| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
ชัยชนะ ๘ ประการ ตอนที่ ๒
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=5236
๑. พึงชนะความโกรธด้วยการให้อภัย
ความโกรธของเรานั้นเกิดขึ้นมาจากไหน ก็ เกิดขึ้นมาจากคนอื่นทำให้เราไม่พอใจ ทำให้เราไม่ถูกใจ แต่เราก็ไม่เคยได้นึกถึงว่าสิ่งที่เรากระทำออกไปนั้น เขาจะถูกใจ เขาจะพอใจบ้างหรือไม่
เพราะในชีวิตของปุถุชนมีการกระทำเห็นแก่ตัวด้วยกันทั้งสิ้น มีการกระทำเพื่อตัวเองอยู่วันยังค่ำ จึงคิดว่าสิ่งที่ได้รับนั้นเป็นฉัน เป็นของของฉัน มีการมองแต่ผู้อื่นว่า เขาทำให้เราโกรธ เขาทำให้เราไม่พอใจ
แต่ไม่เคยมองตัวเองเลยว่าที่เราทำไปนั้นเล่า เราทำให้เขาโกรธ เราทำให้เขาไม่พอใจบ้างหรือไม่ ที่เราทำอยู่ทุกวันๆ นั้น เป็นที่ถูกใจของคนอื่นบ้างหรือไม่
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [3 มิ.ย. 2547 , 07:23:25 น.] ( IP = 203.156.26.58 : : )
สลักธรรม 1ในความเป็นจริง เวลาที่ความโกรธเกิดขึ้น ความเร่าร้อนนั้นกลับตกอยู่ที่เราเอง เช่น เราโกรธลูก เราโกรธเพื่อน เราโกรธนาย เราโกรธคนใต้บังคับบัญชา ความโกรธของเรามุ่งไปว่าเราโกรธที่เขา แต่ที่แท้จริง ความเร่าร้อนมันอยู่ที่ตัวของเราเอง จึงควรให้อภัยซึ่งกันและกันเพื่อประโยชน์สุขในตัวเองเป็นสำคัญ
ฉะนั้น เมื่อเรารู้จักให้อภัยแล้ว ความสงบสุขก็มีขึ้นในตนเอง คือตัวเองจะได้ไม่เร่าร้อนเพราะความโกรธเป็นต้นเหตุ เมื่อโกรธผู้อื่นแล้วความรู้สึกว่าไม่มีความสุข ไม่มีความสบายใจ ไม่มีความแช่มชื่นใจก็เกิดขึ้นที่ตน แต่ การให้อภัยเป็นบุคลิกลักษณะของคนกล้าหาญและเชื่อมั่นในตนเอง และจงคิดอยู่เสมอว่ามนุษย์ทุกคนย่อมได้รับผลกรรมของตัวเอง และกรรมที่เขาทำนั้นก็จะลงโทษเขาเอง ไม่ใช่อยู่ที่เราต้องลงโทษ
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [3 มิ.ย. 2547 , 07:24:20 น.] ( IP = 203.156.26.58 : : )
สลักธรรม 2คำว่ากรรมคืออะไร กรรมคือ เจตนา เจตนาได้แก่ความจงใจ จงใจที่จะกระทำเป็นไปทางกาย จงใจที่จะกระทำเป็นไปทางวาจา จงใจที่จะกระทำเป็นไปทางใจ เรียกว่า กายกรรม วจีกรรม และ มโนกรรม
ฉะนั้นผู้ใดก็แล้วแต่สร้างกรรมขึ้นมา ผู้นั้นย่อมได้รับผลกรรมนั้น เช่นเดียวกัน เมื่อเราได้รับผลของกรรม ที่ได้รับเป็นเพียงวิบากซึ่งเราสร้างเหตุปัจจัยมาเองในอดีตชาติ แต่ผู้ที่กำลังกระทำคือกำลังสร้างเหตุของกรรม
จงคิดอยู่เสมอว่า ผู้ใดสร้างเหตุอะไรก็แล้วแต่ ผู้นั้นย่อมได้รับผลของเหตุนั้น เราไม่ต้องไปลงโทษใคร เหตุที่เขาสร้างนั่นก็จะลงโทษตัวเขาเอง ไม่ว่าเหตุนั้นจะเป็นเหตุดีหรือเหตุชั่วย่อมได้รับที่ตนนั่นก็คือ
พึงชนะความโกรธด้วยการให้อภัย
พึงชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [3 มิ.ย. 2547 , 07:25:07 น.] ( IP = 203.156.26.58 : : )
สลักธรรม 3๒. พึงชนะความอยากได้ด้วยการเสียสละ
ความอยากได้ มีลักษณะรับ แต่การเสียสละ มีลักษณะให้ ตรงกันข้าม ผู้ใดก็แล้วแต่มีความอยากได้ เราจะต้องเข้าใจว่า ไม่มีกฎตายตัวที่จะต้องห้ามความอยากอย่างเด็ดขาด ห้ามไม่ให้มีความต้องการอะไรเลย เพราว่าถ้าเผื่อมีการสอนโดยไม่อธิบาย ว่า อย่ามาโลภนะ อย่าโกรธนะ อย่ามาหลงนะ อย่าคิดโลภ อย่าคิดมีตัณหา
ก็จะมีเสียงที่ถามกันเซ็งเซ่ออกมาว่า แล้วที่ทำงานกันทุกวันนี้ ถ้าเผื่อไม่มีการตั้งความหวัง ไม่มีการดิ้นรน ไม่มีการตะเกียกตะกาย ชีวิตจะสมหวังได้อย่างไร นี่ถามกันมามาก
แต่การชนะความอยากได้ด้วยการเสียสละ ข้อนี้ขอให้เข้าใจว่า ความอยากได้ถ้าเผื่อสิ่งที่มานั้นหามาโดยชอบธรรม ก็ถือว่าเป็นความพยายามชอบ หลักอันนี้ไม่ได้ตำหนิติเตียน และไม่ใช่หลักที่จะบ่งบอกปฏิเสธ
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [3 มิ.ย. 2547 , 07:26:22 น.] ( IP = 203.156.26.58 : : )
สลักธรรม 4ในหลักของพระพุทธศาสนา ไม่ได้มีการปฏิเสธให้ทุกคนนั้นต้องละทิ้ง ต้องเฉื่อยชา ไม่ทำอะไร
แต่เน้นหนักว่า ความอยากได้ในที่นี้ หมายถึง ความมักได้ ไม่ใช่ทำโดยชอบธรรม หมายถึง ความมักได้ซึ่งตรงกันข้ามกับคำว่าเสียสละ เพราะ ความมักได้ ต้องการทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นและไม่จำเป็น
เช่นอย่างไร บ้านตัวเองไม่ได้ถูกไฟไหม้สักหน่อย ข้างบ้านหรือซอยถัดออกไปเขามีไฟไหม้ขึ้นมา เมื่อมีไฟไหม้แล้ว ผู้ที่มีน้ำใจ เช่น ปอเต็กตึ้ง เขาก็มีการขนข้าวขนหมากมาแจก เราไม่ได้โดนไฟไหม้สักนิดหนึ่งเลย ก็วิ่งไปเข้าแถวเพื่อแก่งแย่งชิงดี แล้วคอยรับกับเขาด้วย นั่นเป็นอย่างไร...
เป็นความอยากได้โดยไม่ชอบธรรม นั่นเรียกว่า มักได้ ไม่ใช่อยากได้โดยสุจริต นี่คือการยกตัวอย่างให้ฟังว่า
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [3 มิ.ย. 2547 , 07:28:02 น.] ( IP = 203.156.26.58 : : )
สลักธรรม 5ในหลักของพระพุทธศาสนาให้เน้นหนักว่า จงชนะความอยากได้ ในวงเล็บก็คือความมักได้ ด้วยการเสียสละ
รู้ว่าสิ่งใดจำเป็น สิ่งใดไม่จำเป็น
สิ่งใดที่เรามีแล้ว สิ่งใดที่เรายังไม่มี
ก็ดิ้นรนเท่าที่เรามีความจำเป็นเท่านั้น ไม่ใช่ว่าที่ใดเขามีแจกเราก็ไป ที่ใดเขามีให้ ฉันก็มา ที่ใดเขามีเลี้ยง ฉันไปกิน อย่างนี้ไม่มีความจำเป็น นั่นเรียกว่า ความมักได้
ฉะนั้น จงละความมักได้ด้วยการเสียสละ
เช่นอย่างไร เห็นที่ใดเขาทำกุศลผลบุญ
ที่จะมีการเลี้ยงผู้อื่นให้เกิดเป็นบุญกุศล
เราก็เอาของไปร่วมเท่าที่เรามีอยู่ตามอัตภาพ
ไม่ใช่ไปกินอย่างเดียว
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [3 มิ.ย. 2547 , 07:29:28 น.] ( IP = 203.156.26.58 : : )
สลักธรรม 6ฉะนั้น ใครสร้างเหตุอะไรย่อมได้เหตุนั้น
สิ่งใดที่มีลักษณะมักได้ สิ่งนั้นแบมือรับ
สิ่งใดที่มีลักษณะการเสียสละ
นั่นก็คือ การปลดเปลื้องกิเลส
ซึ่งเป็นเหตุทำให้เกิดความเศร้าหมองของจิตใจ
ขอให้ทำให้ได้
จงเอาชนะความอยากได้ด้วยการเสียสละ
โดย พี่เณร..นำมาฝาก [3 มิ.ย. 2547 , 07:31:22 น.] ( IP = 203.156.26.58 : : )
สลักธรรม 7มาสร้างทางแห่งความเจริญต่อค่ะ พร้อมทั้งยังได้มีโอกาสทบทวนสภาพจิตของตนเองว่า เริ่มชนะอะไรได้บ้าง ความโกรธ และความโลภ ที่ดูเหมือนว่าจะเบาบางลง แต่การกระทำเหตุบางครั้ง ไม่เคยรู้ว่าจะมีผลต่อคนอื่นหรือไม่ จึงต้องมีสติในการกระทำมากขึ้น โดยเฉพาะการพูด ที่ต้องเช้าใจในความเป็นบุคคลของเขาให้มากขึ้น การพูดตรงเกินไป หนักแน่นเกินไป แม้ว่าจะเป็นความจริงแต่ก็ขาดความอ่อนโยน ที่จะจูงใจคนอื่นเขาได้เหมือนกัน เราจึงควรพิจารณาให้มากขึ้น ขอบพระคุณค่ะพี่เณร
โดย น้องอุ๊ [3 มิ.ย. 2547 , 11:53:52 น.] ( IP = 203.113.39.12 : : )
สลักธรรม 8ขอบพระคุณค่ะพี่เณร
เป็นของฝากที่ช่วยรักษาและพัฒนาจิตใจได้มากเลยค่ะโดย น้องกิ๊ฟ [3 มิ.ย. 2547 , 14:56:33 น.] ( IP = 203.146.170.64 : : )
สลักธรรม 9
ตามมาหาความรู้เพิ่มเติมค่ะ
กราบขอบพระคุณพี่เณรมากค่ะ![]()
โดย น้องฟู [9 มิ.ย. 2547 , 22:22:52 น.] ( IP = 202.47.247.146 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |