มูลนิธิอภิธรรมมูลนิธิ

Moonlanithi Vipassana
Meditation
OnlineStudy
thai    english
Article สำนักวิปัสสนา
อ้อมน้อย
กิจกรรม About Us

[ Home ] [ ลานถาม-ตอบปัญหาธรรมะ ] [ ลานกวีธรรม ] [ ลานคิด เล่า เขียน ] [ ลานกลิ่นดอกแก้ว ] [ ค้นหากระทู้ ] [ สมัครสมาชิก ] [ login เข้าระบบ ]


น้ำมนต์ในพระพุทธศาสนา




ในพระไตรปิฏกเล่มที่ 9 กล่าวว่าน้ำมนต์เป็นเดรัชฉานวิชา แต่ผมสงสัยว่าครั้นโรคระบาดที่เมืองไพรสาลี พระพุทธเจ้าสวดมนต์บทอะไรเพื่อขจัดโรคและใช้น้ำมนต์พรมรดด้วยหรือไม่ ช่วยแถลงไขหน่อยครับ

โดย เริงธรรม [21 มิ.ย. 2547 , 07:51:46 น.] ( IP = 202.133.163.164 : : ) เก็บกระทู้นี้ไว้ใน Bookmarkส่งกระทู้นี้ให้เพื่อนของคุณ


  สลักธรรม 1

พระพุทธเจ้าตรัสรัตนสูตรให้พระอานนท์ทำน้ำมนต์ไปพรมรอบเมืองไพสาลีแค้วนวัชชีครับ อยู่ใน ๗ ตำนาน หรือ ๑๒ ตำนานก็มี ขึ้นต้นว่า ยานีธ ภูตานิ สมาคตานิ ฯลฯ เป็นการสงเคราะห์ปวงชนครับ ไม่จัดเป็นเดรัจฉานวิชา เพราะพระองค์ทำด้วยพระมหากรุณาธิคุณและเมตตาคุณ ไม่มุ่งหวังอยากได้ข้าวของเงินทองของผู้ว่าจ้าง ไม่ได้สงเคราะห์ในทางความรักใคร่(ทำเสน่ห์) ไม่ได้ส่งให้ใครมียศตำแหน่งไม่ได้แก้เคราะห์โชคลาง

ถ้าหากมุ่งหวังอามิสสินจ้างทำให้ครอบครัวแตกแยก ทำเป็นอาชีพเพื่อหากินจึงจัดเป็นเดรัจฉานวิชาสำหรับพระสงฆ์ แต่ไม่ห้ามฆราวาส ต้องดูเจตนาของผู้ทำด้วยว่าเพื่ออะไร ผมมีความเข้าใจอย่างนี้ไม่ทราบว่ามีท่านอื่นเข้าใจอย่างไร

โดย หนอนหนังสือ [21 มิ.ย. 2547 , 11:55:16 น.] ( IP = 203.113.61.132 : : )


  สลักธรรม 2


           พระไตรปิฏก เล่มที่ ๒๕ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๗
           ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต
           รัตนสูตร ในขุททกปาฐะ


           [๗] ภูตเหล่าใด ประชุมกันแล้วในประเทศนี้ก็ดี
           หรือภุมมเทวดา เหล่าใดประชุมกันแล้วในอากาศก็ดี
           ขอหมู่ภูตทั้งปวงจงเป็นผู้มีใจดีและจงฟังภาษิตโดยเคารพ

           ดูกรภูตทั้งปวง เพราะเหตุนั้นแล ท่านทั้งหลายจงตั้งใจฟัง
           ขอจงแผ่เมตตาจิต ในหมู่มนุษย์
           มนุษย์เหล่าใด นำพลีกรรมไปทั้งกลางวัน ทั้งกลางคืน
           เพราะเหตุนั้นแล ท่านทั้งหลายจงเป็นผู้ไม่ประมาทรักษามนุษย์เหล่านั้น

           ทรัพย์เครื่องปลื้มใจอย่างใดอย่างหนึ่งในโลกนี้ หรือในโลกอื่น
           หรือรัตนะใดอันประณีตในสวรรค์
           ทรัพย์และรัตนะนั้น เสมอด้วยพระตถาคตไม่มีเลย

           พุทธรัตนะ แม้นี้เป็นรัตนะอันประณีต
           ด้วยสัจจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้

           พระศากยมุนีมีพระหฤทัยดำรงมั่น ได้บรรลุธรรมอันใดเป็นที่สิ้นกิเลส
           เป็นที่สำรอกกิเลส เป็นอมฤตธรรมอันประณีต
           ธรรมชาติอะไรๆ เสมอด้วยพระธรรมนั้นย่อมไม่มี
           ธรรมรัตนะ แม้นี้เป็นรัตนะอันประณีต
           ด้วยสัจจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้

           พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ทรงสรรเสริญแล้ว
           ซึ่งสมาธิใด ว่าเป็นธรรมอันสะอาด
           บัณฑิตทั้งหลายกล่าว ซึ่งสมาธิใด ว่าให้ผลในลำดับ
           สมาธิอื่นเสมอด้วยสมาธินั้น ย่อมไม่มี
           ธรรมรัตนะ แม้นี้เป็นรัตนะอันประณีต
           ด้วยสัจจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้

โดย ฐานาฐานะ [21 มิ.ย. 2547 , 14:18:27 น.] ( IP = 203.118.80.32 : : )


  สลักธรรม 3


           บุคคล ๘ จำพวก ๔ คู่ อันสัตบุรุษทั้งหลายสรรเสริญแล้ว
           บุคคลเหล่านั้นควรแก่ทักษิณาทาน เป็นสาวกของพระตถาคต
           ทานที่บุคคลถวายแล้วในท่านเหล่านั้น ย่อมมีผลมาก
           สังฆรัตนะ แม้นี้เป็นรัตนะอันประณีต
           ด้วยสัจจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้

           พระอริยบุคคลเหล่าใด ในศาสนาของพระโคดม
           ประกอบดีแล้ว [ด้วยกายประโยคและวจีประโยคอันบริสุทธิ์]
           มีใจมั่นคง เป็นผู้ไม่มีความห่วงใย [ในกายและชีวิต]
           พระอริยบุคคลเหล่านั้น บรรลุอรหัตผลที่ควรบรรลุ
           หยั่งลงสู่อมตนิพพาน ได้ซึ่งความดับกิเลสโดยเปล่า เสวยผลอยู่
           สังฆรัตนะ แม้นี้เป็นรัตนะอันประณีต
           ด้วยสัจจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้

           เสาเขื่อนที่ฝังลงดิน ไม่หวั่นไหวเพราะลมทั้งสี่ทิศ ฉันใด
           ผู้ใดพิจารณาเห็นอริยสัจทั้งหลาย
           เราเรียกผู้นั้นว่าเป็นสัตบุรุษ ผู้ไม่หวั่นไหว
           เพราะโลกธรรมมีอุปมาฉันนั้น
           สังฆรัตนะนี้เป็นรัตนะอันประณีต
           ด้วยสัจจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้

           พระอริยบุคคลเหล่าใด ทำให้แจ้งซึ่งอริยสัจทั้งหลาย
           อันพระศาสดาทรงแสดงดีแล้ว ด้วยปัญญาอันลึกซึ้ง
           พระอริยบุคคลเหล่านั้น ยังเป็นผู้ประมาทอย่างแรงกล้าอยู่ก็จริง
           ถึงกระนั้น ท่านย่อมไม่ยึดถือเอาภพที่ ๘
           สังฆรัตนะ แม้นี้เป็นรัตนะอันประณีต
           ด้วยสัจจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้

           สักกายทิฏฐิและวิจิกิจฉา หรือแม้สีลัพพตปรามาส อันใดอันหนึ่งยังมีอยู่
           ธรรมเหล่านั้น อันพระอริยบุคคลนั้นละได้แล้ว
           พร้อมด้วยความถึงพร้อมแห่งการเห็น[นิพพาน] ทีเดียว
           อนึ่ง พระอริยบุคคลเป็นผู้พ้นแล้วจากอบายทั้ง ๔
           ทั้งไม่ควรเพื่อจะทำอภิฐานทั้ง ๖ [คืออนันตริยกรรม ๕ และการเข้ารีด]
           สังฆรัตนะแม้นี้เป็นรัตนะอันประณีต
           ด้วยสัจจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้

โดย ฐานาฐานะ [21 มิ.ย. 2547 , 14:20:07 น.] ( IP = 203.118.80.32 : : )


  สลักธรรม 4


           พระอริยบุคคลนั้นยังทำบาปกรรมด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจ ก็จริง
           ถึงกระนั้น ท่านไม่ควร เพื่อจะปกปิดบาปกรรมอันนั้น
           ความที่บุคคลผู้มีธรรมเครื่องถึงนิพพาน อันตนเห็นแล้ว
           เป็นผู้ไม่ควรเพื่อปกปิดบาปกรรมนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว
           สังฆรัตนะแม้นี้เป็นรัตนะอันประณีต
           ด้วยสัจจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้

           พุ่มไม้ในป่ามียอดอันบานแล้วในเดือนต้นในคิมหันตฤดู ฉันใด
           พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐยิ่ง
           เป็นเครื่องให้ถึงนิพพาน เพื่อประโยชน์เกื้อกูลมีอุปมา ฉันนั้น
           พุทธรัตนะ แม้นี้เป็นรัตนะอันประณีต
           ด้วยสัจจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้

           พระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐทรงทราบธรรมอันประเสริฐ
           ทรงประทานธรรมอันประเสริฐ ทรงนำมาซึ่งธรรมอันประเสริฐ
           ไม่มีผู้ยิ่งไปกว่า ได้ทรงแสดงธรรมอันประเสริฐ
           พุทธรัตนะ แม้นี้เป็นรัตนะอันประณีต
           ด้วยสัจจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้

           พระอริยบุคคลเหล่าใดผู้มีจิตอันหน่ายแล้วในภพต่อไป
           มีกรรมเก่าสิ้นแล้ว ไม่มีกรรมใหม่เครื่องสมภพ
           พระอริยบุคคลเหล่านั้น มีพืชอันสิ้นแล้ว มีความพอใจไม่งอกงามแล้ว
           เป็นนักปราชญ์ ย่อมนิพพาน เหมือนประทีปอันดับไป ฉะนั้น
           สังฆรัตนะ แม้นี้เป็นรัตนะอันประณีต
           ด้วยสัจจวาจานี้ ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้

โดย ฐานาฐานะ [21 มิ.ย. 2547 , 14:21:41 น.] ( IP = 203.118.80.32 : : )


  สลักธรรม 5


           ภูตเหล่าใดประชุมกันแล้วในประเทศนี้ก็ดี
           หรือภุมมเทวดาเหล่าใดประชุมกันแล้วในอากาศก็ดี
           เราทั้งหลาย จงนมัสการพระพุทธเจ้าผู้ไปแล้วอย่างนั้น
           ผู้อันเทวดาและมนุษย์ทั้งหลายบูชาแล้ว
           ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้

           ภูตเหล่าใดประชุมกันแล้วในประเทศก็ดี
           หรือภุมมเทวดาเหล่าใดประชุมกันแล้วในอากาศก็ดี
           เราทั้งหลายจงนมัสการพระธรรม อันไปแล้วอย่างนั้น
           อันเทวดาและมนุษย์บูชาแล้ว
           ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้

           ภูตเหล่าใดประชุมกันแล้วในประเทศนี้ก็ดี
           หรือภุมมเทวดาเหล่าใดประชุมกันแล้วในอากาศก็ดี
           เราทั้งหลาย จงนมัสการพระสงฆ์ผู้ไปแล้วอย่างนั้น
           ผู้อันเทวดาและมนุษย์บูชาแล้ว
           ขอความสวัสดีจงมีแก่สัตว์เหล่านี้ ฯ


           จบรัตนสูตร ฯ


                      เนื้อความพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๕ บรรทัดที่ ๗๓ - ๑๕๔. หน้าที่ ๔ - ๗.
http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/v.php?B=25&A=73&Z=154

โดย ฐานาฐานะ [21 มิ.ย. 2547 , 14:22:09 น.] ( IP = 203.118.80.32 : : )


  สลักธรรม 6

ติรัจฉานวิชา
[๑๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อีกอย่างหนึ่ง เมื่อปุถุชนกล่าวชมตถาคต พึงกล่าวเช่นนี้ว่า-
๑. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่นอย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา ๑ เห็นปานนี้ คือ ทายอวัยวะ ทายนิมิต ทายอุปบาต ๒ ทำนายฝัน ทำนายลักษณะ ทำนายหนูกัดผ้า ทำพิธีบูชาไฟ ทำพิธีเบิกแว่นเวียนเทียน ทำพิธีซัดแกลบบูชาไฟ ทำพิธีซัดรำบูชาไฟ ทำพิธีซัดข้าวสารบูชาไฟ ทำพิธีเติมเนยบูชาไฟ ทำพิธีเติมน้ำมันบูชาไฟ ทำพิธีเสกเป่า
บูชาไฟ ทำพลีกรรมด้วยโลหิต เป็นหมอดูอวัยวะ ดูลักษณะที่บ้าน ดูลักษณะที่นา เป็นหมอปลุกเสก เป็นหมอผี เป็นหมอลงเลขยันต์คุ้มกันบ้านเรือน เป็นหมองู เป็นหมอยาพิษ เป็นหมอแมลงป่อง เป็นหมอรักษาแผลหนูกัด เป็นหมอทายเสียงนก เป็นหมอทางเสียงกา เป็นหมอทายอายุ เป็นหมอเสกกันลูกศร เป็นหมอทายเสียงสัตว์

ฯลฯ

[๒๕] ๗. พระสมณโคดม เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา เช่นอย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวกฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิด ด้วยติรัจฉานวิชาเห็นปานนี้ คือ ทำพิธีบนบาน ทำพิธีแก้บน ร่ายมนต์ขับผี สอนมนต์ป้องกันบ้านเรือน ทำกะเทยให้กลับเป็นชาย ทำชายให้กลายเป็นกะเทย ทำพิธีปลูกเรือน ทำพิธีบวงสรวงพื้นที่ พ่นน้ำมนต์ รดน้ำมนต์ ทำพิธีบูชาไฟ ปรุงยาสำรอก ปรุงยาถ่าย ปรุงยาถ่ายโทษเบื้องบน ปรุงยาถ่ายโทษเบื้องล่าง ปรุงยาแก้ปวดศีรษะ หุงน้ำมันหยอดหู ปรุงยาตา ปรุงยานัดถุ์ ปรุงยาทากัด ปรุงยาทาสมาน ป้ายยาตา ทำการผ่าตัดรักษาเด็ก ใส่ยา ชะแผล

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่ปุถุชนกล่าวชมตถาคต จะพึงกล่าวด้วยประการใด ซึ่งมีประมาณน้อย ยังต่ำนัก เป็นเพียงศีลนั้นเท่านี้แล


โดย มิตร [22 มิ.ย. 2547 , 01:19:49 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )


  สลักธรรม 7

คำเฉลยกรุณาดูทีเว็บ www.dhamma-isara.org

โดย เด็กวัด [22 มิ.ย. 2547 , 08:31:12 น.] ( IP = 203.149.16.205 : : 10.20.34.99 )


  สลักธรรม 8

เฉลยถูกจริงหรือ

โดย เด็กนอกวัด [22 มิ.ย. 2547 , 10:05:38 น.] ( IP = 203.146.170.79 : : )

ขอเชิญแสดงความคิดเห็น
จาก : *
Code :
กรุณากรอก Code ตัวเลขด้านบน *
อีเมล์ : หากไม่ต้องการให้เว้นว่าง
รูปภาพ : ไม่เกิน 150KB
รายละเอียด :
Icon Toy
Special command

* *
กรุณาคลิ๊ก Post message เพียงครั้งเดียว.... 

คำเตือน
  • การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
  • หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด

ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล

[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ]

ลานภาพ

อบรมวิปัสสนา

ค้นหา

ค้นหา-GooGle

สร้างสรรค์โดย a2.gif (164 bytes) http://www.abhidhamonline.org