| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ชีวิต..กับ..ความตาย (๔)
สลักธรรม 1เป็นการเชิญ พระพุทธ พระธรรม พระนารายณ์ พระปรเมศวร พระวิศวกรรม มาเข้าสิงกายให้ทำกรรมต่างๆ สำเร็จ บทตั้งแต่ สิทธิกิจจ เป็นบทให้พระเจ้าเรือน มีดังนี้
สิทธิกิจจ สิทธิกมม
สิทธการิย ตถาคโต
สิทธิลาโภ นิรนตร
สิทธิเตโช ชโย นจจ
สิทธิกมม ปสิทธิ เม
สพพสิทธิ ภวนตุ เม
เสร็จแล้วสัปเหร่อจะนำน้ำมนต์ลูบหน้าเสยผม ๓ ครั้ง ประพรมโลง ๓ หน
หยิบเทียนที่ติดปากโลงมาจุดด้ายสายสิญจน์ที่วงรอบโลง จุดเทียนเป็นคู่ๆ จากปลายเท้าให้ไหม้ขาดทุกช่อง เว้นช่องด้านสกัดที่จะใช้เป็นหัวโลง
เอามีดหมอ กดด้ายสายสิญจน์ที่กลางหัวโลงเสกคาถาว่า พุทธ ปจจกขามิ ธมม หจจกขามิ สงฆ ปจจกุขามิ ๓ หน
ตอนนี้สัปเหร่อจะถามว่า.. โลงของใคร.. ลูกหลานก็ตอบว่า.. โลงของ...(ชื่อผู้ตาย).. หรือบางที สัปเหร่อก็ถามเองตอบเอง.. บางทีถามหนเดียว.. บางทีก็ถามตอบอย่างนั้น ๓ หน
เสร็จแล้วสัปเหร่อจึงเอามีดหมอสับปากโลง ๓ ครั้ง
โดยการสับตรงกลางก่อน แล้วจึงสับซ้ายขวา หรือบางทีสับเป็นรูปกากบาท เพื่อใช้เป็นเครื่องหมายว่าด้านนี้เป็นทิศศีรษะหัวโลง
ต่อจากนั้น จึงผลักเครื่องเซ่น ไม้ปากกา เทียน และด้ายสายสิญจน์ที่เหลืออยู่ลงไปในโลงให้หมด เอาใบตองบางทับเฝือกและของที่ผลักลงใส่โลง ส่วนใหญ่นิยมใช้ใบตองต้นกล้วยตานีที่ใบไม่แตกยอดไม่หัก ๓ ยอดมาปู
ด้วยเหตุนี้ในการตัดใบตองมาใช้ทั่วไป.... ชาวบ้านจึงหักยอดเสียก่อน.... เพราะใบตองที่ไม่ได้หักยอดถือว่าเป็นใบตองรองผี
เฝือก ใบตอง ที่ใส่ในโลงศพล้วนเป็นปริศนาธรรมทั้งสิ้น คือ ชี้ให้เห็นว่า ร่างกายของเราก็เหมือนกับเฝือกที่นำไม้ไผ่มาสานต่อกันเป็นซี่ๆ ในที่สุดก็ต้องแยกสลายจากกันโดย พี่ดอกแก้ว [19 พ.ค. 2547 , 08:57:42 น.] ( IP = 210.86.188.12 : : )
สลักธรรม 2พิธีกรรมต่อไป เมื่อต้องนำศพไปวัด
การเคลื่อนย้ายศพ ไม่ว่าจะเพื่อนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัด เคลื่อนศพจากบ้านไปเผา มีธรรมเนียมปฏิบัติดังนี้
หากเป็นการตั้งศพสวดอภิธรรมที่บ้าน ในวันเคลื่อนศพไปเผาที่วัด เจ้าภาพจะนิมนต์พระสงฆ์มาฉันเช้าที่บ้าน ส่วนใหญ่นิยมนิมนต์เพียง ๔ รูปหรือตามต้องการ แต่เมื่อฉันเช้าเสร็จแล้วนิมนต์พระเพียง ๔ รูปทำหน้าที่จูงศพไปวัด หากมีลูกหลานผู้ตายบวชเณรหน้าศพ ก็ให้มาร่วมจูงศพด้วย โดยเดินต่อจากพระ
หากต้องการนำศพไปตั้งสวดอภิธรรมที่วัด ก็ให้พระมาจูงศพเช่นเดียวกัน หลังจากที่สัปเหร่อทำพิธีนำศพใส่โลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่หากมืดค่ำกะทันหัน ก็อาจตั้งศพไว้ที่บ้านคืนหนึ่ง ครั้นรุ่งเช้าจึงค่อยนิมนต์พระมาฉันเช้าแล้วจูงศพไปวัด
โดย พี่ดอกแก้ว [19 พ.ค. 2547 , 09:00:50 น.] ( IP = 210.86.188.12 : : )
สลักธรรม 3ในการเคลื่อนขบวนศพนั้น ให้ลูกหลานของผู้ตายถือกระถางธูป และรูปของผู้ตายนำหน้าต่อมาจึงเป็นพระสงฆ์ ๔ รูป ถือสายสิญจน์ที่ต่อมาจากการมัดตราสังศพ และโยงออกมาหน้าโลงซึ่งสัปเหร่อได้จัดเตรียมไว้ไห้แล้ว สายสิญจน์ที่ให้พระจับเวลาสวดศพทุกคืนก็ใช้เส้นเดียวกันนี้
สำหรับญาติพี่น้องคนอื่นๆ ก็ช่วยกันแยกโลงศพ หรือนำศพตั้งไว้บนรถเข็นช่วยกันเข็นประคองตามกันไปเป็นขบวน เดินไว้อาลัยไปตลอดทางจนกว่าจะถึงวัด หากวัดอยู่ไกลจะใช้รถยนต์เป็นพาหนะในการเคลื่อนศพก็ได้
หากไม่ต้องการนำรถของตนเองมาขนศพเพราะเชื่อเกี่ยวกับโชคลาง.... ก็สามารถขอเช่ารถของทางวัดหรือมูลนิธิได้โดย พี่ดอกแก้ว [19 พ.ค. 2547 , 09:02:34 น.] ( IP = 210.86.188.12 : : )
สลักธรรม 4การนำศพออกจากบ้าน
เมื่อจะเริ่มเคลื่อนศพ ...ตามคติโบราณจะไม่ยกศพออกทางประตูเหมือนคนปกติ... และไม่ให้ศพลอดใต้ขื่อ.. บางทีก็ต้องรื้อฝาบ้านข้างหนึ่งเพื่อนำศพออกก็มี
ทั้งนี้เพราะเรือนสมัยก่อนประตูค่อนข้างเล็กและขื่อเตี้ย การยกศพต้องช่วยกันหลายคนจึงเบียดเสียดไม่สะดวก ฝากระดานของบ้านสมัยก่อนสามารถถอดออกได้สะดวก เพราะใช้วิธีเข้าลิ่มไม่ได้ทำตายตัวเหมือนปัจจุบัน
เมื่อยกศพออกทางฝาบ้าน ต้องทำบันได ๓ ขั้นไว้เป็นทางลง
ไม่ลงบันไดเดียวกับคนเป็นใช้อยู่ประจำ บันได ๓ ขั้นนี้ทำไว้ชั่วคราวไม่แข็งแรงนัก
พอคนขึ้นลงก็หักโดยง่าย เป็นเคล็ดความเชื่อว่า ทำให้วิญญาณไม่สามารถหาทางย้อนกลับมาบ้านได้ จะได้ไปผุดไปเกิดเสีย ไม่มัววนเวียนอยู่บนโลกด้วยความเป็นห่วงลูกหลานและทรัพย์สมบัติ
แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยถือเคร่งครัดเท่าไรนัก เพราะบางทีฝาบ้านเป็นปูนหรืออิฐหากทลายเพื่อเอาศพออกคงเป็นเรื่องใหญ่แน่
โดย พี่ดอกแก้ว [19 พ.ค. 2547 , 09:04:42 น.] ( IP = 210.86.188.12 : : )
สลักธรรม 5การทำประตูป่า
ประตูป่า คือ การนำกิ่งไม้มาปักไว้ตรงประตูที่จะนำศพออกจากบ้าน โดยรวบกิ่งไม้มัดไว้เป็นซุ้มหรือคูหา เมื่อนำศพออกไปพ้นประตูแล้วก็ให้รื้อทิ้งเสีย เพราะเชื่อกันว่า วิญญาณของผู้ตายจะกลับบ้านไม่ได้ เพราะประตูป่าที่จำไว้เป็นเครื่องหมายถูกรื้อไปแล้ว หากมองเป็นปริศนาธรรมก็คือ คนที่ตายไปแล้วย่อมไม่สามารถย้อนกลับหรือฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้อีก เมื่อเรายังมีชีวิตอยู่หากไม่เร่งสร้างคุณงามความดีก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดาย เพราะคนตายนั้นไม่มีโอกาสเช่นเราอีกแล้ว
การชักฟาก ๓ ซี่
เป็นคติความเชื่อเช่นกัน สมัยโบราณใช้ไม้ไผ่มาผ่าทำฟากเป็นซี่ๆ สำหรับปูพื้นเรือนและทำฝา เมื่อนำศพออกจากบ้านแล้ว ให้ซักฟากออก ๓ ซี่
เพื่อลวงไม่ให้วิญญาณจำบ้านได้ และปริศนาธรรม อธิบายเกี่ยวกับเรื่องไตรลักษณ์ คือ รูป สังขาร วิญญาณ ล้วนเป็นสิ่งไม่เที่ยงไม่จีรังยั่งยืน
เมื่อความตายมาเยือนไม่มีใครสามารถหลีกหนีได้ ต้องละสังขารทิ้งร่างไว้เหมือนกับเรือนที่ว่างเปล่า
การตีหม้อน้ำและหม้อไฟนำศพ
ในสมัยโบราณ เมื่อนำศพออกจากบ้านแล้ว จะมีการตีหม้อน้ำ ๓ ใบ ด้วยไม้ซีก (ไม่นิยมใช้ไม้ท่อนเพราะต้องหักทิ้ง) เมื่อตีหม้อดินใส่น้ำซึ่งเตรียมไว้แตกแล้ว ก็หักไม้ทิ้งเสีย เป็นปริศนาธรรมหมายถึงการแตกสลายของสังขาร หรือธาตุต่างๆ เช่น ธาตุน้ำที่มาชุมนุมกันเป็นร่างกาย เมื่อแยกออกจากกันแล้วก็ต้องกลับไปเป็นธาตุเหล่านั้นเหมือนเช่นเดิม
สำหรับหม้อไฟ หรือตะเกียงที่จุดไว้หน้าศพนั้น เมื่อเวลาเผาศพก็นำใส่เข้าไปในกองฟืนขณะที่ตีหม้อน้ำทั้ง ๓ ใบทิ้งนั้น คนบนเรือนก็ใช้พัดโบกไปทั้ง ๔ ทิศ
โดย พี่ดอกแก้ว [19 พ.ค. 2547 , 09:06:39 น.] ( IP = 210.86.188.12 : : )
สลักธรรม 6การซัดข้าวสาร
การซัดข้าวสารในปัจจุบันไม่นิยมทำกันแล้ว แต่สมัยโบราณเมื่อนำศพออกจากบ้านต้องทำการซัดข้าวสาร หรือบางทีก็ซัดเกลือขึ้นไปบนหลังคาด้วย พร้อมว่าคาถา
คจฉ อมุมหิ พุทธปัด
แปลใจความได้ว่า
จงไปทางโพ้นเถิด พระพุทธเจ้าปัดแล้ว
เป็นการขับไล่เสนียดจัญไร
หรือความอัปมงคลทั้งหลายให้จากไป
การโปรยข้าวตอกข้าวสาร
ในระหว่างที่เคลื่อนศพไปวัดนั้น บางทีมีการโปรยข้าวตอกหรือข้าวสารไปตลอดทาง เป็นปริศนาธรรมเตือนใจว่า ข้าวตอกข้าวสารไม่งอกขึ้นมาได้อีกฉันใด คนที่ตายย่อมไม่อาจฟื้นขึ้นมาฉันนั้น
การใช้ไม้ขีดทางนำหน้า
การใช้ไม้ขีดทางนำหน้าเมื่อเคลื่อนขบวนศพ ก็เป็นปริศนาธรรมเช่นกัน หมายถึงการเดินตามกันไปเป็นวัฏสงสาร ในวันนี้เรานำศพคนตายไปเผา วันต่อๆ ไป ทุกคนก็ต้องไปตามเส้นทางสายนี้เช่นเดียวกัน ไม่มีใครสามารถหลีกหนีพ้นได้
ขบวนศพห้ามผ่านเรือกสวนไร่นา
ในสมัยโบราณหนทางยังไม่ค่อยสะดวกนัก การหามศพต้องหามไปตามทางเดินจะลัดผ่านไร่นาของคนอื่นไม่ได้ อาจเพราะมีความเชื่อเกี่ยวกับความตายว่าเป็นอัปมงคล หรือขบวนแห่มีคนเป็นจำนวนมาก หากเดินตัดผ่านไร่นา อาจไปเหยียบข้าวกล้าพืชไร่ได้รับความเสียหาย
แล้วรอพบการต่อไปครั้งหน้านะคะโดย พี่ดอกแก้ว [19 พ.ค. 2547 , 09:11:37 น.] ( IP = 210.86.188.12 : : )
สลักธรรม 7งานศพเนี่ย..พิธีกรรมมากมายเลยนะคะ
ขอบพระคุณค่ะพี่ดอกแก้ว
รายละเอียดมากมายขนาดนี้
ก็เพิ่งได้ทราบเป็นครั้งแรกนี่แหละค่ะ
บางคนที่อ่านแล้วอาจจะมีอาชีพเสริมได้..อิอิโดย น้องกิ๊ฟ [19 พ.ค. 2547 , 15:55:08 น.] ( IP = 203.150.209.231 : : 203.113.67.36 )
สลักธรรม 8ขอบพระคุณพี่ดอกแก้วค่ะ
เป็นความรู้ใหม่ ไม่เคยทราบเลยค่ะโดย เซิ่น [19 พ.ค. 2547 , 22:30:58 น.] ( IP = 203.156.28.233 : : )
สลักธรรม 9![]()
อนุโมทนาค่ะ
ได้รับความรู้ในการกระทำพิธีเกี่ยวกับศพ
ซึ่งไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ...![]()
โดย น้องฟู [20 พ.ค. 2547 , 22:09:02 น.] ( IP = 203.113.38.8 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |