คำว่าแทงตลอด
นั้นท่านอุปมาสาธก ไว้เหมือน
ประทีป๑
สุริยมณฑล๑
นาวา๑
ที่ว่าแทงตลอดนั้น หมายถึงแทงตลอดในอริยสัจจ์ ๔ คือเมื่อผู้ใดเห็นทุกขอริยสัจจ์
ผู้นั้นย่อมแทงตลอดไปในทุกขสมุทย
อริยสัจจ์,ทุกขนิโรธอริยสัจ และทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจจ์ ด้วย
อุปมาสาธกว่า แทงตลอดเหมือนประทีบ สุริยมณฑล และนาวานั้น ก็เพราะ
-ประทีป เพราะตราบใดที่ดวงประทีปถูกจุดขึ้นแล้ว ย่อมยังกิจ ๔ อย่างให้เกิดขึ้นพร้อมกัน คือ
๑. ยังเกลียวไส้ให้ไหม้เกรียม
๒. กำจัดเสียซึ่งความมืด
๓. อำนวยแสงสว่างให้มีมากขึ้น
๔. สังหารน้ำมันให้สิ้นไป
เช่นเดียวกัน มัคคจิตเกิดขึ้นขณะใด ขณะนั้นย่อมมีการรู้แจ้งแทงตลอดไปในกิจ ๔ อย่างของอริยสัจจ์ คือ
๑. กำหนดรู้ใน ทุกขอริยสัจจ์ ประดุจ เกลียวไส้ที่ไหม้เกรียม
๒. ละเสียซึ่งสมุทยอริยสัจจ์ ประดุจ การกำจัดเสียซึ่งความมืด
๓. อำนวยให้ ทุกขนิโรธคามินิปฏิปทาอริยสัจจ์ บังเกิดขึ้น (มรรค ๘ สามัคคี) ประดุจ ประทีป ๘ ดวงที่ติดไฟพร้อมกัน อำนวยให้แสงสว่างมีมากขึ้น
๔. แจ้งใน นิโรธอริยสัจจ์ ประดุจสังหารน้ำมันให้สิ้นหมดไป
- สุริยมณฑล ก็เช่นเดียวกัน เพราะเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นตราบใด ยังผลให้มีกิจ ๔ อย่าง
๑. สำแดงรูปให้ปรากฏแก่ตาโลก
๒. กำจัดเสียซึ่งความมืด
๓. ส่องความสว่างให้ห้วงจักรวาลประเทศ
๔. ดับความหนาวเย็น ยังความอบอุ่นให้แก่สัตว์ทั้งหลาย
- นาวา ก็เช่นกัน เพราะตราบใดที่เรือนำผู้คน หรือสิ่งของข้ามฟาก ย่อมสำเร็จกิจ ๔ อย่างคือ
๑. ละเสียซึ่งฟากตรงกันข้าม
๒. ตัดกระแสน้ำ
๓. นำไปซึ่งผู้คน หรือสิ่งของได้ถึงเป้าหมาย
๔. ถึงซึ่งฝั่งที่ต้องการได้
ด้วยเหตุนี้สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงอุปมาว่า
แทงตลอดเหมือนประทีป ...เหมือนสุริยมณฑล ...เหมือนนาวา