| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เสริมต่อจากกระทู้ที่00500 ค่ะ
สลักธรรม 1
![]()
สาธุอนุโมทามิครับ
หวังว่าคุณดาคงมีเรื่องที่ดีๆที่จำได้มาฝากอีกนะครับเพื่อเป็นการทบทวนตนเองและเป็นธรรมทานด้วยครับผม...
โดย เทพธรรม [29 ต.ค. 2544 , 20:43:30 น.] ( IP = 203.170.174.82 : : )
สลักธรรม 2
อนุโมทนาค่ะพี่ดา
พี่ดาพูดถึงทิฏฐิ ๖๒ กำลังอยากทราบอยู่พอดีว่ามีอะไรบ้าง ไม่ทราบว่าอาจารย์สง่าได้กล่าวไว้มีอยู่ในบอร์ดหรือเปล่าค่ะ ขอบคุณค่ะโดย ธัญธร [30 ต.ค. 2544 , 22:25:14 น.] ( IP = 202.183.147.98 : : )
สลักธรรม 3อนุโมทนากับกุศลที่พี่ดาทำด้วยค่ะ
และขอบคุณมากค่ะ ได้อ่านและทบทวนไปด้วยเลยเจ้าค่ะ ดีจังโดย กมลชนก [31 ต.ค. 2544 , 08:25:44 น.] ( IP = unknown : : unknown )
สลักธรรม 4ขอขยายรายละเอียดเรื่องทิฏฐิ ๖๒ หน่อยนะค่ะ
ที่กล่าวว่าอบายภูมิ เป็นภูมิของสัตว์ที่ไม่ได้รับความสุขที่ควรจะได้รับนั้น ความสุขในที่นี้หมายถึงความสุขที่ได้รับจากศีล สมาธิ ปัญญา และมรรค ผลนิพพานซึ่งเป็นบรมสุขนะค่ะ![]()
มิจฉาทิฏฐิ ๑๐ หรือ ๖๒ ที่นำไปสู่อบายมีรายละเอียดดังนี้ค่ะ
๑. สัสสตทิฏฐิ ความเห็นว่าอัตตา ตัวตน และโลกหรือสัตวโลกทุกอย่างเที่ยง ไม่เปลี่ยนแปลง
เกิดเป็นอย่างไร ตายแล้วก็เกิดเป็นอย่างนั้นอีก ยุงตายแล้วก็นกลายเป็นยุง คนตายแล้วก็ต้องเป็นคน แต่เชื่อว่าชาติหน้ามี ตลอดจนชื่ออย่างไร เกิดใหม่ก็ชื่ออย่างนั้น ความเห็นอย่างนี้แยกออกไปอีก ๔ สาขา
๒. เอกัจจสัสสตทิฏฐิ คือมีความเห็นว่าโลกนี้บางอย่างก็เที่ยง บางอย่างก็ไม่เที่ยง เช่นร่างกาย ตา หู ลิ้น สิ่งเหล่านี้ไม่เที่ยง เพราะเห็นว่าแก่ลง แต่เห็นว่าจิตเดิม เรียกว่าเห็นรูปร่างไม่เที่ยง แต่เห็นนามว่าเที่ยง จึงไม่มีการแตกดับ ข้อนี้แยกออกไปอีก ๔ สาขา
๓. อันตานันติกทิฏฐิ มีความเห็นว่าโลกนี้มีที่สุดก็มี ไม่มีที่สุดก็มี เช่นทิฏฐิของอาจารย์ใหญ่ๆ ที่ตั้งลัทธิขึ้นมา ทิฏฐินี้แยกออกไปอีก ๔ สาขา
๔. อมราวิเขปิกทิฏฐิ อันนี้ก็ไม่แน่นอนเหมือนกัน เห็นว่าโลกนี้จะว่าเที่ยงก็ไม่ใช่ จะว่าเที่ยงก็ใช่ โลกหน้าจะว่ามีก็ใช่ จะว่าไม่มีก็ใช่ แล้วแต่จะคิดเข้าข้างตนเองเป็นใหญ่ จึงตั้งเป็นหลักไม่แน่นอนไว้ก่อน ใครว่ามีก็ถูก ใครว่าไม่มีก็ถูก อันนี้แบ่งอกไปอีก ๔ สาขาคือ เป็นสาขาของพวกที่กลัวพุดเท็จ, สาขาของพวกที่กลัวอุปาทาน, สาขาของพวกที่กลัวถูกซักถาม คงมีมั๊ง ไม่มีมั๊ง และเป็นสาขาของพวกที่โง่เขลา
๕. อธิจจสมุปปันนิกทิฏฐิ มีความเห็นว่าโลกก็ดี คนก็ดี สัตว์ก็ดี ล้วนเกิดขึ้นมาเองไม่ได้อาศัยเหตุปัจจัยอะไร เกิดขึ้นมาลอยๆ เป็นความคิดผิดที่ตรงข้ามกับปฏิจจสมุปปบาท (เพราะปฏิจจสมุปบาทสอนแต่เหตุและผล) ถึงเวลาตายก็ตายเอง เมื่อมีความเห็นเข่นนี้แล้ว จำนวนมากจุติมาจากพรหม ทำสมาบัติรลึกชาติได้ว่าเราเคยเป็นพรหม แต่ไม่รู้ว่าการไปเกิดเป็นพรหมเกิดด้วยเหตุอะไร แต่เลยชาติพรหมระลึกไม่ได้แล้ว เลยนึกว่าพรหมเกิดเองไม่ได้อาศัยเหตุจึงเป็นคำที่กล่าวค้านกับกับคำของพระอัสสชิที่ว่า ธรรมทั้งหลายๆ ไหลมาแต่เหตุ มิจฉาทิฏฐินี้แยกออกไปอีก ๒ สาขา คือ ---อภิญญาที่ระลึกได้ ๒ ชาติ, คิดเอาเองไม่ใช่ระลึกชาติได้ คิดว่าคนเหล่านี้มาเองก็ตายเอง ป่วยได้ก็หายเองได้หยุดพักสักนิด หยุดคิดสักหน่อย แล้วค่อยอ่านต่อวันหลังค่ะ
![]()
ดาค่ะโดย ดา [31 ต.ค. 2544 , 12:13:18 น.] ( IP = 203.155.71.37 : : )
สลักธรรม 5ขออนุโมทนากับพี่ดาที่แสนขยันด้วยค่ะ
โดย เล็ก [31 ต.ค. 2544 , 23:44:14 น.] ( IP = 203.155.236.170 : : )
สลักธรรม 6
![]()
วันนี้จะเล่าเรื่องทิฏฐิที่นำไปสู่อบายที่เหลืออีก ๕ ข้อต่อนะค่ะ![]()
๖. สัญญีทิฏฐิ
มีความเห็นว่า คนก็เที่ยง โลกก็เที่ยง เมื่อตายแล้วอัตตานั้นยังมีความเห็นอยู่ ก็นึกว่าเที่ยง
สัพเพ สังขารา นิจจา ตรงข้ามกับพระพุทธเจ้า เห็นว่าเที่ยง จำได้หมายรู้ เช่นคนที่รู้หนังสือ อ่านออกแล้วไม่เคยลืมเลย จึงเห็นว่าความรู้เป็นของเที่ยง แต่จริงแล้วมีชวนะ มีของเก่าเป็นมูลราก มีสัญญาเก็บไว้ในใจ แต่พวกนี้ไม่รู้จักวิถีจิต จึงคิดว่าความรู้นี้ไม่มีวันดับสูญ สัญญานั้นแหละเป็นสัญญาวิปลาส เป็นความคิดแคบ ไม่มองไกล ความเห็นผิดนี้จึงเป็นความเห็นผิดจากความจริงที่ว่า สิ่งใดมีเกิดขึ้น สิ่งนั้นมีดับไปเป็นธรรมดา
ข้อนี้แยกออกไปอีก ๑๖ สาขา เช่น คนต้องเกิดเป็นคน เที่ยง, ใช่ คนเกิดเป็นคน หญิงก็ต้องเป็นหญิง, ทั้งหมดจะแตกต่างกันเล็กน้อย ทั้งนี้เพื่อตั้งตนเป็นใหญ่
๗. อสัญญีทิฏฐิ
คือวามเห็นว่าอัตตาตัวตนนั้นมี อัตตานั้นเที่ยง
แต่ต้องอาศัยร่างกายจึงรู้ได้ ถ้าร่างกายแตกดับ
ก็รู้ไม่ได้ แต่ความรู้นั้นมีอยู่ ก็ไม่ตาย ย้ายไปได้ อัตตาในที่นี้มีอยู่ทุกแห่ง ที่ตา ที่หู ที่จมูก เป็นต้น เช่นเวลาเห็นก็คิดว่าตนเห็น เวลาได้ยินก็คิดว่าตนได้ยิน แต่เวลาตายแล้วไม่มี
ข้อนี้แยกออกไปอีก ๘ สาขา สำนักนี้ใหญ่โตมาก เพราะเป็นสำนักของอาจารย์สัญชัย
๘. เนวสัญญีนาสัญญีทิฏฐิ
เมื่อความเห็นนี้เกิดแล้ว มีความเที่ยงมั่นคง
ร่างกายตายไปแล้ว อัตตาหรืออัตมันยังอยู่ เช่นองค์ดาไลลามะต้องไปเกิดที่คนนี้ๆ อันนี้มี ๘ สาขา
๙. อุจเฉททิฏฐิ
มีความเห็นผิดว่าคนเราตายแล้วสูญ ไม่ต้องเกิด เพราะคนเราเกิดจากธาตุ ๔ คือดิน น้ำ ไฟ ลม ตายแล้วสูญ ตายแล้วชาติหน้าไม่มี
อันนี้แตกออกไปอีก ๗ สาขา
๑๐. ทิฏฐธัมมนิพพานทิฏฐิ
มีความเห็นเรื่องนิพพานว่าคือความสุขในกามภพ ถ้าได้เสพความสุขมากๆ นั่นแหละคือนิพพานของเขา ได้แก่ กามะสุขัลลิกานุโยโค ดังพระพุทธเจ้าตรัสว่าบรรพชิตไม่ควรเสพกามคุณเหล่านั้น
ด้วยเหตุนี้จึงเปิดกว้างให้บุรุษเพศมีภรรยาได้ไม่จำกัด (พระมีภรรยาได้) และคิดว่าผู้ที่เป็นภรรยาพระจะเป็นพระอรหันต์ได้
ด้วยความคิดเห็นผิดเช่นนี้นางพราหมณีผู้หนึ่งจึงคิดยกลูกสาวให้กับพระพุทธเจ้า
ความเห็นผิดข้อนี้จึงเห็นว่า
เสวยกามคุณสุขมากเป็นนิพพาน และ
เห็นว่าปฐมฌานนั่นแหละเป็นนิพพาน,
ทุติยฌาน...นิพพาน, ตติยฌาน...นิพพาน
และจตุตถฌาน.....นิพพาน
ข้อนี้แยกออกไปอีก ๕ สาขาโดยอำนาจฌาน
![]()
![]()
รวมทั้งหมดเรียกว่าทิฏฐิ ๖๒ ค่ะ เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้
![]()
![]()
สวัสดีค่ะ
![]()
ลูกศิษย์หลวงพ่อเสือค่ะโดย ดา [1 พ.ย. 2544 , 11:59:18 น.] ( IP = 203.155.71.37 : : )
สลักธรรม 8
ขอบพระคุณพี่ดามากๆเลยค่ะที่กรุณาอธิบายให้อย่างกระจ่างแจ้ง.. ประเดี๋ยวต้องsave ไว้อ่านอีกค่ะ เพราะว่าจำยากจัง
พี่ดาเก่งจริงๆค่ะ
ขออนุโมทนาค่ะ
โดย ธัญธร [1 พ.ย. 2544 , 21:21:52 น.] ( IP = 202.183.147.95 : : )
สลักธรรม 9
ขอชื่นชมพี่ดาจริงๆที่จด lecture ได้เหมือนถอดเทปเลย เรื่องสักกายทิฏฐิสำคัญจริงๆ และมีกล่าวไว้เฉพาะในพระพุทธศาสนาเท่านั้น จึงขอยกคำพูดของหลวงพ่อเสือวันนี้ที่ว่า
ไม่มีใครไม่โชคดีที่เกิดเป็นชาวพุทธ
เพราะพระพุทธศาสนาสอนให้เรารู้จักสักกายทิฏฐิ และวิธีที่จะทำลายสักกายทิฏฐิอันเป็นหนทางพ้นภัยในวัฏฏสงสาร
โดย ทวีพร-อาภา-เบญจพร [3 พ.ย. 2544 , 19:58:37 น.] ( IP = 203.170.174.68 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |