| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
เก้ามิถุนา...แม้กี่เพลาจักผ่านพ้น
สลักธรรม 1
กระซิบลมไปพรมไหวไกวรังนก
ปลุกวิหคขับขานผสานเสียง
กระซิบลมไปแกว่งไกวกิ่งไม้เรียง
ระบัดเอียงดอกไม้ให้ร่าเริง
กระซิบลมอีกครั้งฝังฝากถ้อย
หอบกลิ่นหอมให้ลอยระลิ่วเหลิง
อบอวลอาบซาบนาสาพาบันเทิง
ยิ่งสำเริงสำราญเบิกบานใจ
ให้วันเกิดกรีดกรายด้วยลายรัก
และจำหลักลายสุขและสดใส
สุขภาพสมบูรณ์พลานามัย
อยู่แห่งไหนสุขสันต์ทุกวันคืน
โดย คณะศิษย์ [9 มิ.ย. 2547 , 00:12:39 น.] ( IP = 203.172.117.35 : : )
สลักธรรม 2แม้นกี่กาลจักผ่านพ้น
แม้นหลายคนจะลืมสิ้น
แม้นปีกกล้าจักโบยบิน
ยังถวิลถึงเหตุการณ์
นานเนิ่นนานที่ผ่านพ้น
ครูหนึ่งคนผู้ถักสาน
มอบความรู้เป็นธรรมทาน
ดุจขุมทรัพย์ตระการติดตน
เสบียงบุญหนุนส่งศิษย์
ให้ประชิดทางมรรคผล
ด้วยสองมือของครูหนึ่งคน
ด้วยความอดทนเหลือคณา
แม้นกี่กาลจักผ่านพ้น
ครูหนึ่งคนยังห่วงหา
ให้ทุกสิ่งด้วยเมตตา
หวังเพียงว่าศิษย์ได้ดี
โดย นินจา [9 มิ.ย. 2547 , 00:13:52 น.] ( IP = 203.172.117.35 : : )
สลักธรรม 3เมื่อม่านไหมแห่งราตรีคลี่ร่างครอบคลุมซีกโลกแห่งความสับสน
สรรพสำเนียงของการดิ้นรนต่อสู้เริ่มแผ่วเบา
และจางลงไปเพราะความอ่อนล้า
จังหวะของชีวิตเริ่มคลายความถี่กระชั้นจากเพลิงกิเลสที่รุ่มร้อน
ค่อยๆสงบลงไปพร้อมกับการลับหายของลำแสงสุดท้ายแห่งทินกร
ภาระอันหนักของชีวิตถูกปลดลงจากบ่าไว้ชั่วคราว
โอกาสพักผ่อนกายและใจเพียงช่วงสั้นๆ
ได้คืนกลับมาพร้อมกับความมืดมิดแห่งราตรี
แต่หากตะวันเริ่มรุ่งรางในเช้าวันใหม่
ความสดใสของท้องฟ้าได้นำพาภาระหน้าที่คืนกลับมาสู่บ่าอีกครั้ง
เวียนวนอยู่อย่างนี้ไม่มีจบสิ้น..จนกว่าแผ่นดินจะลบกลบร่างไป
วันเวลาที่ผ่านมาสำหรับหลายชีวิตนั้น
มีไม่น้อยที่สะสมไว้ด้วยความปวดร้าวชอกช้ำจากปัญหาที่ได้ประสบ
มีความผิดหวังเสียใจคลาคล่ำอยู่กับความรู้สึก
มีความแห้งแล้งพอกพูนอยู่ในใจจนไร้ความสดชื่น
แล้วก็ทิ้งชีวิตของตนให้เป็นไปตามกระแสแห่งเกลียวกรรมอย่างไร้ความยั้งคิดโดย ต้นสน [9 มิ.ย. 2547 , 00:14:32 น.] ( IP = 203.172.117.35 : : )
สลักธรรม 4วันนี้นับเป็นโอกาสที่ดี
ที่จะนำพาหลายๆท่านย้อนกลับไปสู่บรรยากาศแห่งความรักและความเมตตา
ได้กลับไปพบน้ำใจอันยิ่งใหญ่ของครูท่านหนึ่งที่สืบสานงานพระศาสนา
บทรำพึงสั้นๆที่ท่านอาจารย์วิชิตกล่าวไว้ในค่ำคืนวันหนึ่งของเมื่อหลายปีก่อน
เพื่อมอบให้แก่ลูกศิษย์ของชมรมละกิเลสหลังสิ้นกิจกรรมในวันนั้น
มีใจความอยู่ว่า
........ระลิ่วลมโหมชีวิตด้วยแรงกรรม
น้ำตาฉ่ำท่วมใจอย่างใหญ่หลวง
สะอื้นร้าวหทัยระบมทรวง
ดาวทุกดวงร่วงลับดับแสงไฟ
อันละครชีวิตลิขิตฉาก
ให้ลำบากทางเดินไม่สดใส
เป็นเพราะกรรมอกุศลดลชีพไป
จงเปลี่ยนใจให้มั่นคงตรงศรัทธา....โดย ต้นสน [9 มิ.ย. 2547 , 00:15:08 น.] ( IP = 203.172.117.35 : : )
สลักธรรม 5เพราะท่านอาจารย์วิชิตมีความปรารถนาอย่างยิ่ง
ที่จะให้ลูกศิษย์ทุกคนผู้เข้ามาศึกษาธรรมได้มีโอกาสเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางที่เจริญ
ได้มีโอกาสทำความคุ้นเคยกับกุศลกรรมทั้งปวงอย่างครบถ้วนนับตั้งแต่ทาน ศีล ไปสู่ภาวนา
และให้มีความไม่ประมาทกับชีวิตที่มีความตายรออยู่เบื้องหน้าอย่างหลีกหนีไม่พ้น
ดังนั้น ทุกเย็นวันเสาร์เมื่อก่อนนั้น
กิจกรรมของชมรมละกิเลสจึงเป็นเสมือนห้องปฏิบัติการทดลองทางพุทธศาสตร์
อันเป็นภาคต่อเนื่องของการศึกษาปริยัติคือพระอภิธรรมในภาคกลางวัน
ที่สอนโดยหลวงพ่อเสือ ท่านพระอาจารย์บุญมี และอาจารย์บุษกร
ท่านอาจารย์วิชิตจึงรับช่วงต่อมามอบสมบัติอันล้ำค่าอีกชิ้นหนึ่งให้แก่ลูกศิษย์
ด้วยการให้ฝึกกิจกรรมของชมรมนั่นเอง
เวลาประมาณหกโมงเย็นเมื่อเสียงฆ้องดังขึ้น
สมาชิกชมรมละกิเลสก็เป็นอันทราบกันดีว่า
นั่นคืออาณัติสัญญาณของการมาประชุมพร้อมเพรียงกันเพื่อร่วมกิจกรรม
ท่านเปิดชมรมด้วยการร้องเพลงใจประสานใจและเดินทักทายทุกคน..ทีละคน
ซึ่งนำความสุขใจมาสู่ลูกศิษย์อย่างถ้วนทั่ว อันเป็นการสร้างพลังแห่งความรักดีให้เกิดขึ้นเพื่อทำกุศลต่อไปโดย ต้นสน [9 มิ.ย. 2547 , 00:16:02 น.] ( IP = 203.172.117.35 : : )
สลักธรรม 6จากนั้นการรับประทานอาหารด้วยสติก็คือกิจกรรมในลำดับถัดมา
แต่ก่อนที่จะรับประทานอาหารท่านก็ได้สร้างนิสัยให้เป็นคนมีความกตัญญู
โดยพร้อมเพรียงกันกล่าวคำขอบคุณผู้ที่เป็นเจ้าภาพและผู้ประกอบอาหารให้รับประทานในมื้อนั้น
เมืหลังจากนั้นท่านก็ให้ทุกคนเดินไปตักอาหารแล้วรับประทานด้วยมือซ้าย(หากเป็นผู้ที่ถนัดขวา)
ท่านให้เหตุผลว่า ..เพราะเรารับประทานด้วยความคล่องแคล่วและเคยชินกันมามากแล้ว
จึงขาดการพิจารณาและขาดสติในการรับประทานอาหาร
บางทีเคี้ยวอาหารยังไม่ทันละเอียดพอแก่ระบบการย่อย
ก็รีบกลืนเสียแล้วเพื่อจะรับประทานคำต่อไปเพราะความอยากกิน
ท่านจึงให้เปลี่ยนมาใช้มือที่ไม่ถนัดมาตักอาหารเข้าปาก
เพื่อให้มีความระมัดระวังและจดจ่ออยู่กับการการตรงหน้าให้มากขึ้น
และก็ให้คอยสังเหตว่าอาหารละเอียดพอหรือยัง หรือมีความรู้สึกว่าสมควรกลืนแล้วหรือยัง
นี่คือเทคนิกการฝึกสติในชีวิตประจำวันอย่างง่ายๆ
เมื่อรับประทานอาหารแล้วท่านก็ให้แต่ละคนล้างภาชนะของตนเอง
ด้วยสโลแกนที่ว่า ..ไม่มีทาสไม่มีบ่าว เรามีแต่สติ..
และหลังจากอนุโมทนากถาแล้วก็เข้าสู่บรรยากาศแห่งการสร้างความรู้และความเข้าใจ
โดยท่านจะทบทวนหลักธรรมที่สำคัญให้ทราบกันอีกครั้ง
รวมถึงการเจริญวิปัสสนากรรมฐานอย่างละเอียดอีกด้วยโดย ต้นสน [9 มิ.ย. 2547 , 00:16:42 น.] ( IP = 203.172.117.35 : : )
สลักธรรม 7จากนั้นก็เข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการสวดมนต์บูชาพระรัตนตรัย
และเจริญสมาธิเพื่อเป็นบาทฐานให้แก่วิปัสสนากรรมฐานต่อไป
ระยะเวลาสำหรับผู้ฝึกหัดในเบื้องต้นท่านให้เวลาไม่นานนักในการฝึกให้ปฏิบัติ
แต่ท่านจะใช้เวลามากในการตอบข้อซักถามและแนะนำให้แก่ลูกศิษย์
เพื่อที่จะได้นำกลับไปฝึกหัดที่บ้านต่อไปได้
และเพื่อมิให้เกิดความเคร่งเครียดจนเกินไป
ท่านก็ได้นำเกมการฝึกสติมาให้ทุกคนร่าเริงอยู่ในกุศลธรรมตลอดเวลา
เช่นการให้พูดว่า ...
เช้ากินผัดฟัก เย็นกินฟักผัด
ชามเขียวคว่ำเช้า ชามขาวคว่ำค่ำ
ยักษ์ใหญ่ไล่ยักษ์เล็ก
ระย้าไประยอง ระนอง ยะลา
หมอมีคู่กับหมอมา หมอไม่มาเพราะหมอไม่มี หมอมามีแต่หมอมี หมอมีมาแต่หมอมาไม่มี
..เหล่านี้เป็นต้นโดย ต้นสน [9 มิ.ย. 2547 , 00:17:18 น.] ( IP = 203.172.117.35 : : )
สลักธรรม 8เสียงหัวเราะ ความครื้นเครงและความสุขใจได้เกิดขึ้นมากมายในชมรมแห่งนั้น
ซึ่งท่านได้เขียนเป็นกลอนบอกไว้ว่า...
..อันสถานชมรมของผมนี้
มุ่งร่วมสร้างความดีพลีเสมอ
ผดุงไว้ให้ปฏิบัติหัดพบเจอ
หนทางอันเลิศเลอพระนิพพาน
มีทั้งร้องเพลงปลุกลุกหนีบาป
มีทั้งเพลงซึ้งซาบให้กล้าหาญ
มีถามตอบปลอบใจให้สราญ
มีห้วงกาลด้วยกันฉันเมตตา...
ท่านได้พยายามมอบสมบัติอันล้ำค่าคือการปฏิบัติที่ถูกตรงให้เกิดขึ้นแก่ทุกคน
มีการปลูกฝังอุปนิสัยที่อ่อนน้อมถ่อมตน การรู้จักบุญคุณคน
ความเมตตาและปรารถนาดีต่อกัน
การฝึกฝนสติให้เกิดขึ้นในชีวิตด้วยเทคนิควิธีต่างๆ
การสร้างอุบายให้ใจสงบด้วยเสียงสวดมนต์ เสียงขับลำนำทางธรรม
และท่วงทำนองของสรภัญญะโดย ต้นสน [9 มิ.ย. 2547 , 00:17:58 น.] ( IP = 203.172.117.35 : : )
สลักธรรม 9มั่นใจว่า ..ทุกชีวิตที่เข้ามาสู่ชมรมแห่งนี้ไม่มีผู้ใดที่จะไม่ได้รับมอบสมบัติอันมีค่านี้กลับไป
เพียงแต่ผู้นั้นจะรู้ค่าหรือไม่ ก็สุดแท้แต่ใจจะไขว่คว้า
สำหรับผู้ที่ยังรักษาสมบัติไว้ก็คงทราบดีแก่ใจตนว่า
ครูท่านนี้มิได้ให้ใบลานที่ปราศจากตัวอักษรแก่ศิษย์คนใดเลย
ซ้ำยังทุ่มเทใจให้แล้วทุกสิ่งด้วยความรู้ความสามารถทั้งปวง
มุ่งหมายที่จะให้ศิษย์ทั้งหลายพ้นจากความรกชัฎด้วยความโง่เขลา
มาเป็นผู้ที่งดงามด้วยสติและปัญญา และพึงพาตนเองได้ในยามที่ต้องอยู่ตามลำพัง
ท่านมิได้เป็นเพียงผู้ฝึกหัดขัดเกลาชีวิตศิษย์ให้รู้จักกับการปฏิบัติธรรมเท่านั้น
หากแต่ภารกิจที่ยิ่งใหญ่ไม่น้อยไปกว่านั่นก็คือ
การปัดเป่าและผ่อนคลายปัญหาให้แก่ทุกคนอย่างจริงใจ
เพียรสมานสามัคคีรักษาน้ำใจของทุกคนไว้มิให้แตกร้าว
เพื่อให้แต่ละคนมีกำลังใจที่จะก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางที่เลือกแล้วโดย ต้นสน [9 มิ.ย. 2547 , 00:18:39 น.] ( IP = 203.172.117.35 : : )
สลักธรรม 10".....จันทร์ว่างามยามเพ็ญเห็นกระจ่าง
ยังดำด่างกลางเด่นเป็นรอยฝ้า
แต่พระธรรมคำสอนพระศาสดา
ยังงามเลิศเจิดจ้ายิ่งกว่าจันทร์...."
คือบทกลอนที่ท่านได้รจนาไว้อย่างมีความหมายและกินใจอย่างยิ่ง
และในวันนี้อาจไม่มีงานแสดงมุทิตาสักการะเนื่องในวันคล้ายวันเกิดของท่าน
ไม่มีความขวักไขว่ของบรรดาลูกศิษย์มาเข้ามากราบอวยพร
เนื่องเพราะสุขภาพของอาจารย์ไม่แข็งแรงนัก
และท่านยังติดภารกิจกอบกู้งานพระศาสนาร่วมกับองค์กรหนึ่ง
ซึ่งยังมีภาวะตึงเครียดอยู่ในขณะนี้
แม้จะไม่มีพิธีมุทิตาสักการะเช่นในปีก่อนๆ
แต่เชื่อมั่นเหลือเกินว่าดวงใจทุกดวงของปวงศิษย์
จะส่งกระแสความรักมากราบอวยพร ณ แทบตักของท่านอาจารย์ด้วยความเคารพ
ให้อาจารย์มีสุขภาพแข็งแรง เป็นร่มโพธิ์ขวัญกลางใจของปวงศิษย์ตราบนานเนาว์
โดย ต้นสน [9 มิ.ย. 2547 , 00:19:14 น.] ( IP = 203.172.117.35 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |