มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


การเจริญสติแบบนี้ถูกต้องมั๊ยครับ




เมื่อสักครู่นี้ผมได้เข้าส้วมแล้วก็นั่งอยูที่โถส้วม พอดีจิตใจกำลังสงบอยู่ก็เลยนึกถึงหนังสือที่เคยอ่านซึ่งเขียนว่าเมื่อนั่งก็ให้รู้ตัวว่านั่งอยู่ ผมเลยลองทำดูโดยให้มีสติอยู่กับความรู้สึกที่ฝ่าเท้าที่สัมผัสพื้นเรื่อยมาจนถึงความรู้สึกส่วนของช่วงขาที่รับน้ำหนักและส่วนก้นที่ถูกแรงกดและสัมผัสกับโถโดยผมจะหลับตา(ที่หลับตาเพราะว่าไม่ต้องการให้สติถูกแบ่งแยกระหว่างตาที่เห็นรูปนั่งตัวเองกับกายที่สัมผัสกับโถ)ผมจะพยายามนั่งนิ่งๆ จนเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของความรู้สึกของช่วงขา คือรู้สึกค่อยๆเมื่อยขึ้น พอเมื่อยถึงระดับหนึ่งจิตมันก็ไปรู้ถึงความอยากเปลี่ยนอิริยาบทเฉยเลย ทั้งๆที่เราไม่ได้ไปตั้งใจกำหนดว่าให้ดูที่ความอยากหรือไม่อยากซะหน่อยหนึ่ง
ขอถามนะครับ 1. ที่ทำอยู่ถูกรึเปล่าครับ?
2. ถ้าผมทำจนชำนาญแล้วจะต้องทำอย่างไรต่อไปดีครับ พอจะอธิบายลำดับขั้นได้มั๊ยครับ
3. การเจริญสติในชีวิตประจำวันควรพิจารณาเลือกกำหนดฐานให้ถูกเหมาะสมด้วยใช่มั๊ยครับเช่นถ้าผมกำลังฟังครูสอนอยู่ควรมีสติอยู่กับเสียงที่ได้ยินแต่ถ้าเรารู้ลมหายใจไปพร้อมกับการฟังนี้จะได้มั๊ย ?
4.ถ้าผมมีเรื่องทุกข์ใจผมจะตั้งสติรู้ว่าลมหายใจเข้าออกและพิจารณาดูระดับความทุกข์ทางใจที่ค่อยๆลดลงไปพร้อมกันได้มั๊ยครับ?
ขอขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำตอบครับ
ขอให้บุญกุศลที่ผมมีความตั้งใจเจริญสติโปรดอำนวยให้ทุกท่านที่ช่วยตอบและที่เข้ามาดูเฉยๆ ประสบผลสำเร็จในทางธรรมด้วยเถิด

โดย เล็ก [5 พ.ค. 2547 , 00:14:27 น.] ( IP = 203.151.38.5 : : 192.168.9.43, 203.151.38.3 ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

เข้าใจแล้วครับ ที่แท้การจะกำหนดที่รูปหรือนามก็เพื่อวัตถุประสงค์ที่จะกำจัดความหลงผิดที่มันฝั่งแน่นนั่นเอง คุณน้องกิ๊ฟตอบได้กระจ่างดีครับ
จากที่ผมลองใคร่ครวญดูครับ การที่เรากำหนดรู้รูปเป็นการทำลายความรู้สึกว่าเป็นของเรา ส่วนการกำหนดรู้นามเป็นการทำลายความรู้สึกว่าเป็นตัวเราใช่มั๊ยครับ(นามเป็นผู้รับรู้ไม่ใช่เรา)
ขอถามเป็นคำถามสุดท้ายครับว่า
โดยปกติเมื่อเราสูญเสียสิ่งที่เรารักหรือหวงแหนไปช่วงแรกเราจะรู้สึกเศร้าและทุกข์มาก ซึ่งช่วงแรกเราจะคิดฟุ้งมาก แต่พอเวลาผ่านไประดับความทุกข์ลดลง ถึงแม้เราจะไปคิดนึกถึงสิ่งเดิมแต่สิ่งนั้นกลับกระทบใจเราน้อยลง เพราะเหตุใดหรือครับ ?

ขอบคุณ คุณน้องกิ๊ฟมากและรู้สึกเกรงใจมากด้วยที่ช่วยตอบคำถามซะยาวเหยียด คราวก่อนคุณน้องกิ๊ฟก็ช่วยให้ผมเข้าใจเกี่ยวกับ การทำบุญจำเป็นต้องอธิฐานหรือไม่ มาหนหนึ่งแล้ว

โดย เล็ก [7 พ.ค. 2547 , 13:21:36 น.] ( IP = 203.151.38.5 : : 192.168.9.106, 203.151.38.3 )


  สลักธรรม 12

โดยรวมแล้วเข้าใจถูกค่ะคือทำลายความเห็นผิดว่าเป็นตัวเรา เป็นของๆเรา (วิปลาสธรรม ๔)นั่นเอง ซึ่งในขณะที่กำหนดความเห็นถูกลงไป ..ความเห็นผิดก็ถูกทำลายไปในคราวเดียวกันนั่นเองค่ะ

สำหรับคำถามสุดท้าย เป็นคำถามที่แทบจะไม่ต้องตอบเลยค่ะ เพราะนั่นคือสภาพของพระไตรลักษณ์ที่มีประจำอยู่กับธรรมชาติ(เว้นพระนิพพาน)ค่ะ....เพราะความไม่เที่ยงนั่นเองจึงทำให้อารมณ์สูญเสียคงอยู่กับเราในปริมาณเท่าเดิม ....แต่เราไม่ใช่คนความจำเสื่อม เราจึงยังจำเหตุการณ์เหล่านั้นได้ ....คงพอเข้าใจแล้วนะคะ

แต่ก็ขออธิบายเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยว่า....เพราะความใกล้ชิดและความยึดติดในความเป็นของของเรามีมาก ก็เป็นธรรมดาที่เวลาสูญเสียสิ่งที่ใกล้ตัวไป จึงกระทบกระเทือนใจมาก หากมีความผูกพันน้อยก็กระเทือนใจน้อย

...ความกระทบกระเทือนใจนี้ก็เป็นสภาพธรรมอย่างหนึ่งที่มีการเกิดขึ้น มีการตั้งอยู่ และก็มีการดับไปตามอายุของจิต....

โดย น้องกิ๊ฟ [7 พ.ค. 2547 , 21:39:22 น.] ( IP = 203.209.110.177 : : )


  สลักธรรม 13

ตอนที่ยังมีสิ่งนั้นอยู่ สภาพธรรมนี้ก็ยังไม่มีหน้าที่มาทำงาน แต่เมื่อสิ่งนั้นหายไปแล้ว ความรับรู้ใหม่หรืออารมณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นนี้ ก็จะมีอิทธิพลต่อจิตใจทำให้มีความเศร้าโศกเกิดขึ้น.....และเมื่อเกิดขึ้นแล้วจนถึงขีดสุดก็จะเสื่อมทรามลง ....ซึ่งไม่มีใครสามารถบังคับบัญชาได้ว่า จะใช้เวลานานเท่าใดที่จะให้ความมีอิทธิพลนี้หมดไป

และการที่จิตของเราต้องรับอารมณ์ใหม่ๆอยู่เสมอ ก็ทำให้อารมณ์เก่าเสื่อมอิทธิพลลง และทำให้ความรู้สึกผูกพันอยู่กับสิ่งเก่านั้นค่อยๆคลายไป แล้วก็อาจผูกพันกับสิ่งใหม่ขึ้นมาได้ นี่คือการเปลี่ยนแปลงทางจิตจากดวงหนึ่งไปสู่ดวงหนึ่ง จากอารมณ์หนึ่งไปสู่อารมณ์หนึ่ง ..ที่ต้องใช้เวลาพอสมควรจึงจะเห็นความแตกต่างระหว่างขณะเกิดเหตุการณ์ กับภายหลังเหตุการณ์นานแล้ว ......ก็เหมือนแผลที่รักษาหายแล้ว ไม่เจ็บเท่ากับบาดแผลใหม่ในครั้งแรก ...แต่กว่าแผลจะหายก็ต้องใช้เวลาและตัวยามารักษา

ขอขอบคุณคุณเล็กเป็นอย่างยิ่งเช่นกันค่ะที่ทำให้มีโอกาสทำงานกุศล ...ครั้งแรกที่อ่านคำขอบคุณของคุณเล็กแล้ว รู้สึกปลื้มใจมากและก็นำความปลื้มปิติใจนั้นกราบบูชาคุณครูบาอาจารย์ทุกท่านแล้วค่ะ

...รู้สึกว่าไม่ทำตนให้เสียเวลาอบรมสั่งสอนของครูบาอาจารย์ไปเปล่าๆ ยังได้มีโอกาสทดแทนคุณของท่านบ้างโดยเฉพาะพี่ดอกแก้วและอาจารย์วิชิต ที่ทุ่มเทและเหนื่อยยากกับลูกศิษย์มากกว่าครูท่านอื่นๆ

โดย น้องกิ๊ฟ [7 พ.ค. 2547 , 21:40:25 น.] ( IP = 203.209.110.177 : : )


  สลักธรรม 14

เพื่อคุณน้องกิ๊ฟจะได้ไม่เหนื่อยเปล่า ผมจะนำความรู้ที่ได้มา มาขยายผลสู่การปฏิบัติจริงด้วยครับ
ขอให้เจริญในธรรมครับ

โดย เล็ก [8 พ.ค. 2547 , 12:29:02 น.] ( IP = 203.209.117.22 : : )


  สลักธรรม 15

ขอบคุณค่ะคุณเล็ก ...อนุโมทนาในความตั้งใจดันเป็นกุศลด้วยนะคะ
ขอให้เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปเช่นกันค่ะ

โดย น้องกิ๊ฟ [8 พ.ค. 2547 , 22:55:03 น.] ( IP = 203.209.106.126 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org