| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ก้าวแรกสู่วิปัสสนา ตอนที่ 2.
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1จิตปรมัตถ์ เป็นธรรมชาติที่รู้สิ่งต่างๆ ได้ เป็นธรรมชาติที่มีจริงเป็นพระอภิธรรม..... คือ ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ และก็เป็นอนัตตาด้วย.... คือ ไม่มีตัวตน ไม่อยู่ในความบังคับบัญชาของใคร ไม่อยู่ในอำนาจของผู้ใดทั้งสิ้น เป็นธรรมชาติที่เป็นไปตามเหตุและปัจจัย
เพราะจิตเข้าไปทำงานร่วมกับปัจจัย คือ ประสาทตา จึงเกิดการเห็น ไม่มีใครบังคับว่าเมื่อมีตาแล้วจิตต้องทำงานร่วม มันเป็นปัจจัยถึงกันเอง มีหู หูเป็นปัจจัย แต่จิตเข้าไปร่วมทำงานจึงเกิดการได้ยิน นี่คือเรื่องของจิต
ถ้าเราไม่เข้าใจเรื่องจิต เรามีตา บอกว่าถ้าตาบอดจึงไม่เห็น จริงหรือเปล่า? พูดผิดสภาวธรรม ความจริงคือขาดปัจจัยในการทำงานเป็นประตูเท่านั้น
ปัจจัยนั้นเสื่อม ตัวที่จะสั่งงานนั้นไม่มีประตูที่จะผ่าน คนตาบอดจึงไม่เห็น
จิตของเรามี ๖ ประเภท คือ
๑. ประเภทที่เกิดขึ้นทางตา เรียกว่า จักขุวิญญาณ
๒. ประเภทที่เกิดขึ้นทางหู เรียกว่า โสตวิญญาณ
๓. ประเภทที่เกิดขึ้นทางจมูก เรียกว่า ฆานวิญญาณ
๔. ประเภทที่เกิดขึ้นทางลิ้น เรียกว่า ชิวหาวิญญาณ
๕. ประเภทที่เกิดขึ้นทางผิวกาย เป็นความรู้แห่งการสัมผัสทางผิวกาย เรียกว่า กายวิญญาณ
๖. ประเภทที่เกิดขึ้นทางใจ คือ ความรู้สึกนึกคิด เรียกว่า มโนวิญญาณ
จิตต้องทำงานเกียวเนื่องกับอะไรบ้าง?
จิต คือธรรมชาติที่รู้อารมณ์เท่านั้น ....จิตทำหน้าที่เห็น... ได้ยิน... ได้กลิ่น ...ได้รู้รส... ได้รับรู้การสัมผัส... ได้รู้สึกนึกคิด
แต่ธรรมชาติของปุถุชนที่มีกิเลสตัณหากันอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะว่าจิตเกิดขึ้นเองตามลำพังไม่ได้ ...ต้องมีเจตสิกเกิดร่วมกับจิต.... มาคอยปรุงแต่งจิตให้เกิดความชอบชัง
เมื่อจิตเกิดกับการเห็น เจตสิกก็ต้องเห็นด้วย จิตเกิดกับการได้ยิน เจตสิกก็ต้องได้ยินด้วย
จิตเกิดกับการได้กลิ่น เจตสิกก็ต้องได้กลิ่นด้วย
จิตเกิดกับการได้รู้รส เจตสิกก็ต้องรู้รสด้วย
จิตเกิดกับการรับรู้สึกสัมผัส เจตสิกก็ต้องได้รู้สึกสัมผัสด้วย
จิตเกิดขึ้นกับการนึกคิด เจตสิกก็ต้อนึกคิดด้วย และปรุงแต่งให้ชอบใจ ไม่ชอบใจ
โดย วิชิต ธรรมรังษี [21 เม.ย. 2547 , 09:51:58 น.] ( IP = 210.86.188.1 : : )
สลักธรรม 2เจตสิก คือ ธรรมชาติที่ประกอบกับจิตด้วยลักษณะ ๔ ประการ
๑. เกิดพร้อมกับจิต
๒. ดับพร้อมกับจิต
๓. มีอารมณ์เดียวกับจิต
๔. มีที่อาศัยแห่งเดียวกับจิต
เมื่อจิตทำหน้าที่ผ่านทางตา เกิดการเห็น เจตสิกก็ต้องทำงานด้วย เกิดขึ้นด้วย และดับไปด้วย มีอารมณ์เดียวกันคือทำหน้าที่เห็น อาศัยประสาทตาด้วยกัน
คุณสมบัติทั่วไปของเจตสิกมี ๔ ประการคือ
๑. มีการอิงอาศัยจิตเกิด เป็นลักษณะ
๒. มีการเกิดร่วมกับจิต เป็นกิจ
๓. มีการรับอารมณ์เดียวกับจิต เป็นผล
๔. มีการเกิดแห่งจิต เป็นเหตุใกล้ ไกล
เจตสิกมีจำนวน ๕๒ ทั้งฝ่ายดีและฝ่ายชั่ว
โดย วิชิต ธรรมรังษี [21 เม.ย. 2547 , 09:54:42 น.] ( IP = 210.86.188.1 : : )
สลักธรรม 3เมื่อมีกาเรห็นเกิดขึ้น เช่น เห็นผู้หญิง การเห็นคือการทำงานของจิต
แต่ที่รู้ว่าเป็นผู้หญิงเป็นการทำงานของเจตสิก คือ สัญญาเจตสิกเข้ามาปรุงแต่ง จำได้หมายรู้ เมื่อเห็นแล้ว ใครเห็นแล้วเฉยๆ บ้าง ต้องมีความรู้สึกชอบและไม่ชอบเกิดขึ้นตามมา
ความรู้สึกชอบก็เพราะโลภเจตสิกเข้าปรุงแต่ง
ถ้าไม่ชอบก็มีโทสเจตสิกเข้ามาปรุงแต่ง ความรู้สึกฝ่ายชังก็เกิดขึ้น
รูป ชีวิตที่แท้จริงนั้นประกอบขึ้นด้วย รูปธรรมและนามธรรม
จิตกับเจตสิกเป็นฝ่ายนามธรรม
ส่วนรูปธรรมมีอยู่ ๒๘ รูป
แกนสำคัญของรูปธรรมก็คือ มหาภูตรูป ๔
คือ ธาตุทั้ง ๔ มีธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ทำให้รองรับลักษณะต่างๆ ที่เกดขึ้นในรูปทั้ง ๔ นี้ต่อไปได้ และเป็นรูปอันหลอกลวงดุจปีศาจ ทำให้เราไม่เห็นความจริงว่า
ขณะที่เรายกมือขึ้นมา เราเห็นแต่มือ ที่แท้จริงนั้น ส่วนที่แข็งของมือคือธาตุดิน
ส่วนที่ทำให้เนื้อหนังมังสาเกาะกุมกันอยู่ได้
ไม่กระจัดกระจายคือ ธาตุน้ำ
ส่วนที่ทำให้เผาผลาญจนเกิดพลังงานความร้อน ความอบอุ่นคือธาตุไฟ
ส่วนที่ทำให้เคลื่อนไหวได้ก็คือธาตุลม
จะเห็นได้ว่าแม้เพียงแต่เรายกมือขึ้นเท่านั้นมันก็หลอก ลวง เพราะเราไม่รู้ทันความเป็นจริงว่ามันคือ มหาภูตรูป
โดย วิชิต ธรรมรังษี [21 เม.ย. 2547 , 09:58:40 น.] ( IP = 210.86.188.1 : : )
สลักธรรม 4นอกจามหาภูตรูป ๔ แล้ว ...ยังมีรูปอื่นๆ อีกถึง ๒๔ รูป... เป็นภาพลวงตา ลวงใจ
ทำไมจึงมีความสำคัญมาก คำว่า มหาภูต หมายถึงการคลี่คลายขยายตัวได้อย่างกว้างขวาง ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ ..มันขยายตัวได้เองอย่างกว้างขวาง นั่นคือรูปหลัก
ธาตุแห่งการแผ่ขยาย คือ ธาตุดิน.. รูปหลักที่เป็นพื้นฐานของรูปทั้งหมด ...คนเราต้องมีกระดูกเป็นโครงไว้ก่อน... จึงจะทำให้ส่วนเนื้อได้อาศัยก่อเกิด.. สร้างเนื้อขึ้นมาได้ ความแข็งหรือแข็งกว่า ความทื่อหรือทื่อกว่า ความอ่อนหรืออ่อนตัวกว่าเรียกว่า.. ธาตุดิน
เพราะว่าจากแข็งน้อยมันมาจากแข็งมาก เนื้อคือธาตุดินที่แข็งน้อย กระดูกเป็นธาตุดินที่แข็งมาก
ธาตุอันเป็นแรงดึงดูด คือ ธาตุน้ำ เป็นแรงดึงดูดทำให้รูปธรรมก่อตัวขึ้นเป็นหมู่ได้ แรงดึงดูดทำให้ส่วนต่างๆ ไม่หลุดจากกัน
ธาตุแห่งการเคลื่อนไหว คือ ธาตุลม ทำให้เกิดการพยุงเอาไว้ ทรงตัวได้ หมุนให้เกิดการรับน้ำหนักต่างๆไว้ได้ เราจึงยืนตรงอยู่ได้ ไม่ล้ม
ธาตุแห่งความร้อน คือ ธาตุไฟ อำนาจแห่งการเผาไหม้ คือการบ่มรูปธรรม
อำนาจของการบ่มรูปธรรมมี ๒ อย่าง คือ
บ่มด้วยคุณสมบัติแห่งความร้อน กับ ความเย็น เย็นก็คือร้อนน้อย เราเรียกว่าธาตุไฟทั้งสิ้น
โดย วิชิต ธรรมรังษี [21 เม.ย. 2547 , 10:05:32 น.] ( IP = 210.86.188.1 : : )
สลักธรรม 5นิพพาน คือความหลุดพ้นจากสังสารวัฏ
ได้แก่การเวียนว่ายตายเกิด มี ๑ เท่านั้น
นิพพาน หมายถึงอารมณ์อันบริสุทธิ์หมดจดจากกิเลส
คำว่า นิพพาน แปลว่า ดับโดยไม่มีเชื้อเหลือ
เรียกว่า พระนิพพาน เพราะคำว่า พระ เป็นคำยกย่องควรแก่การบูชา
ที่ว่าดับนั้น... ดับอะไร? ก็ได้แก่.. ดับไฟ ๒ ประเภท คือ...
ประเภทที่ ๑ คือ ดับไฟกิเลส ได้แก่ความโลภ ความโกรธ และความหลง คำว่า ไฟกิเลส หมายถึง ความชั่วในจิตใจ ทำให้จิตใจเกิดความเศร้าหมอง ขุ่นมัว หรือมีมลทิน
ประเภทที่ ๒ คือ ดับไฟทุกข์ อันได้แก่ ความเกิด ความแก่ ความตาย ความเศร้าโศก ความระทมตรอมตรม ความไม่สบายกาย ความไม่บายใจ ความคับแค้นใจ ฯลฯ
คำว่า ไฟทุกข์ หมายถึง ความเดือดร้อนต่างๆ ทั้งแบบซ่อนเร้นแบบเปิดเผย
โดย วิชิต ธรรมรังษี [21 เม.ย. 2547 , 10:08:59 น.] ( IP = 210.86.188.1 : : )
สลักธรรม 6ถ้าดับไฟประเภทแรกไฟ หรือไฟกิเลสนั่นเอง ก็จะส่งผลให้เชื้อของไฟทุกข์นั้นมอดหมดโดยไม่เหลือเชื้อต่อไป
ถ้าจะพูดให้สั้นและเข้าใจง่ายขึ้น ..นิพพานก็คือดับทุกข์ดับความเดือดร้อนทุกอย่างให้สิ้นสุดโดยไม่เหลือ
ใครบ้างที่ไม่ต้องการดับความทุกข์ความเดือดร้อน?
ก็ต้องตอบว่า... ทุกคนต้องการดับความทุกข์ ความเดือดร้อนกันทั้งนั้น
อย่าว่าแต่มนุษย์เลย แม้แต่สัตว์เดรัจฉาน ในการหาอาหาร หาที่อยู่อาศัย หรือหาความสุข ความต้องการดังกล่าวล้วนเป็นไปเพื่อขจัดปัดเป่าความทุกข์ ความเดือดร้อนทั้งสิ้น
พระนิพพานจึงเป็นสิ่งที่มีชีวิตต้องการ
แต่ที่ไม่พบก็เพราะไม่ทำให้แจ้ง
ถึงความดิ้นรนของตัวเองให้ถูกต้องว่า
ดิ้นรนไปเพื่ออะไร?
ทำไปทำไม?
โดย วิชิต ธรรมรังษี [21 เม.ย. 2547 , 10:12:19 น.] ( IP = 210.86.188.1 : : )
สลักธรรม 7ลำพังแต่ความต้องการอย่างเดียว ยังไม่พอที่จะดับความทุกข์ ความเดือดร้อนได้ จะต้องศึกษาให้รู้ ให้เข้าใจ แล้วจะได้หาทางดับให้ถูกวิธี
วิธีดับความทุกข์ ความเดือดร้อนที่ถูกต้อง
ทางพระพุทธศาสนา คือ
ต้องรู้ว่าความทุกข์ ความเดือดร้อนคืออะไร?
มีต้นเหตุมาจากไหน?
แล้วก็ดับที่ต้นเหตุ
ไม่ใช่ดับที่ปลายเหตุ
การดับความทุกข์ ความเดือดร้อนนี้
เรียกว่า หลักอริยสัจ
เรื่องของพระนิพพานไม่ใช่ของสูงเกินไปที่คาจะทำไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่ทุกชีวิตต้องการกันอยู่แล้วโดยธรรมชาติแต่ถูกโมหะซึ่งเป็นธรรมชาติอีกอย่างหนึ่งปิดบังไว้
อริยสัจ ๔ ได้แก่ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
โดย วิชิต ธรรมรังษี [21 เม.ย. 2547 , 10:14:56 น.] ( IP = 210.86.188.1 : : )
สลักธรรม 8๑. ทุกข์ เป็นสิ่งที่ควรกำหนดรู้ว่า
การเกิดเป็นทุกข์อันแท้จริง เพราะการเกิดทำให้พ่วงเอาทุกข์อย่างอื่นๆ ติดตามมาด้วย มีการแก่ การตาย และทุกข์จรต่างๆ
๒. สมุทัย เหตุที่ทำให้ทุกข์เกิด คือ ตัณหา ได้แก่ ความทะยานอยาก ทำให้เกิดต่อไป ไม่มีที่สิ้นสุด จึงเป็นสิ่งที่ควรละ
๓. นิโรธ ความดับทุกข์ เรียกเต็มๆ ว่า ทุกขนิโรธ แปลว่า ดับทุกข์โดยไม่เหลือ จึงเป็นสิ่งที่ควรทำให้แจ้ง
๔. มรรค ทางดำเนินเพื่อความพ้นทุกข์ เป็นส่วนปฏิบัติเพื่อละกิเลส จึงเป็นทางที่ควรดำเนิน
ข้อปฏิบัติที่จะทำให้ถึงซึ่งพระนิพพานนี้ ...ไม่มีใครสามารถค้นพบได้เองเลย.. ต้องอาศัยพระปัญญาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น
สติปัฏฐาน ๔ คือขุมทรัพย์อันประเสริฐสุดที่จะพาให้ประสบอมตสุขซึ่งเป็นความสุขที่ไม่รู้จักตาย
ขุมทรัพย์อันประเสริฐนี้ พระพุทธองค์ได้ทรงมอบไว้ให้เป็นมรดกธรรมแก่พุทธบริษัททั้งหลาย เพื่อจะได้เป็นเครื่องนำทางไปสู่ความพ้นทุกข์ได้โดย วิชิต ธรรมรังษี [21 เม.ย. 2547 , 10:21:13 น.] ( IP = 210.86.188.1 : : )
สลักธรรม 9ปัจจัยอันเป็นเครื่องมือที่จะทำให้เดินตามรอยพระพุทธองค์ไปถึงจุดมุ่งหมาย คือ ที่สุดแห่งทุกข์ ได้นั้น คือ
๑. ศรัทธา คือ ความเชื่อในพระปัญญา ความตรัสรู้ของพระพุทธองค์ที่รงนำมาสั่งสอน
๒. วิริยะ คือ ความเพียรที่จะศึกษาและปฏิบัติด้วยจิตใจอันมั่นคง โดยมีศรัทธาเป็นองค์ประกอบในการทำความเพียรนั้นด้วย
๓. สติ คือ การระลึกอยู่ในธรรมดาตามคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ที่ประกอบด้วยความเพียรและศรัทธา
๔. สมาธิ ความตั้งมั่นอยู่ในอารมณ์ของกุศลต่างๆ ที่ประกอบด้วยศรัทธา ความเพียรและสติ
๕. ปัญญา คือ คามรู้ธรรมตามความเป็นจริง พร้อมด้วยเหตุผลตามคำสั่งสอนของพระพุทธองค์
หลักปฏิบัติเพื่อขัดเกลา แก้ไข และอบรมปัญญาด้วย...เรื่องของศีล สมาธิ ปัญญา
ศีล ได้แก่ การควบคุมกาย
และวาจาให้มีความสงบ
ไม่มีอกุศลเกิดกับกายและวาจา
สมาธิ ได้แก่ การกระทำจิตใจ
ให้สงบจากความซัดส่าย ฟุ้งซ่าน
มีอารมณ์เป็นหนึ่งต่อหน้าที่
ปัญญา ได้แก่ ความรู้ชัด รู้แจ้ง
รู้รอบในธรรมชาติ ที่ เกิด-ดับ
ธรรมชาติที่มีความผันแปร ไม่เที่ยง เป็นทุกข์และไม่ตกอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของใคร
เราต้องเข้าใจเสียก่อนว่า กิเลส ตัณหานั้น สภาวะของมันใหญ่ๆ มีอะไรบ้าง มีความโลภ ความโกรธ ความหลงโดย วิชิต ธรรมรังษี [21 เม.ย. 2547 , 10:25:38 น.] ( IP = 210.86.188.1 : : )
สลักธรรม 10ลักษณะของความโลภ หรือโลภะ ก็คือ ความต้องการ ความอยากได้
ทำไมจึงเป็นทุกข์ เมื่อโลภะเข้าปรุงแต่งจิตแล้ว ทำให้ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้.. ต้องมีการตะเกียกตะกาย ดิ้นรนแสวงหา... เพื่อสนองตอบในสิ่งเร้าขึ้นมา สิ่งที่มาเร้าคือ โลภะ จึงเกิดมีการแสดงพฤติกรรมเป็นไปด้วยความต้องการอยู่เสมอ
ชีวิตจึงเปรียบเหมือนชะลอมที่ตักน้ำไม่รู้จักเต็ม
ไม่ว่าจะเป็นคนร่ำรวยขนาดใดเมื่อมีโลภะปรุงแต่งจิตมากแล้ว ชีวิตก็ยังขาดแคลนอยู่ตราบนั้น..เพราะว่าไม่รู้จักพอ .....การที่ไม่รู้จักพอเท่ากับเรายังไม่มีอะไรเลย จึงทำให้จิตเป็นทุกข์ ความอยากได้ที่เกิดขึ้นมาแล้ว ไม่สมความปรารถนาตามความอยาก ความทุกข์ก็ยิ่งมากขึ้น
ลักษณะของความโกรธ หรือ โทสะ ก็คือความเดือดดาล พลุ่งพล่านอยู่ภายในจิตใจ เกิดขึ้นจากสาเหตุที่ไม่สมความปรารถนา สิ่งที่ไม่สมความปรารถนาในความต้องการ
เช่น อยากให้เขาพูดดีด้วย แต่เขาพูดไม่ดี อยากให้เขาเดินตามฉัน ไปกับฉัน แต่เขาไม่ไป จึงเกิดความโกรธขึ้นมาปรุงแต่งจิต แล้ว ความเดือดดาลพลุ่งพล่านก็เกิดขึ้น
สภาวะของโทสะจึงเปรียบเหมือนระเบิดทำลาย เมื่อเกิดขึ้นใจจิตใจก็ทำลายตัวเองก่อนแล้วจึงทำลายผู้อื่นรอบข้างจนหมดอำนาจ ฉะนั้น ตัวเองเป็นผู้ได้รับที่แท้จริง ไม่ใช่ที่เขาโดย วิชิต ธรรมรังษี [21 เม.ย. 2547 , 10:29:16 น.] ( IP = 210.86.188.1 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |