มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ไขข้อข้องใจในวิปัสสนา




ไขข้อข้องใจในวิปัสสนา

ความแตกต่างระหว่างสมาธิกับวิปัสสนา


การจะทำความเข้าใจในเรื่องความแตกต่าง
ระว่างสมาธิกับวิปัสสนานั้นไม่ยาก
พุทธศาสนามีกิจให้เราทำอย่างไรบ้าง
มีอยู่ ๒ อย่าง ได้แก่ คันถธุระ กับวิปัสสนาธุระ

คันถธุระ หมายถึง ธุระที่เราจะต้องศึกษาเล่าเรียนความเป็นจริง
ศึกษาเล่าเรียนถึงหลักที่จะทำให้ชีวิตของเรานั้นเป็นไปในทางดี
ศึกษาเล่าเรียนถึงเหตุถึงผลนั่นเอง
ว่าเมื่อสร้างเหตุอย่างไหน จะได้รับผลอย่างไร
ผลที่ปรากฏขึ้นมานี้มีเหตุมาจากไหน

วิปัสสนาธุระ หมายถึง ธุระที่จะต้องทำตัวเองให้มีปัญญา

แต่หลักในการปฏิบัติในพุทธศาสนามี ๒ วิธี คือ
สมถกรรมฐาน กับ วิปัสสนากรรมฐาน
ทั้ง ๒ อย่างนี้ไม่ใช่การกระทำอย่างเดียวกัน


โดย สุกัญญา นำมาฝากค่ะ [7 พ.ค. 2547 , 00:55:10 น.] ( IP = 203.209.109.135 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

สมถกรรมฐาน หมายถึง การทำสมาธิ เช่น
นั่งเอาขาข้างขวาทับขาข้างซ้าย
เอามือข้างขวาทับมือข้างซ้าย แล้วนั่งตัวตรง
กำหนดลมหายใจเข้า
กำหนดลมหายใจออก
หาคำภาวนามาเพื่อท่องบ่นอยู่กับอารมณ์นั้น
ให้จิตไม่คิดฟุ้งซ่านไปในเรื่องอื่น
จิตก็จะมีสมาธิในอารมณ์ที่ต้องการ

ฉะนั้น สมาธิคือการที่จิตกำหนดอยู่ในอารมณ์ๆ เดียว
จะหาอะไรมากำหนดก็ได้เพื่อให้จิตจดจ่ออยู่ในอารมณ์นั้น
เช่น ภาวนาว่า "พุทโธ" "สัมมาอรหัง"
กสิณมีถึง ๔๐ อย่างที่เราจะสามารถนำมาใช้ได้
จิตจะได้กำหนดอยู่กับสิ่งนั้น

ถ้าจะอธิบายให้ง่ายออกไปอีกนิดหนึ่ง เช่น
เราหยิบกระบวยตักน้ำขึ้นมาจ้องแล้วก็ท่องว่า
"นี่คือกระบวยตักน้ำ" นี่ก็เป็นสมถกรรมฐาน
หรือการอ่านหนังสือด้วยความสนใจอยู่กับตัวสระพยัญชนะนั้น
ไม่คิดไปในเรื่องอื่น หรือ เช่นขณะนี้เรากำลังตั้งใจฟัง ก็เป็นสมถกรรมฐาน


โดย สุกัญญา นำมาฝากค่ะ [7 พ.ค. 2547 , 00:56:40 น.] ( IP = 203.209.109.135 : : )


  สลักธรรม 2

ฉะนั้นคำว่า สมถกรรมฐานคือการทำสมาธิ
เกิดได้ทุกอิริยาบถ ไม่ว่าจะนืน เดิน นั่ง นอน ก้ม เงย เหยียด คู้ อ่าน ดู หรือฟัง
ทำให้เกิดความตั้งมั่นในอารมณ์ และเราก็รู้อารมณ์นั้นด้วยความเข้าใจด้วยความมั่นคง

วิปัสสนากรรมฐาน เป็นชื่อของปัญญา
เป็นการกระทำกรรมชนิดหนึ่ง เรียกว่ากรรมสกตาปัญญา
คือ การกระทำกรรมอันประกอบไปด้วยปัญญานั่นเอง
เป็นการกระทำเพื่อเข้าไปรู้ในความจริงที่เผชิญอยู่ที่ปัจจุบัน เราต้องเห็นที่ปัจจุบัน

การทำสามาธิและวิปัสสนาต่างกัน
จะอธิบายให้ฟังว่า ทำไมจึงมีความแตกต่างกัน
เพราะการปฏิบัติ ๒ วิธีนี้เป็น การหนีภัย กับ การเผชิญภัย


โดย สุกัญญา นำมาฝากค่ะ [7 พ.ค. 2547 , 00:57:06 น.] ( IP = 203.209.109.135 : : )


  สลักธรรม 3

การทำสมาธิเป็นการหนีภัย
ปกป้องตัวเองไม่ให้เกี่ยวข้องกับอย่างอื่นที่ไม่ต้องการ
เพราะคนเราเกิดมาต้องมีทวารทั้ง ๖ คือ
ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ทวารทั้ง ๖ เปิดอยู่เสมอ
รับการเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น การรู้รส การสัมผัสถูกต้อง

แต่เรากักขอบเขตด้วยการไม่ฟัง ไม่ดู ไม่ดม ไม่ลิ้มไม่กระทบ
ด้วยการฝืนธรรมชาติของความเป็นจริง
เช่น มีเสียงคนพูดอยู่ หรือในที่ชุมนุมนชน
มีคนเปิดวิทยุขึ้นมา เสียงย่อมเกิดขึ้น
ประสาทหูของเรามีอยู่ธรรมชาติจึงต้องได้ยิน

แต่เราตัดอำนาจนั้นออก ตัดกรรมตัวเองให้มาท่องคำภาวนา เป็นสงบ
ธรรมารมณ์เป็นไปทางใจให้ท่องบ่นในอารมณ์
เช่น พุทโธๆๆ เป็นการเอาอารมณ์ที่เราต้องการ
มาบังคับอารมณ์ที่เป็นธรรมชาติ หนีจากภัยจริงๆ


โดย สุกัญญา นำมาฝากค่ะ [7 พ.ค. 2547 , 00:58:25 น.] ( IP = 203.209.109.135 : : )


  สลักธรรม 4

ลองนึกถึงคันธนูที่ยิงต้องถูกตัวทั้งสิ้น
ฉะนั้น หูของเราเปิดรับเสียงเข้าตัว
ตาของเราเปิดรับรูปเข้าตัว
อำนาจอะไรเข้าตัวทุกอย่าง เรามีภัยอยู่ทุกขณะจิต

ภัยที่มาจากอารมณ์ภายนอก
แต่เราหนีภัยในอารมณ์เหล่านั้น
ซึ่งเป็นการหนีความจริงนั่นเอง

เพราะความจริงเราต้องเห็นอยู่ตลอดเวลาระหว่างที่ลืมตา
แต่เราหนีภัยมาหลับตาเสียทั้งๆ ที่ไม่ใช่เวลาต้องหลับตา
เราไม่ต้องการได้ยิน เราก็มานั่งท่องให้จิตข้องในอารมณ์เดียว
หนีมาจากธรรมชาติที่เป็นจริง
ธรรมชาตินั้นเป็นภัยอยู่ตลอดเวลา สร้างอำนาจให้เราต้องคิดต้องทำ


โดย สุกัญญา นำมาฝากค่ะ [7 พ.ค. 2547 , 00:59:43 น.] ( IP = 203.209.109.135 : : )


  สลักธรรม 5

เห็นไหม ภัยธรรมชาติ
จึงได้ตั้งลักษณะนี้ขึ้นเองว่าการทำสมาธิเป็นการหนีภัย
ซึ่งมีอยู่จริงทุกๆคน
เมื่อเราหนีภัยออกมาแล้ว
เราจะไม่เจอธรรมชาติจริงๆ เลย

ก็หลงฟั่นเฟือนไปตามอาการว่า
ชีวิตเป็นของดี เป็นของสุข เป็นของเที่ยง
มีสาระแก่นสาร เป็นตัวตนคนสัตว์ เป็นฉันขึ้นมา
ของของฉัน ฉันไม่ฟังก็ได้ ฉันไม่เห็นก็ได้

ทั้งๆ ที่ความจริง ฉันต้องเห็นอยู่ตลอดเวลา
แต่ฉันไม่เห็นก็ได้ สร้างอำนาจความเป็นฉัน
มานะก็มากขึ้น นี่คือหนีภัย




(โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ)

โดย สุกัญญา นำมาฝากค่ะ [7 พ.ค. 2547 , 01:01:15 น.] ( IP = 203.209.109.135 : : )


  สลักธรรม 6

จริงอยู่ การทำสมาธิสมถะกรรมฐาน เป็นการกดทับปิดทุกสิ่งไม่ให้เข้ามากระทบกับจิต ความคิด

แต่ที่สำคัญหากไม่มีการเริ่มต้นจากสมถะกรรมฐาน ก็จะไม่พัฒนาสู่ระดับวิปัสสนากรรมฐาน เพื่อให้เกิดปัญญาที่แท้จริงได้ จะเกิดก็แต่ปัญญาลวงโลก

ดังนั้นจริงๆทั้งคู่เมื่อทำสมถะ สักระยะก็ พัฒนาเป็นวิปัสสนา เมื่อเกิดทั้งคู่แล้วก็ต้องทำควบคู่กันไปเพื่อเสริมกัน

อ่านมานะครับ

โดย คนยังอ่อนปฏิบัติ [7 พ.ค. 2547 , 09:30:52 น.] ( IP = 203.144.252.236 : : )


  สลักธรรม 7

สวัสดีค่ะคุณคนอ่อนปฏิบัติ

มาร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยนะคะ

วิปัสสนากรรมฐานนั้นมิได้ปฏิเสธเรื่องของสมาธิหรอกนะคะ ..เพียงแต่สมาธิที่ใช้นั้นมีความสงบเพียงรับรู้ปัจจุบันธรรมที่เกิดขึ้นเป็นปัจจุบันอารมณ์เท่านั้นเองค่ะ ...ไม่ต้องใช้มากถึงขนาดทำเป็นองค์ฌานได้

เพราะสมาธินั้นก็มีประกอบอยู่กับจิตทุกขณะทุกดวงอยู่แล้ว แม้กระทั่งในเวลาหลับสนิท...สมาธินี้มีสภาพที่แท้จริงเป็นเจตสิก คือองค์ประกอบของจิตประเภทหนึ่งค่ะ มีชื่อว่า เอกัคคตาเจตสิก

การเจริญวิปัสสนากรรมฐานจึงต้องมีสมาธิเข้ามาทำงานด้วยอย่างแน่นอนอยู่แล้ว เพื่อที่จะพัฒนาไปเป็นสัมมาสมาธิในองค์ของมรรคแปดได้ต่อไป

แม้การฝึกหัดปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานใหม่ๆ ก็ยังมีแต่เพียงสติและสมาธิเสียส่วนมาก ..ซึ่งต้องอาศัยปัญญาที่เกิดจากการฟังธรรม เรียนธรรม มาช่วยพัฒนาปลูกปัญญาในการปฏิบัติให้เกิดขึ้น แม้จะไม่เท่าทันกับปัจจุบันอารมณ์ก็ ..แต่พอกำหนดตามหลังไปเรื่อยๆด้วยความขยัน(ความเพียร) ...ปัญญาก็จะเติบโตและแก่กล้าขึ้น ..ในขณะที่สมาธิยังเป้นผู้ช่วยอุปการะให้ปัญญาทำงานได้อย่างสะดวกนั่นเอง

การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการศึกษาทางปริยัติเป็นพื้นฐานด้วยค่ะ ...เพื่อความเข้าใจในสภาพธรรมที่ต่างกันเหล่านี้ของชีวิต

โดย น้องกิ๊ฟ [7 พ.ค. 2547 , 11:28:00 น.] ( IP = 203.209.110.128 : : )


  สลักธรรม 8

จะได้ทราบว่า สมาธิมีหลายระดับ ..สมถะกรรมฐานใช้อารมณ์อะไรเป็นกรรมฐาน....ซึ่งคนจำนวนมากก็ยังสับสนเกี่ยวกับเรื่องของอารมณืสมถะ....หลายคนมีความเข้าใจว่า ทำสมาธิไปเรื่อยๆแล้วก็จะมีปัญญาเกิดขึ้นเอง ...ซึ่งต่างจากความเข้าใจว่าเป็นเรื่องของการช่วยเกื้อกูลกัน

สมาธิคือเอกัคคตาเจตสิก จะฝึกอย่างไร จะทำอย่างไร ก็ไม่มีทางแปรสภาพมาเป็นปัญญาคือปัญญาเจตสิกได้ ..ไม่ว่าจะอีกกี่แสนล้านอสงไขย

แต่จิตที่มีเอกัคตาเจตสิก(สมาธิ)เข้าประกอบ แล้วก็มีสติเจตสิกเข้าประกอบ แล้วก็มีปัญญาเจตสิกที่เป็นความรู้จากการฟัง..คิด..เข้าประกอบ ...ก็จะพัฒนาไปสู่ปัญญาในระดับปฏิบัติได้ ....ดุจดังพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระปัจจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์ที่ไม่ต้องมาเรียนพระอภิธรรมก่อน แต่สามารถตรัสรู้ด้วยพระบารมีที่เพียรกระทำมา จนกระทั่งมาถึงจินตามยปัญญา และเป็นภาวนามยปัญญาในที่สุด

เพราะฉะนั้น ความสงบนิ่ง(สมาธิ)จึงไม่ทำให้รู้อะไรเพราะไม่ใช่สภาพของตัวรู้(ปัญญา) แต่เป็นองค์ที่จะมาประสานงานให้ปัญญาทำหน้าที่ได้คล่องขึ้น...เปรียบแล้วก็ไม่ต่างกันเลยกับการอ่านหนังสือเรียนไปดูภาพยนตร์ไป ..ที่ไม่มีสภาพของความสงบ ..แต่ถ้าอ่านหนังสืออยู่ในห้องสมุดและจิตใจไม่ฟุ้งซ่าน(มีความสงบทั้งภายนอกภายใน) ก็จะทำให้การอ่านเข้าใจยิ่งขึ้น

และก็จะเห็นว่า ตัวที่รู้และเข้าใจนั้น..ไม่ใช่สมาธิ แต่เป็นปัญญานั่นเอง ....

และหากสมาธิสามารถพัฒนามาเป็นปัญญาได้จริงแล้วฤาษีคงกลายมาเป็นพระพุทธเจ้าได้มากมาย แม้กระทั่งท่านอาฬารดาบสและอุทกดาบส หรือพรหม อรูปพรหมที่เข้าสมาบัติมานับไม่ถ้วนเวลา ...

ขอร่วมแสดงความคิดเห็นเท่านี้ก่อนนะคะ

โดย น้องกิ๊ฟ [7 พ.ค. 2547 , 11:31:36 น.] ( IP = 203.209.110.128 : : )


  สลักธรรม 9

ขอบคุณคุณสุกัญญามากค่ะ...ที่นำมาฝาก
ทำให้เข้าใจว่า...ทำไมการทำสมาธิจึงเป็นการหนีภัย

โดย เซิ่น [7 พ.ค. 2547 , 23:26:25 น.] ( IP = 203.156.27.175 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org