มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


เกิดมาทำไม ตายแล้วไปไหนครับ




คนเราเกิดมาเพื่ออะไรครับหรือเกิดมาทำไมครับ
ตายแล้วไปไหนครับ
ตายแล้วจบเลยปะหรือต้องกลับมาเกิดใหม่อีก
เพราะผมคิดว่าคนอาจจะคิดว่าตายแล้วจบกันไป เลยทำชั่วอะครับ เพราะตายไปแล้วก็ไม่มีแล้ว ทำชั่วดีกว่า


กระทู้นี้นำมาจากลานธรรมจักรค่ะ ของคุณ DM

โดย ( คุณ DM )..โดยน้องกิ๊ฟ [17 มิ.ย. 2547 , 16:27:39 น.] ( IP = 203.146.170.34 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ
[ 1 ] [ 2 ]


  สลักธรรม 1



เกิดมาเพื่อจะได้ตายในวันข้างหน้า
เวลาตายแล้ว ก็ไปวัด มีคนพาไปเสร็จ

โดย satima [17 มิ.ย. 2547 , 16:34:04 น.] ( IP = 203.146.170.34 : : )


  สลักธรรม 2

ที่จริงปัญหานี้เป็นปัญหายอดฮิตนะคะ
สิ่งที่น่าสนใจมากก็คือ ทำไมเราถึงสงสัย บางคนเขาก็ไม่สงสัย
เกิดมาแล้ว เขาก็ใช้ชีวิตไปเรือ่ยเปื่อย ทุกข์ สุข เขาก็คิดว่าเขาพอใจแค่นี้
แต่บางคน กลับรู้สึกบางอย่างที่แตกต่างไป เช่นเห็นความไร้สาระในการ
ใช้ชีวิตที่เกิดมาแล้ว ก็มีแฟน แต่งงาน มีลูกหลาน แล้วก็แก่เฒ่าตายไป

แต่การหาคำตอบให้กับตัวเอง ก็มีความแตกต่างกันไปตามแง่มุมต่างๆ
หรือตามทิฎฐิตัวเอง ซึ่งถ้าสังเกตได้ก็คือ เขาไม่เคยเข็ดกับความทุกข์
ความเหงา ความรู้สึกที่แปลกประหลาดที่เกิดขึ้น ซ้ำไปซ้ำมา แบบว่าไม่รู้เบื่อ
ไม่รู้หน่ายกับมันเลยค่ะ

สำหรับคนที่คิดเพียงว่าเกิดมาแล้วเดี๋ยวก็ตาย ไม่เห็นต้องทำความดีอะไรเลย
เขาก็ประมาทไปหน่อย ซึ่งแม้ว่าเราจะรู้หรือไม่ว่าชาติหน้าชาติโน้นมีจริง
หรือไม่ ก็ไม่ควรประมาทกับชีวิต และการทำดี การไม่ทำบาปทั้งปวง ปัจจุบัน
เขาก็ได้รับผลกับมันอยู่แล้ว

ที่จริงการทำชั่วไม่ใช่ว่าจะทำได้ง่ายเลย ไม่เหมือนกับการทำดี ที่ทำเมือ่ไร
เราเองเป็นผู้รู้สึกดีเสมอ ระลึกถึงเมื่อใด ก็มีความสุข แต่การทำชั่วนั้น ต้อง
วางแผน ปกปิด หวาดกลัวว่าคนอื่นจะรู้จะเห็น ซึ่งเป็นสิ่งยากลำบากแท้ๆ

โดย satima [17 มิ.ย. 2547 , 16:34:44 น.] ( IP = 203.146.170.34 : : )


  สลักธรรม 3



สวัสดีค่ะ ท่านผู้ถามต้องรู้ตนเองด้วยนะคะว่าท่านถามนั้นเพื่อประสงค์อะไร?เพราะท่านจะได้รับรับประโยชน์ หรือไม่ได้นั้น ก็คือตัวท่านเอง

แต่ถ้าอยากทราบจริงๆนั้น ก็นับว่าท่านกำลังได้แรงกรรมที่ดีมาอุดหนุนแล้ว ทำให้ท่านนั้นเกิดรู้สึกต้องการเข้าใจชีวิต และเมื่อเข้าใจดี เข้าใจถูกต้อง ท่านเองอีกนั่นแหละจะสามารถพาชีวิตอันเป็นที่รักยิ่งไปในทางที่ท่านต้องการได้นะคะ

เราเกิดมาเพื่ออะไร ?

ไว้พี่ดอกแก้วจะมาเฉลยอีกครั้งนะคะถ้าต้องการคำตอบจริงๆค่ะ

โดย พี่ดอกแก้ว [17 มิ.ย. 2547 , 16:36:27 น.] ( IP = 203.146.170.34 : : )


  สลักธรรม 4

บางชีวิตลิขิตฝันนั้นสูงล้ำ
และหมายนำความสมหวังให้ยังผล
จึงเหน็ดเหนื่อยเดินทางอย่างทุกข์ทน
ก็เพื่อผลเรืองรองของฝันไกล

บางชีวิตลิขิตเพียงจำเรียงความ
สร้างคุณงามตามชอบกอบเก็บไว้
มีโอกาสช่วยเหลือก็เกื้อไป
ถนอมใจสร้างทำแต่ความดี

ทุกชีวิตล้วนลิขิตลวดลายกรรม
เพื่อน้อมนำความในใจไม่หลีกหนี
จะมีฝัน..ไร้ฝัน...ในชีวี
ต่างต้องมีการเดินทางสร้างร่องรอย

และเดินสู่จุดหมายในไม่ช้า
หรือพบพาอุปสรรคให้ล่าถอย
จะหวาดกลัวเก่งกล้ากี่มากน้อย
ต่างล้วนคอยความสุขสมภิรมย์ใจ

และความจริงที่ทุกสิ่งต้องยอมรับ
คือความดับจากอยู่..รู้หรือไม่
วันนี้อาจยังมีลมหายใจ
พรุ่งนี้ไม่อาจยั้งรั้งชีวา

จะอ่อนแก่แม้เด็กเล็กน้อยนั้น
ก็มีวันจากไปไม่เห็นหน้า
พบรอยแยกแตกดับกับเวลา
ใคร่ครวญว่า..ชีวิตนี้..มีเพื่ออะไร

โดย พี่ดอกแก้ว [17 มิ.ย. 2547 , 16:37:07 น.] ( IP = 203.146.170.34 : : )


  สลักธรรม 5

ขอบคุณสำหรับกลอนอันไพเราะทั้งเนื้อถ้อยกระทงความของพี่ดอกแก้วค่ะ…

โดย satima [17 มิ.ย. 2547 , 18:39:03 น.] ( IP = 210.86.188.3 : : )


  สลักธรรม 6

…สงสัยจัง ตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับ ความตาย
เป็นครั้งแรก แต่ละคนเป็นยังไงบ้าง..ไม่มีไรหรอก เซ็งๆชีวิตหน่ะ...


โดย YaiBonk [17 มิ.ย. 2547 , 18:42:57 น.] ( IP = 210.86.188.3 : : )


  สลักธรรม 7

ถามน่ากลัวจัง
ก็นึกยากอยู่นะคะ แต่ว่าก็เคยวูบอยู่ครั้งสองครั้งเห็นจะได้
ตอนนั้นไม่กลัวตายเลยค่ะ แต่ที่กลัวก็คือ
ชีวิตยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ตั้งใจแล้วยังทำไม่สำเร็จเลย
ยมบาลจ๋า..อย่าเพิ่งเอาฉันไปนะ...
ฟื้นขึ้นมาอีกที คราวนี้พยามยามทำทุกสิ่งทุกอยางที่คิดไว้เพื่อตัวเองและคนที่รักทุกคนสุดฤทธิ์เลยค่ะ
…

โดย มังกรวารี [17 มิ.ย. 2547 , 18:43:56 น.] ( IP = 210.86.188.3 : : )


  สลักธรรม 8

ขณะตายมีความเจ็บปวดบ้างหรือไม่ ?

นับว่าเป็นคำถามที่ดีมากๆเลยค่ะ และ ยังมีคนที่เข้าใจผิดอยู่ไม่น้อย
ที่เข้าใจว่า.... ในเวลาตายคงจะเจ็บปวดแสนสาหัส

ดังนั้น จึงมักจะพูดอยู่เสมอหรืออธิษฐานอยู่บ่อยๆว่า
ขอให้กุศลผลบุญช่วยให้ตายสะดวกๆ อย่าต้องทรมานเลย....ในเรื่องนี้บางคนเชื่อเอาจริงๆ เพราะเคยเห็นคนใกล้จะตายร้องครวญครางและดิ้นรนกระวนกระวายกระสับกระส่ายอยู่เป็นเวลานานแล้วจึงได้ตาย ในบางคนเท่านั้นที่มีความเข้าใจว่า... ความเจ็บปวดทรมานนั้นเกิดขึ้นเมื่อยังมิได้ตาย

แต่ในขณะกำลังตายจะเจ็บปวดหรือไม่ นั้นก็ไม่ทราบ


การที่จะทำความเข้าใจในเรื่องนี้
ก็จะต้องทำความเข้าใจในเรื่อวิถีจิต
คือการทำงานของจิตว่าจิตใจมีการงานทำอย่างไร
แต่การทำงานของจิตนั้นมีมากมายด้วยกัน

วิถีหรือการทำงานของจิตหลายประเภท ทำการเห็น ได้ยิน ได้กลิ่น รู้รส รู้สึกถูกต้องทางกาย และมีความคิดนึกในเรื่องราวต่างๆ

วิถีหรือการทำงานของจิตบางประเภท ทำงานในเรื่องสมาธิจนกระทั่งได้ถึงฌาน เรียกว่า ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน จตุตถฌาน ปัญจมฌาน ไปจนถึงอรูปฌานอีก ๔ ฌาน

วิถีหรือการทำงานของจิตบางประเภท ทำกำลังอำนาจของจิต ที่เรียกว่า “อภิญญาจิต” สามารถทำอิทธิฤทธิ์ได้ต่างๆ เช่นการระลึกชาติได้เป็นต้น


โดย พี่ดอกแก้ว [17 มิ.ย. 2547 , 18:46:44 น.] ( IP = 210.86.188.3 : : )


  สลักธรรม 9


วิถีหรือการทำงานของจิตบางประเภท ทำงานในเรื่องของการทำลายกิเลสออกจากจิตใจได้โดยเด็ดขาด ..เรียกจิตประเภทนี้ว่า โลกุตรจิต คือมีนิพพานเป็นอารมณ์.. เรียกว่า อริยมรรค อริยผล เป็นอริยบุคคล เริ่มตั้งแต่โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล ไปจนถึงอรหัตมรรค อรหัตผล ....

วิถีหรือการทำงานของจิตบางประเภท เช่นในขณะที่นอนหลับแล้วฝันไปในเรื่องราวต่างๆ

มีฝันดีบ้าง ฝันร้ายบ้าง ฝันแล้วก็เป็นจริงบ้าง และไม่เป็นจริงบ้าง

วิถีหรือการทำงานของจิตในขณะตาย ในขณะเกิดในภพชาติใหม่ และในขณะที่กำลังนอนหลับ

โดย พี่ดอกแก้ว [17 มิ.ย. 2547 , 19:08:51 น.] ( IP = 210.86.188.3 : : )


  สลักธรรม 10

...จุติ คือ ความตาย...
... ปฏิสนธิ คือความเกิดในภพชาติใหม่
.... และภวังค์ คือการรักษาภพชาติ เช่นการนอนหลับ เป็นต้นนั้น ถึงจะมีความแตกต่างกันอยู่ก็จริง แต่ก็เหมือนกันในบางประการ จำเป็นต้องทำความเข้าใจเรื่อง ทวาร เสียก่อน

ทวารก็ได้แก่ประตู ประตูก็ได้แก่ ช่องทางเข้าออกของบุคคลทั้งหลาย เรามีประตูสำหรับเข้าไปทำงาน เช่น ประตูของกระทรวงทบวงกรม ไม่ใช่เข้าไปทำงานทางหน้าต่าง แต่ประตูก็มีหลายประตู บางคนก็เข้าประตูหนึ่ง และ บางคนก็เข้าอีกประตูหนึ่งเพื่อทำงาน

ถ้าไม่มีประตูเราก็เข้าไปทำงานไม่ได้ นอกจากบางคน ถึงจะเป็นส่วนน้อยก็ตาม ก็มีอยู่ที่ไม่ต้องเข้าประตูเลยก็ทำงานได้ ท่านทั้งหลายว่าผู้ใดเล่าที่ไม่ต้องเข้าประตูเลยก็ทำงานได้

ถ้าท่านคิดยังไม่ออกก็จะขอบอกให้.... ว่าผู้ที่ไม่ต้องเข้าประตูเลยก็ทำงานได้ คนนั้นก็ได้แก่ ภารโรงนั่นเอง เพราะภารโรงอาศัยกินอยู่หลับนอนภายในกระทรวงนั้น ตื่นเช้าขึ้นมาก็เปิดประตูหน้าต่างและทำความสะอาดเลยทีเดียว …

จิตใจของสัตว์ทั้งหลายก็เหมือนกัน... มีจิตมากประเภททีเดียวที่ต้องทำงานทางทวารคือ ประตู แต่จิตที่ไม่ทำงานทางประตูก็มีแม้ว่าจะน้อยประเภทก็ตาม....

จิตที่ต้องทำงานทางทวาร ในทางธรรมะ เรียกว่า ทวาริกจิต

จิตที่ไม่ได้ทำงานทางทวาร ในทางธรรมะ เรียกว่า ทวารวิมุตจิต

จิตที่ทำงานทางทวาร บางทีก็ทำงานได้ทวารเดียวเรียกว่า เอกทวาริก

จิต ก็มีทำงานได้หลายทวาร เรียกว่า ปัญจทวาริกจิตก็มี แล้วยังมีอื่นๆอีก ซึ่งเต็มไปด้วยตัวเลขควบคุมทั้งนั้น

แม้ทวารวิมุตจิตก็ดี บางประเภททำงานทางทวาร คือเป็นทวาริกจิต และบางประเภททำงานที่ไม่ต้องอาศัยทวารเลย

โดย พี่ดอกแก้ว [17 มิ.ย. 2547 , 19:12:19 น.] ( IP = 210.86.188.3 : : )
[ 1 ] [ 2 ]

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org