| Moonlanithi |
Vipassana Meditation |
OnlineStudy thai english |
Article |
สำนักวิปัสสนา อ้อมน้อย |
กิจกรรม | About Us |
จรณะ 15
ใครช่วยตอบเกี่ยวกับ หิริโอตัปปะ และ ขันติโสรัจจะหน่อยสิ
โดย เอก ราชมงคล [21 มิ.ย. 2547 , 21:26:38 น.] ( IP = 203.209.24.143 : : )
สลักธรรม 1หิริโอตตัปปะ ... http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=dokgaew&topic=5312
หิริแปลว่า ความละอายแก่ใจ หมายถึง ความละอายใจตัวเองต่อการทำความชั่ว ความผิด ต่อการประพฤติทุจริตทั้งหลาย
และความละอายใจตัวเองที่จะละเว้น ไม่ยอมทำความดีซึ่งควรทำให้เกิดมีในตน เช่น บิดามารดามีความละอายใจที่จะไม่ดูแลบุตรธิดาของตน เช่นนี้ เรียกว่า มีหิริ
หิริ เกิดขึ้นได้ก็ด้วยการคิดถึงการศึกษา ฐานะ ยศศักดิ์ ชาติตระกูลของตน คิดถึงความเสียหายที่จะเกิดขึ้น รวมกับความแกล้วกล้าของจิตใจที่จะไม่ทำชั่วเช่นนั้น
หิริ เป็นโลกปาลธรรม คือเป็นธรรมรักษาคุ้มครองโลก ทำให้โลกเกิดสันติ ทำให้คนเราอยู่กันอย่างสงบสุข เพราะคนที่มีหิริจะเกลียดความชั่ว และละอายที่จะทำความชั่วทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทำให้ไม่ก่อความเดือดร้อนให้แก่โลกคือแผ่นดินและสรรพสัตว์ทั้งปวง
โอตตัปปะ แปลว่า ความเกรงกลัว หมายถึง ความสะดุ้งกลัวต่อผลของความชั่ว ผลของทุจริตที่ทำไว้
โอตตัปปะ เกิดขึ้นได้เพราะคิดถึงโทษหรือความทุกข์ที่จะเกิดขึ้นจากการทำชั่ว จาการประพฤติทุจริตของตน
เช่น ตัวเองต้องเดือดร้อน เกิดความเสียหาย เสียทรัพย์สินเงินทอง เสียอิสรภาพ หรือถูกคนอื่นตำหนิติเตียน ถูกสังคมรังเกียจ เป็นต้น
โอตตัปปะ เป็นโลกปาลธรรม คือธรรมคุ้มครองโลกคู่กับ หิริ เพราะคนที่มีโอตตัปปะย่อมกลัวที่จะทำความผิด ทำให้งดเว้นจากการประพฤติผิดต่างๆได้ อันเป็นเหตุให้โลกเกิดความร่มเย็นเป็นสุข เกิดสันติภาพขึ้น
โดย มิตร [21 มิ.ย. 2547 , 23:55:08 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 2ขันติ แปลว่า ความอดทน หมายถึง ความอดกลั้นไว้ได้ ไม่แสดงอาการทุกข์ร้อน หรือ ความไม่พอใจ ความฉุนเฉียวออกมาให้เห็น
คือ ทนต่อความลำบากครากตรำ ไม่แสดงอาการท้อแท้ ยอมแพ้ ทนสู้ได้
- ทนต่อทุกขเวทนา ไม่แสดงอาการทุรนทุรายเกินเหตุเมื่อเจ็บป่วย
- ทนต่อความเจ็บใจ ไม่แสดงความไม่พอใจเมื่อถูกคนอื่นกระทบแดกดัน
- ทนต่ออำนาจกิเลส ไม่แสดงอาการอยากได้หรือโกรธเคืองจนออกนอกหน้า
ขันติ เป็นธรรมคู่กับ โสรัจจะ คือความเสงี่ยม
ขันติ จัดเป็น โสภณธรรม คือเป็นธรรมที่ทำให้ผู้มีขันติ ดูดี งดงาม มีสง่า น่าเกรงขาม เป็นบารมีอย่างหนึ่งในบารมี ๑๐ เรียกว่า ขันติบารมี และเป็นธรรมข้อหนึ่งในทศพิธราชธรรม
โสรัจจะ แปลว่า ความเสงี่ยม คือ การควบคุมจิตใจให้เยือกเย็นเหมือนปกติ เมื่อได้รับความทุกข์ หรือ ถูกกระทบกระทั่งแดกดัน เป็นต้น
โสรัจจะ เป็นธรรมคู่แฝดของ ขันติ ต้องมีคู่กัน กล่าวคือ ขันติ เป็นตัวข่มกายวาจาไม่ให้แสดงอาการดิ้นรนหรือพูดจาตอบโต้ เป็นต้น
โสรัจจะ เป็นตัวข่มใจให้สงบนิ่ง ทำให้ดูเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เช่นเมื่อถูกด่าว่า สามารถทนได้ไม่โต้ตอบ ข่มความโกรธไว้ได้ แต่ใจยังเดือดอยู่ มือยังสั่นอยู่ อย่างนี้เรียกว่า มีขันติ แต่ขาดโสรัจจะ เมื่อข่มใจให้เย็นได้ มือไม่สั่น ปากไม่สั่น หน้าไม่แดงด้วยความโกรธ เรียกว่า มีทั้งขันติและโสรัจจะ
โสรัจจะ เป็น โสภณธรรม คือ เป็นธรรมที่ทำให้คนเราดูดี งดงาม มีสง่า น่าเกรงขาม เช่นเดียวกับ ขันติ
โดย มิตร [22 มิ.ย. 2547 , 00:04:02 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 3ขันติ แปลว่า ความอดทน หมายถึง ความสามารถที่จะทนต่อความลำบาก มีจิตใจเข้มแข็งที่จะทำความดี และสามารถควบคุมตนเองมิให้ทำชั่ว อันได้แก่ อดทดต่อความยากลำบาก คือ มีจิตใจเข้มแข็งที่จะทำงานให้ลุล่วงล่วงสำเร็จ หนักเอาเบาสู้ ไม่ว่าจะเหน็ดเหนื่อย หิวกระหาย ก็เพียรพยายามทำงานที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จ และที่สำคัญก็คือแม้จะลำบากเพียงใดก็ตามก็สามารถอดกลั้นที่จะไม่ทำชั่ว ไม่ทำการทุจริตแม้ชีวิตจะลำบากเพราะความจน ก็ไม่ละโมบคิดเอาของผู้อื่นโดยมิชอบ แต่ต้องใช้ความอดทนเพียรทำงานของตนให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
อดทนต่อความเจ็บป่วย หมายถึง อดทนต่อความเจ็บป่วยทางกาย ไม่โอดครวญไม่ท้อแท้ ไม่แสดงอาการฉุนเฉียว ไม่แสดงความอ่อนแอจนเกินเหตุ ไม่เอาความเจ็บปวดเล็กๆ น้อยๆ มาอ้างเพื่อขออภิสิทธิ์ที่จะได้โน้นได้นี้หรือจะไม่ต้องทำโน้นทำนี้ ทำให้กลายเป็นคนน่าสมเพชเวทนา เป็นที่น่าเหยียดหยามของคนข้างเคียง
อดทนต่อความเจ็บใจ หมายถึง การอดทนต่อการกระทำล่วงเกิน เช่น ถูกด่า ถูกดูหมิ่นถูกนินทา ถูกยั่วยุ เป็นต้น เพราะอยู่ด้วยกันหมู่มากย่อมมีคนดีบ้างคนชั่วบ้าง มีการล่วงเกินเราโดยไม่ตั้งใจ และตั้งใจบ้าง การกระทบ กระทั่งกันย่อมเป็นของธรรมดา เราต้องมีความอดทนและอดกลั่นตามควร มิใช่ว่าเขาพูดผิดใจเดียวก็ท้าตีท้าต่อยเขาเสียแล้ว อย่างไรหากมีคนล่วงเกินอย่างรุนแรงและเจตนา ต้องตอบโต้ด้วยสันติวิธี โดยอาศัยกระบวนการของกฎหมายหรือระเบียบกฎเกณฑ์ที่ยืดอยู่เป็นเครื่องมือ
อดทนต่อกิเลส หมายถึง อดทนต่อสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ามายั่วยวนให้หลงไหลให้หมกมุ่นมัวเมา รู้จักเดินทางสายกลาง ไม่ปล่อยตัวให้ถลำไปในทางทุจริต ในปัจจุบันมีสิ่งต่าง ๆ ที่มายั่วยวน ผู้คนให้ประพฤติตนไปในทางที่เสี่ยมเสียมากขึ้น เราต้องรู้จักควบคุมจิตใจตนเองให้มั่นคง ไม่หลงตามง่าย ๆ
เรื่องความอดทนนี้อาจสรุปได้ว่ามี 3 อย่าง คือ
ประการที่ 1 อดทนต่อความโลภ อดทนต่อความโกรธ และอดทนต่อความหลง ประการหนึ่ง แม้เราจะลำบากทุกข์เพียงใดก็ตาม ก็ต้องอดใจไม่คิดโลภ อยากได้ของผู้อื่นโดยมิชอบ
ประการที่ 2 แม้จะมีผู้มาล่วงเกินเรา เราก็อดทนยับยั้งไม่ถือโกรธ ไม่ตอบโต้นอกจากการล่วงเกินนั้นรุนแรงมาก เราก็อดทนไม่โต้ตอบด้วยวิธีรุนแรงแต่โต้ตอบด้วยสันติวิธี
ประการที่ 3 อดทนต่อความหลง คือ สามารถอดทนต่อสิ่งยั่วยุ ไม่เห็นผิดเป็นชอบ ไม่มั่วเมาลุ่มหลงกับสิ่งต่าง จนเกินควรโดย มิตร [22 มิ.ย. 2547 , 00:10:52 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
สลักธรรม 4โสรัจจะ แปลว่า ความสงบเสงี่ยม หมายถึง ความสงบเสงี่ยม ความมีอัธยาศัยงาม ความประณีต ความสงบเรียบร้อย ความไม่หรูหรา
ขันติกับโสรัจจะ เป็นธรรมสองข้อที่มักจะไปด้วยกัน รวมกันแล้วเรียกว่า ธรรมอันทำให้งาม ธรรมสองข้อนี้ ผู้ใดมีแล้วเรียกว่าเป็นคนงาม คนงามในที่นี้มิได้หมายความว่าเป็นคนหน้าตาสวย รูปหล่อ แต่หมายถึง งามในความประพฤติทั้งทางกาย วาจา และใจ
คนที่มีความอดทนตามที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น เรียกว่าเป็นคนงาม คือ มีใจเข้มแข็งน่า ยกย่อง มีวาจาที่ไม่ก้าวร้าว ไม่หยาบคาย เพราะอดทนได้ มีการกระทำที่อยู่ในกรอบของความพอเหมาะเพราะฝืนเอาไว้ได้ แต่ถ้าจะให้งามยิ่งขึ้นต้องมีโสรัจจะด้วย คือต้องอดทนด้วยความสงบเสงี่ยม ไม่แสดงท่าฮึดฮัด เดินพล่าน บ่นกระปอดกระแปด ทำหัวเสียกับคนข้างเคียง คนบางคนอดทนอะไรต่ออะไรได้มาก แต่ไม่สามารถอดทนด้วยความสงบ ต้องแสดงกิริยาว่าไม่พอใจที่ต้องอดทน หรืออาจจะบ่นอยู่ตลอดเวลา
อย่างนี้เรียกว่า ไม่งามจริง งามเพียงครึ่งเดียว คือส่วนที่เป็นขันติ แต่ไม่งามพร้อมเพราะไม่มีโสรัจจะนอกจากจะเป็นส่วนหนึ่งที่เสริมให้ขันติมีความงามพร้อมแล้ว ตัวโสรัจจะเองก็ทำคนให้งามได้ คนที่ประณีตรักสวยรักงาม จะทำอะไรก็ละมุนละไม อ่อนหวาน นุ่มนวล ย่อมเป็นที่งามตาแก่ผู้ที่พบเห็น คนที่พูดจาเรียบร้อยไม่กระโชกโฮกฮาก ไม่ส่งเสียงดังโดยไม่สมควรย่อมเป็นที่ชื่นชมแก่ผู้สนทนาด้วย
อนึ่ง โสรัจจะยังหมายถึง การไม่ทำตัวหรูหรา โอ่อ่าทำตัวเป็นจุดเด่นจนเกินควรด้วยคนที่ชอบแสดงโอ้อวด ชอบพูดเกินจริง ชอบอวดมั่งมี อวดเก่ง ไปไหนก็ทำตนเหมือนกับว่าเป็นคนเด่นที่สุดคนอย่างนี้เรียกว่าไม่มีโสรัจจะ ตัวเองอาจนึกว่าตัววิเศษแล้วแต่จริง ๆ แล้วไม่มีใครนึกว่างามเลย มีแต่คนหมั่นไส้ไม่อยากไปไหนมาไหนด้วย ไม่อยากมีใครคบค้าสมาคมด้วย คนเช่นนี้มีโอกาสเป็นผู้นำน้อยมาก เพราะผู้นำนั้นต้องสงบ สำรวม มั่นใจในตนเองโดยไม่ต้องแสดงออก
โดย มิตร [22 มิ.ย. 2547 , 00:12:01 น.] ( IP = 202.129.44.34 : : )
ขอเชิญแสดงความคิดเห็น คำเตือน
- การแอบอ้างใช้ชื่อบุคคลซึ่งอาจทำให้บุคคลนั้นเกิดความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- การโพสรูปภาพที่ไม่เหมาะสม หรือ ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของภาพ อาจถูกดำเนินคดีทางกฏหมายได้
- หากพบเห็นรูปภาพหรือกระทู้ที่ไม่เหมาะสมสามารถเมล์เข้ามาได้ที่ freewebboard@thaimisc.com โดยระบุ subject "กระทู้ไม่เหมาะสม" พร้อมทั้งระบุ ADDRESS ของเว็บบอร์ด
ผู้ช่วยเหลือ-แหล่งข้อมูล |
[ คีตธรรม ] [ ตารางสี ] [ ค้นหาเพลง ] |
ลานภาพ |
ค้นหา |
สร้างสรรค์โดย |