มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


อธิบาย...อเหตุกกิริยาจิต ๓





สวัสดีค่ะท่านผู้เจริญในธรรมทุกๆท่าน ได้รับคำถามเรื่องหสิตุปาทจิตอยู่บ่อยๆ จึงขออธิบายให้ฟังพอสังเขปนะคะว่า...

อเหตุกจิต นั้นมี ๑๘ ดวงนะคะ ๑๕ ดวง คืออกุศลวิบากจิต ๗ และอเหตุกกุศลวิบาก ๘

ยังมีอยู่อีก ๓ ดวง ซึ่งไม่ใช่วิบากนะคะ แต่เป็นอเหตุกกิริยา คือ อเหตุกกิริยาจิต ๓ ค่ะ.. ซึ่งมีชื่อดังต่อไปนี้นะคะ


๑. อุเปกฺขาสหคตํ ปญฺจทวาราวชฺชนจิตฺตํ
( จิตที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขา รำพึงถึงปัญจารมณ์ )

๒.อุเปกฺขาสหคตํ มโนทวาราวชฺชนจิตฺตํ
( จิตที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขารำพึงถึงอารมณ์ ๖ ทางมโนทวารและ ตัดสินอารมณ์ ๕ ทางปัญจทวาร )

๓.โสมนสฺสสหคตํ หสิตุปฺปาทจิตตํ
( จิตที่เกิดพร้อมด้วยโสมนัส เป็นเหตุให้เกิดการยิ้มแย้มของพระอรหันต์ )



โดย อ.บุษกร เมธางกูร [11 มิ.ย. 2547 , 11:11:52 น.] ( IP = 210.86.188.2 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1

ปัญจทวาราวัชชนจิต = เวทนาเป็นอุเบกขา
มโนทวาราวัชชนจิต = เวทนาเป็นอุเบกขา
หสิตุปปาทจิต = เวทนาเป็นโสมนัส


จะอธิบายมโนธาตุที่เป็นกิริยาจิตนะคะ

คำว่า กิริยาจิต คือ เป็นเพียงการกระทำเท่านั้น
ในกิริยาจิตทั้งหมด... กิริยาจิตดวงใดไม่ถึงความเป็นชวนะ กิริยาจิตดวงนั้นย่อมไม่มีผล เหมือนดอกไม้ลมย่อมไม่มีผล

ส่วนกิริยาจิตดวงใด.. ถึงความเป็นชวนะ กิริยาจิตดวงนั้นก็ไม่มีผล ..เหมือนดอกไม้ที่มีผลแต่ต้นไม้นั้นมีรากขาดเสียแล้ว

เพราะฉะนั้น กิริยาจิต จึงเป็นแต่เพียงการกระทำกิจนั้น ๆ ให้สำเร็จเท่านั้น





โดย อ.บุษกร เมธางกูร [11 มิ.ย. 2547 , 11:21:38 น.] ( IP = 210.86.188.2 : : )


  สลักธรรม 2

จิตที่ชื่อว่า.. ปัญจทวาราวัชชนะ เพราะว่า ..รำพึงถึงอารมณ์ที่มากระทบทางทวารทั้ง 5 มีจักขุทวารเป็นต้น

หรือเพราะอรรถว่า ไม่ให้จิตเป็นภวังค์ต่อไป เป็นวิถีจิตดวงแรกทางปัญจทวาร ได้แก่.. มโนธาตุ อันเป็นอเหตุกกิริยาจิต


ต่อไปก็จะอธิบายมโนทวาราวัชชนะที่เป็นกิริยาจิต

มโนทวาราวัชชนจิตดวงนี้ ทั่วไปแก่สัตว์ที่มีจิตทุกจำพวก
มโนทวาราวัชชนจิตดวงนี้จะไม่เกิดแก่สัตว์ใด ๆ ที่มีจิตหามีไม่ และเมื่อเกิดขึ้น...ย่อมทำโวฏฐัพพนกิจ ทางปัญจทวาร.... หรือทำอาวัชชนกิจทางมโนทวาร

ธรรมชาติใดๆ ที่ไม่เป็นอารมณ์ของจิตดวงนี้ย่อมไม่มี จิตดวงนี้รู้อารมณ์ได้ทุกอย่าง....
เหมือนกับสัพพัญญูตญาณ

ภวังคจิตที่เป็นอนันตรปัจจัยแก่ อาวัชชนจิต. ชื่อว่ามโนทวาราวัชชนจิต

มโนทวาราวัชชนจิตเป็นมโนทวาร
เพราะเป็นปากทางแห่งการดำเนินไปของวิถีจิตทั้งหลาย จิตที่ชื่อว่ามโนทวาราวัชชนะ เพราะว่า.. รำพึงถึงอารมณ์ที่มาสู่คลองทางมโนทวาร ....ด้วยอำนาจแห่งอารมณ์ที่ได้เห็นได้ยิน และได้ทราบเป็นต้น

หรือเพราะอรรถว่า...ไม่ให้เป็นภวังค์ต่อไป... เป็นวิถีจิตดวงแรกทางมโนทวาร

มโนทวาราวัชชนจิตดวงนี้... เป็นมโนวิญญาณธาตุ เป็นอเหตุกกิริยาจิต.... มีเวทนาเป็นอุเบกขา
ซึ่งไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล

โดย อ.บุษกร เมธางกูร [11 มิ.ย. 2547 , 11:30:41 น.] ( IP = 210.86.188.2 : : )


  สลักธรรม 3

คราวนี้ก็จะ อธิบายหสิตุปปาทจิต นะคะ

หสิตุปปาทจิตดวงนี้.. ไม่ทั่วไปแก่บุคคลเหล่าอื่น..
มีเฉพาะในพระขีณาสพเท่านั้น


เกิดได้ทางทวารทั้ง 6 ถ้าเกิดทางจักขุทวาร เช่น พระขีณาสพ เห็นสถานที่..อันเหมาะแก่การบำเพ็ญเพียร ..ก็เกิดโสมนัสด้วยหสิตุปปาทจิตนี้ ทางโสตทวาร เช่น เมื่อท่านถึงสถานที่แจกสิ่งของคือโรงทานต่างๆ.. เห็นผู้อื่นส่งเสียงละโมบโลภมาก มีแย่งสิ่งของอยู่ ท่านก็ความโสมนัส ด้วยหสิตุปปาทจิตดวงนี้...ว่าเราละตัณหาเห็นปานนี้ได้แล้ว ทางฆานทวาร เช่น ท่านได้บูชาพระเจดีย์ ด้วยดอกไม้ ด้วยของหอม ท่านก็เกิดโสมนัสด้วยหสิตุปปาทจิตดวงนี้ ทางชิวหาทวาร ท่านเมื่อได้บิณฑบาต ที่ถึงพร้อมด้วยรส ..แล้วแบ่งกันฉัน ท่านก็เกิดโสมนัสด้วยหสิตุปปาทจิตดวงนี้ ..ว่าเราได้บำเพ็ญสาราณียธรรมแล้วหนอ..
ทางกายทวาร.. ท่านเมื่อได้กระทำอภิสมาจาริกวัตร ก็เกิดโสมนัสด้วยหสิตุปปาทจิตดวงนี้ว่า.... เราได้บำเพ็ญวัตรทางกายทวารแล้วหนอ..


ส่วนทางมโนทวาร ...หสิตุปปาทจิตนี้ ย่อมเกิดขึ้นปรารภอารมณ์ในอดีตและอนาคต

เหมือนอย่างที่พระผู้มีพระภาคทรงรำพึงถึงเมื่อครั้งที่เสวยพระชาติเป็นโชติปาลมานพ เป็นต้น ก็ได้ทรงกระทำการยิ้มแย้มให้ปรากฏ ด้วยหสิตุปปาทจิตดวงนี้เหมือนกัน


จิตที่ชื่อว่า หสิตุปปาท.. เพราะอรรถว่า ให้เกิดการยิ้มแย้ม เป็นมโนวิญญาณธาตุ เป็นอเหตุกกิริยาจิต..มีเวทนาเป็นโสมนัสค่ะ

โดย อ.บุษกร เมธางกูร [11 มิ.ย. 2547 , 11:43:42 น.] ( IP = 210.86.188.2 : : )


  สลักธรรม 4

การยิ้มและการหัวเราะของบุคคลในโลกนี้มี ๖ ประการ คือ

๑. สิตะ ยิ้มอยู่บนใบหน้า ไม่เห็นไรฟัน

๒. หสิตะ ยิ้มพอเห็นไรฟัน เป็นการยิ้มของพระอรหันต์ พระอนาคามี พระสกทาคามี พระโสดาบัน และปุถุชน

๓. วิหสิตะ หัวเราะมีเสียงเบา ๆ เป็นการหัวเราะของพระอนาคามี พระสกทาคามี พระโสดาบัน และปุถุชน

๔. อติหสิตะ การหัวเราะที่มีเสียงดังมาก เป็นการหัวเราะของ... พระสกทาคามี พระโสดาบัน และปุถุชน

๕. อปหสิตะ การหัวเราะจนโยกไปทั้งตัว เป็นการหัวเราะ เฉพาะของปุถุชน

๖. อุปหสิตะ การหัวเราะจนน้ำตาไหล เป็นการหัวเราะเฉพาะของปุถุชน เหมือนกัน


ในการยิ้มและการหัวเราะของบุคคลในโลกนี้ ไปด้วยจิต ๑๓ ดวงนะคะ

โดย อ.บุษกร เมธางกูร [11 มิ.ย. 2547 , 12:02:32 น.] ( IP = 210.86.188.2 : : )


  สลักธรรม 5

<>ปุถุชนทั้งหลายย่อมยิ้มและหัวเราะด้วยจิต ๘ ดวง
คือ มหากุศลจิตที่ประกอบด้วยโสมนัส ๔ ดวง
และโลภมูลจิตที่ประกอบด้วยโสมนัสอีก ๔ ดวง


<>พระเสขะทั้งหลายคือ พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี ย่อมยิ้ม และหัวเราะด้วยจิต ๖ ดวง
คือ มหากุศลจิตที่ประกอบด้วยโสมนัส ๔ ดวง
และโลภทิฏฐิวิปปยุตที่ประกอบด้วยโสมนัสอีก ๒ ดวง


<>พระอรหันต์ทั้งหลาย ย่อมยิ้มด้วยกิริยาจิต ๕ ดวง
คือ มหากิริยาจิตที่ประกอบด้วยโสมนัส ๔ ดวง
และหสิตุปปาทจิต ซึ่งเป็นอเหตุกกิริยาจิตอีก ๑ ดวง


จิต ๑๓ ดวงนี้ ย่อมเป็นเหตุให้บุคคลทั้งหลายในโลกนี้เกิดการยิ้มและการหัวเราะ ดังนี้

ในอเหตุกจิต ๑๘ ดวงนี้... พระผู้มีพระภาคพระองค์มิได้ทรงแสดงว่า...เป็นอสังขาริก (ไม่มีการชักชวน)... หรือสสังขาริก (มีการชักชวน)

แต่ก็สงเคราะห์เป็นอสังขาริก.. เพราะอเหตุกจิต ๑๘ ดวงนี้ อาศัยเหตุปัจจัยแล้วจึงเกิดขึ้น..โดยไม่มีการชักชวน
นะคะ นี่คือเรื่องที่จะนำมาให้ท่านศึกษาหาความรู้ค่ะ


ด้วยความปรารถนาดีค่ะ
บุษกร เมธางกูร



โดย อ.บุษกร เมธางกูร [11 มิ.ย. 2547 , 12:11:59 น.] ( IP = 210.86.188.2 : : )


  สลักธรรม 6

เรื่องหสิตุปปาทจิต เป็นเรื่องที่น้องกิ๊ฟเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ..เพราะตามหนังสือก็จะมีการพิมพ์อธิบายไว้เหมือนๆกันว่าเป็นยิ้มที่เกิดขึ้นหลังจากอภิญญากิริยาจิต ...ทำนองนี้ ..ได้มาอ่านที่ท่านอาจารย์อธิบายแล้วก็มีความเข้าใจกว้างขึ้น

...แต่ก็ยังสงสัยอยู่ดีว่า ในฐานะที่เป็นอเหตุกจิต ...แม้มิได้เกิดจากเหตุทั้ง ๖ ก็จริงแต่ต้องมีเหตุอื่นๆให้เกิดขึ้นจึงอยากทราบว่า ...มีเหตุปัจจัยใดทำให้จิตที่เป็นอเหตุกะนี้เกิดขึ้นคะท่านอาจารย์?

โดย น้องกิ๊ฟ [11 มิ.ย. 2547 , 14:06:12 น.] ( IP = 203.146.170.51 : : )


  สลักธรรม 7


สวัสดีค่ะ คุณน้องกิ้ฟ อันที่จริงนั้นการศึกษาพระอภิธรรมนั้นไม่ยากหรอกนะคะ เพียงแต่มีหลักเกณฑ์มากเท่านั้นค่ะ

ซึ่งเป็นกฎธรรมดาที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ท่านเข้าไปพบ ไปพิสูตรมาแล้วแล้วนำมาสอนให้เราท่านเข้าใจชีวิตที่จริงตรงตามสภาพธรรมเท่านั้นเองนะคะ

แต่เพราะว่าเรานั้นเคยชินแบบเราและยึดติด จึงต่างพากันคิดไปว่า ควรจะเป็นอย่างนั้น น่าจะเป็นอย่างนี้ ตามประสาคนช่างคิด แต่ไม่ใช่ผู้เป็นอริยบุคคลคิดไงคะ จึงแก้ปัญหาไม่ตก


เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมามีโอกาสสนทนาธรรมกับคุณมาลี ทาง msn. ค่ะ ทำให้เข้าใจอะไรๆที่คนเราคิดกันมากขึ้นค่ะน้องกิ้ฟ....

โดย อ.บุษกร เมธางกูร [11 มิ.ย. 2547 , 15:40:26 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 8

มาอ่านครับ

โดย JaY [11 มิ.ย. 2547 , 15:46:28 น.] ( IP = 202.44.8.98 : : 10.21.3.61 )


  สลักธรรม 9

ส่วนที่ถามว่า.. อเหตุกจิต ...แม้มิได้เกิดจากเหตุทั้ง ๖ ก็จริงแต่ต้องมีเหตุอื่นๆให้เกิดขึ้นนั้น และขอให้อธิบายก็คงต้องให้เข้าใจด้วยนะคะว่า

เหตุปัจจัยที่จะให้เกิดอเหตุกจิต 18 มีดังนี้

เหตุปัจจัยแห่งจักขุวิญญาณจิต 2 ดวง

1. มีจักขุปสาทดี
2. มีรูปารมณ์มากระทบ
3. มีแสงสว่าง
4. มีการใส่ใจในรูปารมณ์

ธรรม 4 ประการนี้ประชุมกันแล้ว จักขุวิญญาณก็จักเกิด
โดยไม่ต้องมีใครมาชักชวน
หรือกระตุ้นเตือน
จึงสงเคราะห์จักขุวิญญาณจิต 2 ดวงนี้
เป็นอสังขาริก แม้โสตวิญญาณ เป็นต้น
ก็มีนัยเหมือนกันนะคะ

โดย อ.บุษกร เมธางกูร [11 มิ.ย. 2547 , 15:47:33 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )


  สลักธรรม 10

เหตุปัจจัยแห่งโสตวิญญาณจิต 2 ดวง

1. มีโสตปสาทดี
2. มีสัททารมณ์มากระทบ
3. มีอากาศคือช่องว่าง
4. มีการใส่ใจในสัททารมณ์

เหตุปัจจัยแห่งฆานวิญญาณจิต 2 ดวง

1. มีฆานปสาทดี
2. มีคันธารมณ์มากระทบ
3. มีลมพามากระทบ
4. มีการใส่ใจในคันธารมณ์

เหตุปัจจัยแห่งชิวหาวิญญาณ 2 ดวง

1. มีชิวหาปสาทดี
2. มีรสารมณ์มากระทบ
3. มีธาตุน้ำมาซึมซาบ
4. มีการใส่ใจในรสารมณ์

เหตุปัจจัยแห่งกายวิญญาณ 2 ดวง

1. มีกายปสาทดี
2. มีโผฎฐัพพารมณ์มากระทบ
3. มีปฐวีธาตุ อันเป็นที่อาศัยอยู่แห่งธาตุอื่น
4. มีการใส่ใจในโผฎฐัพพารมณ์

ในจิต 10 ดวงนี้ ..คือ จักขุวิญญาณ 2 ดวง... โสตวิญญาณ 2 ดวง ฆานวิญญาณ 2 ดวง..... ชิวหาวิญญาณ 2 ดวง
กายวิญญาณ 2 ดวง

รวมเรียกว่า ทวิปัญจวิญญาณ 10 จะเห็นได้ว่าในทวิปัญจวิญญาณทั้ง 10 นี้ อาศัยเหตุปัจจัยแล้วจึงเกิดขึ้น โดยไม่มีการชักชวน จึงสงเคราะห์เป็นอสังขาริกจิตค่ะ

โดย อ.บุษกร เมธางกูร [11 มิ.ย. 2547 , 15:59:07 น.] ( IP = 210.86.188.6 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org