มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บัวสี่เหล่า





ดอกบัวสี่เหล่านั้น..............เปรียบชน
แตกต่างสันดานคน...........แบ่งขั้น
เหล่าแรกมากหลากล้น......ปัญญ์เปี่ยม
ลดหลั่นเหล่ารองชั้น..........ยิ่งน้อยปัญญา

โปรดธรรมนำหลักน้อม......อบรม
ผู้ยิ่งปัญญาคม....................มอบให้
ประโยชน์เลิศเลอสม..........เปี่ยมสุข
ทรงมอบธัมมจักรไว้...........ตัดสิ้นกงกรรม

เหล่าผู้ด้อยกว่านี้...............ทรงสอน
พากเพียรพึงสังวร.............เพื่อสร้าง
ประโยชน์สถาพร...............ชาติอื่น
สะสมเสบียงบ้าง..................ไม่ร้างทุนรอน

เหล่าผู้รู้เรื่องน้อย...............ปัญญา
ให้สุจริตวิชา......................ชีพเกื้อ
ทานศีลภาวนา...................สร้างสุข
ปัจจุบันประโยชน์เอื้อ..........เพื่อเว้นบาปเวร

บุญบอกลำดับชั้น................เชิงกรรม
เปี่ยมพร้อมปัญญาธรรม......จักให้
ผลมากกว่าเพียงทำ.............ตามอื่น
แม้นไม่หวังใดไซร้.............เหตุให้ผลตาม

โดย พี่ดอกแก้ว [25 เม.ย. 2547 , 05:25:02 น.] ( IP = 210.86.188.5 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

สวัสดีค่ะ...คุณวิทยาธร

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เรื่องที่คิดหรืออุปาทาน



หลังจากที่พระผู้มีพระภาคเจ้า
ได้ตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ
แล้วเสวยวิมุติสุขครบ 7 สัปดาห์ แล้ว

พระองค์ได้เสด็จกลับไปประทับภายใต้ต้นอชปาลนิโครธ อีกครั้ง
ระหว่างประทับอยู่ที่นี่
พระพุทธเจ้าทรงพิจารณาถึงธรรมที่พระองค์ได้ตรัสรู้มา
ทรงเห็นว่าเป็นธรรมที่มีความหมายสุขุมลุ่มลึก
เห็นได้ยาก รู้ได้ยาก ทั้งสงบและประณีต
บัณฑิตเท่านั้นจะพึงรู้ได้

แล้วพระองค์ทรงรับคำอาราธนาของพรหม

ด้วยอาศัยพระมหากรุณาธิคุณในหมู่สัตว์
จึงทรงตรวจดูสัตวโลกด้วยพุทธจักขุ ได้เห็นสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งเปรียบได้กับบัว 4 เหล่า

โดย เซิ่น [25 เม.ย. 2547 , 20:52:26 น.] ( IP = 203.156.26.158 : : )


  สลักธรรม 12

ทรงตรัสเปรียบบุคคล ๔ ประเภท กับ ดอกบัว ๔ เหล่าคือ


๑. อุคคติตัญญูบุคคล

คือผู้มีอุปนิสัย สติปัญญาแก่กล้า
พอฟังธรรมก็สามารถ
รู้แจ้งเห็นธรรมได้โดยพลัน
เปรียบเหมือนดอกบัวพ้นน้ำ
พอได้รับแสงแดดก็จะบานทันที


๒. วิปัจจิตัญญูบุคคล

คือผู้มีอุปนิสัย สติปัญญามาก
เมื่อได้ฟังธรรมคำสั่งสอนอย่างละเอียด
และแจกแจงให้เข้าใจแล้ว
ก็สามารถรู้แจ้งเห็นธรรมได้
เปรียบเหมือนดอกบัวที่เติบโตมาพอดีกับพื้นน้ำ
จะบานในวันรุ่งขึ้น


๓. เนยยบุคคล

คือผู้มีอุปนิสัย สติปัญญาขนาดที่ต้องพากเพียร
ค้นคว้า ไต่ถาม หมั่นศึกษาเล่าเรียน
และคบกัลยาณมิตร
จึงสามารถรู้แจ้งเห็นธรรมได้ ...เปรียบเหมือนดอกบัวใต้น้ำ
จะผุดขึ้นมาเหนือน้ำ และจะบานต่อไป


๔. ปทปรมบุคคล

คือผู้มีอุปนิสัย สติปัญญาไม่สามารถ
รู้แจ้งในธรรมได้เลย
แม้จะอธิบายอย่างละเอียดพิศดารอย่างไรก็ตาม
เปรียบเหมือนดอกบัวใต้น้ำ
และไม่สามารถจะโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำได้
จะอยู่เป็นอาหารของปลาและเต่าเพียงใต้น้ำ

โดย เซิ่น [25 เม.ย. 2547 , 21:00:00 น.] ( IP = 203.156.26.158 : : )


  สลักธรรม 13

อนุโมทนากับคุณเซิ่นค่ะ
ที่กรุณามาขยายความและยืนยันการพิจารณาของพระพุทธองค์
ให้ได้ทราบอีกครั้งหนึ่ง
ขอบคุณมากค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [25 เม.ย. 2547 , 21:31:37 น.] ( IP = 203.170.157.180 : : )


  สลักธรรม 14

สาธุธรรมทานอันเลิศอาจารย์พี่ดอกแก้ว
และขอหัดเขียนโคลงด้วยครับ


๑.
เกิดแต่เง่าก่อขึ้น...........แต่โคลน
ดำดิ่งน้ำปรักโปน..........โผล่พ้น
อาหารแต่สัตว์โยน.........ย่ำอยู่
ชินหมู่ชินฝูงล้น.............หลากเร้าตัณหา

๒.
ได้งอกออกพอรับรู้.........รุ้งรัศมี
ได้หลุดโผล่โคลนพี.........แผกบ้าง
อธิถารจิตสู่ศรี................แสงส่อง
หวังมิต้องว่ายว้าง............วัฏเวิ้งวกวน

๓.
เกิดก่อใกล้แผ่นน้ำ..........ผิวนวล
ธรรมรสพุทธพจน์มวล......มั่นแม้น
คืนวันผิวผ่านผวล............หมายสู่
ชูกิ่งก้านจ่างแจ้ง.............แหล่งหล้าบัวบาน

๔.
บัวเบิกบานหลุดพ้น..........สู่แสง
เป็นดั่งนำโลกแสดง..........แก่หล้า
พริ้วงามยิ่งยลแจง............ให้สุข
สาธุธรรมอยู่คู่ฟ้า..............ฝากไว้ทุกชน

โดย น้ำ [25 เม.ย. 2547 , 21:39:37 น.] ( IP = 203.145.14.143 : : )


  สลักธรรม 15


ครับ ผู้มีเมตตาคุณ ฯ
๑) อุปทาน ๒ มี ความคิดไปเอง ๑ ความยึดมั่น ๑ ฯ ตนหมายในความหมายที่สอง เพราะไม่แจ้งด้วยญาน ใช้สัทธินทรีย์เป็นปัจจัย แลยึดองค์ความรู้นั้น ฯ

โดย วิทยาธร [25 เม.ย. 2547 , 22:05:59 น.] ( IP = 202.12.74.6 : : unknown )


  สลักธรรม 16


ผู้มีเมตตาคุณ เขียนว่า "ทรงรับคำอาราธนาของพรหม" กระผมใคร่ขอแก้คำว่าพรหมเป็น 'พระพรหม' ฯ เป็นการให้ความเคารพต่อพระพรหมซึ่งในพระสูตรใช้คำว่า 'ท้าวสหัมบดีพรหม' เป็นการให้พระเกียรติของพระพรหมองค์นี้เป็นอย่างมาก (พระอรหันต์จารพระสูตร ไม่เรียก 'พรหม') ฯ ในพระคัมภีร์ คำนามเรียกพระนามของเทพเจ้าต่างๆ กล่าวโดยพระอรหันต์ เราในฐานะพุทธศาสนิกชน ไม่บรรลุอรหัตตผลในปัจจุบัน อาจเลือกคำให้เหมาะ (ผู้มีเมตตาคุณอาจไม่ได้คิดอะไร แต่กระผมเรียนพระเวทด้วย อ่านเนื้อความของผู้มีเมตตาคุณด้วยสติสมบูรณ์ เห็นทางที่ประเสริฐกว่า จึงเสนอโดยหวังว่าคำกล่าวนี้เป็นสุภาษิต ฯ ขอบพระคุณสำหรับคำตอบ เรื่อง พระโสดาบัน ในกระทู้แรก และเมตตาจิต)

โดย วิทยาธร [25 เม.ย. 2547 , 22:24:18 น.] ( IP = 202.12.74.6 : : unknown )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org