| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ไขข้อข้องใจในวิปัสสนา (๑๓)
สลักธรรม 1นักปฏิบัติมองเห็น นี่เสื้อตากอยู่ นี่ปิ่นโตเขามาส่ง
ใครส่งก็รู้ด้วยว่าชื่ออะไร เห็นไหม เพราะอะไร
เพราะอดีตที่เราฝึกฝนความชำนาญไว้สันทัด....สติยังไม่ไว .. พอเข้าปุ๊บก็ผ่านปั๊บ
เนื่องจากสติที่เรามีอยู่ทุกวันนี้แต่กันบ้า
กันเดินหกล้ม กันเดินชนโต๊ะ ยังไม่พอที่จะปราบของละเอียด
มีคนเดินผ่านเข้ามา เราจะบอกนามเห็น มันเห็นเป็นตัวเสียแล้วว่าเพื่อนเรา
พระเดินมา คราวนี้เห็นอยู่ต่อไหม ก็ยังเห็นอยู่
คราวนี้เรารู้ว่าเราไม่ทันแล้ว ก็กำหนด นามเห็น
ขอให้ทันตรงนี้ มีหน้าที่อย่างเดียวคือแก้ไข
ส่วนมากพูดว่า มันก็ยังม่วงอยู่ ไม่เอาแล้ว ยังไงก็ไม่เห็นนามรูปปริจเฉทญาณ
จะให้ม่วงมันหาย ม่วงมันก็เป็นสัจจะนะ เหลืองก็เป็นสัจจะ
อย่าพยายามทำให้เหลืองกับม่วงหายไป เพราะเป็นสัจจะ
แต่เป็นเพียงสมมุติเท่านั้นเอง อย่าไปติดสมมุติสัจจะ
แต่ก็อย่าไปทำลายสมมุติสัจจะเพียงแต่รู้เฉยๆ ไม่ใช่สิ่งทำให้เกิดสุขทุกข์
![]()
โดย สุกัญญา นำมาฝากค่ะ [23 พ.ค. 2547 , 20:34:12 น.] ( IP = 203.209.106.247 : : )
สลักธรรม 2จิตของเรา ต้องกำหนด นาม พอมันอยากได้ก็จิตโลภะ นามโลภะเข้า
ตอนที่รู้ว่าโลภะเข้าตอนนั้น....โลภะออกแล้ว
เรามีหน้าที่คือ มาทีหนึ่งก็ไล่ไปทีหนึ่ง
ถ้าแขกไม่มา เราจะไล่ใครล่ะ
จำหน้าที่อันนี้ไว้ ถ้าไม่มีแขกมา จะไปนั่งไล่ใคร
เขาเรียกว่า บ้า แขกมาแล้วค่อยไล่
ทุกวันนี้เราก็เหมือนกับการนั่งเป็นประธาน
คอยไล่ โลภ โกรธ หลง คน เดิน นั่ง นอน เป็นแขกหมด
มีหน้าที่กำจัด คือ ไล่ ไล่อะไร กำหนดตรงนี้เพื่อไล่ความรู้สึกว่าเป็นตัวเราออก
สิ่งที่รู้แล้วกำหนดก็เท่ากับไล่ทันที
อย่างกำหนดรูปนั่ง พอเห็นศาลาปฏิบัติธรรม ....ก็ระลึก
สติเกิดขึ้นมากำหนดนามเห็น
หรือไม่สติเกิดขึ้นมากำหนดนามฟุ้ง
ที่เห็นเป็นศาลาเป็นเรื่องเป็นราวก็จบลงทีหนึ่ง
เรามีหน้าที่คือพอเรื่องเกิดขึ้นมาก็ทำให้จบ ตรงกับปรมัตถ์ด้วย
สิ่งใดเกิดขึ้นเป็นของธรรมดา สิ่งนั้นดับไปเป็นของธรรมดา
แต่ถ้าเรื่องมันเกิดขึ้นมากลับทำให้มันยาวต่อไปแล้วค่อยจบ จึงเรียกว่าสันตติเกิด
![]()
โดย สุกัญญา นำมาฝากค่ะ [23 พ.ค. 2547 , 20:34:34 น.] ( IP = 203.209.106.247 : : )
สลักธรรม 3คำถาม :ในเวลาปฏิบัติพอเรากระทบแล้วเรารู้ว่านามรู้
ถ้าทำจนชินเข้านามจะหายไปหรือไม่
คำตอบ :พระอรหันต์เดินบิณฑบาต หรือเป็นฆราวาส
เดินไปทักใครก็ไม่ได้บอกว่านามเห็น นามได้ยิน ก็คุยธรรมดา
แต่เพราะสติมีพลังอันกล้าแข็งแล้ว
คอยทำลายความโลภ ความโกรธ ความหลง
เพราะสติเป็นหัวหน้า เป็นหัวใจ เป็นหัวหน้าของฝ่ายคุณธรรมความดี
เมื่อสติครองความเป็นใหญ่จะดำเนินไปที่ไหน
สติก็จะพาความดีกลับเข้ามาสู่ คือ มีหิริ มีโอตตัปปะ
มีความระลึกรู้สึกตัวอยู่เสมอว่าสมควรหรือไม่สมควร
ก็พูดทักทายปราศรัยกับคนธรรมดานี่
มีคนหนึ่งเดินไปถามท่านว่า ท่านจะไปไหน
คนนั้นเป็นพระอรหันต์ท่านก็ตอบว่า ฉันจะไปวัด ฉันจะไปเยี่ยมโยม
ไม่ใช่ว่าพอเป็นพระอรหันต์แล้ว ไม่จำเป็นไม่ต้องพูด ถามไม่พูด... ไม่ได้
![]()
โดย สุกัญญา นำมาฝากค่ะ [23 พ.ค. 2547 , 20:34:54 น.] ( IP = 203.209.106.247 : : )
สลักธรรม 4สติจะครองความเป็นใหญ่ แต่กันและคอยระวัง
ปิดประตูความชั่วทั้งหมดไม่ให้เข้า
ก็ตอบไปโดยปราศจากความโลภ ความโกรธ ความหลง
พระอรหันต์ก็คุย ก็กินข้าว ฉันข้าว ฆราวาสก็กินข้าว หิวเป็น เมื่อยเป็น
เจ็บเป็น ปวดเป็น ยุงกัดก็เจ็บ หกล้มก็เจ็บ ไม่มีข้าวกินก็หิว ทุกข์ก็เกิด
แต่เพราะสติเป็นตัวรู้สึกประกอบกับศรัทธา ๔ ที่พร้อมแล้ว
จึงได้คำตอบทางจิตว่า วิบากไม่ดี
ไม่ใช่ว่าจะต้องมีรูปนามตลอดเวลา
สิ่งใดที่มีอำนาจรุนแรงเข้ามาทำให้เกิดอภิชฌา โทมนัส
ขณะนั้นรู้ว่านามกับรูป และการดำเนินของวิถีจิตต่อไปนั้นมีหิริ มีโอตตัปปะ
มีสติ มีสัมปชัญญะเข้าอยู่ทุกขณะ มีอินทรีย์อันแก่กล้าสำรวม
ไม่แสดงออกซึ่งปฏิกิริยาอันทนไม่ไหว
เพราะพระอรหันต์จะไม่มีอะไรที่ทนไม่ไหว
ทนได้ทั้งสิ้นด้วยรู้ว่าเป็นเพียงวิบาก
นี่คือบุคลิกของผู้สง่างาม
![]()
โดย สุกัญญา นำมาฝากค่ะ [23 พ.ค. 2547 , 20:35:14 น.] ( IP = 203.209.106.247 : : )
สลักธรรม 5คำถาม :พระอรหันต์เวลาเกิดเจ็บปวดขึ้นมาท่านกำหนดอย่างไร
คำตอบ :นี่ไม่ใช่การเดา และก็ไม่ได้ลดข้อเท็จจริง
เพราะตัวเองก็ไม่ใช่พระอรหันต์
แต่ก็เอาข้อมูลมาจากหลักที่เรียนแล้วเคยปฏิบัติมาพิจารณาเข้าไปว่า
พระพุทธองค์ก็คัน ท่านก็ปวด ท่านก็หิว
พระอรหันต์ท่านก็คัน ท่านก็ปวด ท่านก็หิว
กินเข้าไปมีใครไม่ขับถ่าย มีใครเอาเก็บไว้ได้บ้าง
ต้องปวดท้องก่อนอาการนี้ต้องถูกบีบเมาจากลำไส้
รู้สึกปวดปัสสาวะ รู้สึกปวดอุจจาระจึงถ่าย
มีใครไม่ปวดแล้วถ่ายบ้าง นอกจากเพลิน คุยไปถ่ายไป
หรือถ่ายไปอ่านไป ก็ไม่รู้ว่าปวด
ธรรมชาติของชีวิตต้องรู้สึกแล้วจึงทำ
ต้องมีตัวรู้ มีตัวถูกรู้ แล้วสามารถแก้ไขได้
ต้องมีเหตุและมีผลเสมอ
ฉะนั้น เวลาพระอรหันต์คันหรือยุงกัด หรืองูกัด
เพราะความที่ฝึก รู้จักเหตุ รู้จักผลมาจนแก่กล้าแล้ว
มั่นคงกับเหตุกับผลแล้ว รู้ว่าวิบากกรรม
มั่นคงกับการกระทำกรรม ศรัทธาในเรื่องสัตว์โลกต่างมีกรรมเป็นของตน
ศรัทธาในคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เมื่อศรัทธาแล้ว แจ้งแล้วในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
ไม่ว่าเหตุการณ์อะไรจะเกิดขึ้นแล้วมันก็ดับไป มีสติแก้ไข
ไม่อนาทรบ่นมากมาย แหม ยุงเยอะจังแถวนี้ ใครเปิดประตูมุ้งลวด
หน้าที่เกา ไม่ใช่หน้าที่บ่นว่า ส่วนมากเป็นอย่างนี้
![]()
(โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ)
โดย สุกัญญา นำมาฝากค่ะ [23 พ.ค. 2547 , 20:35:37 น.] ( IP = 203.209.106.247 : : )
สลักธรรม 6ดีจังเลยค่ะ ได้ทบทวนการกำหนดไปด้วย ทั้งๆที่ก็เรียนก็มากแต่ก็แปลกนะยังมีคำถามเกิดขึ้นกับตนเองเสมอๆว่า ใช่มั้ยนะ การได้มาทบทวนบ่อยๆจึงย้ำเดินทางเดินให้ปลอดภัยจากกิเลสมากขึ้น ขอบคุณค่ะ
โดย พี่อุ๊ [24 พ.ค. 2547 , 17:50:33 น.] ( IP = 203.209.90.150 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |