มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ชีวิต..กับ..ความตาย (๔)




พิธีเบิกโลงในแต่ละท้องที่...อาจมีแตกต่างกันไปบ้าง ..หลังจากทำพิธีมัดตราสังเสร็จแล้ว.. จะไม่นำศพใส่โลงในทันที ต้องทำพิธีเบิกโลงก่อน โดย...เอาไม้ไผ่มาจักเป็นซีกเล็กๆ ทำเป็นบันได ๔ ขั้น หรือให้มี ๓ ช่องกว้างยาวเท่ากับโลง สำหรับวางบนปากโลง

เอาเฝือกผืนหนึ่งทำด้วยไม้ไผ่ ๗ ซีกถักติดกันเหมือนแร่ง วางก้นโลงเอาผิวไม้ขึ้น ไว้ระยะห่างเพื่อรองรับอย่างเสื่อ

แล้วจึงเอาไม้ไผ่มาผ่าให้โตขนาดนิ้วก้อย ยาวพอสมควร ผ่าข้างหนึ่งสำหรับคาบปากโลงเป็นระยะจนครบ ๘ อันเป็นทำนองไม้ตับปิ้งปลา และผ่าอีกข้างหนึ่งสำหรับคาบสายสิญจน์วางทางขวาก่อนให้รอบโลง ไม้นี้เรียกว่า ปากกาจับโลง

เอาเทียน ๘ เล่มพาดที่ปากโลงระหว่างปากกาทั้ง ๘ ช่อง กับมีกระทงใบตองขนาดเล็กใส่กุ้งพล่าปลายำ หรือจะเป็นอาหารอย่างอื่นๆ ก็ได้ นำมาวางบนปากโลงทั้ง ๘ ช่องใกล้เทียนที่ติดไว้ ให้เป็นเครื่องสังเวยเทพทั้ง ๘ ทิศ

สัปเหร่อจะทำน้ำมนต์สำหรับรดโลง ต้องเตรียมขันและเทียนติดพาดปากขันเล่มหนึ่ง เงินค่ายกครู แต่ก่อนประมาณ ๖ สลึง

สัปเหร่อจุดเทียนเป็นคู่ๆ ตั้งแต่ด้านปลายเท้าไปด้านศีรษะ แล้วตั้งต้นทำน้ำมนต์ธรณีสาร ใช้สำหรับประพรมแก้เสนียดจัญไร แล้วว่าคาถา


สิโรเม พุทธเทวญ จ
นลาเฏ พรหมเทวตา
หทย นรายกญเจว
เทวหต ปรเม สุราฯ
ปาเท วิสสณุกญเจว
สพพกมมา ปสิทธิ เม

โดย พี่ดอกแก้ว [19 พ.ค. 2547 , 08:51:27 น.] ( IP = 210.86.188.12 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

เป็นการเชิญ พระพุทธ พระธรรม พระนารายณ์ พระปรเมศวร พระวิศวกรรม มาเข้าสิงกายให้ทำกรรมต่างๆ สำเร็จ บทตั้งแต่ สิทธิกิจจ เป็นบทให้พระเจ้าเรือน มีดังนี้


สิทธิกิจจ สิทธิกมม
สิทธการิย ตถาคโต
สิทธิลาโภ นิรนตร
สิทธิเตโช ชโย นจจ
สิทธิกมม ปสิทธิ เม
สพพสิทธิ ภวนตุ เม


เสร็จแล้วสัปเหร่อจะนำน้ำมนต์ลูบหน้าเสยผม ๓ ครั้ง ประพรมโลง ๓ หน

หยิบเทียนที่ติดปากโลงมาจุดด้ายสายสิญจน์ที่วงรอบโลง จุดเทียนเป็นคู่ๆ จากปลายเท้าให้ไหม้ขาดทุกช่อง เว้นช่องด้านสกัดที่จะใช้เป็นหัวโลง

เอามีดหมอ กดด้ายสายสิญจน์ที่กลางหัวโลงเสกคาถาว่า พุทธ ปจจกขามิ ธมม หจจกขามิ สงฆ ปจจกุขามิ ๓ หน

ตอนนี้สัปเหร่อจะถามว่า.. โลงของใคร.. ลูกหลานก็ตอบว่า.. โลงของ...(ชื่อผู้ตาย).. หรือบางที สัปเหร่อก็ถามเองตอบเอง.. บางทีถามหนเดียว.. บางทีก็ถามตอบอย่างนั้น ๓ หน

เสร็จแล้วสัปเหร่อจึงเอามีดหมอสับปากโลง ๓ ครั้ง

โดยการสับตรงกลางก่อน แล้วจึงสับซ้ายขวา หรือบางทีสับเป็นรูปกากบาท เพื่อใช้เป็นเครื่องหมายว่าด้านนี้เป็นทิศศีรษะหัวโลง

ต่อจากนั้น จึงผลักเครื่องเซ่น ไม้ปากกา เทียน และด้ายสายสิญจน์ที่เหลืออยู่ลงไปในโลงให้หมด เอาใบตองบางทับเฝือกและของที่ผลักลงใส่โลง ส่วนใหญ่นิยมใช้ใบตองต้นกล้วยตานีที่ใบไม่แตกยอดไม่หัก ๓ ยอดมาปู

ด้วยเหตุนี้ในการตัดใบตองมาใช้ทั่วไป.... ชาวบ้านจึงหักยอดเสียก่อน.... เพราะใบตองที่ไม่ได้หักยอดถือว่าเป็นใบตองรองผี

เฝือก ใบตอง ที่ใส่ในโลงศพล้วนเป็นปริศนาธรรมทั้งสิ้น คือ ชี้ให้เห็นว่า ร่างกายของเราก็เหมือนกับเฝือกที่นำไม้ไผ่มาสานต่อกันเป็นซี่ๆ ในที่สุดก็ต้องแยกสลายจากกัน

โดย พี่ดอกแก้ว [19 พ.ค. 2547 , 08:57:42 น.] ( IP = 210.86.188.12 : : )


  สลักธรรม 2

พิธีกรรมต่อไป เมื่อต้องนำศพไปวัด
…


การเคลื่อนย้ายศพ ไม่ว่าจะเพื่อนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัด เคลื่อนศพจากบ้านไปเผา มีธรรมเนียมปฏิบัติดังนี้

หากเป็นการตั้งศพสวดอภิธรรมที่บ้าน ในวันเคลื่อนศพไปเผาที่วัด เจ้าภาพจะนิมนต์พระสงฆ์มาฉันเช้าที่บ้าน ส่วนใหญ่นิยมนิมนต์เพียง ๔ รูปหรือตามต้องการ แต่เมื่อฉันเช้าเสร็จแล้วนิมนต์พระเพียง ๔ รูปทำหน้าที่จูงศพไปวัด หากมีลูกหลานผู้ตายบวชเณรหน้าศพ ก็ให้มาร่วมจูงศพด้วย โดยเดินต่อจากพระ

หากต้องการนำศพไปตั้งสวดอภิธรรมที่วัด ก็ให้พระมาจูงศพเช่นเดียวกัน หลังจากที่สัปเหร่อทำพิธีนำศพใส่โลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่หากมืดค่ำกะทันหัน ก็อาจตั้งศพไว้ที่บ้านคืนหนึ่ง ครั้นรุ่งเช้าจึงค่อยนิมนต์พระมาฉันเช้าแล้วจูงศพไปวัด


โดย พี่ดอกแก้ว [19 พ.ค. 2547 , 09:00:50 น.] ( IP = 210.86.188.12 : : )


  สลักธรรม 3

ในการเคลื่อนขบวนศพนั้น ให้ลูกหลานของผู้ตายถือกระถางธูป และรูปของผู้ตายนำหน้าต่อมาจึงเป็นพระสงฆ์ ๔ รูป ถือสายสิญจน์ที่ต่อมาจากการมัดตราสังศพ และโยงออกมาหน้าโลงซึ่งสัปเหร่อได้จัดเตรียมไว้ไห้แล้ว สายสิญจน์ที่ให้พระจับเวลาสวดศพทุกคืนก็ใช้เส้นเดียวกันนี้


สำหรับญาติพี่น้องคนอื่นๆ ก็ช่วยกันแยกโลงศพ หรือนำศพตั้งไว้บนรถเข็นช่วยกันเข็นประคองตามกันไปเป็นขบวน เดินไว้อาลัยไปตลอดทางจนกว่าจะถึงวัด หากวัดอยู่ไกลจะใช้รถยนต์เป็นพาหนะในการเคลื่อนศพก็ได้
หากไม่ต้องการนำรถของตนเองมาขนศพเพราะเชื่อเกี่ยวกับโชคลาง.... ก็สามารถขอเช่ารถของทางวัดหรือมูลนิธิได้

โดย พี่ดอกแก้ว [19 พ.ค. 2547 , 09:02:34 น.] ( IP = 210.86.188.12 : : )


  สลักธรรม 4

การนำศพออกจากบ้าน

เมื่อจะเริ่มเคลื่อนศพ ...ตามคติโบราณจะไม่ยกศพออกทางประตูเหมือนคนปกติ... และไม่ให้ศพลอดใต้ขื่อ.. บางทีก็ต้องรื้อฝาบ้านข้างหนึ่งเพื่อนำศพออกก็มี

ทั้งนี้เพราะเรือนสมัยก่อนประตูค่อนข้างเล็กและขื่อเตี้ย การยกศพต้องช่วยกันหลายคนจึงเบียดเสียดไม่สะดวก ฝากระดานของบ้านสมัยก่อนสามารถถอดออกได้สะดวก เพราะใช้วิธีเข้าลิ่มไม่ได้ทำตายตัวเหมือนปัจจุบัน


เมื่อยกศพออกทางฝาบ้าน ต้องทำบันได ๓ ขั้นไว้เป็นทางลง

ไม่ลงบันไดเดียวกับคนเป็นใช้อยู่ประจำ บันได ๓ ขั้นนี้ทำไว้ชั่วคราวไม่แข็งแรงนัก

พอคนขึ้นลงก็หักโดยง่าย เป็นเคล็ดความเชื่อว่า ทำให้วิญญาณไม่สามารถหาทางย้อนกลับมาบ้านได้ จะได้ไปผุดไปเกิดเสีย ไม่มัววนเวียนอยู่บนโลกด้วยความเป็นห่วงลูกหลานและทรัพย์สมบัติ

แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยถือเคร่งครัดเท่าไรนัก เพราะบางทีฝาบ้านเป็นปูนหรืออิฐหากทลายเพื่อเอาศพออกคงเป็นเรื่องใหญ่แน่

โดย พี่ดอกแก้ว [19 พ.ค. 2547 , 09:04:42 น.] ( IP = 210.86.188.12 : : )


  สลักธรรม 5

การทำประตูป่า

ประตูป่า คือ การนำกิ่งไม้มาปักไว้ตรงประตูที่จะนำศพออกจากบ้าน โดยรวบกิ่งไม้มัดไว้เป็นซุ้มหรือคูหา เมื่อนำศพออกไปพ้นประตูแล้วก็ให้รื้อทิ้งเสีย เพราะเชื่อกันว่า วิญญาณของผู้ตายจะกลับบ้านไม่ได้ เพราะประตูป่าที่จำไว้เป็นเครื่องหมายถูกรื้อไปแล้ว หากมองเป็นปริศนาธรรมก็คือ คนที่ตายไปแล้วย่อมไม่สามารถย้อนกลับหรือฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้อีก เมื่อเรายังมีชีวิตอยู่หากไม่เร่งสร้างคุณงามความดีก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดาย เพราะคนตายนั้นไม่มีโอกาสเช่นเราอีกแล้ว


การชักฟาก ๓ ซี่

เป็นคติความเชื่อเช่นกัน สมัยโบราณใช้ไม้ไผ่มาผ่าทำฟากเป็นซี่ๆ สำหรับปูพื้นเรือนและทำฝา เมื่อนำศพออกจากบ้านแล้ว ให้ซักฟากออก ๓ ซี่
เพื่อลวงไม่ให้วิญญาณจำบ้านได้ และปริศนาธรรม อธิบายเกี่ยวกับเรื่องไตรลักษณ์ คือ รูป สังขาร วิญญาณ ล้วนเป็นสิ่งไม่เที่ยงไม่จีรังยั่งยืน

เมื่อความตายมาเยือนไม่มีใครสามารถหลีกหนีได้ ต้องละสังขารทิ้งร่างไว้เหมือนกับเรือนที่ว่างเปล่า


การตีหม้อน้ำและหม้อไฟนำศพ

ในสมัยโบราณ เมื่อนำศพออกจากบ้านแล้ว จะมีการตีหม้อน้ำ ๓ ใบ ด้วยไม้ซีก (ไม่นิยมใช้ไม้ท่อนเพราะต้องหักทิ้ง) เมื่อตีหม้อดินใส่น้ำซึ่งเตรียมไว้แตกแล้ว ก็หักไม้ทิ้งเสีย เป็นปริศนาธรรมหมายถึงการแตกสลายของสังขาร หรือธาตุต่างๆ เช่น ธาตุน้ำที่มาชุมนุมกันเป็นร่างกาย เมื่อแยกออกจากกันแล้วก็ต้องกลับไปเป็นธาตุเหล่านั้นเหมือนเช่นเดิม
สำหรับหม้อไฟ หรือตะเกียงที่จุดไว้หน้าศพนั้น เมื่อเวลาเผาศพก็นำใส่เข้าไปในกองฟืนขณะที่ตีหม้อน้ำทั้ง ๓ ใบทิ้งนั้น คนบนเรือนก็ใช้พัดโบกไปทั้ง ๔ ทิศ
…

โดย พี่ดอกแก้ว [19 พ.ค. 2547 , 09:06:39 น.] ( IP = 210.86.188.12 : : )


  สลักธรรม 6

การซัดข้าวสาร

การซัดข้าวสารในปัจจุบันไม่นิยมทำกันแล้ว แต่สมัยโบราณเมื่อนำศพออกจากบ้านต้องทำการซัดข้าวสาร หรือบางทีก็ซัดเกลือขึ้นไปบนหลังคาด้วย พร้อมว่าคาถา
…


คจฉ อมุมหิ พุทธปัด
แปลใจความได้ว่า
จงไปทางโพ้นเถิด พระพุทธเจ้าปัดแล้ว

เป็นการขับไล่เสนียดจัญไร
หรือความอัปมงคลทั้งหลายให้จากไป

…


การโปรยข้าวตอกข้าวสาร

ในระหว่างที่เคลื่อนศพไปวัดนั้น บางทีมีการโปรยข้าวตอกหรือข้าวสารไปตลอดทาง เป็นปริศนาธรรมเตือนใจว่า ข้าวตอกข้าวสารไม่งอกขึ้นมาได้อีกฉันใด คนที่ตายย่อมไม่อาจฟื้นขึ้นมาฉันนั้น


การใช้ไม้ขีดทางนำหน้า

การใช้ไม้ขีดทางนำหน้าเมื่อเคลื่อนขบวนศพ ก็เป็นปริศนาธรรมเช่นกัน หมายถึงการเดินตามกันไปเป็นวัฏสงสาร ในวันนี้เรานำศพคนตายไปเผา วันต่อๆ ไป ทุกคนก็ต้องไปตามเส้นทางสายนี้เช่นเดียวกัน ไม่มีใครสามารถหลีกหนีพ้นได้


ขบวนศพห้ามผ่านเรือกสวนไร่นา

ในสมัยโบราณหนทางยังไม่ค่อยสะดวกนัก การหามศพต้องหามไปตามทางเดินจะลัดผ่านไร่นาของคนอื่นไม่ได้ อาจเพราะมีความเชื่อเกี่ยวกับความตายว่าเป็นอัปมงคล หรือขบวนแห่มีคนเป็นจำนวนมาก หากเดินตัดผ่านไร่นา อาจไปเหยียบข้าวกล้าพืชไร่ได้รับความเสียหาย


แล้วรอพบการต่อไปครั้งหน้านะคะ

โดย พี่ดอกแก้ว [19 พ.ค. 2547 , 09:11:37 น.] ( IP = 210.86.188.12 : : )


  สลักธรรม 7

งานศพเนี่ย..พิธีกรรมมากมายเลยนะคะ
ขอบพระคุณค่ะพี่ดอกแก้ว
รายละเอียดมากมายขนาดนี้
ก็เพิ่งได้ทราบเป็นครั้งแรกนี่แหละค่ะ
บางคนที่อ่านแล้วอาจจะมีอาชีพเสริมได้..อิอิ

โดย น้องกิ๊ฟ [19 พ.ค. 2547 , 15:55:08 น.] ( IP = 203.150.209.231 : : 203.113.67.36 )


  สลักธรรม 8

ขอบพระคุณพี่ดอกแก้วค่ะ
เป็นความรู้ใหม่ ไม่เคยทราบเลยค่ะ

โดย เซิ่น [19 พ.ค. 2547 , 22:30:58 น.] ( IP = 203.156.28.233 : : )


  สลักธรรม 9


อนุโมทนาค่ะ
ได้รับความรู้ในการกระทำพิธีเกี่ยวกับศพ
ซึ่งไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ...

โดย น้องฟู [20 พ.ค. 2547 , 22:09:02 น.] ( IP = 203.113.38.8 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org