| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
แผ่ส่วนกุศลให้ผลอย่างไร ตอนที่ 3
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=4996
คำถาม การอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ตาย จะได้รับทันทีหรือไม่
คำตอบ ใครทำใครได้ พ่อบอกแล้วว่า ตายปุ๊บต้องเกิดทันที
ถ้าไปเกิดในครรภ์มารดา สัตว์มีชีวิตในครรภ์มารดาจะได้รับอาหาร ความสมบูรณ์ความเจริญเติบโต ต่อเมื่อรับอาหารคือคำข้าวและคำน้ำ อาหารที่แม่กินและบดย่อยเข้าไปผ่านทางสายสะดือเข้าทางผนังรก สืบต่อเข้ากล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อส่งต่อให้เซลล์ทุกๆ จุดหล่อเลี้ยงร่างกาย ปรุงแต่งกายสังขาร
ได้อากาศจากที่แม่หายใจเข้าไปผ่านผนังมดลูก ทำให้ชีวิตนั้นเจริญเติบโต การกรวดน้ำ เช่น เราเอาทองหยิบฝอยทองใส่บาตรเขาไม่ได้กินไม่ได้รับ
เกิดในครรภ์มารดา รับไม่ได้
เกิดในฟองไข่ก็เช่นเดียวกัน ผู้ที่อยู่ในฟองไข่ต้องรับอาหารจากเยื่อเมือกของไข่ขาว
เราดูต่อยไข่ออกมา มันไม่ถึงไข่ขาว มันมีผนังบุอีกชั้นหนึ่ง ผนังนั้นจะอ่อนตัวรับฮอร์โมน ฮอร์โมนจากการผลิตกล้ามเนื้อต่างๆ เข้าตรงผนังลงสู่เหตุปัจจัยคือรับให้เจริญเติบโต
เกิดในฟองไข่ ก็รับไม่ได้
เกิดในเถ้าไคลก็รับไม่ได้
สัตว์พวกนี้มีชีวิตอยู่ด้วยการกินอาหารตามภพภูมิที่กำเนิด รับส่วนกุศลไม่ได้โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [26 เม.ย. 2547 , 07:09:29 น.] ( IP = 203.156.28.124 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1มีอยู่แห่งเดียวที่แผ่เมตตาแล้วได้รับ คือ โอปปาติกะ
มีผีสางเทวดา แต่ก็มีเปอร์เซ็นต์น้อยมากที่จะได้รับ คือ เทวดาตั้งแต่ชั้นจาตุมหาราชิกาขึ้นไป จาตุมหาราชิกา ยังซอยออกไปอีก ๗ ชั้น ชั้นที่ ๑ และ ๒ มีโอกาสรับน้อยมาก ยังอยู่ในฝ่ายของอุเบกขาสันตีรณอกุศลวิบากนำเกิด
และผู้ที่จะได้รับก็เปรียบเสมือนการส่งวิทยุ เรามีเครื่องรับที่บ้านเรา ต้องหาคลื่นเองให้ตรงสถานี ไม่ใช่ตั้งอยู่แล้วก็บอกว่า ขอฟัง ท.ท.ท. อย่างนี้ไม่ได้ เครื่องส่งกับเครื่องรับรับต้องตรงกัน จึงจะรู้ จึงจะได้รับ
ใครทำ ใครได้ แต่ไม่ได้บอกว่าไม่ควรจะทำนะ ควรจะทำ เพราะใครทำใครได้ เมื่อเรารู้ว่าพ่อแม่เราไปเกิดในครรภ์มารดาแล้วโสมนัส เพราะได้เกิดในสุคติภูมิ แต่เราก็ยังมีน้ำใจแผ่ให้อยู่เรื่อย เป็นการแสดงซึ่งกตัญญูกตเวทีเป็นยอดแห่งความเจริญโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [26 เม.ย. 2547 , 07:11:03 น.] ( IP = 203.156.28.124 : : )
สลักธรรม 2คำถาม คนเรานี่เมื่อตายแล้ว จะได้เกิดเป็นคนอีกหรือไม่
คำตอบ มิได้เกิดเป็นคนเสมอไป ย่อมท่องเที่ยวไปในภูมิต่างๆ ตามเหตุ ตามปัจจัย ยกตัวอย่าง เช่น ครั้งหนึ่งในอดีตชาติ เมื่อ ๑๙ ชาติที่แล้ว เกิดเป็นคน ยังมิได้สนใจเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา เรื่องการปฏิบัติอะไรเลย มีชีวิตเป็นบุรุษเพศธรรมดา ก็ทำมาหากิน เต็มไปด้วย ความโลภ โกรธ หลง เช่นเดียวกัน
เมื่อตายลงไปเป็นสัตว์นรก เพราะตอนนั้นโทสะแรง ไปเป็นสัตว์นรกอยู่ประมาณ ๔,๐๐๐ ปี ขึ้นมาเป็น เปรตอีก ๙ ปี มาเป็นสัตว์เดรัจฉาน ๓ ปี แล้วมาเป็นคน
ลองคิดดูซี พันกว่าปีที่ได้เวียนว่ายระหว่างภพชาติ มันห่างกันเหลือเกินที่จะได้ปลูกฝังความรู้ขึ้นมาใหม่
คำถาม ญาติพี่น้องของเราตาย เราก็เจตนา ทำกุศลแผ่ไปให้เขา เมื่อจิตเขาไม่ได้รับผลในชาตินี้ เขาจะได้รับในชาติไหน
คำตอบ คนเราแผ่เมตตานี่ ไม่มีใครมายืนรับตรงนั้น คนที่ไปเป็นผีสาง ไม่ได้เดินมารับการแผ่เมตตาที่ตรงนั้น เขารับกุศลด้วยจิต
ลองนั่งนึกไปบ้านซิ ห้องนอนของเรา ผ้าห่มพาดตรงไหนเมื่อเช้านี้ตอนที่ตื่นขึ้น ที่นี่ไม่มี แต่จิตนึกไปได้ ฉะนั้นกุศลเกิดที่จิต เขารับด้วยจิตในภูมิที่เขาอยู่โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [26 เม.ย. 2547 , 07:12:34 น.] ( IP = 203.156.28.124 : : )
สลักธรรม 3คำถาม แต่เราไม่ทราบว่าเขาไปปฏิสนธิอยู่ในภูมิไหน จะรู้ได้อย่างไร
คำตอบ ที่คิดอย่างนั้นเป็นการทำบุญโดยไม่ละโทษ เราให้แล้ว มัวแต่ไปคิดว่าเขาได้หรือไม่ เราเป็นคนให้ คนที่ให้เป็นคนที่ได้รับผลเต็มที่ มัวไปคิดว่าเขาได้หรือไม่ เกิดวิจิกิจฉา ความตั้งใจมันก็ขาดลง
เราพยายามทำให้เกิดการให้ คือแผ่เมตตาให้ เท่ากับสลัดออก ให้เขาอยู่ตลอดเวลา เขาก็คือเขา การทำบุญเพื่อเจาะจงให้แก่คนใดคนหนึ่ง คือยังติดหมู่ญาติเป็นที่สุด ถ้าเราไม่มีญาติเราก็คงเลิกแผ่เมตตา
ฉะนั้น การแผ่เมตตาจิตอยู่ตลอดเวลา กว้างขวางแผ่กระจายไป
เมตตาไม่มีขอบเขตจำกัด ให้ได้แก่สรรพสัตว์ทั้งปวง สรรพสัตว์ทั้งปวงไม่มีเฉพาะหนึ่งหรือสองมีเป็นล้านๆๆๆ ชีวิตที่จะรับขณะหนึ่ง พวกหนึ่งได้รับ อีกขณะหนึ่งอีกพวกหนึ่งได้รับ เหตุประจวบพร้อมกัน
มีโอกาสแล้วรีบทำ รีบแผ่เมตตาดีกว่าจะปล่อยให้โอกาสผ่านไปโดยไม่ได้ทำ เราจะได้เป็นผู้ปลูกฝังความดีเข้าไปมาก เราทำดีอยู่ตลอดเวลาแล้วใครเป็นผู้ได้ ทำดี ตัวเองย่อมต้องได้ดีแน่นอน คนที่ได้รับเขาเรียกว่า วิบากดี
เราแผ่เมตตา ถ้าเผื่อเปรตตนหนึ่งได้รับแสดงว่าตอนนั้นวิบากดีของเปรตตนนั้นกำลังส่งผล หรือไม่ก็ญาติของเราที่ตายไปอยู่ในทุคติภูมิได้รับ ตอนนั้นวิบากของเขาก็กำลังดีวิบากต้องเป็นของเขา แต่เหตุดีเป็นของเราโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [26 เม.ย. 2547 , 07:13:52 น.] ( IP = 203.156.28.124 : : )
สลักธรรม 4คำถาม ญาติผู้ใหญ่เคยบอกว่า เวลาทำบุญใส่บาตร หรือกำลังทำทานอะไรก็แล้วแต่ จะให้ญาติ ต้องเอ่ยชื่อ พอมาเรียนนี่ก็รู้ว่า ชื่อก็คือ สมมุตินั่นเอง
ตายไปก็ไม่มีชื่อแล้ว ไม่สามารถจะจำได้ว่าญาติโยมของตน จิตก็ไม่มีสัญญากับคนนั้น ก็ไม่ได้รับมาผูกพัน ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว การเอ่ยชื่อเขาก็คงไม่มีประโยชน์ ใช่หรือไม่
คำตอบ มีประโยชน์และไม่มีประโยชน์ พูดแยกประโยชน์และไม่มีประโยชน์ไม่ได้ เพราะประโยชน์ไม่ได้อยู่ที่เขาหรือเรา ประโยชน์มีอยู่แค่ ๓ ชนิด คำว่าประโยชน์คือ สิ่งที่ทำแล้วได้ผลที่ตนเอง มีอยู่ ๓ ชนิดด้วยกัน คือ
ประโยชน์ในปัจจุบันชาติ
ประโยชน์ในอนาคตชาติ กับ
ประโยชน์สูงสุด
แล้วเกิดที่ใคร เกิดที่ตัวเอง ฉะนั้นจะว่าไม่มีประโยชน์ พูดไม่ได้ หรือมีประโยชน์ ก็พูดไม่ได้ แต่เราทำ
เราเป็นผู้ได้ประโยชน์ในปัจจุบันชาติคือ เรามีกายสุจริต วจีสุจริต และมโนสุจริต ทำเพื่อละความตระหนี่ถี่เหนียว โลภ โกรธ หลงออกไป เราได้ประโยชน์ คือ สะสมอริยทรัพย์ในปัจจุบันชาติ
ประโยชน์ในอนาคตชาติ ใครทำ ใครได้ เป็นบุญรองรับไว้ ชาติหน้าเราได้เสวยสิ่งที่เราได้ทำไป
และเป็น ประโยชน์สูงสุด คือ มรรค ผล นิพพานโดย เทพธรรม...นำมาฝาก [26 เม.ย. 2547 , 07:15:29 น.] ( IP = 203.156.28.124 : : )
สลักธรรม 5แต่การแผ่เมตตาโดยเอ่ยชื่อนี่ ทำให้เจตนา ของเราตั้งมั่นมากขึ้นในการให้ แล้วก็แผ่ให้แก่ผู้อื่นด้วย เพราะเวลาที่เราเอ่ยชื่อ เกิดความตั้งใจทำ
คนเรานี่ต้องเบ่งเป็นพวกๆ ไม่มีใครไม่ติดญาติเลย ถ้าจะทำให้คนที่เราชอบนี่ ความตั้งใจมี เจตนามีกำลังแรง ก็ส่งถึงสรรพสัตว์อื่นทั้งหลายได้ด้วยกำลัง ใครบ้างไม่มีติดญาติ ทำให้เขาอื่นดีกว่าญาติ นอกจากจะโกรธกัน
ฉะนั้นจึงต้องวางเป็นหลักๆ ก่อน จึงต้องมีเจตนา เจตนาจะเกิดขึ้นด้วยวิธีการใด ความเกี่ยวข้องใช่ไหม
เมื่อเราสละให้คนในครอบครัวของเราได้ง่ายๆ ไม่ตระหนี่ถี่เหนียวกับคนในครอบครัวได้ อีกหน่อยเราก็เอาความเสียสละออกไปให้แก่คนข้างนอกได้
ถ้าเรายังตระหนี่ถี่เหนียวกับคนในครอบครัว คนข้างนอกก็อย่าไปรอรับเลย ขอทานก็ไม่ได้ ลูกหรือน้องขอเงินไปซื้อหนังสือ ไม่ยอมให้ แล้วจะไปให้แก่คนอื่น เป็นไปไม่ได้
สิ่งที่ใกล้ตัวทำให้เกิดความคุ้นเคย ความคุ้นเคยจึงแผ่กระจายออกไปข้างนอก
![]()
![]()
โดย เทพธรรม...นำมาฝาก [26 เม.ย. 2547 , 07:17:05 น.] ( IP = 203.156.28.124 : : )
สลักธรรม 6กราบขอบพระคุณอาจารย์เทพธรรมมากค่ะ
ครอบครัวเป็นสังคมที่เล็กและใกล้ตัวที่สุด
หากเราละความตระหนี่กับคนใกล้ตัวได้แล้ว
เราก็สามารถเผื่อแผ่ความสุขให้ผู้อื่นได้อย่างสนิทใจ
ซึ่งคนโดยมากมิได้คำนึงถึงจุดนี้เลย
อนุโมทนาและกราบขอบพระคุณอีกครั้งค่ะโดย ธัญนันทน์ [26 เม.ย. 2547 , 10:12:08 น.] ( IP = 203.118.82.60 : : )
สลักธรรม 7ขอบพระคุณค่ะพี่เณร และขออนุโมทนากับกุศลที่พี่เณรฝากมาให้กับน้องๆทุกๆวันด้วยนะคะ ยังไงขออำนาจกุศลจากทุกแหล่งหล้า และกุศลที่ได้กระทำมาทำมาคุ้มครองให้ท่านพระครูศรี มีความสุขมากๆนะคะ และได้กลับมาเมืองไทยเร็วๆคิดถึงท่านนะคะ
โดย น้องอุ๊ [26 เม.ย. 2547 , 12:16:40 น.] ( IP = 202.28.169.165 : : unknown )
สลักธรรม 8มารับรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์ค่ะ
จะได้สร้างประโยชน์ให้แก่ชีวิตได้มากๆโดย น้องกิ๊ฟ [26 เม.ย. 2547 , 14:24:36 น.] ( IP = 203.150.209.231 : : 203.113.67.38 )
สลักธรรม 9??flower
กราบขอบพระคุณในของฝากที่มีค่ายิ่งและขออนุโมทนาในธรรมทานที่มีให้อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องค่ะ โดย ปราณี [27 เม.ย. 2547 , 10:52:32 น.] ( IP = 203.148.162.224 : : 10.199.199.95 )
สลักธรรม 10อนุโมทนาสาธุครับ
กับการช่วยเหลือกิจการงานที่ชอบนะครับ
ผมมั่นใจว่ามีคนจำนวนมากที่รักดีพร้อมๆกับต้องการความรู้ได้เข้ามาอ่านมากครับแต่ท่านเหล่านั้นไม่ได้แสดงความคิดเห็นเท่านั้น อย่าท้อนะครับผมโดย ฮิเดชิ [28 เม.ย. 2547 , 08:04:21 น.] ( IP = 210.86.188.7 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |