มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


... ตายแล้วไปไหน ?"...




...อยากรู้ว่า ตายแล้วไปไหน
ชีวิตหลังตายเป็นอย่างไร
รู้ไหมคนเขาคิดถึง
ใครมีประสบการณ์บ้าง
ตั้งกระทู้ดีไหมครับ

จาก คุณ ท.เทอด..คุณดาวพรูผู้นำมาถาม



โดย จากกระดานหญิงไทย [6 พ.ค. 2547 , 10:18:04 น.] ( IP = 203.107.159.136 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ][ 4 ]


  สลักธรรม 1

จำได้ว่าสมัยเป็นสาวรุ่น...
กำลังเรียนมหาวิทยาลัย วิชาการแน่นเปรี๊ยะ
เคยนั่งถกกลับคุณพ่อ เรื่อง "ตายแล้วไปไหน"
คุณพ่อบอกว่า...คนตายแล้วต้องไปเกิดใหม่ในชาติหน้า

ใครทำบุญก็จะได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี หรือ ไม่ก็ไปสวรรค์

ใครทำบาปก็ชดใช้กรรมที่ตนทำไว้ในนรกภูมิ
แต่ตอนนั้น ดิฉันไม่เชื่อว่า "ชาติหน้ามีจริง"
ไม่เชื่อเรื่อง นรก ...สวรรค์
นั่งหัวเราะ นึกในใจว่าคนแก่คิดอะไรเนี่ย...เชยจัง
"คนตายแล้วจะไปไหน ก็เป็นเถ้าถ่านกลบดิน น่ะสิ !"

หลายสิบปีผ่านไป ดิฉันได้เรียนรู้อะไรในโลกเพิ่มขึ้นจากการอ่าน การ ฟัง การสนทนา และ การฝึกปฏิบัติทำให้เชื่อว่า..."คนเราตายไปแล้ว ไม่ดับสูญแน่นอน"

ไว้ว่างๆจะเข้ามาคุยใหม่นะคะ ตอนนี้ขอไปทำงานก่อน

โดย ดาวพรู [6 พ.ค. 2547 , 10:20:06 น.] ( IP = 203.107.159.136 : : )


  สลักธรรม 2

คงเป็นคำถามที่ไม่มีใครหาคำตอบได้แน่ ถ้าไม่ถึงเวลานั้นของแต่ละคน

อาจเป็นไปตามหลักในพุทธศาสนา กล่าวถึงวัฏจักรการเวียนว่ายตายเกิด สุดแต่บุญกรรม
ผู้ที่ตายแล้วไปเกิดใหม่หรือ ยังไม่ดับสูญ นั้นคือมีบ่วง ยังไม่สิ้นกรรม และยังไม่สงบ
มันคือ อวิชชา ที่เราไม่สามารถประจักษ์ได้ เพียงพุทธองค์ พระอรหันต์บางองค์และ พระอริย น้อยผู้ที่จะสิ้นบุญกรรม สู่นิพพนานชั่วกาลนานดับสูญไร้สภาวะ คงเหลือแต่นามที่กึกก้องในคุณความดี ประดับโลกไว้เท่านั้น

โดย ตริมณี [6 พ.ค. 2547 , 10:21:47 น.] ( IP = 203.107.159.136 : : )


  สลักธรรม 3

ตายแล้วไปไหนไม่ทราบ แต่ประสพการณ์พอมี คือเมื่อตอนอายุประมาณ ๓ - ๔ ขวบ เหตุเกิดทื่หัวหิน เราเข้านอน แต่ถูกใครไม่รู้ผลักหัวๆไม่ยอมให้เราหลับ ชึ่งโบราณเรียกว่า "ผีกวน "คงเป็นเช่นนี้เอง เราขอให้พื่สาวมานอนด้วยจีงหลับได้ ตอนเช้าตื่นนอนมาเห็นพี่สาวนอนยิ้มอยู่ข้าง ๆตามเดิม เราก็คูยด้วย ถามอะไรบางอย่างหลายครั้งไม่ตอบได้แต่นอนยิ้ม เราจึงวิ่งร้องไห้ออกจากห้องนอน พื่เลียงวิ่งเข้ามาอุ้ม เราถามพี่เลี้ยงว่าทำไมพี่สาวไม่พูดด้วย แกตอบว่าพี่ที่ไหนเขาไปตลาดกันหมดแล้ว ไม่มีใครอยู่สักหน่อย เราว่าวิญญานเขาคงคิดว่าเราเป็นเด็กไม่รู้เรื่อง แต่เหตุการณืนี้ผ่านมากว่า ๕๐ ปี แล้วยังจำได้เสมอ หัวหินสมัยนั้นมีแต่บ้านโบราณครับ คุณคิดวาอะไร

โดย ท.คนเดิม [6 พ.ค. 2547 , 10:23:29 น.] ( IP = 203.107.159.136 : : )


  สลักธรรม 4

คิดไปทำใมค่ะ ว่าตายแล้วจะไปใหน?

ในความเห็นส่วนตัวคิดว่าคงจะไปพบกับสิ่งว่างเปล่าก่อน และถึงจะแยกกระจ่ายไปตาม วงจักร,วัฏจักร ของโลก
ซึ่ง...ก็ไม่มีใครระบุได้ว่าจะเป็นยังไงต่อไป คนที่จะบอกกับเราได้คือคนที่เสียชีวิตไปแล้ว และอย่างที่รู้ๆกันว่าคนตายจะพูดไม่ได้ งั้นก็หมายความว่า มันยังคงจะเป็นความลับของโลกเราอยู่นั้นเอง

รู้กับไม่รู้ต่างกันอย่างไร?? ทุกๆอย่างถูกลิขิตไว้แล้ว เรามาทำเวลานี้ ตอนนี้ให้ดี จะได้ไม่เสียทีที่ได้เกิดมาดีกว่า....นะค่ะ


โดย W.Saiklang [6 พ.ค. 2547 , 10:36:54 น.] ( IP = 203.107.159.136 : : )


  สลักธรรม 5

สิ่งที่ทำให้กรทู้นี้ชวนติดตาม
ก็อยู่ที่สองอย่างครับ

หนึ่ง - ความเห็นที่แตกต่าง
และสอง - ความเห็นที่แสนแตกต่าง

เมื่อก่อนตอนเด็กๆ ผมเข้าใจว่าตัวเองกลัวเรื่องความตายมาก
รายการทีวีตอนนั้นไม่หลากหลายเท่าวันนี้
ก็มีเรื่องทำนองกฎแห่งกรรมตอกย้ำให้กลัวเข้าไปอีกรวมทั้งพิภพมัจจุราช หุ่นไล่กา และหนังผีต่างๆ

โดยเฉพาะพิภพมัจจุราชที่มีฉากเป็นนรก
และมัจจุราชที่มีหน้าเป็นคน แต่มีเขาเหมือนวัว
แถมมัจจุราชต้องมีหนวดด้วย

มันคงเป็นภาพพจน์ของความน่ากลัว

สมัยนั้นรู้เลยว่าคนชั่วต้องไปนรกแน่นอน
หมายความว่า "เชื่อ" ว่านรกสวรรค์มีจริง

โตขึ้นๆ เรียนไปเรียนมา คิดโน่นคิดนี่...
เอ...ชักไม่เชื่อเรื่องชาติหน้าชาตินี้ชาติก่อน

อืม แต่ก็ มันอธิบายยากเหมือนกัน
คือเคยอ่านหนังสือเรื่อง soulmate อะไรทำนองนี้
ที่มณฑาณีแปล มันก็อึ้ง!

ความจริงเคยฟังจากวิทยุก่อนจะอ่านหนังสือด้วย
จำได้ว่าตอนฟังตื่นเต้นมาก
เป็นเรื่องของคู่แท้ที่ต่อกันมาหลายๆ ชาติ

หลายคนคงได้อ่านกันแล้ว

ผมไม่ใช่ประเภทไม่เชื่อไม่ลบหลู่
แต่มันคิดไม่ออกจริงๆ ว่าจะส่งให้ตัวเองทำยังไงกับเรื่องแบบนี้ดี?
...

สวัสดีครับกลุ่มจักรวาล



โดย ก้อน ณ ฟากฟ้า [6 พ.ค. 2547 , 10:40:18 น.] ( IP = 203.107.159.136 : : )


  สลักธรรม 6

เชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิด...
...
และเชื่อเรื่อง...กรรมดีและกรรมชั่ว...
...
คนเราเลือกเกิดไม่ได้ แต่คิดว่าเลือกตายได้...
คือ...
...
จะตายแบบคนดีๆ ที่มีคนจดจำ
ตายแบบ...ที่ตรงข้าม แล้วคนหยามเหยียด...
....
ทั้งนั้น...ก็คือการเลือกทางเดิน ขณะมีชีวิต...อยู่นั่นเอง
....
และเชื่อมากมาย ว่าการตาย
ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของชีวิต...
...

โดย จูนิ [6 พ.ค. 2547 , 10:42:19 น.] ( IP = 203.107.159.136 : : )


  สลักธรรม 7

Hello Daopru, at first I thought you were talking about....Where is everybody gone!!??

But anyway... because you're asking and this is from me...to you.

A man may go to heaven without health, without wealth, without fame, without a great name, without learning, without big earnings, without culture, without beauty, without friends, without ten thousand of other things.
But he can never go to heaven without Jesus.


โดย Ora [6 พ.ค. 2547 , 10:43:52 น.] ( IP = 203.107.159.136 : : )


  สลักธรรม 8

ผมเคยมีประสบการณ์เฉียดตาย
ชนิดที่ทำใจยอมรับว่าเรากำลังจะตายเลยแหละ
จากนั้นมาก็ไม่กลัวตาย แม้ว่าจะไม่ได้อยากตาย

แต่ผมเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม ก็พยายามไม่ทำเลวนะ
แต่มาตรฐานความดีของผมอาจไม่ตรงกับคนอื่นสักเท่าไร ผมเน้นเป้าหมาย มากกว่าเส้นทาง
(อย่าเอาไปเปรียบกับคุณทักษิณล่ะ)

และค่อนข้างห่างวัด เวลาว่าความเลยไม่มีลีลา "มวยวัด"

ที่แน่ๆ การได้คิดว่าเมื่อเราตาย คนเสียดายคงมีบ้าง มันเป็นความสุข ใครไม่เชื่อก็ลองทำความดีให้มากพอที่จะคิดแบบนั้นได้

โดย เวทย์ [6 พ.ค. 2547 , 10:46:57 น.] ( IP = 203.107.159.136 : : )


  สลักธรรม 9


มาสนับสนุนทุกความคิดค่ะ
ความตายพรากได้แค่ลมหายใจในร่างหนึ่งเท่านั้น
แต่พรากสิ่งที่เขาสร้างไว้ไม่ได้แน่นอน,




โดย ศศิกานต์ [6 พ.ค. 2547 , 10:49:41 น.] ( IP = 203.107.159.136 : : )


  สลักธรรม 10

สวัสดีทุกๆ ท่านครับ

....เรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นที่ข้องใจของพุทธศาสนิกชน เพราะพระพุทธเจ้าตรัสไว้แล้วอย่างละเอียดว่า เมื่อตายจากโลกนี้ไปแล้ว ทางที่ไปก็มี ๕ สายคือ

.... ๑) อบายภูมิ ได้แก่เกิดเป็นสัตว์นรก เป็นเปรต เป็นอสุรกาย และเป็นสัตว์เดรัจฉาน
.... ๒) เกิดเป็นมนุษย์
.... ๓) เกิดเป็นเทวดาหรือนางฟ้าอยู่บนสวรรค์
.... ๔) เกิดเป็นพรหม
.... ๕) ไปพระนิพพาน

.....ท่านที่ตายแล้วจะไปเกิดที่ใด พระพุทธเจ้าก็ตรัสบอกเหตุที่จะไปเกิดไว้ครบถ้วนตามกฎของกรรมคือการกระทำ ได้แก่ความประพฤติดีหรือชั่วในสมัยที่เกิดเป็นมนุษย์นี้เอง กฎของกรรมหรือความประพฤติดีหรือชั่วที่จะพาไปเกิดในที่ใดที่หนึ่ง ตามที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ ๕ ทางนั้น ...

......พูดกันสั้นๆ มันไม่สามารถคลายสงสัยได้นัก ฉะนั้น เรื่องโลกหน้า อย่าไปสงสัยเลยครับ

.......หากคำถามที่ถามไว้ ไม่ได้ต้องการคำตอบอย่างที่กล่าวไว้นั้น หรือ คำตอบยังไม่ใช่ในสิ่งที่สงสัย ... ก็บอกได้อีกอย่างว่า วาระจิต สุดท้ายนั้นจะระบุที่ไป

ทำบุญมามากมาย แต่ก่อนตาย จิตดันคิดหมกมุ่นในสิ่งอกุศล มันก็มีนรกเป็นที่ไปเสียก่อน ... ใช้กรรมเสียก่อน หมดกรรมเมื่อใด ย่อมได้เสวยบุญที่ทำ ทำกรรมมามากมาย แต่ก่อนตาย จิตดันคิดในกุศลบุญที่ทำ ระลึกถึงพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ พอจิตหลุดปุ๊บ ก็ไปสวรรค์ก่อนปั๊บ ตามแรงกุศลบุญนั้นก่อน แต่ถ้าหลงระเริงไม่ปฏิบัติเพื่อละกิเลสเพิ่ม จุติลงเมื่อใด อาจไม่ได้มาเป็นคน อาจลงไปนรกโน่น... ก่อนเลยก็ได้ เพราะกรรมที่ทำไว้...


โดย ปุ๊ [6 พ.ค. 2547 , 11:02:43 น.] ( IP = 203.107.159.136 : : )
[ 1 ] [ 2 ][ 3 ][ 4 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org