| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
พระก่อม็อบ...ผิดหรือไม่ผิดพระธรรมวินัย ?
สลักธรรม 1พระมหาต่วน บอกด้วยว่า ถ้าพระสงฆ์เราไม่ออกมาเคลื่อนไหว มันก็ไม่แก้กฎหมาย เพราะกฎหมายที่ออกมาล้วนเอาเปรียบ พระพุทธศาสนาตลอด ตัวอย่าง พ.ร.บ.จัดรูปที่ดิน ก็มีนักวิชาการนำเรื่องมาบอกอาตมาว่า การที่จะสร้างทางด่วน บริเวณถนนพระราม ๒ ผ่านไปถึงชะอำ หรือหัวหิน เป็นโครงการที่ตัดถนนผ่านวัดมากมาย และวัดจะต้องถูกเวนคืนที่ดินทั้งหมด แต่ที่ร้ายกว่านั้น ทางภาครัฐกลับตัดถนนหลบโรงแรม
ในขณะที่ พระมหาโชว์ ทัสสนีโย ผอ.ส่วนธรรมนิเทศ มจร. ได้ให้ความเห็นว่า"มีคนชอบบอกว่า การออกมาเคลื่อนไหวไม่ใช่กิจของสงฆ์ และถ้าไม่ให้พระไป เราก็ต้องไปหาพระว่า มีปัญหาอะไรบ้างเกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย เพราะพระเขียนกฎหมายไม่ได้ พระพุทธศาสนาบอบช้ำเพราะถูกฆาตกรรมโดยนิติบัญญัติ คือโดนฆ่าโดยกฎหมาย แล้วกลุ่มผู้บริหารประเทศไม่สนใจ เมื่อไม่ฟังเหตุผล เราก็แค่เพียงไปปาฐกถาเหมือนกับไปเทศน์ธรรมดา ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง
ไหนบอกว่าเป็นชาวพุทธพันเปอร์เซ็นต์ เวลาพระสงฆ์มีปัญหา ทำไมไม่ไปกราบนมัสการ ทำไมต้องให้พระไปเจริญพรถึงทำเนียบ"
พระมหาโชว์ บอกอีกว่า ขณะนี้มีกฎหมายที่กระทบต่อพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะที่ดินวัด ธรณีสงฆ์ และที่ศาสนสมบัติกลาง นั่นก็คือ พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ เสนอโดยคณะรัฐมนตรี อ้างว่าเพื่อส่งเสริมให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐ ในการจัดรูปที่ดินเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาสภาพที่อยู่อาศัย แหล่งธุรกิจและอุตสาหกรรม พ.ร.บ.ดังกล่าว มีทั้งสิ้น ๘๘ มาตรา ขณะนี้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวุฒิสภาแล้ว มันเป็นเรื่องที่พวกเราชาวพุทธจะต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด การออก พ.ร.บ.จัดรูปที่ดิน เป็นการเลือกปฏิบัติเฉพาะเจาะจงเฉพาะสมบัติของพระพุทธศาสนา โดยไม่ได้แตะต้องที่ดินของศาสนาอื่นๆ ที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามดำเนินนโยบายแปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุน นิมนต์ให้พระและเชิญชาวพุทธเข้าร่วมงาน อ้างว่าจะไม่แตะต้องสมบัติของพระพุทธศาสนา แต่เบื้องหลังกลับมุบมิบออกกฎหมายซ้อนขึ้นมา และมุ่งไปที่ที่วัด ธรณีสงฆ์ ที่ศาสนสมบัติกลางโดยตรงโดย วนัส [3 พ.ค. 2547 , 21:01:48 น.] ( IP = 202.176.91.55 : : )
สลักธรรม 2เมื่อถามไปยังสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นางบุญศรี พานะจิตต์ รอง ผอ.พศ. ได้วิเคราะห์การออกมาเคลื่อนไหวของคณะสงฆ์ว่า
ภาวะปัจจุบันเราคงต้องยอมรับว่า พระสงฆ์กับการเมืองต้องเดินไปพร้อมกัน เพราะพระสงฆ์ก็อยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญเดียวกัน จึงมีกลุ่มคนบางส่วนมองตามหลักของพระพุทธศาสนา การออกมาเคลื่อนไหวเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ธุระของพระสงฆ์ แต่น่าจะเป็นหน้าที่พุทธบริษัทออกมาแสดงพลังแทน
นางบุญศรี บอกด้วยว่า ทุกครั้งที่คณะสงฆ์ออกมาเคลื่อนไหว ปัญหาหรือ ข้อเรียกร้องนั้นจะได้รับการแก้ไข ซึ่งเป็นเรื่องแปลก อยู่เช่นกัน หากคณะสงฆ์ไม่ออกมาเคลื่อนไหว ข้อกฎหมายก็จะ ไม่มีการแก้ไข ด้วยเหตุนี้กระมัง ทำให้พุทธบริษัทต้องพึ่งคณะสงฆ์ ออกมาเป็นแกนนำเคลื่อนไหว เพื่อเรียกร้องข้อกฎหมายต่างๆ แล้วผลออกมาก็เป็นยอมรับ ภาครัฐเองก็รับฟัง และมีการแก้ไขในที่สุด อาจเป็นไปได้ว่าทุกฝ่ายเป็นชาวพุทธ ก็ทำให้ความเป็นพุทธยอมรับกับความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่"
ทางด้าน ภิกษุณี ธัมมนันทา เจ้าอาวาสวัตรทรงธรรมกัลยาณี และอดีตนักวิชาการชื่อดังแห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ บอกว่า มูลเหตุหนึ่งน่าจะเกิดจากกฎหมายทางอาณาจักร ที่ต้องการไปควบคุมดูแลศาสนจักร เพราะทางอาณาจักรมองว่า พระธรรมวินัยหรือกฎหมายของสงฆ์นั้นอ่อนแอ จำเป็นต้องเข้าไปจัดการ ซึ่งแท้ที่จริงแล้วพระธรรมวินัยเขียน ครอบคลุมไว้ทุกด้าน แต่คณะสงฆ์ไม่ได้ใช้พระธรรมวินัยในการปกครองคณะสงฆ์จริงๆ โดยเฉพาะอธิกรณะ ๗ ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของคณะสงฆ์
การออกมาเคลื่อนไหวของคณะสงฆ์ ถือว่าไม่ใช่เรื่องปกติวิสัย ต้องมีปัญหาใหญ่จริงๆ ถึงกับทำให้คณะสงฆ์ผู้สงบด้วยศีล ขันติด้วยธรรม ทนไม่ไหว แต่ถ้าออกมาเคลื่อนไหวบ่อยๆ ครั้ง อาจจะทำให้พระสงฆ์มีภาพในเชิงลบ สูญเสียความศักดิ์สิทธิ์ อะไรๆ ก็ออกมาเคลื่อนไหว แต่ถ้านานๆ ครั้งออกมาเคลื่อนไหวสักครั้งหนึ่ง สิ่งที่คณะสงฆ์เรียกร้องรัฐจำเป็นอย่างยิ่งต้องรับฟัง
โดย วนัส [3 พ.ค. 2547 , 21:04:12 น.] ( IP = 202.176.91.55 : : )
สลักธรรม 3> ธรรมชาติของไฟ
เหตุการณ์นองเลือดใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันพุธที่ ๒๘ เม.ย. ๒๕๔๗ ถือว่าเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์อันเลวร้าย แม้ว่าทหารและตำรวจจะดับ ชีวิตผู้ก่อการได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะดับไฟใต้ ได้อย่างราบคาบ ปฏิบัติการครั้งนี้อาจจะเป็นการสุมเชื้อให้ไฟใต้ลุกโชนขึ้นมาอีก
วิธีการดับไฟ ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจกับธรรมชาติของไฟก่อน สภาพปัจจัยที่จะทำให้ไฟลุกมากขึ้นเร็วขึ้น คือการเติมอากาศ เติมลม เวลาเราติดไฟหุงข้าวสมัยก่อนเราต้องมีพัดพัดเร่งให้ไฟติดเร็วขึ้น ถ้าเราจะดับไฟ (ในเตาอั้งโล่ที่หุงข้าว) ก็เอาฝามาปิดทางลม ไฟก็มอดไปโดยอัตโนมัติ โดยที่เราไม่ต้องไปทำอะไรเลย
นับวันเรายิ่งมีข้อมูลที่ทำให้เชื่อได้มากขึ้นทุกทีว่า ไฟใต้มีปัจจัยเชื่อมโยงกับการที่ทหารต่างชาติ (ก็ของไทยด้วยน่ะแหละ) ใช้กำลังเข้าไปครอบครองอิรัก นี่เป็นการเติมเชื้อเพลิงแบบหนึ่ง
โดย ธัมมนันทา [3 พ.ค. 2547 , 21:06:28 น.] ( IP = 202.176.91.55 : : )
สลักธรรม 4การจัดการกับไฟใต้โดยการใช้ความรุนแรง ทำให้สูญเสียชีวิตทั้งฝ่ายเราและฝ่ายเขา ที่สำคัญชีวิตผู้บริสุทธิ์จำนวนมากเป็นอีกวิธีหนึ่งของการสร้างปัจจัยให้ไฟใต้ลุกโชนขึ้นอีก
ไม่ใช่วิธีแบบพุทธแน่นอน พระพุทธองค์รับสั่งไว้ชัดเจนว่า ความรุนแรงจะไม่สามารถยุติความรุนแรงได้ ตรงกันข้าม วิธีการที่ใช้ความรุนแรงจะเป็นการทำให้ความรุนแรงทวีกำลังมากขึ้น
การดับไฟใต้ที่น่าจะได้ผล ไม่ต้องวิ่งลงไปดับทีละจุด ตรงกันข้ามตัดปัจจัยหลักที่ทำให้ไฟลุก
รัฐบาลเสียหน้าไปมากเพราะตั้งแต่ไฟใต้ลุกคราวนี้ กลไกของรัฐดูจะทำอะไรไม่ได้เลย ทำให้ท่านนายกเดือดร้อนหนักหนา ยิ่งนานวันเข้าปัญหากลับรุมเร้าหนักขึ้น ผู้คนก็พากันตายลงอย่างต่อเนื่อง ยิ่งกว่าเย้ย
วิธีคิดแบบพุทธจะช่วยได้มาก ไม่ต้องไปกลัวเรื่องเสียหน้า ถ้าเป็นชาวพุทธจริงไม่มีทั้งหน้าทั้งตัวเลยทีเดียว นั่นคือไม่มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวตน
รักษาชีวิตของผู้คน รักษาชีวิตของทหาร รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ดูจะเป็นเรื่องเร่งด่วนมากกว่า
กำลังทหารไทยที่ประจำการอยู่ในอิรักขณะนี้ แม้แต่การปฏิบัติหน้าที่ที่เรียกว่าเพื่อมนุษยธรรม คำพูดเพราะๆ นั้นก็ทำไม่ได้แล้ว เราก็ใช้เป็นข้ออ้างได้ทันที ถอนกำลังกลับบ้านเราเสีย
แล้วจะรู้ว่าดับไฟใต้นั้นทำได้อย่างไร
ธัมมนันทา ภิกษุณี
โดย ธัมมนันทา [3 พ.ค. 2547 , 21:08:22 น.] ( IP = 202.176.91.55 : : )
สลักธรรม 5
๏ ปัญหาโจรใต้แก้ไขได้ยากพอควร และย่อมมีความสูญเสียเกิดขึ้น พระภาษิตว่า "โจรเป็นเสนียดในโลก" เป็นสุภาษิตโดยแท้ ฯ ในสมัยพุทธกาล ปัญหาโจรร้ายแรงไม่เบา เฉพาะขุนโจร 'องคุลีมาล' นั้นฆ่าคนบริสุทธิ์ มากกว่า ๑๐๐๐ คน (มากกว่าจำนวนโจรรวมกับเจ้าหน้าที่เสียชีวิตอีกนะ) และมีเป้าหมายทางศาสนาคล้ายๆ กับโจรใต้ แต่ประเสริฐกว่าตรงที่องคุลีมาลท่านปรารถนาโมกษะอันเป็นอสังขตธรรม ส่วนโจรใต้ปรารถนาวัตถุมีดินแดน เป็นอาทิ ฯ กล่าวถึงโจรในครั้งพุทธกาล ก็แล โจรไม่ได้ฆ่าพระภิกษุธรรมดา ฆ่ากระทั่งพระอรหันต์ มีพระมหาโมคคัลลานะ เป็นต้น บ้างกระทำอันตรายต่อพระภิกษุณีก็มี ฯ การนี้จะสงบได้เพียงปัจจัย ๒ คือ โจรกลับใจ ๑ โจรหมดสิ้นไป ๑ ฯ โจรกลับใจเช่นพระองคุลีมาล หากถามว่าโจรใต้กลับใจได้ไหม ข้อนี้เป็นไปได้ยากพอสมควร ฯ โจรที่สิ้นไปจากแผ่นดิน มีหลายกระบวนการ เช่น พระแม่ธรณีสูบบ้าง พระราชาจัดกองทัพไล่ล่าบ้างประหาร ๗ ชั่วโคตรบ้าง พระนายณ์อวตารมาปราบยุคเข็ญบ้าง การจัดการโจรมีได้ ๒ แนวนี้ พระพุทธองค์ทรงเตือนว่า 'ไพรีอยู่ในที่ใด บัณฑิตไม่พึงอยู่ในที่นั้น' ช่วงนี้พยายามอย่าไปอยู่ใกล้ๆ กับโจร เพราะอาจโดนลูกหลง แลเราไม่พึงตำหนิรัฐบาลด้วยเพราะเขาคือทหารพระนารายณ์ ๚ะ๛ ![]()
© 2004 United Dharma Syndicate, Inc.
|
| โดย ทนดูไม่ได้ [4 พ.ค. 2547 , 01:34:33 น.] ( IP = 203.107.203.242 : : ) |
|
| โดย วิทยาธร ป่าหิมพานต์ [4 พ.ค. 2547 , 17:30:58 น.] ( IP = 202.12.74.6 : : unknown ) |
|
|
คำเตือน
|
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |