| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เรื่องของพระราหุล
[ 1 ] [ 2 ]
สลักธรรม 1ดูกรราหุล เปรียบเหมือนช้างต้นมีงาอันงอนงาม
เป็นพาหนะที่เจริญยิ่งนัก มีกำเนิดดี เคยเข้าสงคราม
ช้างนั้นเข้าสงครามแล้ว ย่อมทำกรรมด้วยเท้าหน้าทั้งสองบ้าง
ด้วยเท้าหลังทั้งสองบ้าง ด้วยกายเบื้องหน้าบ้าง ด้วยกายเบื้องหลังบ้าง ด้วยศีรษะบ้าง
ด้วยหู ทั้งสองบ้าง ด้วยงาทั้งสองบ้าง ด้วยหางบ้าง ย่อมรักษาไว้แต่งวงเท่านั้น
เพราะการที่ช้างรักษาแต่งวงนั้น ควานช้างจึงมีความดำริอย่างนี้ว่า
ช้างต้นนี้แลมีงาอันงอนงาม เป็นพาหนะที่เจริญยิ่งนัก มีกำเนิดดี เคยเข้าสงคราม
เข้าสงครามแล้ว ย่อมทำกรรมด้วยเท้าหน้าทั้งสองบ้างฯ
ย่อมรักษาไว้แต่งวงเท่านั้น
ชีวิตชื่อว่า อันช้างต้นยังไม่ยอมสละแล.
ดูกรราหุล เมื่อใดแลช้างต้นมีงาอันงอนงามเป็นพาหนะที่เจริญ
ยิ่งนัก มีกำเนิดดี เคยเข้าสงคราม เข้าสงครามแล้ว ย่อมทำกรรมด้วยเท้าหน้าทั้งสองบ้างฯ
เพราะการที่ช้างทำกรรมด้วยงวงนั้น ควานช้างจึงมีความดำริอย่างนี้ว่า
ก็ช้างต้นนี้แลมีงาอันงอนงาม เป็นพาหนะที่เจริญยิ่งนัก มีกำเนิดดี เคยเข้าสงคราม
เข้าสงครามแล้ว ย่อมทำกรรมด้วยเท้าหน้าทั้งสองบ้างฯ
ชีวิตชื่อว่าอันช้างต้นยอมสละแล้ว บัดนี้ไม่มีอะไรที่ช้างต้นจะพึงทำไม่ได้ ฉันใด
ดูกรราหุล เรากล่าวว่าบุคคลผู้ไม่มีความละอายในการกล่าวมุสา
ทั้งที่รู้อยู่ ที่จะไม่ทำบาปกรรมแม้น้อยหนึ่งไม่มี ฉันนั้นเหมือนกัน
เพราะเหตุนั้นแหละ ราหุลเธอพึงศึกษาว่า
เราจักไม่กล่าวมุสา แม้เพราะหัวเราะกันเล่น ดูกรราหุล เธอพึงศึกษาอย่างนี้แลโดย TaRa [27 พ.ค. 2547 , 00:47:40 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 2ดูกรราหุล เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน แว่นมีประโยชน์อย่างไร?
มีประโยชน์สำหรับส่องดู พระเจ้าข้า.
ฉันนั้นเหมือนกันแล ราหุล บุคคลควรพิจารณาเสียก่อน
แล้วจึงทำกรรมด้วยกาย ด้วยวาจา ด้วยใจโดย TaRa [27 พ.ค. 2547 , 00:48:47 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 3
ดูกรราหุล เธอปรารถนาจะทำกรรมใดด้วยกาย
กายกรรมนั้นเธอพึงพิจารณาเสียก่อนว่า
เราปรารถนาจะทำกรรมนี้ใดด้วยกาย
กายกรรมของเรานี้ พึงเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง
เพื่อเบียดเบียนทั้งตนทั้งผู้อื่นบ้าง กายกรรมนี้เป็นอกุศล
มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากกระมังหนอ
ดูกรราหุล ถ้าเมื่อเธอพิจารณาอยู่ พึงรู้อย่างนี้ว่า
เราปรารถนาจะทำกรรมใดด้วยกาย
กายกรรมของเรานี้ พึงเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตน เพื่อเบียดเบียนผู้อื่น
เพื่อเบียดเบียนทั้งตนทั้งผู้อื่น กายกรรมนี้เป็นอกุศล
มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากดังนี้ไซร้
กรรมเห็นปานนี้ เธอไม่พึงทำด้วยกายโดยส่วนเดียว
แต่ถ้าเมื่อเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า
เราปรารถนาจะทำกรรมใดด้วยกาย กายกรรมของเรานี้
ไม่พึงเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตน เพื่อเบียดเบียนผู้อื่น
เพื่อเบียดเบียนทั้งตนทั้งผู้อื่น กายกรรมนี้เป็นกุศล
มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบากดังนี้ไซร้ กรรมเห็นปานนั้น เธอพึงทำด้วยกาย
แม้เมื่อเธอกำลังทำกรรมด้วยกาย เธอก็พึงพิจารณากายกรรมนั้นแหละว่า
เรากำลังทำกรรมใดด้วยกาย กายกรรมของเรานี้
ย่อมเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง
และเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง
กายกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากกระมังหนอโดย TaRa [27 พ.ค. 2547 , 00:53:01 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 4ถ้าเมื่อเธอพิจารณาอยู่ พึงรู้อย่างนี้ว่า
เราทำกรรมใดด้วยกาย กายกรรมของเรานี้
ย่อมเป็นไป เพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง
และเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง กายกรรมนี้เป็นอกุศล
มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากดังนี้ไซร้ เธอพึงเลิกกายกรรมเห็นปานนั้นเสีย
แต่ถ้าเธอพิจารณาอยู่ พึงรู้อย่างนี้ว่า
เราทำกรรมใดด้วยกาย กายกรรมของเรานี้
ย่อมไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง
และเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง กายกรรมนี้เป็นกุศล
มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบากดังนี้ไซร้ เธอพึงเพิ่มกายกรรมเห็นปานนั้น
ดูกรราหุล แม้เธอทำกรรมด้วยกายแล้ว
เธอก็พึงพิจารณากายกรรมนั้นแหละว่า เราได้ทำแล้วซึ่งกรรมใดด้วยกาย
กายกรรมของเรานี้ ย่อมเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง
และเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง กายกรรมนี้เป็นอกุศล
มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากกระมังหนอ
ถ้าเธอพิจารณาอยู่ พึงรู้อย่างนี้ว่า
เราได้ทำแล้วซึ่งกายกรรมใด กายกรรมของเรานี้
ย่อมเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง
และเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง กายกรรมนี้เป็นอกุศล
มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากดังนี้ไซร้ กายกรรมเห็นปานนั้น
เธอพึงแสดง เปิดเผย ทำให้ตื้น ในพระศาสนา
หรือในเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลายผู้วิญญู แล้วพึงสำรวมต่อไป
แต่ถ้าเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า
เราได้ทำแล้วซึ่งกรรมใดด้วยกาย
กายกรรมของเรานี้ ย่อมไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง
และเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง กายกรรมนี้เป็นกุศล
มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบาก ดังนี้ไซร้
เธอพึงมีปีติและปราโมทย์ ศึกษาในกุศลธรรมทั้งกลางวันและกลางคืน
อยู่ด้วยกายกรรมนั้นแหละโดย TaRa [27 พ.ค. 2547 , 00:55:49 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 5ดูกรราหุล เธอปรารถนาจะทำกรรมใดด้วยวาจา
เธอพึงพิจารณาวจีกรรมนั้นเสียก่อนว่า เราปรารถนาจะทำกรรมใดด้วยวาจา
วจีกรรมของเรานี้ พึงเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง
และเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง วจีกรรมนี้เป็นอกุศล
มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากกระมังหนอ
ถ้าเธอพิจารณาอยู่ พึงรู้อย่างนี้ว่า
เราปรารถนาจะทำ กรรมใดด้วยวาจา วจีกรรมของเรานี้
พึงเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง
และเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง วจีกรรมนี้เป็นอกุศล
มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก ดังนี้ไซร้
วจีกรรมเห็นปานนั้น เธอไม่ควรทำโดยส่วนเดียว
แต่ถ้าเธอพิจารณาอยู่ พึงรู้อย่างนี้ว่า
เราปรารถนาจะทำกรรมใดด้วยวาจา
วจีกรรมของเรานี้ไม่พึงเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง
และเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง วจีกรรมนี้เป็นกุศล
มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นผลดังนี้ไซร้ วจีกรรมเห็นปานนั้น เธอควรทำ
ดูกรราหุล แม้เมื่อเธอกำลังทำกรรมด้วยวาจา
เธอก็พึงพิจารณาวจีกรรมนั้นแหละว่า เราทำอยู่ซึ่งกรรมใดด้วยวาจา วจีกรรมของเรานี้
ย่อมเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง และเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง
วจีกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากกระมังหนอ
โดย TaRa [27 พ.ค. 2547 , 01:01:08 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 6ถ้าเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า
เราทำอยู่ซึ่งกรรมใดด้วยวาจา วจีกรรมของเรานี้ ย่อมเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตน
เพื่อเบียดเบียนผู้อื่น และเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่น วจีกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร
มีทุกข์เป็นวิบากดังนี้ไซร้ เธอพึงเลิกวจีกรรมเห็นปานนั้นเสีย
แต่ถ้าเธอพิจารณาอยู่ พึงรู้อย่างนี้ว่า
เราทำอยู่ซึ่งกรรมใดด้วยวาจา วจีกรรมของเรานี้ ย่อมไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง
เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง และเพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง วจีกรรมนี้เป็นกุศล มีสุขเป็นกำไร
มีสุขเป็นวิบากดังนี้ไซร้ เธอพึงเพิ่มวจีกรรมเห็นปานนั้น
ดูกรราหุล แม้เธอทำกรรมด้วยวาจาแล้ว
เธอก็พึงพิจารณาวจีกรรมนั้นแหละว่า เราได้ทำแล้วซึ่งกรรมใดด้วยวาจา
วจีกรรมของเรานี้ ย่อมเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง
เพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง วจีกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากกระมังหนอ
ถ้าเธอพิจารณาอยู่ พึงรู้อย่างนี้ว่า
เราได้ทำแล้วซึ่งกรรมใดด้วยวาจา วจีกรรมของเรานี้ ย่อมเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง
เพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง วจีกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากดังนี้ไซร้
วจีกรรมเห็นปานนั้น เธอพึงแสดง เปิดเผย ทำให้ตื้น ในพระศาสนา
หรือในเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลายผู้วิญญู ครั้นแล้วพึงสำรวมต่อไป
แต่ ถ้าเธอพิจารณาอยู่ พึงรู้อย่างนี้ว่า
เราได้ทำแล้วซึ่งกรรมใดด้วยวาจา วจีกรรมของเรานี้ ย่อมไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง
เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง
วจีกรรมนี้เป็นกุศล มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบากดังนี้ไซร้ เธอพึงมีปีติและปราโมทย์
ศึกษาในกุศลธรรมทั้งกลางวันและกลางคืน อยู่ด้วยวจีกรรมนั้นแหละโดย TaRa [27 พ.ค. 2547 , 01:01:30 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 7ดูกรราหุล เธอปรารถนาจะทำกรรมใดด้วยใจ
เธอพึงพิจารณามโนกรรมนั้นเสียก่อนว่า
เราปรารถนาจะทำกรรมใดด้วยใจ มโนกรรมของเรานี้ พึงเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง
เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง มโนกรรมนี้เป็นอกุศล
มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากกระมังหนอ
ถ้าเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า
เราปรารถนาจะทำกรรมใดด้วยใจ มโนกรรมของเรานี้
พึงเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง
เพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง มโนกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบาก
ดังนี้ไซร้ มโนกรรมเห็นปานนี้ เธอไม่ควรทำโดยส่วนเดียว
แต่ถ้าเธอพิจารณาอยู่ พึงรู้อย่างนี้ว่า
เราปรารถนาจะทำกรรมใดด้วยใจ มโนกรรมของเรานี้ ไม่พึงเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง
เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง มโนกรรมนี้เป็นกุศล มีสุขเป็นกำไร
มีสุขเป็นวิบากดังนี้ไซร้ มโนกรรมเห็นปานนั้น เธอควรทำ
ดูกรราหุล แม้เมื่อเธอกำลังทำกรรมใดด้วยใจ
เธอก็พึงพิจารณามโนกรรมนั้นแหละว่า เราทำอยู่ซึ่งกรรมใดด้วยใจ
มโนกรรมของเรานี้ย่อมเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง
มโนกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากกระมังหนอโดย TaRa [27 พ.ค. 2547 , 01:05:11 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 8
ถ้าเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า
เราทำอยู่ซึ่งกรรมใดด้วยใจ มโนกรรมของเรานี้ ย่อมเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง
เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง มโนกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์
เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากดังนี้ไซร้ เธอพึงเลิกมโนกรรมเห็นปานนั้นเสีย
แต่ถ้าเธอพิจารณาอยู่พึงรู้อย่างนี้ว่า
เราทำอยู่ซึ่งกรรมใดด้วยใจ มโนกรรมของเรานี้ ย่อมไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง
เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง มโนกรรมนี้เป็นกุศล
มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบากดังนี้ไซร้ เธอพึงเพิ่มมโนกรรมเห็นปานนั้น
ดูกรราหุล แม้เธอทำกรรมใดด้วยใจแล้ว
เธอก็พึงพิจารณามโนกรรมนั้นแหละว่า เราได้ทำกรรมใดด้วยใจแล้ว
มโนกรรมของเรานี้ ย่อมเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง
เพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง มโนกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากกระมังหนอ.
ถ้าเธอพิจารณาอยู่ พึงรู้อย่างนี้ว่า เราทำได้แล้วซึ่งกรรมใดด้วยใจ
มโนกรรมของเรานี้ ย่อมเป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง
เพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง มโนกรรมนี้เป็นอกุศล มีทุกข์เป็นกำไร
มีทุกข์เป็นวิบากดังนี้ไซร้ เธอพึงกระดาก ละอายเกลียดในมโนกรรมเห็นปานนั้น ครั้นแล้วพึงสำรวมต่อไป
แต่ถ้าเธอพิจารณาอยู่ พึงรู้อย่างนี้ว่า
เราได้ทำแล้วซึ่งกรรมใดด้วยใจ มโนกรรมของเรานี้ย่อมไม่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนบ้าง
เพื่อเบียดเบียนผู้อื่นบ้าง เพื่อเบียดเบียนทั้งตนและผู้อื่นบ้าง มโนกรรมนี้เป็นกุศล มีสุขเป็นกำไร
มีสุขเป็นวิบากดังนี้ไซร้ เธอพึงมีปีติและปราโมทย์ ศึกษาในกุศลธรรมทั้งหลาย
ทั้งกลางวันและกลางคืน อยู่ด้วยมโนกรรมนั้นแหละโดย TaRa [27 พ.ค. 2547 , 01:06:12 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 9ดูกรราหุล สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งในอดีตกาล
ได้ชำระกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมแล้ว
สมณะหรือพราหมณ์ทั้งหมดนั้นพิจารณาๆ อย่างนี้นั่นเอง
แล้วจึงชำระกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม
แม้สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ในอนาคตกาล
จักชำระกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม
สมณะหรือพราหมณ์ทั้งหมดนั้น ก็จักพิจารณาๆ อย่างนี้นั่นเอง
แล้วจึงชำระกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม
ถึงสมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่งในปัจจุบัน
กำลังชำระกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมอยู่
สมณะหรือพราหมณ์ทั้งหมดนั้น ก็พิจารณาๆ อย่างนี้นั่นเอง
แล้วจึงชำระกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม
เพราะเหตุนั้นแหละ ราหุล เธอพึงศึกษาว่า
เราจักพิจารณาๆ แล้วจึงชำระกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม
ดูกรราหุล เธอพึงศึกษาอย่างนี้แหละ
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้แล้ว
ท่านพระราหุลมีใจยินดีชื่นชมพระภาษิตของพระผู้มีพระภาค ดังนี้แลโดย TaRa [27 พ.ค. 2547 , 01:08:13 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 10ขออนุโมทนาในกุศลจิตอย่างยิ่งค่ะคุณ.. TaRa
นับวันก็ดูคล้ายเรากำลังนับถอยหลังกันอยู่นะคะ เพราะดูว่าผู้ใส่ใจในการหาความรู้ในพระพุทธประวัตินั้นยากมากขึ้นทุกที.....จนน่าใจหาย
แม้ข่าวสารในงานวิสาขะนั้นแทบไม่มีเลย...พี่ดอกแก้วเองยังไม่ทราบว่าจะไปช่วยงานนั้นเวลาใดแน่ ที่ไหนเพราะไม่มีการแจ้งรายการมาเลยค่ะ แม้คุณธีรวัสเองพยายามติดตามให้ก็ได้รับการปฎิเสธว่าไม่ทราบ.
.โอ้ยอย่างนี้คงนั่งสวดมนต์ ทำสมาธิ และเจริญวิปัสสนาอยู่ที่ห้องพระเห็นจะได้กุศลเพื่อน้อมนำเป็นปฏิบัติบูชาดีกว่าค่ะเพราะยังไม่ทราบอะไรเลยกระทั่งเดี๋ยวนี้ค่ะโดย พี่ดอกแก้ว [27 พ.ค. 2547 , 06:43:40 น.] ( IP = 210.86.188.9 : : ) [ 1 ] [ 2 ]
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |