มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


รายงานติดขอบ..สนามหลวง..งานวิสาขะ




ศุกร์ที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๔๗ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เดือน ๗
เวลาประมาณ ๐๙.๐๐ น.
วันที่สองของงานสัปดาห์วิสาขบูชาประจำปี ๒๕๔๗ ณ ท้องสนามหลวง
แต่เป็นวันแรกของการอภิปราย
ถ่ายทอดเสียงทางสถานีวิทยุแห่งประเทศไทย
ดังนั้น ในวันนี้รอบบริเวณท้องสนามหลวง
จึงคราคร่ำไปด้วยนักเรียนนักศึกษา
ที่มาเดินชมนิทรรศการ
และรอรับฟังการอภิปรายกันตั้งแต่เช้า

บนเวทีใหญ่กลางท้องสนามหลวงในเช้านี้
จึงเต็มไปด้วยนักเรียนที่แต่ละโรงเรียน
พามาร่วมกิจกรรมพุทธศาสนา
เพื่อพัฒนาความรู้ขให้มีความเข้าใจ
ในคำว่า "พุทธมามกะ" มากยิ่งขึ้น
นอกจากนักเรียนนับร้อยที่พากันนั่งอยู่ใต้ร่มของเวทีกันอย่างเรียบร้อยแล้ว
พุทธศาสนิกชนบางส่วนก็มานั่งคอยอยู่ด้วยเช่นกัน
เพื่อรอรับฟังการบรรยาย
จากผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านที่จะขึ้นมาบนเวที

นับเป็นที่น่าอนุโมทนายิ่งกับคณะผู้จัดงาน
ที่สามารถชักนำเยาวชนให้มาร่วมกิจกรรม
ได้มากมายถึงเพียงนี้

โดย ต้นสน [29 พ.ค. 2547 , 07:30:23 น.] ( IP = 210.86.188.5 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ][ 4 ]


  สลักธรรม 11

เพราะฉะนั้น ความไม่รู้จักคือไม่ได้ศึกษา จึงทำให้ไม่ททราบความจริง
และไม่รู้วิธีการทำความดี จึงทำบุญได้น้อยอย่าง
ส่วนมากก็จะทำทานกันเป็นส่วนใหญ่ เพราะรู้จักอยู่แค่นั้น
แต่หาได้ทราบว่าการพยายามขยันหมั่นเพียรเพื่อให้ได้มาด้วยความสุจริตก็เป็นบุญชนิดหนึ่ง
การช่วยเหลือผู้อื่นทำงานให้สำเร็จก็เป็นบุญอีกชนิดหนึ่ง
แต่เพราะเราไม่รู้เราจึงทำไม่ได้หรือไม่ได้ทำนั่นเอง


พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นมีมากมายถึง ๘๔๐๐๐ พระธรรมขันธ์
แต่เมื่อสรุปแล้วก็เกี่ยวกับชีวิตของเราทั้งสิ้น
เพราะฉะนั้น การที่ได้มีโอกาสมาพบพระพุทธศาสนา
จึงนับว่าเป็นมงคลแก่ตนเพราะทำให้รู้จักชีวิต และสิ้นสุดไปจากความทุกข์ได้
เพราะการตรัสรู้ของพระพุทธองค์ พระอริยบุคคลต่างๆจึงได้เกิดขึ้น


ที่สำคัญมากถือเป็นเอกลักษณ์ของพระพุทธศาสนาก็คือ
พระพุทธศาสนาสอนไม่ให้เชื่อ ..
แต่ศาสนาอื่นสอนให้เชื่อคือเชื่อในศาสดาของตน เชื่อในคำสอน
แต่พระพุทธศาสนาสอนไม่ให้เชื่อโดยฟังตามกันมา
โดยตื่นข่าว โดยอ้างตำรา โดยเห็นว่าเป็นครูของตน
โดยเห็นว่าผู้พูดน่าเชื่อ โดยตรึกตามอาการ
โดยเห็นว่าเป็นลัทธิของตน โดยคาดคะเนเอาเหล่านี้
แต่ถ้าเมื่อใดที่จะเชื่อให้เชื่อด้วยเหตุด้วยผล ..
นี่นับเป็นเอกลัษณ์ที่สำคัญของพระพุทธศาสนา

โดย ต้นสน [29 พ.ค. 2547 , 09:10:38 น.] ( IP = 210.86.188.5 : : )


  สลักธรรม 12

ไม่มีสิ่งใดที่เกิดขึ้นโดยปราศจากเหตุ
ทำดีย่อมต้องได้ดี ทำชั่วย่อมต้องได้ชั่ว
ไม่มีใครทำอะไรแทนใครได้ หรือไถ่บาปแทนกันได้
ทุกสิ่งต้องทำเอง จะพ้นทุกข์ก็ต้องทำที่ตนเองให้พ้นเอง


วันพุทธมหามงคลคือวันเพ็ญเดือนหกนี้จึงเป็นมงคลอย่างยิ่ง
นับตั้งแต่ทรงประสูติที่สวนลุมพินีวัน
ต่อจากนั้นก็ทรงตรัสรู้ แล้วก็ทรงแจกจ่ายธรรม
จนในที่สุดก็ทรงเสด็จดับขันธปรินิพพาน
ซึ่งการดับขันธปรินิพพานนี้เองก็คือสิ่งที่บ่งบอกว่า
ขณะนี้ไม่มีพระองค์จริงมาตรัสสั่งสอนแก่เราแล้ว
คงเหลือแต่เป็นองค์แทนที่สืบทอดมาเป็นมรดก

ข่าวในพระราชสำนักเมื่อค่ำวานนี้
หากใครที่ได้ดูก็จะเห็นข่าวพระกรณียกิจของสมเด็จพระเทพรัตนฯ
ที่ทรงเสด็จไปในงานแห่งหนึ่งแล้วทรงกล่าวในงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีว่า
ไม่จำเป็นต้องวิ่งตามให้ทันไปเสียทั้งหมด
เพราะตามอย่างไรก็ไม่ทัน แต่ควรรู้จักและใช้ให้เป็น ..


ดังนั้น ก็จะเห็นว่าอยู่แล้วขณะนี้ที่มีเทคโนโลยีทันสมัยมาก
หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็ว
ที่เคยบอกว่าชนะกันเพียงก้าวเดียวนั้นช้าไปเสียแล้วสำหรับสมัยนี้
เพียงแค่วินาทีเดียวก็พิสูจน์ถึงผลแพ้ชนะได้
ซึ่งก็ดูว่าเครื่องไม้เครื่องมือนั้นเก่งกาจ
ก็ยิ่งจะต้องระวังว่า สิ่งที่มีเผยแผ่อยู่นั้นถูกต้องจริงหรือไม่
โลกแห่งไอทีมีความหลอกลวงจอมปลอมอยู่มาก
ผู้ที่เข้าไปศึกษาค้นคว้าจึงต้องระมัดระวังอย่าหลงเชื่อในข้อมูลที่ผิดพลาด

ในช่วงท้ายนั้นอาจารย์ได้ย้อนกลับมากล่าวถึงคำว่ามงคลอีกครั้งหนึ่งว่า
มงคล หมายถึงเหตุแห่งความสุข ความก้าวหน้าในการดำเนินชีวิต
การที่ได้มาพบกับพระพุทธศาสนานับว่าเป็นมหามงคล
เพราะได้พบกับทางเดินที่ถูก และพ้นไปจากความทุกข์ได้
เพราะที่เรามีทุกข์กันอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะว่าเรามีชีวิต
หากชีวิตหมดลงเมื่อใดและไม่กลับมาเกิดอีกแล้วก็ไม่ต้องมาเป็นทุกข์อีก

และเมื่อสิ้นสุดการพูดลง เสียงปรมมือก็ดังขึ้น
และดังต่อไปเป็นทอดๆอย่างยาวนานเป็นครั้งแรกบนเวทีนี้

โดย ต้นสน [29 พ.ค. 2547 , 09:18:39 น.] ( IP = 210.86.188.5 : : )


  สลักธรรม 13

สำหรับผู้อภิปรายท่านสุดท้ายก็คือคุณเอกพัน บันลือฤทธิ์
คุณเอกพันออกตัวในฐานะที่เป็นนักแสดง
แต่ก็ได้เข้ามาเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนามาตั้งแต่ยังเด็ก
เพราะคุณแม่พาไปทำบุญวัดอยู่เสมอ
พอเติบโตขึ้นมาก็ยังมีความชอบที่จะทำบุญสุนทาน
และก็เชื่อด้วยว่า ทำดีได้ดีแน่ๆ


คุณเอกพันบอกว่าตนเองนั้นเป็นคนที่มีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณทุกท่าน
และก็พยายามช่วยเหลือผู้ที่ตกทุกข์ได้ยาก
อาจเป็นเพราะการที่คุ้นเคยกับการทำบุญมานาน
จึงช่วยผลักดันให้ทำความดีได้มากยิ่งขึ้น
และนับเป็นเวลายี่สิบกว่าปีที่ได้เข้ามาช่วยงานเก็บศพของมูลนิธิแห่งหนึ่ง
โดยเฉพาะการช่วยเหลือญาติผู้ตายด้วยการซื้อโลงบริจาค หรือเป็นเจ้าภาพให้นั้น
นับเป็นความสุขใจเหมือนมีฮอร์โมนชนิดหนึ่งหลั่งออกมาราดรดใจอย่างนั้น

คุณเอกพันได้เล่าถึงกิจวัตรประจำวันของตนว่า
ทุกคืนถ้ากลับบ้านไม่ดึกก็จะทำสมาธิวันละครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างน้อย
และจะตักบาตรทุกวันพฤหัสบดีเพื่อบูชาครูและวันอาทิตย์เพื่อให้ตนเอง

โดย ต้นสน [29 พ.ค. 2547 , 09:27:02 น.] ( IP = 210.86.188.5 : : )


  สลักธรรม 14

ปริศนาธรรมที่น่าสนใจที่คุณเอกพันนำมาเล่าในวันนี้
ก็คือคำว่า ..สี่คนหาก สามคนแห่ หนึ่งคนนั่งแคร่ สองคนพาไป

คุณเอกพันกล่าวว่าเดิมนั้นไม่เข้าใจว่าปริศนาธรรมนี้หมายถึงอะไร
ก็คิดว่า สี่คนหามคือคนแบกโลง ..อย่างนี้เป็นต้น
แต่ก้ได้ติดตามถามผู้มีความรู้จนได้ทราบว่า
สี่คนหามหมายถึง ดิน น้ำ ไฟ ลม ที่ประกอบเป็นรูปร่างกาย
สามคนแห่ ..คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง ที่ชักพาให้ชีวิตเป็นไป
หนึ่งคนนั่งแคร่ ..หมายถึง จิตใจ ที่จะควบคุมบังคับบัญชาให้ทำสิ่งต่างๆ
สองคนพาไป ..คือ บาปและบุญที่ได้ทำไว้ พาให้ไปอยู่ในที่สบายหรือไม่สบาย
นี่คือปริศนาธรรมที่คุณเอกพันนำมากล่าวไว้

นอกจากนี้ก็ยังพูดถึงมรณานุสติอีกอย่างหนึ่งว่า
ไปไม่กลับ หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี หนีไม่พ้น
ที่ปักไว้ที่ตาลปัตรนั้นก็ล้วนแต่มีความหมายว่าตายทั้งสิ้น
จึงขอให้ทุกคนพยายามทำความดีเอาไว้
ผลของความดีนั้นจะติดตามไปแน่ๆ


คุณเอกพันกล่าวว่า ในศีล ๕ นั้น
จะมีผิดอยู่บ้างก็คือ มุสาวาท
แต่ก็ได้ถามผู้รู้มาแล้วก็ทราบว่าไม่บาป
เช่นการพยายามพูดให้ผู้ใกล้ตายสบายใจว่า ไม่เป็นไร เดี๋ยวหมอมาแล้ว อย่างนี้เป็นต้น
ซึ่งเป็นการโกหกเพื่อให้ผู้ฟังสบายใจและไม่มีใครเสียหาย
อย่างนี้ก็ถือว่าไม่บาป

เมื่อจบการอภิปรายของทั้งสี่ท่านแล้ว
ผศ.ร.ท.ดร.บรรจบ บรรณรุจิ ได้สรุปความเป็นมาของวันวิสาขบูชาอีกครั้งหนึ่ง
พร้อมกับเปิดโอกาสให้นักเรียนที่มาฟังได้ซักถาม
คำถามแรกนั้นถามว่า ทำไมไม่จัดวันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญของโลกด้วย
เพราะเป็นวันที่มีพระรัตนตรัยครบองค์สามก็น่าจะสำคัญมากเช่นกัน

โดย ต้นสน [29 พ.ค. 2547 , 09:34:18 น.] ( IP = 210.86.188.5 : : )


  สลักธรรม 15

พระธรรมกิตติวงศ์ได้วิสัชชนาว่า
จะเป็นการเฟ้อจนเกินไปถ้ามีหลายวัน
ศาสนาอื่นก็อาจใช้เป็นเยี่ยงอย่าง เพราะฉะนั้นปีหนึ่งก็จะต้องมีวันหยุดกันอยู่เรื่อย
และมีวันวิสาขบูชาเพียงวันเดียวก็เพียงพอแล้ว
เพราะเป็นการให้ความสำคัญกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยตรง
ซึ่งก็ครอบคลุมถึงวันสำคัญอื่นๆทางศาสนาไปด้วยแล้ว

ในสมัยก่อนนั้นก็มีวันสำคัญทางศาสนาเพียงวันเดียวคือวันวิสาขบูชา
แต่ต่อมาในสมัยอยุธยาก็ได้มีการเพิ่มวันอาสาฬหบูชาและวันมาฆบูชาเพิ่มขึ้นมา
ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นก็มีการเพิ่มวันอัฐมีบูชาขึ้นอีก
ทำให้คนไม่ค่อยให้ความสนใจเท่าที่ควรเพราะมีหลายวัน
เพราะฉะนั้น มีเพียงวันเดียวก็เพียงพอแล้ว


คำถามที่สองถามว่า อิทธิปาฏิหาริย์มีจริงหรือไม่?
คำถามนี้อาจารย์บุษกรเป็นผู้ตอบ
โดยอธิบายในหลักวิทยาศาสตร์เบื้องต้นเพื่อให้นักเรียนเข้าใจง่าย
คือ กล่าวถึงเรื่องของแสงแดดว่า
ขณะนี้ถ้าเราไปอยู่กลางแดดทำไมตัวเราไม่ไหม้
แต่ถ้าเอาเลนส์นูนมารองรับแสง
แสงก็จะถูกรวมไว้ที่จุดโฟกัส และเมื่อนำหัวไม้ขีดไปวางไว้ตรงจุดนั้น ไฟก็จะติดที่หัวไม้ขีด
นี่คืออานุภาพของการรวมพลังงานแสง


จิตก็เช่นกัน จิตเป็นสิ่งที่มีอำนาจ
แต่ที่มีกันอยู่ทุกวันนี้ก็เป็นไปแบบกระจัดกระจายจึงมีพลังงานน้อย
แต่ถ้าหากนำมารวมอำนาจโดยการทำสมาธิก็จะมีพลังมากขึ้นจนสามารถทำฤทธิ์ต่างๆได้

โดย ต้นสน [29 พ.ค. 2547 , 09:37:37 น.] ( IP = 210.86.188.5 : : )


  สลักธรรม 16

โปรดสังเกตภาพ คุณเอกพันให้ความสนใจในคำตอบมากถึงขนาดชะโงกหน้าออกมาดูอาจารย์ถึงขนาดนั้น
สมาธิมีหลายระดับ ได้แก่ ขณิกสมาธิ อุปจารสมาธิ และอัปปนาสมาธิ
ขณิกสมาธินั้นมีสมาธิเป็นขณะๆ ไม่แนบแน่น
อุปจารสมาธินั้นมีความแนบแน่นมากขึ้นกว่าเดิมด้วยอำนาจของการบริกรรม
อัปปนาสมาธินั้นมีอำนาจมากเพราะมีสมาธิอย่างแนบแน่น
จนกระทั่งสามารถยกองค์ฌานขึ้นมาอธิษฐานได้
จิตที่มีอำนาจสมาธิเหล่านี้เรียกว่า มหัคคตจิต ที่มีทั้งรูปฌาน และอรูปฌาน
ที่สามารถทำฤทธิ์ได้ต่างๆกัน


เพราะฉะนั้นอิทธิปาฏิหาริย์จึงมีจริงด้วยอำนาจของจิตที่มีกำลังเหล่านี้
แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์เองก็แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ปราบเดียรถีร์
โดยเหาะขึ้นไปยืนเหนือยอดมาม่วงแล้วแสดงฤทธิ์ต่างๆ
คำตอบนี้เรียกเสียงปรมมือได้อย่างยาวนานอีกครั้งในเวที้


คำถามสุดท้ายก็คือ การนำมรรคแปดมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร?
พระธรรมกิตติวงศ์วิสัชชนาว่า ไม่ต้องประยุกต์ใช้ เพราะใช้ได้เลย
ทั้งคนในศาสนาและนอกศาสนา
อย่างมาฟังธรรมอย่างนี้ก็เป็นการสร้างความเห็นถูกแล้ว
การพยายามตั้งใจฟังก็เป็นสัมมาสมาธิที่เกิดขึ้น
เพราะฉะนั้นมรรคแปดจึงเป็นสิ่งที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันเสมอๆ

โดย ต้นสน [29 พ.ค. 2547 , 09:40:57 น.] ( IP = 210.86.188.5 : : )


  สลักธรรม 17

และอาจารย์บุษกรได้กล่าวเสริมว่า
มรรคแปดนั้นเป็นเรื่องสำคัญเพราะเป็นทางดำเนินสู่ความพ้นทุกข์
จึงต้องมีความเข้าใจอย่างถูกต้องนับตั้งแต่สัมมาทิฏฐิ...ถึงสัมมาสมาธิ
(อาจารย์เรียงลำดับชื่อมรรคแปดจนครบและพูดด้วยความรวดเร็วมาก)


สัมมาทิฏฐินั้นมีความสำคัญมากเพราะเปรียบเสมือนเข็มทิศ
ให้รู้ว่าทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตกอยู่ทางไหน
เพราะถ้าไม่รู้ทิศแล้วก็จะเดินหลงทาง
ความเห็นถูกในเบื้องต้นก็คือทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
และที่จะทำให้เข้าใจได้มากยิ่งขึ้นก็ต้องมีเวลามาศึกษาธรรมะบ้าง


แต่ในขณะนี้ผู้ที่ตั้งคำถามยังเป็นเด็กนักเรียน
ความรับผิดชอบต่อทำหน้าที่คือการศึกษาเล่าเรียนจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
จึงควรทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดเสียก่อน
และในแต่ละวันก็ค่อยๆหันหน้าเข้าวัด คือ พระธรรม กันบ้าง
วันละเล็กละน้อยควบคู่กันไปกับการเรียน
เพื่อจะได้เป็นคนดีของสังคมได้ต่อไป

โดย ต้นสน [29 พ.ค. 2547 , 09:45:31 น.] ( IP = 210.86.188.5 : : )


  สลักธรรม 18

ในที่สุดเวลาในการอภิปรายก็หมดลงพร้อมกับเวลาที่ใกล้เที่ยง
ท่านเจ้าคุณพระราชโพธิวิเทศได้ขึ้นมามอบของที่ระลึกแก่คณะผู้อภิปรายจนครบทุกท่าน
จากนั้นก็แยกย้ายกันไปชมนิทรรศการ
ซึ่งในระหว่างทางที่เดินลงจากเวทีใหญ่ที่ยกพื้นสูงมากนั้น
มีคุณลุงท่านหนึ่งใช้ไม้เท้าช่วยค้ำพยุงตัวเดินมาเพื่อจะลงบันได
พอมาถึงบันไดแล้วก็นั่งลงกับพื้นแล้วก็ค่อยๆถัดตัวเองลงบันไดทีละขั้น
ซึ่งอาจารย์เดินมาถึงบันไดดังกล่าวพอดี
และพยายามจะลงไปช่วยประคองคุณลุงท่านนั้น
แต่คุณลุงก็ไม่สามารถลุกขึ้นให้ประคองได้
อาจารย์จึงได้ถามคุณลุงคนดังกล่าวก็ได้ความว่า
มาหาหมอนวดรักษาขา มาจากต่างจังหวัด
ระหว่างรอรักษาก็เลยมาฟังธรรมะบนเวที

โดย ต้นสน [29 พ.ค. 2547 , 09:51:10 น.] ( IP = 210.86.188.5 : : )


  สลักธรรม 19

ด้วยความรวดเร็วมาก..อาจารย์ได้นั่งลงและเปิดกระเป๋าเงินหยิบธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทขึ้นมา
แล้วก็พนมมือไหว้ไปที่คุณลุงท่านนั้น พร้อมกับบอกว่า ..อย่าได้คิดอะไรเลย
เพราะคุณลุงก็เปรียบเสมือนพ่อแม่ในอดีตชาติ
จึงขอทดแทนพระคุณด้วยการมอบเงินไว้ให้คุณลุงได้ใช้จ่าย...มอบให้แล้วก็พนมมือไหว้คุณลุงท่านนั้นอีกครั้ง
(และเพื่อความสะดวกในการหยิบใช้ อาจารย์จึงได้เปลี่ยนเป็นธนบัตรให้ใหม่
แต่ก็ยังคงจำนวนหนึ่งพันบาทไว้ได้ดังเดิม)


นับเป็นเหตุการณ์ที่น่าประทับใจมากในวันนี้
ที่ได้มีโอกาสเห็นการให้ที่ปราศจากการหวังผลตอบแทนใดๆจากผู้รับ
เพราะบัดนี้ก็ยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าคุณลุงคนนั้นชื่ออะไร จะติดต่อได้ที่ไหน
และก็ยังได้เห็น..ความกตัญญูกตเวที...มาปรากฏนอกพระสูตรอีกครั้งหนึ่งกับตา
ที่ผู้ที่ไม่ได้เป็นญาติกันเลยในชาตินี้
ได้ถูกผู้หนึ่งตอบแทนบุญคุณด้วยความเชื่อในพระธรรมคำสอนว่า
ไม่มีใครไม่เคยเป็นพ่อแม่ญาติพี่น้องกันมา...
เพราะการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏนั้นยาวนานเหลือเกิน


และในเหตุการณ์เดียวกันนี้ก็ยังพิสูจน์ได้ชัดเจนว่า
การนับถือพระพุทธศาสนาด้วยความเคารพบูชา
และศรัทธาในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ของแต่ละคนนั้นเป็นอย่างไร
...ใครบ้างที่นำไปประพฤติปฏิบัติที่ตนเองจนเป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่นได้
...ใครบ้างที่สามารถละความมัจฉริยะและความถือตนออกไปได้แล้วอย่างมากมาย

นอกจากนี้อาจารย์ยังได้เป็นเจ้ามือพาลูกศิษย์อีกสิบคน
ไปรับประทานอาหารกลางวันที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ด้วยใบหน้าที่สดชื่น

โดย ต้นสน [29 พ.ค. 2547 , 09:55:20 น.] ( IP = 210.86.188.5 : : )


  สลักธรรม 20

เป็นอันสิ้นสุดการกระทำที่ยากยิ่ง
ต่อบุคคลที่ไม่ได้สั่งสมอำนาจใจไปด้วยความปิติอีกครั้งหนึ่ง


แวะไปบนเวทีอีกนิดคือว่า
คุณเอกพันนั้นได้กล่าวว่า
ได้รับความรู้มากมายจริงๆจากอาจารย์บุษกร
และได้ถ่ายรูปร่วมกันด้วย..ขอบอก

โดย ต้นสน [29 พ.ค. 2547 , 10:02:01 น.] ( IP = 210.86.188.5 : : )
[ 1 ] [ 2 ] [ 3 ][ 4 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org