มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


บันไดสู่สติปัฏฐาน...ตอน ๒/๕




http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=5062


หลักการปฏิบัติฝึกสติ



๑. ควรมีสติประกอบไปด้วยการเคารพต่อผลของการปฏิบัติ ไม่ก้าวล่วงคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เพราะเรารู้แล้วว่าสติสามารถทำให้ถึงมรรคผลนิพพานได้ ที่เรายังไม่ถึง ที่เรายังเผลออยู่เพราะเรายังขาดความเพียร เหตุอดีตเรายังไม่พอ เราต้องสร้างเหตุที่ปัจจุบันด้วย จึงไม่ย่อท้อต่อการปฏิบัติ



นอกจากไม่ย่อท้อแล้ว ยังต้องไม่กล่าวล่วงคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย เพราะว่านับเนื่องตั้งแต่โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล สกทาคามิมรรค สกทาคามิผล อนาคามิมรรค อนาคามิผล จนถึงอรหัตตมรรค อรหัตตผล เป็นผู้ยืนยันว่า

พระนิพพานเป็นบรมสุขจริงๆ

ผู้ที่พบคือ ผู้ที่พ้น

แต่เรายังไม่ถึง เราควรอย่าประมาทและอย่ากล่าวคำก้าวล่วง คือไม่ลบหลู่ดูหมิ่นเพราะว่าจะทำให้เราเกิดวิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [4 พ.ค. 2547 , 08:03:23 น.] ( IP = 203.156.28.204 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

๒. ควรมีสติระวังรักษาร่างกายให้อยู่ในอาการสงบ

คือ ถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องทำกิจใดทั้งปวง เราควรจะทำความปกติให้เกิดขึ้นในกาย วาจา ใจให้มากที่สุด คือ

การสำรวมในอินทรีย์ นั่นเอง

ความไม่จำเป็นต่างๆ ที่สร้างความเคยชินทำให้เกิดความประมาท เช่น พูดไปเกาหัวไป เป็นลักษณะที่ไม่สุภาพ แล้วก็ทำให้เราไม่เป็นระเบียบ ไม่จำเป็นไม่ต้องทำกิจใดๆ ทั้งปวง ร่างกายของเราตามปกตินี่ ความจำเป็นเท่านั้นจึงจะเกิดการกระทำ คือ

ไม่จำเป็นไม่ต้องนอน การนอน นอนไปเพื่ออะไร เพื่อให้ร่างกายพักผ่อน เพราะทำงานมาเหนื่อย อ่อนเพลีย ที่เรานอนเพราะอยากนอน นั่นก็คือถีนมิทธะ ความง่วงเหงาหาวนอน จำไว้ว่า



ท่านอน คือ ท่าขวางต่อทางพระนิพพาน

ไม่จำเป็นไม่ต้องนอน ไม่จำเป็นไม่ต้องนั่ง ไม่จำเป็นไม่ต้องยืน ไม่จำเป็นไม่ต้องเดิน จะจำเป็นก็ต่อเมื่อเดินแล้วเมื่อย เมื่อยแล้วนั่ง นั่งแล้วเมื่อย เมื่อยแล้วยืน ยืนแล้วเมื่อย เมื่อยแล้วนั่ง นั่งแล้วนอน เพื่อแก้ไขทุกข์ อย่าเพื่อแก้ไขอยาก นี่คือข้อที่ ๒ ของการปฏิบัติเพื่อความพ้นทุกข์

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [4 พ.ค. 2547 , 08:05:25 น.] ( IP = 203.156.28.204 : : )


  สลักธรรม 2

๓. ถ้ามีกิจจำเป็นจะต้องทำเกิดขึ้น ไม่ควรลงมือกระทำทันที

ขั้นแรกให้สงบนิ่งอยู่ก่อนเพื่อให้สตินั้นมีกำลังมากขึ้นควบคุมความปรารถนา คือความต้องการจำไว้ในใจแล้วก็นำสติไปในการกระทำทุกงาน เช่น

เมื่อเกิดหิวน้ำ กระหายน้ำไม่ควรดื่มน้ำทันที และดื่มลงไปในลักษณะที่ติดต่อกันไม่มีการเว้นระยะนั่นคือ ความไม่มีสติ ต้องหยุดชะงักก่อนทำ เมื่อรู้สึกกระหายน้ำ รู้สึกตัวว่าทุกข์เกิดขึ้นแล้ว จะได้เห็นว่าที่ต้องทำมันเป็นทุกข์ ที่มีชีวิตอยู่มันเป็นทุกข์



เมื่อกำหนดรู้สึกตัว ระลึกรู้สึกตัวว่าทุกข์มันเกิด มองภาชนะที่เราจะต้องกิน เอามือจับ มีความสำรวมอยู่ทุกขณะจิต เอาสตินำ ยกมาถึง กิน ไม่มีใครมาบังคับว่าจะต้องกินอึ๊กๆๆๆ ให้หมด ไม่พอก็เติมใหม่ได้

เมื่อรู้สึกพอแล้ว แก้กระหาย คือแก้ทุกข์ได้แล้ว มองสถานที่ที่จะเอาภาชนะนี้ไปตั้ง เพื่อกันความประมาท เมื่อเสร็จแล้ว มือไม่จำเป็น ต้องทำสำรวมไว้



เมื่อจะกินอาหาร ไม่ใช่รีบร้อนเกินให้มีความสงบก่อน แล้วค่อยมองว่าจานอยู่ไหน ช้อนอยู่ไหน จะได้หยิบได้ถูก

จะทำอะไร ตาต้องเห็น ธรรมชาติของมนุษย์จะเห็นอะไรได้ ต้องมีตาเปิด มีแสงสว่าง มีความตั้งใจ มีรูปมากระทบ เหมือนจะหยิบดินสอก็เหมือนกัน



เรานั่งอยู่นี่ เรารู้ว่าดินสออยู่ข้างนี้ เอื้อมมือหยิบโดยไม่ดู ไม่มีสติ จะหยิบดินสอ ต้องมองไป ไม่เสียเวลามาก แล้วเราจะเป็นผู้ได้มากด้วย นั่นก็คือ มีกิจจำเป็นต้องทำ ไม่ควรลงมือกระทำทันที

ขั้นแรก ควรสงบนิ่งเสียก่อนให้สติเกิดขึ้น แล้วนำสติไปใช้ในทุกๆ งาน สติควบคุมไปในงานทุกๆ งานด้วยความรอบคอบ

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [4 พ.ค. 2547 , 08:07:25 น.] ( IP = 203.156.28.204 : : )


  สลักธรรม 3

๔. ควรมีสติควบคุมร่างกาย

ถ้ามีสิ่งใดก็แล้วแต่มารบกวน มีเสียงดังมาทำให้เกิดความรำคาญ ก็ไม่ควรกระทำอะไรออกไปทันที ทั้งทางกาย วาจา ควรพิจารณาควบคุมทุกอย่างให้เกิดขึ้นด้วยสติ ด้วยการรู้ว่า

ที่กระทบคือวิบาก ที่กำลังกระทำคือกรรม



เช่นเรานั่งกำลังสบายอยู่ มีคนวิ่งดังตึงๆ หรือเปิดวิทยุดัง เปิดทีวีดัง ลูกตีกัน ทำให้ตกใจ ก็ด่าไปทันที นั่นก็คือ มีโทสะในการกระทำ ที่ว่าออกไปนั่นคือ กรรม

ต้องสร้างความสงบให้เกิดขึ้นก่อน แล้วปัญญาจะเข้ามาพิจารณาว่า ควรทำอย่างไรไปในทางที่ถูก เปิดโอกาสให้มีปัญญามากขึ้นนั่นเอง

โดย พี่เณร..นำมาฝาก [4 พ.ค. 2547 , 08:08:27 น.] ( IP = 203.156.28.204 : : )


  สลักธรรม 4

๕. ควรมีสติเฝ้าดูอิริยาบถ

อิริยาบถคือ การเดิน การยืน การนั่ง การนอน การเหยียด การคู้ การก้ม การเงยต่างๆ เป็นบางครั้งบางคราว เพื่อป้องกันความวิปริตผิดแปลกจากรูปร่างปกติ

รูปร่างตามปกติของคน ถ้าเผื่อยืนขึ้น มือ เท้าห้อยตรง นั่งอยู่ ถ้าเผื่อไม่ปกติก็คือ มีนามสั่ง มือจึงยกได้ ถ้านามไม่สั่ง มือยกขึ้นไม่ได้เด็ดขาด เพราะอะไร คนตายวินาทีเดียว นามไปปฏิสนธิแล้ว คนตายยกมือเองไม่ได้ เพราะไม่มีนามสั่ง



ฉะนั้น นาม เป็นผู้บงการ เป็นผู้สั่งให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องควบคุมการกระทำเพื่อมิให้เกิดความประมาท

ประมาทแปลว่า กล้าเสี่ยง ไม่ว่าจะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน ทำทุกอย่างเพื่อแก้ทุกข์ อย่าทำเพื่อแก้อยาก



โดย พี่เณร..นำมาฝาก [4 พ.ค. 2547 , 08:10:12 น.] ( IP = 203.156.28.204 : : )


  สลักธรรม 5


การมีสติเฝ้าดูตาม ย่อมยังความเจริญในธรรม
ชื่อว่าเป็นผู้ประเสริฐทุกวัน
และมีเจริญทุกเมื่อ
เพราะสติเป็นธรรมเครื่องเตือนอยู่ในโลก
สมดังพุทธวจนะในเรื่องการจะรักษาใจนั้น
พระพุทธองค์ทรงแสดงว่า




ผู้รักษา ควรมีสติรักษา

โดย เณรวัส [4 พ.ค. 2547 , 09:33:37 น.] ( IP = 203.144.228.200 : : )


  สลักธรรม 6


ขอบพระคุณมากครับ
การฝึกสตินับว่าเป็นบันไดขั้นที่สำคัญยิ่ง

โดย น้องจุก [4 พ.ค. 2547 , 13:54:05 น.] ( IP = 203.118.92.22 : : )


  สลักธรรม 7

ขอบพระคุณมากค่ะในของฝากที่เป็นประโยชน์

โดย น้องกิ๊ฟ [4 พ.ค. 2547 , 22:10:50 น.] ( IP = 203.209.106.55 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org