| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
บันไดสู่สติปัฏฐาน...ตอน ๒/๘
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=5093
การเจริญสติ เริ่มตั้งแต่ตื่นนอน
ตั้งแต่เล็กจนโตมานี่ เรายังตื่นด้วยความไม่มีระเบียบ ยังตื่นด้วยความไม่รู้จริง ความหมายของคำว่า ตื่นนอน นั้น ขณะที่ตื่น หัวใจเป็นรูป รู้สึกตื่นเป็นนาม
เอาสติรู้ทันตั้งไว้ที่ใจตื่น ยังไม่ต้องลืมตา ทำความรู้สึกว่า นามตื่น แล้วรูปยังไม่ตื่น นามจึงสั่งรูปให้เปิดเปลือกตา ลักษณะที่ ๒ จึงเกิดขึ้น เราเคยดูทันหรือไม่ มีเหตุปัจจัยของนาม จึงมีผลที่รูป ต้องมีปัจจัยก่อน ธรรมทั้งหลายขาดปัจจัยไม่ได้
เมื่อมีปัจจัยคือนามสั่งออกมาที่รูป นามสั่งให้เปิดเปลือกตาขึ้น ขณะที่ลืมตา คือเปลือกตาไหวเปิดออกเป็นรูป การรู้ว่าลืมตาเป็นนาม เอาสติรู้ทัน ตั้งมั่นไว้ที่เปลือกตา กำหนดรู้ลืมตา ทำงานให้เป็นที่ๆ คราวนี้รูปเป็นผลแล้วกลับเป็นเหตุอีก คือ เมื่อรูปเปิดเปลือกตาได้นี่เป็นผลจากนามสั่งใช่หรือไม่ นามสั่งแล้ว รูปจึงทำหน้าที่เปิดขึ้น
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [10 พ.ค. 2547 , 07:33:20 น.] ( IP = 203.156.26.87 : : )
สลักธรรม 1พอรูปเปิดขึ้นเป็นปัจจัยให้นามเห็นเกิดขึ้น ต้องเห็นปัจจัย เรามองดูแต่ผล ไม่เคยรู้ว่าเหตุมาจากไหน รูปที่ลืมตาเป็นเหตุให้การเห็นเกิดขึ้น เอาสติรู้ทัน กำหนดเห็น การเห็นอันนี้ เห็นเป็นนาม แล้วนามก็สั่งไปที่รูปให้มีการขยับ การไหวขยับนั้นเป็นรูป รู้เป็นนาม
การขยับนี้แล้วแต่อิริยาบถของใคร แตกต่างกันไป บางคนกระพริบตาแล้ว ขยี้ตา การขยี้ตา สั่งที่ไหน สั่งที่มือ เอาสติตามทุกขณะว่ามันทำงานกันอย่างไรบ้าง ให้รู้จัก ให้เห็นความเป็นไปอย่างนี้ การฝึกที่บ้านอย่างนี้เป็นหลักย่อย แต่มีประโยชน์มาก เท่ากับเป็นการฝึกสติให้มีอำนาจมากขึ้น ไวขึ้น
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [10 พ.ค. 2547 , 07:34:17 น.] ( IP = 203.156.26.87 : : )
สลักธรรม 2เมื่อตื่นแล้วกำหนดรู้สึกว่ารูปนอน รูปนอนนั้นถูกบีบคั้นให้ลุกขึ้น เพราะว่ามีงานมีการที่จะต้องทำ จะนอนอยู่ไม่ได้ ทุกข์มันบีบคั้น ต้องเปลี่ยนอิริยาบถจากรูปนอน เป็นรูปนั่ง ขณะเห็น สติต้องรู้ทัน นามเห็น รู้กระทบ เมื่อเห็นแล้วจึงมีการขยับ
การไหวขยับเป็นรูป เอาสติตั้งไว้ที่กาย ขยับกายส่วนไหนก็แล้วแต่ กำหนดตรงที่เราทำอยู่ นามรู้ขยับ กำหนดรู้การเคลื่อนไหว เมื่อขยับแล้วจึงมีการพลิกเกิดขึ้น ถ้าไม่เคลื่อนไหว จะพลิกไม่ได้
พลิกเป็นรูป รู้พลิกเป็นนาม
เอาสติรู้ทันตั้งไว้ที่กาย พลิก กำหนดรู้สึกการขยับพลิก รู้ทุกขณะจิต เมื่อพลิกแล้วจึงมีการนึกจะลุกขึ้น
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [10 พ.ค. 2547 , 07:35:07 น.] ( IP = 203.156.26.87 : : )
สลักธรรม 3ปรกติเราเคยแต่ตื่น ปุ๊บ ลืมตา ลงจากเตียง วิ่งเข้าห้องน้ำ เป็นการทำอิริยาบถไม่ถูกต้องทั้งสิ้น ทำไปด้วยความไวของสันตติ จึงไม่รู้ว่าอะไรมันสั่ง
ต้องมี นาม สั่งก่อน
เพราะรูปมันลุกเองไม่ได้
ต้องรู้เหตุ ปัจจัย
อะไรทำให้ลุกขึ้นได้ นามจะต้องนึกอยากจะลุกเสียก่อน จึงกำหนดรู้ที่นึก นึกแล้วจึงมีการขยับ พลิกมือ ใครจะลุกขึ้นมาเฉยๆได้ ต้องใช้มือยัน ไม่ให้เข่าขวิด ไม่เอียง ก็รู้ที่ท่าพลิก
มีสติรู้พลิก รู้ยก รู้มือไป รู้เอื้อม รู้เปิดมุ้ง รู้ออกมา รู้เหตุ รู้ปัจจัย หัวต่อของมัน ดูให้เห็นเสียก่อน เมื่อสติมีอำนาจมากแล้วจึงค่อยไปกำจัด เราอยากจะกำจัดอย่างเดียว โดยไม่รู้เหตุ ต้องไปควานหา เหมือนกับจะไปปราบผู้ร้าย ไม่รู้ถิ่นมันอยู่ตรงไหน ไปงมเสียเวลา
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [10 พ.ค. 2547 , 07:37:10 น.] ( IP = 203.156.26.87 : : )
สลักธรรม 4นี่คือการฝึกสติให้ไพบูลย์ขึ้น ให้สติมีอำนาจมหาศาล เพาะทางพ้นทุกข์นั้นอยู่ที่มหาสติปัฏฐาน และสติที่จะเป็นมหาสติได้ต้องมีการพัฒนาสติให้มีความไวนั่นเอง
การให้ดูนี่ รู้หรือไม่ว่าให้ดูอะไร ดูให้เห็นเหตุปัจจัยของมัน นึกจะลุก เราลุกขึ้นมาพรวด นั่งแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าอะไรสั่งให้นั่ง รู้แต่เพียงว่าอยากจะนั่ง รู้แต่ตัวอะไร กิเลส ตัณหา ไปรู้มันทำไป ไม่ต้องไปรู้มัน เพราะว่ามันเก่งแล้ว มันสันทัดแล้ว
เมื่อเปลี่ยนอิริยาบถจากรูปนอนมาเป็นรูปนั่งแล้ว กำหนดรู้สึกว่ารูปนั่งนั้นคงทนคงที่ไม่ได้เพราะทุกข์มาบีบคั้น จะต้องทำกิจตามหน้าที่ จึงต้องเปลี่ยนอิริยาบถมาเป็นรูปยืน ต้องยืนก่อนจึงจะเดินได้ อย่าข้ามอิริยาบถ จากนอนต้องเปลี่ยนเป็นนั่ง จากนั่งเปลี่ยนเป็นยืน แล้วจากยืนจึงเปลี่ยนเป็นเดิน
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [10 พ.ค. 2547 , 07:38:02 น.] ( IP = 203.156.26.87 : : )
สลักธรรม 5รูปเดินไป ไปถึงประตู เปลี่ยนเป็นยืนก่อน
กำหนดรูปยืน จึงเปิดประตู
ไม่ใช่เดินไปด้วย ยื่นมือไปก่อนด้วย
โดยที่ยังไม่ทันถึงประตู
ต้องหยุดยืนแล้วจึงยื่นมือไปเปิดประตู เมื่อเปิดประตูแล้ว เอามือลงก่อน หมดภารกิจที่มือ ต่อไปต้องเห็นทางที่จะเดินไป แล้วจึงก้าวเดินไป หน้าที่อยู่ที่ขา รูปเดิน ผ่านพ้นประตูไปแล้ว
หน้าที่ ที่ถูกต้องก็คือหันหลังกลับ เอามือปิดประตู ไม่ใช่เดินผ่านไปพลางใช้ขาปิด ไม่ก็ใช้ข้อศอก หรือหลังปิดประตู ไม่จำเป็นต้องทำ
เพียงแค่นี้เอง ไม่เสียเวลามาก เป็นการสั่งสมความชำนาญของสติไปในเรื่องของการนอน การตื่นนอน
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [10 พ.ค. 2547 , 07:39:20 น.] ( IP = 203.156.26.87 : : )
สลักธรรม 6ท่าทางที่มีสติต่างกันลิบลับกับท่าทางตอนทำงานในแต่ละวันเลยค่ะ
คนที่ทำอะไรได้หลายๆอย่างในเวลาเดียวกัน ...ทางโลกนั้นให้ความชื่นชมเป็นพิเศษว่า เป็นผู้ที่มีความสามารถมาก เป็นอัจฉริยะอะไรอย่างนี้
ผิดกับท่าทางเพื่อออกจากทุกข์นะคะ ..ที่เนิบช้าสำรวมด้วยสติปัญญา
ขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะที่นำมาฝาก
ทำให้ได้ทบทวนกิริยาอาการกันตั้งแต่รู้สึกตัวตื่นนอนกันเลยโดย น้องกิ๊ฟ [10 พ.ค. 2547 , 23:40:53 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 7กราบขอบพระคุณค่ะพี่เณร พยายามอ่านไปอย่างช้าๆและพยายามทบทวนแบบฝึกหัดการฝึกสติ ที่รู้ว่าตนเองยังมีสติแบบหยาบๆ จึงไม่ค่อยได้คิดถึงการเข้าไปรู้ในเหตุปัจจัย ซึ่งอ่านไป ก็หนาวเหน็บขั้วหัวใจ เพราะ เป็นธรรมอันพิเศษยิ่งนัก และได้กระจ่างในความปราณีตของธรรม แห่งมหาสติ อย่างยิ่งค่ะ กราบขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ
โดย น้องอุ๊ [11 พ.ค. 2547 , 22:27:10 น.] ( IP = 203.209.106.154 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |