รู้ว่าตอนนี้ จิตมีราคะ จิตเศร้าหมอง จิตหดหู่ จิตมีกิเลส แยกให้ถูกว่ามันเป็นอะไร

การงานของจิตที่อยู่ในปัจจุบันนั้นเป็นโลภะ เป็น โทสะ หรือเป็นโมหะ การงานตอนนั้นเป็นกุศลจิตหรืออกุศลจิต จัดระเบียบให้เป็นหมวดหมู่



เช่น ไปทำงาน เช้าตื่นขึ้นมามันไม่เหมือนกันทุกวัน ไปด้วยโทสะก็มี ไปด้วยโลภะก็มี ไปด้วยโทสะเพราะงานไม่เสร็จตามที่เขาสั่งให้ทำ ไปด้วยโลภะตอนสิ้นเดือน หาให้เจอ ให้รู้จักมันเสียก่อน ดีกว่าไม่รู้จักเลย

แยกให้เป็นว่างานนี้เป็นกุศลหรืออกุศล
หรืองานที่ไม่ประกอบทั้งกุศลและอกุศล


ถ้ามีเป้าหมายว่าวันนี้จะอยู่ถึงเย็นมากเลย เวลาไปนี่ทำอะไร ทำด้วยโลภะ รู้จักก่อนนี่โลภะ ถ้าเราจะตีลูก เจตนา ไม่มีโทสะ ไม่มีโลภะ แต่มีโมหะปิดบัง แยกให้ถูก ตีลูกเพื่อให้เขาได้ดี การสั่งสม นี่เป็นอะไร

ตอนที่ตีเข้าไปกระทันหัน นี่มันก็มีโมหะแล้ว โมหะปิดบังแต่ไม่มีโทสะเข้าร่วมก็มี โทสะเข้าร่วมก็มี มีโลภะร่วมก็มี ไม่มีโลภะเข้าร่วมก็มี ดูให้มันรู้จักว่าอะไรมันเข้า อะไรมันออกในเรือนใจ ฝึกสติอยู่ตลอดเวลา

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [21 เม.ย. 2547 , 07:02:25 น.] ( IP = 169.210.30.59 : : )


  สลักธรรม 3

เมื่อไหว้พระสวดมนต์ก็ทำสติรู้ว่ากำลังทำงานกุศล เมื่อเวลาเกิดอกุศลขึ้น เช่น กำลังดุลูก ก็รู้ว่าตอนนี้กำลังอยู่ในอารมณ์อกุศล แยกแยะจัดหมู่ในกายตนให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

ออกจากบ้านให้รู้เสียก่อนว่าไปไหน มีสติรู้ทันทุกขณะ ทั้งทัน ทั้งดำริ คือนึกคิด ถ้าไม่นึกว่าไปวัด ก็ใส่เข้าไป แบกเข้าไป

แต่ถ้าเรามีสติว่าเราจะไปชำระกิเลส สติมันจะกันออก แทนที่จะสวม พอกมาก เอาออกเสีย จะไปวัด การแยกงานจะช่วยได้

ถ้าเราเชื่อบาปบุญคุณโทษแล้ว มีหิริโอตตัปปะเกิดขึ้นเองด้วย กำลังของความเข้าใจอันถูกต้องแล้ว มันจะลด ละไปเอง

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [21 เม.ย. 2547 , 07:04:42 น.] ( IP = 169.210.30.59 : : )


  สลักธรรม 4

ทุกวันนี้เราใช้สัญญา ความเคยชิน

เช่น ใส่กระดุม มือใส่ ตาไปดูที่อื่น ห่วงคุย แต่งตัวกว่าจะเสร็จ เรื่องมันมาก เป็นทุกข์ พอมีสติรู้ทันนั่นแหละ กุศลเกิด สติมาสกัดกั้นอกุศล

ไม่ใช่ตำหนิตนเองว่า “ฉันจะไปวัด สวมใส่ของไม่จำเป็น นี่ ท่าจะบ้า ท่าจะบอ” ไม่เป็นสัมมาวาจาแน่นอนไม่ได้เข้ามรรคเลย นอกเหนือจากมรรคแล้ว



ลองสอบถามตัวเอง ตอบตามความเป็นจริง ไม่ต้องกลัวไม่ต้องอาย เพราะต้องการจะให้รู้ว่าพื้นฐานของจิตใจของตัวเองนั้นเราเข้าใจแล้วหรือยัง

ในชีวิตคนเรา เมื่อไม่เข้าใจธรรมะ เราจะรักอะไร แก้วแหวนเงินทองทรัพย์สมบัติ ชอบอะไร ที่สรรหาอยู่เป็นประจำ ชอบอะไร เป็นห่วงอะไร และต้องการอะไรมากที่สุด



หลายคนตอบว่าอยากมีเงิน

ส่วนมากเป็นห่วงว่า จะไม่มีเงินใช้ นี่คือยังไม่รู้จักตัวเอง เห็นหรือไม่ ถ้าไม่มีตัวเองแล้วจะเอาเงินมาทำไม

ทุกคนหยิบรูปถ่ายร่วมกับคนอื่นมาดูจะต้องดูตัวเองก่อน บอกว่ารักลูก แต่ดูตัวเองก่อนไปดูลูก เพราะรักตัวแต่ใช้ตัวไปในทางที่ผิด รักเงิน กลัวตัวเองจะพินาศย่อยยับ กลัวไม่มีเงินก็เพราะรักตัว เงินคืออะไร ปัจจัยที่มาบำรุงตัว

ฉะนั้น แก่นแท้คือรักตัว เห็นแก่ตัวมากที่สุด พิสูจน์ได้ที่จะต้องดูรูปตัวเองก่อน ฉันต้องมาที่หนึ่ง แม้กระทั่งรูปลูก รูปแม่แล้วก็พิจารณาว่าฉันมันแก่แล้ว ทำไมมันเป็นแบบนี้

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [21 เม.ย. 2547 , 07:06:46 น.] ( IP = 169.210.30.59 : : )


  สลักธรรม 5

ดังนั้น เวลาจะมีค่า เวลานั้นจะต้องประกอบไปด้วยปัญญา

ตั้งแต่เช้าลืมตาตื่นขึ้นมาจนหลับตาไปแต่ละวัน เรามี ๒ ประการ

พอใจกับไม่พอใจ

กระทบอารมณ์อยู่เป็นประจำ ๒ ตัวนี้ คือ โลภะกับโทสะ หาประโยชน์ให้กับตัวเองไปในทางที่ยังไม่สมบูรณ์และไม่สมควร



ฉะนั้น จึงต้องมาจัดระเบียบในเรือนใจ ว่าด้วยการ

ปฏิบัติทุกวันและทุกขณะ

ให้แยกสภาวธรรมว่า อะไรเป็นงานกุศล อะไรเป็นงานอกุศล อะไรที่ไม่ประกอบทั้งกุศลและอกุศล เป็นฝ่ายโลกียะ เอาไปใช้

เพราะในชีวิตยังต้องรักตัวเองจะต้องทำงานทำการ

ยังมีจิตรู้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว ดีกว่าไม่รู้อะไรเลย

ไม่มีเวลาออกไปปฏิบัติก็จริง แต่ปฏิบัติอย่างนี้รู้เลย รู้ตาม เพราะจิตมันไว ดับไวมาก ดับไปแล้วจึงรู้ว่าอะไรดีอะไรชั่ว แต่ยังดีกว่าไม่รู้อะไรเลย ให้มันห่างๆ ไป ทำไปด้วยอำนาจโมหะ คือมืดมิดบอดสนิทแห่งการรับรู้



เรามากำจัดโมหะกันตรงที่ว่าให้เกิดความเข้าใจชีวิต ว่าเมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้า เราจะต้องแปรงฟัน อาบน้ำ หุงข้าว กินข้าว นี่ แยกกันก่อน อาบน้ำนี่มีโลภะไหม มีโทสะไหม เมื่อไม่มีโลภะ โทสะ

เรากำหนดรู้ นี่คือ งานโลกียะ ทำไปไม่ได้พ้นทุกข์เลย

ฝักใฝ่แล้วก็วนเวียนไม่หยุดนิ่ง เรากำหนดรู้ไปเลย ท่องไปก่อน ท่องไปให้เกิดความเคยชิน

เมื่ออะไรทำให้เราพูด ถ้าเรานั่งนึกก็พูดไม่จบคำ พอพูดจบมีสติระลึกตามว่า สิ่งที่เราพูดนี่เป็นฝ่ายกุศลหรือเป็นฝ่ายอกุศลไหม

รู้หน้าที่ทุกขณะว่าอะไรเป็นกุศล อะไรไม่เป็นกุศล ทำไว้ นี่คือการเจริญสติ ที่จะได้ผล

เพราะรอไปเข้าห้องปฏิบัติ รอให้ถึงเวลา ลูกรอไปเถอะ แล้วก็รออยู่นั่น

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [21 เม.ย. 2547 , 07:09:40 น.] ( IP = 169.210.30.59 : : )


  สลักธรรม 6

ทำเสียแต่วันแล้วมันจะได้ผล ฝึกสติให้มั่นคง เพื่อให้สติเกิดทุกขณะ

เมื่อเราจะเว้นโลภ เว้นโกรธ เว้นหลงเข้ามาจริงๆ สติมันแก่กล้าแล้วจะสกัดกั้นทันที ทำไป จะพูด จะทำ เช่น แปรงฟันอยู่ พอแปรงเสร็จ รู้ตามทันทีว่านี่คือ งานโลกียะ นี่คืนงานจำเจ ซ้ำๆ ซากๆ กิจการหน้าที่ของปุถุชน คือผู้หนาแน่นด้วยกิเลส

เมื่อบริจาคทานไป จิตเป็นกุศลอยู่แล้ว

มีสติระลึกถึงกุศลว่า ฉันได้ทำงานกุศล

นี่งานกุศล เมื่อเกิดพลั้งเผลอไประลึกว่า นี่มันเป็นฝ่ายอกุศล ให้มันรู้จักเสีย อกุศลเป็นของไม่ดี จิตมันรู้จักความไม่ดีขึ้นมา ไม่ใช่รู้จักสัพเพเหระ

รู้จักว่าอะไรดีอะไรชั่ว ฝึกเอาไว้ ทำไปทุกวัน ไม่เสียหาย เป็นการเจริญสตินั่นเอง



เราจะรอให้ทำมหาสติปัฏฐาน สติที่เป็นมหา มหาแปลว่ายิ่งใหญ่ สติเป็นที่ตั้งของกุศลที่ยิ่งใหญ่ อะไรจะใหญ่ขึ้นได้ต้องมาจากของเล็ก คือ

การฝึกสติจนเป็นสัมมาสติ จึงได้มหาสติ ไม่ฝึกสติแล้วก็จะเป็นมหาสติไม่ได้

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [21 เม.ย. 2547 , 07:11:28 น.] ( IP = 169.210.30.59 : : )


  สลักธรรม 7

การแยกแยะจัดหมู่นี้เป็นวิธีการอันไม่รุนแรงและไม่บีบบังคับด้วย

เพราะเป็นสิ่งที่กระทำได้ง่าย มีอยู่ในตนแล้ว เมื่อเกิดขึ้นในกายตน จะขับไล่ก็ย่อมเป็นการยาก เช่น มีแขกมาเยือนบ้าน แขกคนนั้นก็คือตัวโทสะ

เมื่อมันเข้ามาทางประตูใดประตูหนึ่ง มาเยือนแล้ว การขับไล่แขกออกไปเป็นการทำลายและมีอำนาจต่อต้านรุนแรง แขกนั้นย่อมเกิดความดื้อและเพิ่มพลังขึ้นมา เมื่อเราไม่ต้องการการแสดงออกอย่างรุนแรงนั้น ใครเป็นผู้เสีย ตัวเองเป็นผู้เสีย



เราจึงต้องเผชิญหน้ากับแขกนั้นด้วยการเรียกชื่อให้ถูกต้อง

คือ โทสะ เมื่อรู้จักโทสะ อะไรทำให้รู้จักสติใช่หรือไม่ จึงรู้จักคำว่าโทสะขึ้นมาแล้ว แขกจึงมีความด้อยกับความสำคัญ เพราะเราเผชิญหน้ากับสติอยู่ตลอดเวลา

เมื่อแขกเข้ามา เราไม่คุยด้วย เขาก็ต้องกลับเองแน่นอน เป็นการขับไล่ด้วยวิธีการอันไม่รุนแรงและบีบบังคับ คือ ละมุนละม่อม



โดย พี่เณร..นำมาฝาก [21 เม.ย. 2547 , 07:13:28 น.] ( IP = 169.210.30.59 : : )


  สลักธรรม 8

กราบอนุโมทนาพี่เณรที่นำมาฝากค่ะ

สตินี้เวลาอ่านแล้วดูเหมือนไม่ยากแต่ตอนปฏิบัติแล้วไม่ง่ายเหมือนตอนอ่านค่ะต้องฝึกอีกมากๆเลยค่ะ

กราบขอบพระคุณค่ะ

โดย su [21 เม.ย. 2547 , 07:53:37 น.] ( IP = 202.133.136.96 : : )


  สลักธรรม 9

มาเรียนรู้วิธีการละมุนละม่อมไม่บีบบังคับ
ทั้งตนเองและผู้อื่น
นึกถึงที่หลวงพ่อเสือ พี่เณร และพี่ดอกแก้วสอนอยู่เสมอนะคะว่า
จัดระเบียบในเรือนใจ ...ให้ทำอะไรทีละอย่าง
ให้รู้จักแยกจากความเป็นกลุ่มก้อน
ให้ฝึกหัดเรียกชื่อทีละหน่วยแทนที่จะเรียกเป็นกลุ่มก้อน
ก็เพื่อที่จะหัดแยกความเป็นสันตติทั้งโดยตรงและโดยอ้อม
เพื่อจะได้พบความจริงได้ง่าย

ขอบพระคุณในของฝากสำหรับวันนี้ค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [21 เม.ย. 2547 , 17:48:30 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 10

นับได้ว่า โชคดีที่ได้แบ่งเวลามาศึกษาแนวทางปฏิบัติ ตรงจริตและตรงใจหลายๆประเด็น ซึ่งที่ผ่านมาสติยังกระพร่องกระแพร่ง และยังเป็นหย่อมๆ กราบขอบพระคุณในกุศลธรรมทาน มาณ ที่นี้ค่ะ(จะพยายามไปฝึกให้มีสติมากกว่านี้ค่ะ )

โดย น้องอุ๊ [22 เม.ย. 2547 , 12:50:28 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org