มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


นรกกับสวรรค์อยู่ที่ไหนค่ะ





นรกกับสวรรค์อยู่ที่ไหนค่ะ

โดย แนนนี่ [4 พ.ค. 2547 , 13:38:49 น.] ( IP = 203.118.92.22 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11


ขอบคุณมากค่ะ
หนูเข้าใจแล้วค่ะ

โดย แนนนี่ [5 พ.ค. 2547 , 15:34:31 น.] ( IP = 202.133.178.130 : : )


  สลักธรรม 12

ในหนังสือเรื่อง"กามนิต วาสิฐฐี" กามนิตเคยถามคำถามนี้กับพระพุทธเจ้าแล้ว และทรงตอบว่า.....(ไปหาอ่านเอง)
**อย่าลืมว่าความเชื่อเรื่องสวรรค์นรกนั้นมีในศาสนาพราหมณ์มานมนานก่อนที่จะมีศาสนาพุธซะอีก**

โดย wic [5 พ.ค. 2547 , 21:08:07 น.] ( IP = 202.47.247.146 : : 172.16.0.31 )


  สลักธรรม 13

ถ้ารู้ว่าเป็นเด็ก น้องถ้วยคิดว่าควรสอนให้รู้จักบาป-บุญคุณโทษ ว่ามีผลต่อตนเองอย่างไร


มีละครหรือนิทานอยู่มากมายพูดถึงเทวดานางฟ้าบนสวรรค์ ใช้คำว่าขึ้นสวรรค์ ให้ความหมายว่า ในที่สูงนั้น มีความโปร่ง โล่ง ไม่อึดอัด มีความเป็นอยู่สุขสบายเพราะทำความดีเช่น มีเมตตาต่อสัตว์ทั้งหลาย เป็นคนซื่อสัตย์ ไม่โกหกหลอกลวง ช่วยเหลืองานของพ่อแม่ ครูบาอาจารย์เป็นต้น


ส่วนนรกเป็นสถานที่ที่น่ากลัว ที่เขาใช้คำว่าตกนรก แสดงว่านรกจะอยู่ต่ำกว่าพื้นโลกลงไปข้างล่าง ใต้พื้นดินเป็นที่อับชื้น อึดอัด ไม่น่าอยู่ แต่ต้องไปอยู่ถ้าทำความชั่ว เช่น ทำร้ายร่างกายคนอื่น ชอบรังแกกันลักขโมยอยากได้ของที่เขาไม่อนุญาต พูดโกหกหลอกลวง ด่าพ่อแม่ ครูบาอาจารย์เป็นต้น

น้องถ้วยคิดว่าการเปรียบเทียบให้เกิดแนวคิดเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด เป็นผลจากการทำดี-ทำชั่วของเรา เพื่อให้กลัวความชั่ว เกรงผลบาปได้ น่าจะดีนะคะ

โดย น้องถ้วย [5 พ.ค. 2547 , 21:36:05 น.] ( IP = 203.149.37.186 : : )


  สลักธรรม 14

เข้ามาอ่านข้อคิดดีๆค่ะ
ควรจะคิดอย่างไร...เพื่อควรไม่ประมาท
และเป็นสัมมาทิฏฐิ

โดย เซิ่น [5 พ.ค. 2547 , 22:24:20 น.] ( IP = 203.156.28.164 : : )


  สลักธรรม 15

สวรรค์ในอกนรกในใจ ในทัศนะของผมก็คือคำเปรียบเทียบเบื้องต้น เป็นตัวอย่างง่ายๆสำหรับคนดีๆครับ เพราะคนดีรู้สึกนึกคิดดี อะไรที่ทำแล้วเกิดกุศลคนดีมีจิตใจสูงมักรู้เอง หากทำผิดพลาดไปก็รู้ตัวว่าไม่ดี จิตใจเศร้าหมอง เสียใจในสิ่งที่ทำไปและอยากจะแก้ไขข้อบกพร่อง ทำดีเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ
ที่กล่าวว่าเป็นเบื้องต้นเพราะ ผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำใดๆไม่ใช่ผู้กระทำจะรู้สึกดีหรือไม่ดีเท่านั้น แต่มีผลกระทบถึงผู้อื่นด้วย
การที่บางคนทำความชั่ว ความไม่ดีแต่รู้สึกสะใจตัวเองแล้วเหมาเอาว่าเขาไม่คิดว่าเป็นบาป จึงใช้ไม่ได้กับคำกล่าวนี้
ชาวพุทธอย่างผมจึงเชื่อว่าผลการกระทำมิได้หยุดแค่นั้น แต่จะปรากฏขึ้นในอนาคตอีก ไม่เวลาใดก็เวลาหนึ่ง และหาใช่ว่าเป็นเพราะเนื่องมาผลการกระทำจากปางก่อน(เช่นชาติก่อน)อย่างเดียวไม่ บางกรณีก็เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุอันสมควร เพราะผู้กระทำการไม่ดีสะสมความคิดสีดำ จนไม่มีหิริโอตตัปปะมากำกับจิตใจ
ส่วนใครจะเชื่อว่านรกสวรรค์เป็นอย่างไรก็เป็นเรื่องของเขานะครับ ผมว่าศาสนาพุทธมิได้ผูกขาดความเชื่อถือ
หากความเห็นนี้ไม่ถูกใจผู้ใดก็ขออภัย นึกเสียว่าผมมีภูมิแค่นี้(แต่ก็จะพยายามศึกษาต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่) และให้ความเห็นด้วยความปรารถนาดีต่อทุกท่าน ไม่ต้องการสอนหรือเปลี่ยนความคิดผู้ใดเลยครับ โดยเฉพาะในเวลาที่มีความเห็นแตกต่าง(วิวาทะ)กันในกระทู้นี้

โดย ใจเป็นธรรม [6 พ.ค. 2547 , 04:01:47 น.] ( IP = 203.145.12.63 : : )


  สลักธรรม 16

สวัสดีค่ะคุณลุงใจเป็นธรรม
นานๆจะเห็นคุณลุงใจเป็นธรรมจะแสดงความคิดเห็นยาวๆ ในลานธรรมแห่งนี้สักที ก็อดที่จะเข้ามาอ่านมิได้

สวรรค์อยู่ในอกนรกอยู่ในใจ พี่ดอกแก้วก็ได้อธิบายเกี่ยวกับคำนี้ไปแล้ว ..และสำหรับชาวบ้านทั่วไปคำนี้เป็นการใช้คำของนักคิดมาอุปมาเพื่อให้เห็นภาพชัด คนฟังเข้าใจง่าย ...เพื่อให้รู้ว่าเบื้องต้นนั้น "ใจของตน"นั่นแหละที่เป็นผู้รู้ ทำดีก็สบายใจ ทำไม่ดีก็ไม่สบายใจ แต่ก็เป็นคำที่ไม่ตรงตามความเป็นจริงอยู่ดี ...ส่วนกรณีที่คุณลุงกล่าวมาว่า ที่คำอุปมานี้ใช้กับเขาไม่ได้นั้น.... น้องกิ๊ฟขอเสนอคำอื่นที่ไม่เกี่ยวกับคำว่านรก-สวรรค์ คือ ปลูกพืชอย่างไรต้องได้รับผลอย่างนั้น .... ไม่มีผลไม้อะไร ที่เกิดขึ้นโดยปราศจากต้น ...เพียงแต่บางครั้งอยู่นอกเหนือการค้นพบของเราเอง

....อย่างผลไม้ต่างประเทศบางชนิดที่เราได้รับประทาน แต่เราไม่เคยเห็นต้นไม้ที่เป็นแหล่งผลิดผลนั้นเลย ..แต่ที่เปลี่ยนแปลงมิได้ก็คือ ผลไม้นั้นต้องมีที่มา ต้องมีแหล่งกำเนิดแน่นอน

...ไม่ต่างกับเรื่องของกรรมเลยค่ะ เพราะผลของกรรมมีทั้งที่เป็นผลมาจากการทำกรรมในชาติก่อนและการทำกรรมในชาตินี้ เพียงแต่แยกยากหน่อยเท่านั้นเองค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [6 พ.ค. 2547 , 21:22:53 น.] ( IP = 203.209.109.135 : : )


  สลักธรรม 17

สวัสดีค่ะคุณ wic

ไม่เฉพาะศาสนาพราหมณ์หรอกค่ะที่เชื่อเรื่องนรก-สวรรค์ .....ลัทธิบูชาเทพเจ้าที่มีมาแต่ดึกดำบรรพ์ก่อนศาสนาพราหมณ์บางลัทธิก็เชื่อในเรื่องลึกลับเหล่านี้ ...แต่ความเชื่อไหนต่างหากที่สมควรเชื่อ

ศาสนาพราหมณ์มิได้เชื่อเฉพาะนรกสวรรค์เท่านั้น ยังเชื่อว่าวรรณะต่างๆ เกิดจากส่วนนั้นส่วนนี้ของร่างกายเทพเจ้าผู้หนึ่ง ....นี่ก็เป็นอีกหนึ่งความเชื่อที่มีมาก่อนแต่ไม่มีในศาสนาพุทธ ....

...ในคราวที่พระสารีบุตรจะปรินิพพาน นางสารีพราหมณีผู้เป็นมารดาและยังนับถือศาสนาพราหมณ์อยู่ ยังมีโอกาสได้เห็นเทวดาที่อบู่บนสวรรค์ในศาสนาตนลงมาอุปัฏฐากพระสารีบุตรอยู่มากมายหลายองค์ ...

นรก-สวรรค์ในศาสนาพุทธนั้นมีสมาชิกที่ไม่จำกัดศาสนา ใครจะนับถือศาสนาอะไร หากกระทำหิริ-โอตตัปปะ-จาคะ อย่างมากแล้วก็มีสิทธิไปเกิดอยู่บนสวรรค์ตามกำลังกุศลที่มาปรากฏ ..หากใครกระทำผิดศีลมีการฆ่า การลักทรัพย์เป็นต้น อกุศลเหล่านั้นก็จะนำให้ไปเกิดในอบายภูมิตามกำลังของกรรมชั่วที่มาปรากฏเช่นเดียวกัน ....

หากแต่บางความเชื่อนั้นมีความยึดถือมากกว่า ต้องนับถือในลัทธิตนเท่านั้นจึงได้ขึ้นสวรรค์ ..เป็นการจำกัดคุณสมบัติสมาชิกไว้เฉพาะเลย ...อย่างนี้ก็มี

ความเชื่อที่เกิดขึ้นก่อนก็ใช่ว่าจะถูกต้องเสมอไป ...และความเชื่อที่เกิดขึ้นทีหลังจากหลักฐานเพียงเล็กน้อยก็ใช่ว่าจะถูกต้องจนสามารถลบล้างเหตุผลเดิมได้ ....ความเชื่อทั้งหลายเหล่านี้จึงควรพิจารณาอย่างยิ่ง

โดย น้องกิ๊ฟ [6 พ.ค. 2547 , 21:54:02 น.] ( IP = 203.209.109.135 : : )


  สลักธรรม 18


(ที่เชื่อเรื่องวรรณะ คือ ฮินดู (Neo-brahmanism)ไม่ใช่พราหมณ์ตามที่ชาวสยามนับถือครับ ฯ ลัทธิบูชาก่อนศาสนาพราหมณ์ไม่มี ถ้ามีการบูชาธรรมชาตินั้น คือ พราหมณ์ ฯ บุคคลรู้จักการบูชาเพราะพราหมณ์ ฯ เนื่องจากความไม่จำกัด บนสวรรค์ ผู้เฒ่าผู้แก่ผู้ทรงศีลท่านเล่าว่าทางฝ่ายพุทธนั้นมีหลากสี แต่พราหมณ์นั้นมีสีเดียว คือ สีขาว ฯ ความเชื่อทั้งหลายควรพิจารณาอย่างยิ่ง ถูกต้องครับ ดังพระสูตรว่า "ผู้ฟังมาก ต้องพิจารณาเป็นสำคัญ" อนึ่ง "ปัญญา ไม่มีแก่ผู้ไม่พินิจ" (อนุโมทนา) ฯ

โดย วิทยาธร ป่าหิมพานต์ [6 พ.ค. 2547 , 23:27:47 น.] ( IP = 202.12.74.6 : : unknown )


  สลักธรรม 19

ที่กล่าวถึงนี้หมายรวมถึงลัทธิบูชาในทวีปอื่นๆและชนเผ่าต่างๆที่มิใช่อินเดียน่ะค่ะ คุณวิทยาธร ไม่ว่าจะเป็นบูชาไฟ บูชาภูเขา หรืออะไรก็แล้วแต่ ...เรื่องพราหมณ์และฮินดูก็เช่นกันที่ผิดเพี้ยนไปในความเข้าใจของคนไทย..จนบัดนี้ก็เลยผสมปนเปไปตามแต่ใครจะนำมาพูด...ขอบคุณมากนะคะที่แวะมาร่วมแสดงความคิดเห็น

โดย น้องกิ๊ฟ [6 พ.ค. 2547 , 23:55:31 น.] ( IP = 203.209.109.135 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org