มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


ตายแล้ว..ไปไหน?




เป็นคำถามตามวัยให้ต้องตอบ
วัยเด็กชอบถามผู้ใหญ่อย่างใคร่รู้
ทำงานคืออะไรใคร่ถามดู
อยากจะรู้อนาคตอย่างจดใจ

ครั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ใคร่ถามเด็ก
ตอนยังเล็กนี้อยากทำสิ่งไหน
เมื่ออยากแล้วก็รีบทำให้สมใจ
เพราะโตเป็นผู้ใหญ่ไร้เสรี

ครั้นชราถามกันว่าตายเมื่อไหร่
และตายแล้วจะไปไหนกันล่ะนี่
ไม่มีใครตอบได้เลยสักที
คำถามนี้ช่างมืดมนน่าสนใจ

เสียงพระท่านพลันแว่วแจ้วกังวาน
สาธยายขับขานอย่างแจ่มใส
ชีวิตคนเรานี้ไม่มีใด
เพราะมีกรรมจึงทำให้เราเกิดมา

เป็นวงจรศรรักปักข้ามชาติ
เป็นคนดีขี้ขลาดหรือเก่งกล้า
เป็นเพราะความชำนาญสานกรรมมา
เป็นนิสัยให้ปัญญาไม่เทียมกัน

ทั้งกรรมดีและชั่วที่กลั้วกล้ำ
ได้เคยทำไว้ตอนชาติก่อนนั้น
คือพืชเชื้อที่เพาะให้เหมาะพันธุ์
ตายแล้วเกิดทันควันไม่ล่องลอย

เกิดขึ้นเป็นอะไรในชาติต่อ
เนื่องจากกรรมที่ก่อแม้เล็กน้อย
เป็นแรงส่งสู่คติภพต่อรอย
จากมนุษย์อาจด้อยเป็นนกกา

หรือจากสัตว์ที่บัดซบสู่ภพเปรต
หรือเข้าเขตนรกใหญ่มีไฟกล้า
หรือแรงบุญหนุนนำลำชีวา
เกิดในครรภ์มารดามนุษย์พงศ์

หรืออาจมีบุญหนักศักดิ์ประเสริฐ
ถือกำเนิดเป็นเทวาน่าใหลหลง
แต่จะเกิดเป็นอะไรให้คิดปลง
ว่ายังคงไม่พ้นทุกข์ที่รุกรน

เพราะชีวิตทั้งกายจิตนี้เป็นทุกข์
เดี๋ยวสนุกเดี๋ยวทุกข์โศกโรคสับสน
เดี๋ยวดีใจเดี๋ยวเสียใจให้ระคน
ทุกสิ่งเปลี่ยนไปพ้นจากจีรัง

คือสภาพของทุกข์ที่รุกเร้า
ไม่อาจทนอย่างเก่าให้ยืนยั่ง
ต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนไปให้ระวัง
คำพระสั่งสอนไว้ในมนต์ตรา

คำถามว่าตายแล้วจะไปไหน
หากไม่สิ้นไร้ยางแห่งตัณหา
ต้องกำเนิดเกิดใหม่ในโลกา
เป็นอย่างไร..อยู่ที่ว่าทำกรรมใด

.....พี่ดอกแก้วค่ะ....
*^*^*^*^*^*^*^*^*^*^*^*^*^*^*^




โดย พี่เณร..ลอกมาฝากครับ [11 มิ.ย. 2547 , 12:59:02 น.] ( IP = 210.86.188.2 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 11

และตอนนี้เราลองคิดสิคะว่า เรากลัวตายไหม ?
ตอบได้ว่าทุกคนกลัวตาย เพราะเวลาหิวเราก็ต้องหาอะไรกินเข้าไปแก้หิว ขืนไม่หาอดตาย...ป่วยก็หาหมอ หายา ทาน ทา กันวุ่นไปหมด เพราะอะไรก็มิใช่เพราะกลัวตายหรือค่ะ

ลองไปดูคนป่ายตามโรงพยาบาลซิคะว่าเขาเหล่านั้นต้องการอะไร และกลัวอะไร...คำตอบก็คือ..ต้องการหาย...และกลัวไม่หายแล้วต้องตายนั่นเอง..

ยังมีเรื่องที่ดอกแก้วจะยกมาถามได้อีกมากมายนัก แต่คงไม่ได้แน่เพราะกว่าจะจบคำถามถามก็คงเครื่องคอมแฮงค์ไปก่อนแน่ๆ

ดังนั้นจะถามให้คิดอีกคำถามเดียวพอนะคะว่า...แล้วความตายมีมาจากไหนละคะ...นั่นก็คือ...เพราะมีเกิดก็ต้องมีตายเป็นของธรรมดา

ดังนั้นเมื่อไม่เกิด..ก็ไม่ต้องตายเป็นธรรมดาเช่นกันใช่ไหมคะ?

เอาละคะ...แล้วทำอย่างไรจะไม่ต้องเกิดนี่สิ น่าหาความรู้ไหมคะท่านทั้งหลาย ????

เพราะผู้สิ้นสุดการเวียนว่ายตายเกิดแล้วได้แก่พระอรหันต์เท่านั้น

แต่พวกเราทั้งหลาย แน่นอน เกิดแน่ๆ สุดแต่ใจจะไขว่คว้าค่ะ

ถ้าหมั่นคว้าหากุศล ก็ไปดี มีมนุษย์ เทวดา พรหมเป็นต้น แต่ถ้าขยันคว้าบาปธรรม...ตายแล้ว ก็ไปสู่อบาย ๔ เสียโดยดีค่ะ

ถ้าสนใจละก็ ดอกแก้วยินดีนะคะ ยินดีแบ่งปันความสุขที่เกิดจากการรู้ตามทางที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านทรงโปรดเทศนาสั่งสอนไว้ให้แก่ทุกๆท่านนะคะ หรือตามมาตั้งคำถามได้เสมอนะคะที่...
http://www.abhidhamonline.org/

ไม่คิดค่าเล่าเรียนด้วยละคะเพราะท่านทุกคนนั้นเป็นมิตรที่แสนดีของดอกแก้วไงคะ จึงได้รับสิทธิแบบ VIP ไปเลยค่ะ เอิ๊กๆๆๆๆ

โดย พี่ดอกแก้ว

โดย พี่เณร..ลอกมาฝากครับ [11 มิ.ย. 2547 , 13:16:15 น.] ( IP = 210.86.188.2 : : )


  สลักธรรม 12

ก่อนที่จะตายไปในแต่ละชาติ
ศึกษาหาความรู้ความเห็นถูก ทำกุศลกรรม
จะได้มีโอกาสสร้างกุศลบารมี มากยิ่งขึ้น
จนกระทั้ง สักวันหนึ่งก็จะสิ้นสุดการตาย ไม่ต้องเกิดอีก

ขอบพระคุณพี่เณรค่ะ...ที่นำมาฝาก

โดย เซิ่น [11 มิ.ย. 2547 , 20:46:07 น.] ( IP = 202.57.183.119 : : )


  สลักธรรม 13

ตายแล้ว ไปไหน?? == (สำนวนที่เจอบ่อยๆ)

อยากให้รู้จังเลยว่าตายแล้วไปไหน เลยเล่าให้ฟังถึงวันก่อนที่เกิดขึ้นกับกิ่ง...
เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคม 2547 ไม่ปรากฏปี
นางสาวกิ่งแก้ว(นามสมมติ) พนักงานพิมพ์ดีดวัยเบญจเพส
มีภารกิจการงานต้องสะสางมากมาย
วุ่นวายเป็นพิเศษเนื่องจากเป็นการทำงานวันสุดท้ายในสัปดาห์
รวมทั้งรุ่งขึ้นพรุ่งนี้จะย่างเข้าสู่ช่วงของลองวีคเอนด์
ตลอดวันนั้นจึงเกือบๆ จะมีสภาพเป็นวันโลกาวินาศสำหรับกิ่งแก้วโดยแท้
เธอต้องเคร่งเครียดหมกมุ่นอยู่กับงานตั้งแต่เช้าจนบ่าย
และไม่มีเวลาว่างกินข้าวมื้อกลางวัน) กระทั่งเคลื่อนคล้อยกลายเป็นค่ำ
เพื่อนร่วมงานหลายคนค่อยๆ ทยอยแยกย้ายกันกลับบ้าน
ทำไปทำมาท้ายที่สุดทั้งบริษัทก็เหลือเธออยู่เพียงคนเดียว ตอนนี้ล่ะ
บรรยากาศในตึกเก่าๆ ทึมๆ แสงไฟสลัวจนแลดูแล้วชวนสยอง
รวมทั้งเสียงแกรกกรากของกระดาษกระพัดกระพือ
และอะไรต่อมีอะไรก็เริ่มแสดงบทบาทหน้าที่ของตนเองออกมาชัดเจน และค่อยๆ
ทบทวีความวังเวงมากขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่กิ่งแก้วทำงานของเธอเสร็จสรรพและเตรียมตัวเก็บข้าวของเพื่อจะกลับบ้าน
เธอเหลือบชำเลืองมองไปยังผนังกำแพงด้านใกล้ๆ โต๊ะทำงาน
พลันก็ต้องตกใจสุดขีดส่งเสียงกรี๊ดออกมาดังลั่น
สีหน้าซีดเผือดราวกับเลือดในกายเหือดแห้งหมดร่าง
สิ่งที่กิ่งแก้วเจอนั้น...ทำให้เธอเป็นเช่นนี้...สิ่งนั้นคือ .................

ใช่แล้ว...สิ่งที่กิ่งแก้วพบคือ...ปฏิทินนี่เอง!!!!!!!!!!!!!!!
และสาเหตุที่ทำให้กิ่งแก้วตกใจเจ้าปฏิทิน ซึ่งดูแล้วไม่น่าจะตกใจเลย
เธอต้องพบเห็นกับวันหยุดต่อเนื่องยาวนายหลายวัน วันหยุดเนื่องในวันวิสาขบูชา
ทำให้เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ตระเตรียมวางแผนจะไปเที่ยวไหนในช่วงวันหยุด

เหล่านี้เอง เป็นเหตุให้กิ่งแก้วต้องอุทานออกมาว่า . . . . .

. . . . . ตายแล้ว....ไปไหนดี หยุดตั้งหลายวัน คิกๆๆๆ
ตายแล้ว..ต้องไป...วัด ทำบุญวันวิสาขบูชา...ปีนี้ฉลองใหญ่.. เพราะเป็นวันสำคัญสากลโลก
(บทความรณรงค์เพื่อให้ไปทำบุญในวันวิสาขบูชาครับ)

โดย ธเนศ [3 ก.ค. 2547 , 23:53:23 น.] ( IP = 203.118.108.252 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org