มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


สังเวชคือญาณประกอบด้วยโอตตัปปะ




ญาณประกอบด้วยโอตตัปปะ ชื่อว่าความสังเวช.
( อรรถกถา เล่ม ๔๘ หน้า ๔๑๑ )
/////

เกิดความสลดใจ
คือเกิดญาณความรู้พร้อมทั้งความเกรงกลัวบาป
( อรรถกถา เล่ม ๕๒ หน้า ๑๕๓ )

/////
สํเวโค อุปปชชติ (ความสังเวชย่อมเกิดขึ้น )
คือ ความสังเวชในเพราะความปรวนแปรของสังขารย่อมเกิดขึ้นเพราะรู้แจ้งโทษของสังขารด้วยแสงสว่าง คือญาณ. ( อรรถกถา เล่ม ๖๙ หน้า ๓๑๑)

จากที่ว่าสังเวชคือญาณประกอบด้วยโอตตัปปะนั้น
ขอท่านผู้รู้ช่วยขยายความด้วยครับ
เช่นขณะเจริญมรณสตินั้น
การเกิดญาณประกอบด้วยโอตตัปปะเป็นอย่างไร?

โดย แววตะวัน [21 เม.ย. 2547 , 15:33:20 น.] ( IP = 203.113.37.12 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]


  สลักธรรม 1


พระพุทธองค์พร้อมอรหันตสาวกผู้เป็นเลิศในอภิญญาล่องหนจากราหูสถานสู่พรหมโลกอันลี้ แลแสดงอรหัตตฤทธิ์บนพรหมโลกนั้นทีละองค์ๆ จนหลายองค์อยู่พร้อมพระพักต์ ลอยอยู่เหนือพรหมอาสน์ ยังความสังเวชแก่คณะพรหมนั้นใด ผู้มีทิฏฐิเป็นมิจฉาแล้ว ให้เป็นสัมมา ฯ

โดย วิทยาธร ป่าหิมพานต์ [21 เม.ย. 2547 , 16:51:50 น.] ( IP = 202.12.74.9 : : unknown )


  สลักธรรม 2

สวัสดีค่ะคุณแววตะวัน

นานแล้วที่ไม่ได้พบกัน....ตอนแรกนึกว่าจะนำความรู้มาฝาก
แต่มาถามอย่างนี้ ...ต้องรอท่านผู้รู้จริงในเรื่องนี้ก่อนนะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [21 เม.ย. 2547 , 19:35:03 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 3

สวัสดีค่ะคุณ แววตะวัน ที่นับถือ...คิดถึงนะคะ ยังระลึกถึงพระคุณอยู่เสมอที่คุณแววตะวันนำธรรมะมาลงเสมอๆคะ

ส่วนคำถามที่คุณแววตะวันถามไว้นั้น...มีความว่า... การเกิดญาณประกอบด้วยโอตตัปปะเป็นอย่างไร? นั้น พี่ดอกแก้วต้องขอย้อนไปถึงเรื่องราวที่กล่าวไว้ในวิสุทธิมรรคนะคะ

โดย พี่ดอกแก้ว [21 เม.ย. 2547 , 23:02:59 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 4


สวัสดีค่ะคุณแววตะวัน..เช้านี้พี่มาอ่านคำตอบที่ตอบไปพี่เองยังงงเลย เอาเป็นว่าตอบใหม่นะคะ..ต้องอธิบายเรื่องญาณจิตด้วยค่ะจึงจะเข้าใจมากขึ้นนะคะ

เรื่องของศีลนี้นั้น ผู้รู้พรรณนาไว้ว่า มีความสะอาดเป็นปัจจุปัฏฐาน
โอตตัปปะและ
หิรินั่นแล เป็นปทัฏฐาน..แห่งศีลนั้น …ตรงกับประเด็นที่คุณแววตะวันถามมาด้วยนะคะ

แท้จริงศีลนี้นั้นมีความสะอาดที่ตรัสไว้ว่า..


ความสะอาด ๓ คือ ความสะอาดทางกาย ความสะอาดทางวาจา ความสะอาดทางใจ " เป็นปัจจุปัฏฐาน ...หมายความว่า ศีลนั้นย่อมปรากฏ
คือ ถึงความเป็นคุณที่ควรถือเอาโดยความเป็นธรรมชาติสะอาด

ส่วนหิริและโอตตัปปะ นักปราชญ์ทั้งหลายพรรณนาว่าเป็นปทัฏฐาน

อธิบายว่า เป็นอาสันนเหตุ ( เหตุใกล้ ) แห่งศีลนั้น
เพราะเมื่อหิริและโอตตัปปะ..มีอยู่ ศีลจึงเกิดขึ้นและตั้งอยู่ได้

เมื่อหิริและโอตตัปปะไม่มี ศีลก็เกิดไม่ได้ ตั้งอยู่ไม่ได้
ลักษณะ รส ปัจจุปัฏฐาน และปทัฏฐานแห่งศีล
สาธุชนพึงทราบ ด้วยประการดังพรรณนามาฉะนี้

เมื่อมีการกล่าวไว้เช่นนี้ ก่อนอื่นต้องมาดูว่า อานิสงส์ของศีลนั้นเป็นอย่างไรก่อนนะคะ



โดย พี่ดอกแก้ว [22 เม.ย. 2547 , 09:46:31 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 5

อานิสงส์ของศีล


ข้อว่า ศีลมีอานิสงส์อย่างไร ? แก้ว่า มีอันได้รับคุณเป็นอเนก มีความไม่ต้องเดือดร้อนเป็นต้น

เป็นอานิสงส์ สมคำ ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่า " ดูกรอานนท์ ก็แลศีลเป็นกุศล มีความไม่ต้องเดือดร้อนใจเป็นผล มีความไม่ต้องเดือดร้อนใจเป็นอานิสงส์ " ( องฺ.ทสก.๒๔/๑ ) ดังนี้

ตรัสไว้อื่นอีกก็มีว่า " ดูกรคฤหบดีทั้งหลายอานิสงส์แห่งศีลสมบัติของผู้มีศีล ๕ ประการนี้


อานิสงส์ ๕ ประการเป็นไฉน ?
ดูกรคฤหบดีทั้งหลาย บุคคลในโลกนี้เป็นผู้มีศีล ถึงพร้อมด้วยศีล ย่อมได้ประสบกองโภคะใหญ่
มีความไม่ประมาทเป็นเหตุ นี้เป็นอานิสงส์ที่ ๑ แห่งศีลสมบัติของผู้มีศีล

ดูกรคฤหบดีทั้งหลายข้ออื่นยังมีอยู่อีก กิตติศัพท์อันงามของผู้มีศีล ผู้ถึงพร้อมด้วยศีล ย่อมฟุ้งไป
นี้เป็นอานิสงส์ที่ ๒ แห่งศีลสมบัติของผู้มีศีล

ดูกรคฤหบดีทั้งหลาย ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ผู้มีศีล ถึง
พร้อมด้วยศีล จะเข้าไปสู่บริษัทใดๆ จะเป็นขัตติยบริษัทก็ตามพราหมณบริษัทก็ตาม คฤหบดีบริษัท
ก็ตาม สมณบริษัทก็ตาม ย่อมเป็นผู้องอาจ ไม่เคอะเขินเข้าไป นี้เป็นอานิสงส์ที่ ๓ แห่งศีลสมบัติ ของ
ผู้มีศีล

ดูกรคฤหบดีทั้งหลาย ข้ออื่นยังมีอยู่อีก ผู้มีศีล ถึงพร้อมด้วยศีล เป็นผู้ไม่หลงทำกาลกิริยา
นี้เป็นอานิสงส์ที่ ๔ แห่ง ศีลสมบัติของผู้มีศีล

ดูกรคฤหบดีทั้งหลาย ข้ออื่นยังมีอยู่อีกผู้มีศีลถึง
พร้อมด้วยศีล เบื้องหน้าแต่ตายเพราะกายแตก ย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ นี้เป็นอานิสงส์ที่ ๕
แห่งสมบัติของผู้มีศีล " ( ที.มหา.๑๐/๑๐๒ )



โดย พี่ดอกแก้ว [22 เม.ย. 2547 , 09:51:49 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 6

อานิสงส์ของศีลเป็นอเนกอื่นอีกเล่า มีความเป็นที่รักที่ชอบใจเป็นเบื้องต้น มีความสิ้นอาสวะเป็นที่สุด

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้โดยนัยว่า...

" ดูกรภิกษุทั้งหลาย หากภิกษุพึงหวังว่า เราพึงเป็นที่รัก เป็นที่ชอบใจเป็นที่เคารพ เป็นที่ยกย่อง ของสหพรหมจารีทั้งหลาย ภิกษุนั้นพึงเป็นผู้กระทำให้บริบูรณ์ในศีลทั้งหลายเถิด "
( อากังเขยยสูตร ม.มุ.๑๒/๔๘ )


ศีลมีคุณเป็นอเนกมีความไม่ต้องเดือดร้อนใจเป็นต้นเป็นอานิสงส์ มีประการดังกล่าวมาฉะนี้

อีกนัยหนึ่ง
เว้นศีลใดเสียแล้ว ที่พึ่ง ( อื่น ) ของกุลบุตรในพระศาสนาหามีไม่ ใครเล่าจะพึงกล่าวกำหนดอานิสงส์ของศีลนั้นได้

น้ำคือศีลย่อมชำระมลทินอันใดของสัตว์มีชีวิตในโลกนี้ได้ ...แม่น้ำใหญ่ทั้งหลาย คือแม่น้ำคงคาก็ดี ยมุนาก็ดี สรภูก็ดี สรัสวดีก็ดี แม่น้ำอจิรวดีก็ดี
หาอาจชำระมลทินอันนั้นได้ไม่ ....

ศีลที่บุคคลรักษาดีแล้วเป็นอริยศีลนี้ มีความเย็นอย่างยิ่งย่อมระงับความเร่าร้อนอันใด ของสัตว์ทั้งหลายโลกนี้ได้ ลมเจือฝนก็ระงับความเร่าร้อนอันนั้น
ไม่ได้

และแม้แก่นจันทร์แดงก็ระงับไม่ได้ สร้อยมุกดาก็ไม่ได้ แก้วมณีก็ไม่ได้ รัศมีอ่อนๆ แห่ง
จันทร์ก็ไม่ได้ กลิ่นที่เสมอด้วยกลิ่นศีล ซึ่งฟุ้งไปได้ทั้งในที่ตามลมและทวนลมเท่าๆ กัน

จักมีแต่ที่ไหนสิ่งอื่นที่จะเป็นบันไดขึ้นสู่สวรรค์ หรือจะเป็นประตูในอันที่จะยังสัตว์ให้แจ้งพระนิพพาน อันเสมอด้วยศีล จักมีแต่ที่ไหน

โดย พี่ดอกแก้ว [22 เม.ย. 2547 , 09:55:34 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 7

วสี คือความชำนาญ ความแคล่วคล่องว่องไว

...ผู้ที่ได้ รูปาวจรฌาน ดังที่ได้กล่าวแล้ว จะเข้าฌานสมาบัติก็ดีจะเจริญสมถภาวนาต่อเพื่อให้ได้ทุติยฌานก็ดี จะต้องมี วสี ..ในปฐมฌานนั้นเสียก่อน ....คือต้องหมั่นเข้าปฐมฌานจนชำนาญ มีความแคล่วคล่องว่องไวถึง ๕ ประการ นะคะ


ได้แก่ ...
(๑) อาวชฺชนวสิตา ชำนาญในการนึกเข้าฌาน อีกนัยหนึ่งว่า ชำนาญในการกำหนดพิจารณาองค์
ฌานแต่ละองค์ โดยวิถีจิตที่ติดต่อกันไปตามลำดับ โดยมีภวังคจิตคั่นไม่มากนัก

(๒) สมาปชฺชนวสิตา ชำนาญในการเข้าฌานได้โดยรวดเร็ว

(๓) อธิฏฺฐานวสิตา ชำนาญในการหยุดอยู่ในฌานเป็นเวลาช้าเร็วกี่ชั่วโมง กี่วัน ก็จะอยู่ในฌานสมาบัติ
ได้ตามกำหนดที่ได้ตั้งความปรารถนาอย่างแรงกล้าไว้นั้น

(๔) วุฏฺฐานวสิตา ชำนาญในการออกจากฌานได้โดยว่องไว ไม่ให้เกินเวลาที่ตนได้อธิษฐานไว้

(๕) ปจฺจเวกฺขณวสิตาชำนาญในการพิจารณาองค์ฌานด้วยชวนจิตอันเกิดในลำดับแห่งมโนทวาราวัชชนะติดต่อกันเป็นลำดับไป โดยมีภวังคคั่นไม่มากนัก


โดย พี่ดอกแก้ว [22 เม.ย. 2547 , 09:59:59 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 8

เมื่อปฐมฌานลาภีบุคคล มีวสีในปฐมฌานแคล่วคล่องว่องไวเป็นอย่างดีแล้ว ก็สามารถจะเข้าฌานสมาบัติ หรือเจริญภาวนาต่อไปเพื่อให้ถึงทุติยฌานได้

ปฐมฌานลาภีบุคคล จะต้องเข้าปฐมฌานบ่อย ๆ จนชำนาญในวสีภาวะทั้ง ๕ ก็จะเห็นโทษของวิตก

จึงประสงค์จะละวิตกอันเป็นสิ่งที่หยาบนั้นเสีย เพื่อให้ถึงทุติยฌานซึ่งประณีตกว่า ต้อง เริ่มเพ่งปฏิภาคนิมิต

โดย พี่ดอกแก้ว [22 เม.ย. 2547 , 10:02:47 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 9

. ปฐมฌานลาภีบุคคล จะต้องเข้าปฐมฌานบ่อย ๆ จนชำนาญในวสีภาวะทั้ง ๕ ก็จะเห็นโทษของวิตก จึงประสงค์จะละวิตกอันเป็นสิ่งที่หยาบนั้นเสีย เพื่อให้ถึงทุติยฌานซึ่งประณีตกว่า ต้อง เริ่มเพ่งปฏิภาคนิมิต


. ฌานลาภีบุคคล ปรารถนาจะเจริญให้ถึง ตติยฌาน จตุตถฌาน และปัญจมฌาน ก็จะต้องปฏิบัติให้เป็น ไปในทำนองเดียวกันนี้ ตามลำดับแห่งฌาน จะข้ามไปลัดไม่ได้

. กสิณ ๑๐ นี้ใช้เป็นกัมมัฏฐานในการเจริญสมถภาวนาได้ตั้งแต่ ปฐมฌาน ตลอดไปตามลำดับจนถึง
ปัญจมฌาน คือถึงรูปฌานได้ทั้ง ๕ ฌาน

โดย พี่ดอกแก้ว [22 เม.ย. 2547 , 10:06:44 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 10


วิสุทธิมรรคนี้ แม้ทรงแสดงโดยมุข
คือศีลสมาธิและปัญญา
อันประมวลไว้ซึ่งคุณเป็นอเนกอย่างนี้แล้ว

ก็ยังนับว่าเป็นอันทรงแสดงโดยสังเขปอยู่นั่นเอง

เพราะฉะนั้น จึงยังไม่เพียงพอที่จะช่วยเหลือแก่ชนทุกจำพวกได้

เพราะเหตุนั้น เพื่อจะแสดงความพิสดารแห่งวิสุทธิมรรคนั้น

จึงมีปัญหากรรม ( การตั้งปัญหา ) นี้ ปรารภศีลก่อน
คือ

อะไรเป็นศีล ?

ที่เรียกว่าศีล เพราะอรรถว่ากระไร ?

อะไรเป็นลักษณะ เป็นรส เป็นปัจจุปัฏฐาน เป็นปทัฏฐานของศีลนั้น ?

ศีลมีอานิสงส์อย่างไร ?

ศีลนั้นมีกี่อย่าง ?

อะไรเป็นความเศร้าหมอง และอะไรเป็นความผ่องแผ้วของศีลนั้น ? ( ต่อไป ) นี้เป็นคำแก้ในปัญหากรรมนั้น

ปัญหาข้อว่า " อะไรเป็นศีล "
แก้ว่า " ธรรมทั้งหลายมีเจตนาเป็นต้นของบุคคลผู้เว้นจากโทษมีปาณาติบาตเป็นต้นก็ดี ของบุคคลผู้บำเพ็ญข้อวัตรปฏิบัติก็ดี เป็นศีล

" ข้อนี้ สมคำที่พระธรรมเสนาบดีสารีบุตรกล่าวไว้ ในปฏิสัมภิทาว่า " ถามว่า อะไรเป็นศีล

ตอบว่า ..เจตนาเป็นศีล เจตสิกก็เป็นศีล สังวรก็เป็นศีล ความไม่ก้าวล่วงก็เป็นศีล "

โดย พี่ดอกแก้ว [22 เม.ย. 2547 , 10:11:31 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org