มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


นรกกับสวรรค์อยู่ที่ไหนค่ะ





นรกกับสวรรค์อยู่ที่ไหนค่ะ

โดย แนนนี่ [4 พ.ค. 2547 , 13:38:49 น.] ( IP = 203.118.92.22 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

สวัสดีค่ะ...คุณแนนนี่

ตามหลักพระพุทธศาสนา
มิใช่มีเพียงโลกมนุษย์ (มนุษยภูมิ) เท่านั้น
แต่ยังมีภพภูมิต่างๆ ซึ่งมีทั้งหมด 31 ภูมิ
ซึ่งแบ่งเป็นประเภทใหญ่ ได้แก่

1. ทุคติภูมิ มี 4 ภูมิ
คือ นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน

2. สุคติภูมิ มี 27 ภูมิ คือ
- มนุษยภูมิ...1
- เทวภูมิ..... 6
- รูปภูมิ..... 16
- อรูปภูมิ..... 4



คำถาม ที่ถามว่า นรกและสวรรค์อยู่ที่ไหน ?

ตอบ
นรก เป็น ภูมิที่มีแต่ความทุกข์ทรมาน ความเร่าร้อน
สวรรค์ เป็น ภูมิที่มีความสุขความสบาย

ถึงแม้เราจะไม่ทราบเลยว่า นรกและสวรรค์อยู่ที่ไหน
อยู่ตรงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งของโลกหรือจักรวาล ก็ตาม


แต่ผลของการกระทำต่างๆ ทั้งความดีและความชั่ว
ก็จะทำให้เราไปเกิดในที่นั้น คือ

ผลของกรรมดี คือ กุศลกรรม
จะทำให้เราเกิดดี หรือที่เรียกว่า สุคติภูมิ

ผลของกรรมชั่ว คือ อกุศลกรรม
จะทำให้เราไปเกิดไม่ดี หรือที่เรียกว่า ทุคติภูมิ




โดย เซิ่น [4 พ.ค. 2547 , 16:08:20 น.] ( IP = 192.150.249.121 : : )


  สลักธรรม 2


๏ 'สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ' ฯ เมื่อใจคิดดี จะมีความเย็นใจ มีความสุขสบายปลอดโปร่ง นั้นคือสวรรค์ ยามใดใจคิดร้าย ย่อมแผดเผาตนเอง มีความอัดอั้นตันจิต นั้นคือนรก ฯ ข้าพเจ้าเคยได้ยินพระภิกษุกล่าวภาษิตนี้เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว แลเมื่อไม่นานมานี้ได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่ผู้ทรงศีลกล่าวย้ำอีก จึงปลงใจเชื่อว่านี้เป็นสุภาษิต ๚ะ๛
© 2004 United Dharma Syndicate, Inc.

โดย - [4 พ.ค. 2547 , 17:07:35 น.] ( IP = 202.12.74.6 : : unknown )


  สลักธรรม 3

ทำอะไรให้สร้างสรรหน่อยสิคุณวิทยาธร เว็บนี้เราทำงานถวายเป็นพุทธบูชานะอย่าทำแบบนี้เลยขอร้อง

โดย ขอร้อง [4 พ.ค. 2547 , 18:55:44 น.] ( IP = 210.86.188.8 : : )


  สลักธรรม 4



สติดีมีไว้ให้ยั้งคิด
ไม่พลั้งจิตเกินก้ำก่อกรรมชั่ว
สัมปชัญญะชูให้รู้ตัว
จะดีชั่วสังวรคิดผ่อนปรน…

โดย พี่ดอกแก้ว [4 พ.ค. 2547 , 19:02:25 น.] ( IP = 210.86.188.8 : : )


  สลักธรรม 5


ผมพยายามสร้างสรรอยู่นะครับ หากไม่สร้างสรรต้องขออภัย ฯ ผมทราบอยู่ว่าคุณทำงานถวายเป็นพุทธบูชา และขออนุโมทนา และขอขอบคุณที่กรุณาเตือนผมด้วยเมตตาจิต ฯ คนเราย่อมไม่ชอบให้ใครเตือน (ผมจำมาจากพระราชดำรัสของในหลวงที่มอบแก่นายกทักษิณ) ฯ แลพระพุทธองค์ท่านสอนว่าไม่พึงกล่าววาจาที่ไม่น่าพอใจเลย มาตรว่าคำนั้นจะมีประโยชน์ ฯ อนึ่ง การบูชาพระพุทธองค์อย่างประเสริฐ คือ การปฏิบัติบูชา การมีเมตตาต่อผมก็จัดว่าเป็นพุทธบูชาครับ ฯ

โดย วิทยาธร ป่าหิมพานต์ [4 พ.ค. 2547 , 21:36:05 น.] ( IP = 202.12.74.6 : : unknown )


  สลักธรรม 6

ขอร่วมแสดงความคิดเห็น
คนเราจะถามแต่สิ่งที่มองไม่เห็น และยึดติดอยู่กับอิทธิฤทธิ ปาฏิหาริย์ ซะส่วนมาก ศาสนาพุทธมีมาแล้ว2500กว่าปี แต่คำสอนมีมาตั้งแต่นานโขก่อนพุทธกาลเสียอีกไม่ได้เพิ่งมีมาเมื่อ 2500กว่าปีนี้ ส่วนสวรรค์ นรก ขออุปมาเหมือนไส้เดือนที่อยู่แต่ในดิน หากถามว่า ไส้เดือนเชื่อหรือไม่ว่าโลกนี้มีดวงอาทิตย์อยู่ ไส้เดือนคงตอบว่าไม่มี เพราะไม่เคยเห็น อุปไมย เหมือนดั่งว่า สวรรค์มีไหม คนไม่รู้ไม่เคยเห็นก็คงตอบเหมือนไส้เดือน ว่าไม่มี แต่ว่าดวงอาทิตย์ยังคงยังมีอยู่เช่นนั้น
ศาสนาเราจึงให้ค้นหาจากใจ ยึดใจเป็นใหญ่
คำว่า"สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ" หากจะกล่าวเช่นนี้ก็คงไม่ผิด คิดดีมีสุขก็เรียกว่าสวรรค์ คิดชั่วเผาตัว มีแต่ทุกข์นี่ก็เรียกนรก คงได้เช่นกัน แต่หากอยู่สวรรค์แล้ว จะรู้ตัวหรือไม่เท่านั้นเอง การกระทำนำผลไปในภาคหน้า พระพุทธองค์ถึงให้ดำเนินชีวิต อย่าประมาท
หากความคิดเห็นผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วยครับ

โดย คนร่วมทาง [4 พ.ค. 2547 , 22:26:14 น.] ( IP = 203.147.0.42 : : 192.168.1.31, 203.156.45.120 )


  สลักธรรม 7

ขอบคุณค่ะคุณวิทยาธร
ที่เข้าใจเจตนาพี่ดอกแก้วว่าพี่เองไม่ปรารถนา
ที่จะมีชีวิตที่ต้องปะทะอารมณ์กับใครๆเลย
เพราะลำพังแค่ความรู้สึกที่รับการกระทบ
จากอายตนะก็มากมาย
ไม่ไหวที่จะมีสติรู้สึกทันอยู่แล้วนะคะ


ดังนั้นพี่ดอกแก้วจึงหางานกุศลทำเพื่อมิให้เกิดอกุศลเท่าที่มีความสามารถค่ะ และที่พยายามบอกออกไปนั้นด้วยความปรารถนาดีจริงๆนะคะ เพราะช่วงชีวิตของเราสั้นนักและยังไม่มีกำหนดแน่นอนได้เลยสักคนว่าวันไหนเราจะต้องจากโลกนี้ไป

ดังนั้นเรามาร่วมกันสร้างความดีและหาสิ่งที่จะทำแล้วไม่ทุกข์ทั้งเราและเขากันดีกว่านะคะคุณวิทยา พี่ดอกแก้วขอให้คุณเองเจริญในธรรมอันควรที่พระพุทธองค์มีพระพุทธประสงค์นะคะ...ด้วยความจริงใจค่ะ

โดย พี่ดอกแก้ว [5 พ.ค. 2547 , 06:46:15 น.] ( IP = 202.176.91.252 : : )


  สลักธรรม 8

สวัสดีค่ะคุณ..คนร่วมทาง ที่ได้ให้ข้อคิดอีกมุมมองนะคะ

ก่อนอื่นพี่ดอกแก้วขอเรียนให้ทราบว่า ส่วนตัวพี่เองไม่เคยชอบเลยกับคำถามแบบนี้ และพี่เองจะเลี่ยงไม่ตอบเสียส่วนมาก เพราะมีผลน้อยมากๆค่ะถ้าเทียบกับการลงทุนพิมพ์คำตอบนะคะ เพราะไม่ทราบเลยว่าผู้ถถามๆเพื่ออะไรและจะมาติดตามอ่านคำตอบที่ตนถามไหม นี่ละคะคือพี่ดอกแก้ว

ส่วนเรื่องการนับเนื่องความสุขใจ เป็นต้นนั้นว่าเป็นสวรรค์ในอก และความทุกข์โทมนัสต่างๆว่าเป็น นรกในใจนั้น ถึงจะกล่าวยอมรับโดยอนุโลมเอาว่าก็ได้เหมือนกัน

ส่วนนี้พี่ดอกแก้วไม่เห็นด้วยนะคะ เพราะจัดอยู่ในหัวข้อธรรมที่กล่าวเตือนไว้ว่า...อย่าเชื่อโดยอนุมานเอาเพราะลำพังจิตใจของเรานั้นดั่งสายน้ำที่ไหลลงต่ำได้ง่ายเสมอๆ การที่มีความคิดเช่นนั้นทำให้ชีวิตผู้นั้นขาดเหตุผลที่เป็นสัมมาทิฏฐินะคะ และจะเป็นเหตุใหญ่ที่ทำให้มืดบอดต่อความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าโดยตรง...

โดย พี่ดอกแก้ว [5 พ.ค. 2547 , 07:06:10 น.] ( IP = 202.176.91.252 : : )


  สลักธรรม 9


พี่ดอกแก้วกล่าวอย่างนี้เพราะอะไร ? ก็เพราะว่าบาปและบุญย่อมยังผลให้แก่ผู้กระทำแน่นอนในภพชาติที่ยังมีอยู่ และการให้ผลของกรรมนั้น เป็นสิ่งที่อัศจรรย์มากถ้าได้เรียนให้รู้จักเรื่องชวนะจิตนะคะ

จึงเป็นเรื่องที่เราทั้งหลายควรจะให้ความจริงที่มีเหตุมีผลแท้จริงต่อกันและกันนะคะ ถ้าไม่เช่นนั้นผู้ที่ทำบาปต่างๆจะไม่มีโอกาสได้คิดแน่นอนค่ะ เพราะลงสวรรค์และนรกอยู่ในอกเสียแล้ว เมื่อตายไปก็เผาเป็นอันจบสิ้น อำนาจกรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้นั้นสูญเปล่าค่ะ แล้วเพื่อนร่วมทุกข์ในวัฎฎะของเราท่าน จะได้มีปัญญาพาชีวิตพ้นทุกข์ได้เมื่อไหร่กันละคะ เพราะเขายังไม่เชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดแล้ว เขาจะไม่มีทางหันเหชีวิตตนมาหาทางที่ควรดำเนินแน่นอนค่ะคุณผู้ร่วมทาง

อีกข้อที่จะเรียนให้ทราบนะคะว่า..ผู้ที่ตั้งคำถามนี้เป็นเด็กหญิง อายุประมาณ ๗ ขวบค่ะ ซึ่งป้าของเขาเรียนพระอภิธรรมอยู่ แต่อย่างว่านะคะ คงไปสอนเด็กให้เชื่อบาปบุญ แต่คนกันเองส่วนใหญ่ไม่สามารถที่จะพูดให้คนของตนเชื่อได้ เป็นเพราะเหตุความคุ้นเคยหนึ่ง เสื่อมในวาจาหนึ่ง ฯลฯ.. จึงพาเด็ก น้องแนนนี่มาให้ถามดู จึงจำเป็นต้องตอบนะคะ ไม่ใช่จะมุ่งตอบแต่เรื่องนี้ค่ะ จึงเรียนมาเพื่อทราบด้วยความจริงใจจากพี่ดอกแก้วค่ะ

โดย พี่ดอกแก้ว [5 พ.ค. 2547 , 07:18:13 น.] ( IP = 202.176.91.252 : : )


  สลักธรรม 10




๏ 'สวรรค์ในอก นรกในใจ' เจตนาหมายถึง บุคคลผู้มีสัทธินทรีย์กล้า เชื่อตามคตินี้ (ไม่พึงโดยอนุโลม แต่พึงโดยดุษณี) ย่อมสามารถทราบถึงสวรรค์แลนรกโดยเสวยสุขแลทุกข์อย่างมีสติในปัจจุบันภพ โดยมิจำเป็นต้องรอหลังแตกกายทำลายขันธ์ ฯ ข้อนี้ อุปมาเหมือนพระอริยภิกษุผู้แตกฉานในพระสัทธรรม สามารถเข้านิโรธสมาบัติ แลย่อมสามารถเสวยรสแห่งพระนิพพานในปัจจุบันภพ โดยมิต้องรอให้ดับขันธ์ปรินิพพาน ฯ ฉันใด ฉันนั้น ๚ะ๛



© 2004 United Dharma Syndicate, Inc.

โดย - [5 พ.ค. 2547 , 14:55:07 น.] ( IP = 202.12.74.6 : : unknown )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org