มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


๕๐ คติธรรม ( ๒๑-๒๗ )





นำคติธรรมของสมเด็จพระสังฆราชมาต่อครับ จากหนังสือ ๕๐คติธรรมจากแสงธรรม ซึ่งผมอ่านแล้วโดนใจผมหลายข้อ จึงนำมาโพสให้พี่ๆชาวลานอภิธรรมอ่าน เผื่อจะโดนใจสักข้อบ้างครับ

โดย น้ำใส [11 พ.ค. 2547 , 14:36:59 น.] ( IP = 202.133.132.52 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1





๒๑.สอบตัวเอง
ปัจจุบันเรื่องการสอบกลายเป็นเรื่องสำคัญและมีความจำเป็นเกี่ยวกับทุกเพศทุกวัย
เริ่มตั้งแต่เข้าโรงเรียน ก็ต้องสอบคัดเลือกกันแล้ว พอเป็นนักเรียนก็ต้องสอบเลื่อนชั้น
พ้นจากการเล่าเรียนก็ต้องสอบเข้าทำงานอีก ทำงานแล้วจะเลื่อนชั้น ก็ต้องสอบชิงกันต่อ
ชีวิตช่างเต็มไปด้วยการสอบเสียจริง
ยังมีการสอบอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งควรสอบกันทุกคนแต่คนที่ต้องสอบกลับไม่สนใจ
คือ “สอบตัวเอง” ได้แก่หมั่นตรวจตราและให้คะแนนความประพฤติของตนเอง
เพื่อให้รู้ตน ดี-ชั่ว ประการใด ถ้าหากตรวจพบว่า ข้างความดียังมีมากกว่าข้างความชั่ว ถือว่า “สอบได้”
เมื่อสอบได้ ก็ไปได้ ... ไปไหนกัน ? ไปเป็นคนอีกก็ได้ ไปสวรรค์เป็นเทวดา เป็นพรหม ก็ยังได้
และอะไรที่ดีอีกหลายอย่าง
แต่หากสอบไม่ได้ ก็ไม่ได้ไปที่ดี ต้องไปนรกไปอบาย ไปเป็นกำเนิดต่ำทรามอย่างแน่นอน
จะสอบอะไรก็สอบเถิด แต่อย่าลืมสอบตัวเอง ผู้หมั่นสอบตัวเองเสมอๆ ย่อมมีประโยชน์มากมาย
อย่างต่ำๆที่จะได้ทันตาเห็นก็คือ
“จะรักษาความเป็นมนุษย์ของตนไว้อย่างน่าภาคภูมิใจ”
เพราะ
อตฺต หิ ปรนํ ปิโย
ตนเทียว เป็นที่รักอย่างยิ่ง




โดย 1 [11 พ.ค. 2547 , 14:39:14 น.] ( IP = 202.133.132.52 : : )


  สลักธรรม 2





๒๒.ดนตรีชีวิต
ความไพเราะของดนตรี ขึ้นอยู่กับศิลปะการบรรเลง นักดนตรีต้องบรรเลงไปตามจังหวะของเพลงนั้น
หากบรรเลงนอกจังหวะไปเพียงตัวเดียว ก็ทำให้เพลงนั้นลดความไพเราะลงทันที
ชีวิตคนเรามีท่วงทำนองดั่งดนตรีไม่มีผิด ทุกคนมีวิถีทำนองของชีวิตมาแต่กำเนิด
อดีตกรรมที่มีอยู่อย่างสลับซับซ้อน บวกกับกรรมในปัจจุบัน เป็นตัวจัดสรรให้เรามีกิจกรรม
และหน้าที่แตกต่างกันออกไป คือจังหวะเพลงที่ทุกคนจะต้องบรรเลงตลอดชีวิต
โดยมีกรรมปัจจุบันเป็นเนื้อร้อง มีกรรมอดีตเป็นท่วงทำนอง
นักดนตรีบางคนร้องบรรเลงเพลงชีวิตตามใจตนเอง โดยมิได้คำนึงว่าจะเข้ากันกับ
ท่วงทำนองเพลงของตนหรือไม่ เขาเหล่านั้นย่อมไม่ใช่นักดนตรีที่ดี
เพราะไม่สามารถทำให้เพลงเกิดความไพเราะได้ และสร้างความลำบากให้แก่นักดนตรีที่ร่วมวงคนอื่นๆ
เขานั้นควรจะแยกวงออกไปลำพัง เพื่อที่จะได้ร้องและบรรเลงไปตามใจชอบของเขาและฟังเอง

สจิตฺตปริยายยุสลา ภเวยยํ
พึงเป็นผู้ฉลาดในกระบวนจิตของตน





โดย 2 [11 พ.ค. 2547 , 14:40:04 น.] ( IP = 202.133.132.52 : : )


  สลักธรรม 3




๒๓.กิ้งก่าได้ทอง
นิทานเก่าเล่าไว้ว่า
กิ้งก่าตัวหนึ่ง อาศัยอยู่ที่ซุ้มประตู พระราชาเสด็จผ่าน ก็ลงมาถวายคารวะโดยผงกศรีษะ
พระราชา จึงทรงเมตตาพระราชทานเบี้ยเลี้ยงให้เป็นค่าอาหารทุกวัน
วันหนึ่งคนเลี้ยงหาซื้อเนื้อที่ตลาดไม่ได้เพราะเป็นวันพระ จึงเอาทองที่พระราชทานเป็นค่าอาหาร
ประจำวันนั้นผูกไว้ที่คอมันแทนก้อนเนื้อ พอมันได้ทองแล้วก็ทำหยิ่งผยอง
ไม่ได้ถวายความคารวะพระราชาในวันนั้นเหมือนก่อน
พระราชาทรงกริ้วจึงสั่งให้เลิกค่าเบี้ยเลี้ยงแก่มันตั้งแต่นั้นมา
ทรัพย์สมบัตินั้นต้องอาศัยคุณสมบัติภายในเป็นเครื่องรองรับ
มิฉะนั้นผู้มีทรัพย์ย่อมหยิ่งผยอง และทรัพย์ที่มีจักทำลายคนซึ่งขาดปัญญาอันเป็นคุณสมบัติภายในได้
เพราะ
โภคตณฺหาย ทุมฺเมโธ หนฺติ อญฺเญว อตฺตนํ
ผู้มีปัญญาทราม ย่อมฆ่าตนเหมือนฆ่าผู้อื่น เพราะอยากได้โภคทรัพย์





โดย 3 [11 พ.ค. 2547 , 14:40:48 น.] ( IP = 202.133.132.52 : : )


  สลักธรรม 4

.

โดย . [11 พ.ค. 2547 , 14:42:12 น.] ( IP = 202.133.132.52 : : )


  สลักธรรม 5




๒๔.เมฆฝน ๔ ชนิด
เมฆฝนซึ่งตั้งเค้าอยู่เบื้องบนอากาศนั้น มีลักษณะย่อๆ ๔ ชนิดด้วยกัน คือ
๑.ส่งเสียงกระหึ่มลั่น แต่ไม่ตก
๒.ตก แต่ไม่ส่งเสียงกระหึ่มก่อน
๓.บางครั้งเพียงลอยผ่านไป แต่ไม่ส่งเสียงด้วย ไม่ตกด้วย
๔.บางครั้งคำรามกึกก้องด้วย ตกลงมาด้วย

เทียบได้กับบุคคล ๔ ประเภท คือ

๑.บางคนพูดอย่างเดียว แต่ไม่ทำ
๒.บางคนทำเท่านั้น แต่ไม่พูด
๓.บางคน ไม่พูดด้วย ไม่ทำด้วย
๔.บางคน ทั้งพูด ทั้งทำ

จึงควรพิจารณาว่า เราเป็นเมฆฝนชนิดใด ?

กยิรา เจ กยิราเถนํ
ถ้าทำการใด ก็พึงทำการนั้นจริงๆ





โดย 4 [11 พ.ค. 2547 , 14:43:13 น.] ( IP = 202.133.132.52 : : )


  สลักธรรม 6




๒๕.เรือนรั่ว
คำโบราณสอนไว้ถึงลักษณะชั่ว อันให้ทุกข์แก่ผู้ประสพว่า
“มีคู่ร้าย เพื่อนบ้านชั่ว เรือนหลังคารั่ว เจ้านายชัง”
เหล่านี้เป็นเรื่องเดือดร้อน ให้ทุกข์ ต้องวุ่นวายอย่างแท้จริง
เฉพาะเรือนรั่ว หรือหลังคารั่ว เมื่อเกิดฝนตกย่อมอยู่ไม่เป็นสุขเลย จนกว่าจะซ่อมแซมให้หายรั่วนั่นแหละ
บ้านเรือนหลังคารั่วยังเป็นเรือนนอก แต่ยังมีเรือนอีกชนิดหนึ่งเป็นเรือนใน ได้แก่ “เรือนใจ”
เรือนใจนี้ต้องระวังให้จงหนัก เพราะถ้ารั่วโดยถูกฝนคือกิเลสซัดจนเปียกชุ่ม
ย่อมก่อให้เกิดความทุกข์ ความเดือดร้อนแก่ผู้นั้นอย่างสาหัสทีเดียว
เพราะใจที่ถูกกิเลสรั่วรดย่อมไม่ใช่เป็นใจของตน กลายเป็นใจของกิเลส
ทำให้โลภจัด โกรธกล้า ปัญญาสูญ สามารถทำชั่วได้ทุกอย่างโดยง่ายดาย
แล้วผลกรรมย่อมมาตอบสนองอย่างสาสมเป็นประจำไม่มีเวลาสร่างซาได้เลย
ฤดูฝน ทุกคนเอาใจใส่แต่เรื่องมุงหลังคาเรือนอยู่ เรือนนอนเพียงชั่วคราว
ถ้าได้หมั่นอุดเรือนในคือใจไม่ให้กิเลสรั่วรดด้วย จะได้รับความสำราญอย่างแท้จริงตลอดไป
เพราะ
วิสุทฺธิ สพฺพเกลฺเสหิ โหติ ทุกฺเขหิ นิพฺพุติ
ความหมดจดจากกิเลสทั้งปวง
เป็นความดับจากทุกข์ทั้งหลาย



โดย 5 [11 พ.ค. 2547 , 14:44:07 น.] ( IP = 202.133.132.52 : : )


  สลักธรรม 7

..

โดย . [11 พ.ค. 2547 , 14:45:30 น.] ( IP = 202.133.132.52 : : )


  สลักธรรม 8




๒๖.ส่งเสริมคนดี
สมัยนี้มักเสนอข่าวกันครึกโครมแต่เรื่องคนทำชั่วโดยเด็กก็ตาม ผู้ใหญ่ก็ตาม คนแก่ก็ตาม
พาดหัวข่าวตัวโตๆด้วยสำนวน “อันธพาลวัยรุ่น” บ้าง “ฆาตกรโหด” บ้าง “เฒ่าหัวงูแผลงฤทธิ์” บ้าง
ทำนองช่วยกันแพร่กระจายข่าวและเล่ารายละเอียดการทำความชั่วของบุคคลในวัยต่างๆอย่างแจ่มแจ้งอยู่เป็นประจำ
จนคล้ายกับไม่สนใจสนับสนุนหรือไม่ส่งเสริมเรื่องกระทำความดีของคนทุกวัยบ้างเลย
ซึ่งเรื่องนี้เองทำให้เกิดความเข้าใจผิดกันไปว่า ปัจจุบันนี้มีแต่คนชั่วมากกว่าคนดี ความจริง คนดีๆก็มีอยู่มาก
แต่เรื่องของคนดีมักไม่ตกเป็นข่าว ไม่ค่อยมีผู้คนสนใจช่วยเผยแพร่สู่ปวงชน อันต่างกับเรื่องของคนชั่วซึ่งมีข่าวปรากฏเป็นประจำ
เราควรพร้อมใจกันยกย่องคนทำความดีให้มากกว่านี้ เพื่อให้เป็นตัวอย่างให้คนทั้งหลายได้นิยม พากันประพฤติปฏิบัติดีกันโดยกว้างขวางต่อไปเถิดหนา

สจฺเจ อตฺเถ จ ธมฺเม จ อหุ สนฺโต ปติฏฐิตา
สัตบุรุษตั้งมั่นในความสัตย์ที่เป็นอรรถและเป็นธรรม




โดย 6 [11 พ.ค. 2547 , 14:47:14 น.] ( IP = 202.133.132.52 : : )


  สลักธรรม 9




๒๗.เนื้อสมันกับพุ่มไม้
นิทาน
“เนื้อสมันตัวหนึ่ง ถูกนายพรานไล่ติดตามจวนถึงตัวเข้า จึงแอบเข้าไปซุ่มในพุ่มไม้แห่งหนึ่ง พุ่มไม้ได้ช่วยกำบังให้พ้นสายตาของนายพรานได้ โดยนายพรานมุ่งตามไปเสียทางอื่น
เนื้อสมันเกิดความชะล่าใจคิดว่าพ้นภัยแล้ว จึงแทะเล็มกินใบไม้ที่เป็นพุ่มนั้น จนพุ่มไม้บางลงมองเห็นตัวได้ถนัด
พอดีนายพรานย้อนกลับมาทางเก่าจึงมองเห็น และยิงถูกเนื้อสมันตัวนั้นล้มลง และก่อนจะตายได้นึกถึงโทษที่ตนทำลายพุ่มไม้ จึงสอนตนเองว่า “นี่แหละ โทษแห่งการทำลายสิ่งมีคุณ”
คติจากนิทานเรื่องนี้ เตือนใจให้คิดถึงอุปการะของท่านผู้มีพระคุณ แก่ตน แล้วไม่ทำลายหรือประทุษร้ายท่าน
แต่ถ้าจะกล่าวโดยกว้างขวาง บุคคลที่มีคุณต่อตนนั้นมีทั้งผู้ใหญ่และผู้น้อย หรือมีทั้งนายทั้งบ่าว
ทางโลกมุ่งสอนให้ผู้น้อยสำนึกถึงบุญคุณของผู้ใหญ่ แต่ทางธรรมกลับสอนเพิ่มให้ผู้ใหญ่พยายามคิดถึงคุณของผู้น้อย ด้วยว่าเป็นผู้เชิดชูตน ช่วยเหลือรับใช้ ทำกิจการงานหนักๆแทนเรา
การทำลายผู้น้อยด้วยความริษยาก็ดี พยาบาทก็ดี หรืออคติอื่นใดก็ดี เท่ากับเป็นการทำลายตนเอง อุปมาดั่งตัดมือตัดเท้าของตนเสีย ดังเช่นเนื้อสมันทำลายพุ่มไม้กำบังตน จึงต้องตายในที่สุด

สกมฺมุนา หญฺญติ ปาปธมฺโม
ผู้มีสันดานชั่ว ย่อมลำบากเพราะกรรมของตน





โดย 7 [11 พ.ค. 2547 , 14:48:18 น.] ( IP = 202.133.132.52 : : )


  สลักธรรม 10

...

โดย . [11 พ.ค. 2547 , 14:50:22 น.] ( IP = 202.133.132.52 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org